วันจันทร์ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

รางวัลของนายกล้วย

มีคนบอกผมว่า เมื่อไทยเรามึนชากับสหรัฐฯ จึงต้องหันไปพึ่งพาจีน แต่จีนคิดดอกเบี้ยแพงเกินรับไหว การไปจ๊ะจ๋ากับญี่ปุ่น จะช่วยให้จีนลดราอะไรๆได้บ้าง

วิธีการอย่างนี้ พ่อแม่ปู่ย่าสอนลูกสอนหลาน...ว่า น้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่า

ในหนังสือ แบบหัดอ่านเบื้องต้น โดยพระยาผดุงวิทยาเสริม (กำจัด พลางกูร) พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ.2455 ต้นฉบับที่ผมใช้ แก้ไขเพิ่มเติม พิมพ์ครั้งที่ 9 พ.ศ.2481 บทที่ 53 เรื่องที่ให้นักเรียนหัดอ่าน มีดังต่อไปนี้

ตาพลอยเป็นง่อยไปไหนไม่ได้ อยู่ที่โรงยาวแห่งหนึ่ง แกมีหลานสาวย่อมๆอยู่คนหนึ่งชื่อ หนูแก้ว หนูแก้วได้เอาข้าวปลาให้แกกิน

แกนั่งอยู่ที่หน้าโรงยาว ขอทานเขาเลี้ยงร่างกาย

เช้าวันหนึ่งชายคนหนึ่ง เดินไปที่หน้าโรงยาวนั้น และว่ากะตาพลอยว่า “ที่บ้านนายจุ้ยบ่ายวันนี้ เขาจะให้ทานคนแก่ง่อยเปลี้ย ที่มีอายุแก่กว่าเขา” ตาพลอยดีใจ หมายจะไปก็ไปไม่ได้

ครั้นเวลาสายๆหน่อย นายกล้วยคนเสียตา เที่ยวขอทานเขามาถึงที่โรงนั้นเข้า ตาพลอยก็เล่าให้นายกล้วยฟังว่า “ที่บ้านนายจุ้ยเขาจะทำทานบ่ายวันนี้ ข้าหมายจะไป ก็ไปไม่ได้”

นายกล้วยจึงว่า “ลุง ฉันต้องขอทานเลี้ยงร่างกายอยู่เสมอ ความจนทำให้ไม่รื่นเริงใจอย่างไรนั้น ก็รู้อยู่แล้ว ฉันจะพาลุงไปด้วยกัน” ตาพลอยว่า “ข้าจะไปกะเจ้าอย่างไรได้”

นายกล้วยว่า “ลุงขึ้นหลังฉัน ฉันจะพาไป” ตาพลอยก็ดีใจ ขึ้นหลังนายกล้วยไป

ครั้นไปถึงบ้านนายจุ้ย ตัวนายกล้วยก็นั่งอยู่ที่ประตูบ้าน ด้วยนายกล้วยรู้ว่านายจุ้ยแก่กว่าตัว จึงไม่ได้เข้าไปด้วย

นายจุ้ยให้ทานตาพลอยแล้ว ก็หาตัวนายกล้วยเข้าไปถามว่า “เป็นอะไรกะตาพลอย?”

นายกล้วยก็เล่าให้ฟังว่า “กระผมไม่ได้เป็นอะไรกันเลย” แต่เป็นเพื่อนคนจนด้วยกัน

นายจุ้ยได้ฟัง มีความเอ็นดูก็ให้เงินแก่นายกล้วย ถึงสี่เท่าที่ให้ตาพลอย

แล้วนายกล้วยก็พาตาพลอยมาส่งถึงที่ตาพลอยอยู่ ความไมตรีช่วยขวนขวายแก่เพื่อนกัน เป็นที่ยินดีของผู้มีใจอันดี ดังนี้

เรื่องหัดอ่าน จบแค่นี้ ผมคัดตามต้นฉบับ จงใจให้คนรุ่นใหม่ ได้ย้อนอดีตไปรู้ว่า คนรุ่นปู่ย่า พ่อแม่ ท่านเรียนและเติบโตมากับตำราเรียนเล่มนี้

ที่พอจะยึดโยงกันได้บ้าง บทที่ 44 มีคำสอนให้หัดอ่าน “ผู้ใหญ่หาผ้าใหม่ ให้สะใภ้ใช้คล้องคอ...ไปจนถึง บ้าใบ้ถือใยบัว หูตามัวมาใกล้เคียง เล่าท่องอย่าละเลี่ยง 20 ม้วนจำจงดี”

แต่ที่น่าจะคุ้นกว่า ก็คือบทที่ 25 เรื่อง หนูหล่อ พ่อเขาพาไปดูหมีที่นาตาหมอหลอ ที่เมื่อสี่ห้าสิบปีที่แล้ว มีคนเอามาทำโฆษณา...ขายยา

เปิดตำราเรียน ก.ขอ ก.กา เล่มนี้อ่านแล้ว นอกจากเด็กๆสมัยนั้น จะอ่านหนังสือไทยแตกฉาน แยกอักษรกลาง อักษรสูง อักษรต่ำ ผันวรรณยุกต์ได้ไม่ผิดเพี้ยน เลอะเทอะเหมือนเด็กสมัยนี้แล้ว

ครูรุ่นเก่า ท่านยังแทรกบทเรียน สอนวิชาชีวิต...เอาไว้มากมาย เช่นบทหัดอ่าน เรื่องการรู้จักพึ่งพาอาศัยกันและกัน ระหว่างขอทานสองคน ตาพลอยเป็นง่อย กับตากล้วยตาบอด

แต่เหตุปัจจัยแบบน้ำพึ่งเรือ เสือพึ่งป่านี้ ต้องประกอบด้วยการ ไปเจอกับคนดี อย่างนายจุ้ยด้วย...ถ้าไปเจอคนใจไม่ดี คิดเอาแต่ได้ถ่ายเดียว...เรื่องดีๆก็คงมีไม่ได้ คนใจบุญสุนทานอย่างนายจุ้ย...วันนี้ก็พอมี แต่มีน้อยลง

ผู้คนหรือบ้านเมืองสมัยนี้ ไม่มีใครรู้จักแต่ให้ และให้ถ่ายเดียว...เขามักต้องการสิ่งแลกเปลี่ยนที่คุ้มค่า หรือเกินค่า

จะฝรั่ง จะจีน หรือญี่ปุ่น หรือไทย จะยืนหยัดอยู่ในโลกนี้ได้อย่างสง่างาม จะขอ ก็ต้องขอให้เป็น จะให้ ก็ต้องให้ หรือแลก...ให้เป็น.

กิเลน ประลองเชิง

12 ก.พ. 2558 09:06 ไทยรัฐ