วันเสาร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
หอการค้าไทยวอน ธปท.ดูแลภาคส่งออก ปรับโครงสร้างรับอนาคต

หอการค้าไทยวอน ธปท.ดูแลภาคส่งออก ปรับโครงสร้างรับอนาคต

  • Share:

หอการค้าเข้าพบ ธปท.นำข้อมูลไปวิเคราะห์ความสามารถ การแข่งขัน และปรับโครงสร้างการบริหารจัดการอัตราแลกเปลี่ยนในระยะยาวก่อนกระทบโครงสร้างเศรษฐกิจไทยโดยรวมในอนาคต ด้าน ธปท.ระบุเห็นใจเอกชนและจะทำทุกทางเพื่อไม่ให้ค่าบาทเป็นอุปสรรคต่อการส่งออกมากเกินไป แต่ยอมรับทำอะไรไม่ได้มาก เพราะค่าเงินที่ผันผวนเป็นผลกระทบจากเศรษฐกิจโลก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่คณะกรรมการบริหารหอการค้าไทยและสภาหอการค้าไทย เข้าหารือกับผู้บริหารธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ถึงเรื่องสถานการณ์ค่าเงินบาท โดยนายอิสระ ว่องกุศลกิจ ประธานกรรมการ หอการค้าไทย และสภาหอการค้าไทย กล่าวภายหลังการประชุมว่า ต้องการมานำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับปัญหาอุปสรรคที่ผู้ประกอบการได้รับจากค่าเงินบาท ปัญหาของการส่งออกที่มาจากภาวะเศรษฐกิจโลกอ่อนแอ รวมถึง อุปสรรคในด้านการเงิน และระบบการเงินเพื่อสนับสนุนการค้าขายและการเจาะตลาดใหม่ของผู้ประกอบการภาคเอกชน

ทั้งนี้ ในภาพรวมนั้นในระยะสั้นนั้นภาคเอกชนมองว่า ธปท.สามารถที่จะดูแลค่าเงินบาทได้มีเสถียรภาพ แต่ยอมรับว่าค่าเงินในบางประเทศที่ผู้ส่งออกไทยส่งออกสินค้าไปมีความผันผวนมาก ทำให้ในการส่งออกบางประเภท โดยเฉพาะสินค้าเกษตรในช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมา ได้รับผลกระทบค่าเงินที่มีความผันผวนดังกล่าว ซึ่งส่งผลกระทบต่อเนื่องถึงเกษตรกรที่เกี่ยวข้องจำนวนมาก 10-20 ล้านคน

“ข้อมูลเหล่านี้ภาคเอกชนอยากให้ ธปท.นำไปวิเคราะห์และมองหาทางช่วยเหลือผู้ประกอบการส่งออก เพราะในขณะที่เศรษฐกิจหลายประเทศ ในโลกยังอ่อนแอ และมีปัญหาเศรษฐกิจภายในที่แตกต่างกัน ส่งผลต่อค่าเงินที่ผันผวน และผลกระทบในการซื้อขายสินค้ามากขึ้น ขณะเดียวกัน ได้ขอให้ ธปท.สนับสนุนในเรื่องเครื่องมือทางการเงินเพื่อสร้างความสะดวกในการค้าขายและการหาตลาดใหม่ของภาคการส่งออกที่เร่งหาประเทศใหม่”

นายอิสระ กล่าวต่อว่า ในส่วนของการค้าขายและการลงทุนกับประเทศในภูมิภาค ได้เสนอให้ ธปท.เปิดเสรีด้านการแลกเปลี่ยนเงินมากกว่าที่เป็นอยู่ มีเครื่องมือทางการเงินเพื่อสนับสนุนการค้าการลงทุนมากขึ้นโดยเฉพาะการสนับสนุนธุรกรรมการเงินตามชายแดนให้มีความสะดวก ส่งเสริมการใช้สกุลเงินของทั้ง 2 ประเทศ ในการทำการค้าระหว่างกัน เป็นต้น

ด้านนางผ่องเพ็ญ เรืองวีรยุทธ รองผู้ว่าการด้านเสถียรภาพการเงิน ธปท. กล่าวว่า มีข้อสรุปจากการหารือที่ขอให้ ธปท.ช่วยดูแลใน 3 เรื่อง คือ 1.เรื่องอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งสภาหอฯมองว่าเงินบาทมีแนวโน้มแข็งค่าเร็วกว่าสกุลเงินอื่นๆ ในภูมิภาค โดยเฉพาะประเทศคู่แข่ง ซึ่ง ธปท.ได้ชี้แจงและทำความเข้าใจในมุมมองอัตราแลกเปลี่ยนว่า สาเหตุมาจากสภาพเศรษฐกิจการเงินของแต่ละประเทศที่แตกต่างกัน แต่ยอมรับว่าภาคการส่งออกได้รับผลกระทบและค่าเงินอาจจะเป็นส่วนหนึ่ง ดังนั้น ธปท.ยืนยันว่าจะทำทุกวิถีทางภายใต้เครื่องมือ ที่มีอยู่เพื่อไม่ให้ค่าเงินบาทเป็นอุปสรรคต่อภาคธุรกิจมากเกินไป แต่ยังมีข้อจำกัดในเรื่องประสิทธิภาพ ของเครื่องมือในระยะปานกลาง ดังนั้น ธปท.จึงอยากให้ทุกฝ่ายช่วยกัน และภาคเอกชนต้องเตรียมพร้อม ปรับตัวเพื่อช่วยเหลือตัวเองด้วย

สำหรับเรื่องที่ 2.ที่มีการหารือคือ ขอให้ ธปท. สนับสนุนให้ใช้เงินของประเทศคู่ค้าแทนการใช้สกุลเงินของประเทศที่ 3 ซึ่งจะเร่งอำนวยความสะดวก เรื่องนี้ให้มากขึ้น และเรื่องที่ 3.คือ ต้องการให้ ธปท. ช่วยสร้างโอกาสด้วยการสนับสนุนเครื่องมือทางการเงินในการเปิดตลาดใหม่ ในประเทศที่ถูกคว่ำบาตร หรือมีปัญหาการเมือง ซึ่งส่วนนี้เป็นเรื่องระดับประเทศ ที่ต้องติดตามท่าทีของประเทศไทยเองมองเรื่องนี้อย่างไร แต่พร้อมร่วมมือกันเตรียมความพร้อมไว้ เมื่อสถานการณ์ดีขึ้น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้