วันเสาร์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ต่อจิ๊กซอว์เพลิง SCB EP.2 ฟังจากปากนักดับเพลิง ทำไมมีสูญเสีย ไฟไหม้นาน

ยังเกิดคำถามจากชาวบ้านทั่วไป ว่าเหตุใด อาคารสำนักงานใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ ที่ทั้งสวย ล้ำ ทันสมัย แต่พอเกิดเหตุไฟไหม้ขึ้น กลับเข้าพื้นที่ระงับเหตุด้วยความยากเย็น สำหรับในตอนที่ 2 "ต่อจิ๊กซอว์เพลิงไหม้ SCB" "ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์" ได้โอกาสพูดคุยกับ พ.ต.อ.พิชัย เกรียงวัฒนะศิริ ผอ.สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และ นายจักรกฤษณ์ คงคำ เจ้าพนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กทม. หนึ่งในทีมนักผจญเพลิงที่ร่วมพิชิตเพลิง ที่ตึกสูงชั้นที่ 10 เพื่อเป็นอุทาหรณ์ และนำข้อมูลที่ได้ไปใช้ประโยชน์ในการแก้ปัญหาในอนาคต 

ย้อนเหตุการณ์ไฟไหม้ ตึก SCB

นายจักรกฤษณ์ หรือ เอ็กซ์ นักผจญเพลิง หัวหน้าชุดปฏิบัติงานที่เข้าพื้นที่ตึก เล่าให้ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ฟังว่า หลังจากรับแจ้ง เวลา 22.12 น. ตนและทีมงานได้เดินทางจาก สถานีดับเพลิงสุทธิสารไปถึงที่เกิดเหตุภายในเวลา 9 นาที เมื่อไปถึงพบเห็นแสงเพลิงที่ตัวตึก ซึ่งแลบออกมาจากตัวตึกและเห็นกระจกแตกแล้ว ดังนั้น จึงคาดว่า ไฟน่าจะไหม้มาแล้วไม่ต่ำกว่าครึ่งชั่วโมง เพราะอุณหภูมิภายในน่าจะสูงมาก ทำให้กระจกของตึกแตก เมื่อเห็นดังนั้น จึงได้ร้องขอแบบแปลนกับเจ้าหน้าที่ตึก แต่ก็ไม่ได้ จึงตัดสินใจขึ้นตัวตึก โดยขึ้นทางบันไดหนีไฟ โดยมีทีมของ นายเดชา ด้วงชนะ อายุ 31 ปี (อปพร. ที่เสียชีวิต บริเวณชั้น 10) ขึ้นมาอีกชุดหนึ่ง โดยทีมตนกับ ทีมนายเดชา ขึ้นกันคนละทาง และได้มาเจอกันที่บริเวณชั้น 9 จากนั้นก็ได้ช่วยกันหาต้นเพลิงแต่ก็ไม่พบ เนื่องจากมีกลุ่มควันหนาแน่นมาก เพราะควันถูกกดให้ต่ำจากน้ำที่สปริงเกอร์ที่ทำงาน

นายจักรกฤษณ์ เล่าต่อว่า ในขณะทำงาน ก็พบว่าถังออกซิเจนก็เริ่มหมด เพราะใช้ได้ครั้งละประมาณ 45 นาที แต่ใช้จริงประมาณ 30 นาที ต้องใช้ตอนหนีด้วย จากการประเมินในฐานะหัวหน้าชุดปฏิบัติงานจึงตัดสินใจลงจากตึก โดยมีการชักชวนกลุ่มนักผจญเพลิงลงจากตึก โดยไม่พบทีมของพี่เดชา

ยันประตูอัตโนมัติไม่ได้ล็อก

นักผจญเพลิง จากสถานีสุทธิสาร ยืนยันกับทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ว่า เมื่อลงมาก็ได้มีการเปลี่ยนถังออกซิเจน จากนั้นจึงได้รายงานสถานการณ์กับผู้บังคับบัญชา และได้มีการร้องขอเครื่องระบายควันเพื่อไล่ควันไฟหวังเปิดทัศนวิสัย เนื่องจากการดับไฟ เราต้องไปดับที่ต้นเพลิง เมื่อนำเครื่องระบายควันไปติดตั้ง ปรากฏว่าได้ผล ควันไฟเริ่มจางลง จึงได้สำรวจหาต้นเพลิง ระหว่างที่สำรวจก็ได้เดินผ่านประตูที่มีเครื่องล็อกอัตโนมัติ ซึ่งพบว่าสามารถไปต่อได้ กระทั่งไปถึงต้นเพลิง และพบว่าแสงเพลิงรุนแรง โดยจากการสำรวจตรงบริเวณต้นเพลิงพบว่าตรงนั้นไม่มีสปริงเกอร์ แต่อาจจะมีปล่องสารสะอาดไว้ใช้ดับไฟ แต่เนื่องจากตรงนั้นมีเชื้อเพลิงเป็นกระดาษกองไว้จำนวนมาก สูงขนาดถึงเข่า ถึงดับไม่ได้ เมื่อมันออกมาเป็นอย่างนี้แล้ว จึงได้ขอกระเช้าเพื่อดับไฟจากทางด้านนอก และส่งตัวเข้าไปภายในตึกจากกระเช้า กระทั่งควบคุมเพลิงได้ โดยวันนั้นได้ขึ้นลงตึกดังกล่าวรวมแล้วประมาณ 6 รอบ 


ควันไฟหนาทึบ ง่ายต่อการพลัดหลง

นายจักรกฤษณ์ ยังบอกว่า สิ่งที่เป็นปัญหาในการทำงาน คือเรื่องควัน เนื่องจากควันถูกน้ำจากสปริงเกอร์กดลงต่ำ ชุดที่เข้าไปไม่สามารถรู้ได้เลยว่าต้นเพลิงอยู่ที่จุดใด เพราะหลักการหาต้นเพลิง เราจะรับรู้ได้จากความหนาของควันและความร้อน แต่กรณีนี้ มีควันเต็มไปหมด ความร้อนไม่สามารถสัมผัสได้ เพราะควันโดนน้ำจึงทำให้เย็นลง และเมื่อควันมีมาก การพลัดหลงก็ทำให้เกิดได้ง่าย แค่แตะตัวไม่เจอกัน ก็ทำให้หลงได้ ดังนั้น หลักการทำงานต้องเกาะกันตลอดเพื่อหาตำแหน่ง แต่ถ้าเจอควันลักษณะนี้ จะต้องมีการประเมินสถานการณ์ว่าควรทำอย่างไร ต้องใช้เครื่องไม้เครื่องมือใดสนับสนุน

ตึกสวย แต่ซับซ้อน ยากต่อการหาทางออก

ขณะที่ พ.ต.อ.พิชัย กล่าวถึงปัญหาในการดับไฟในตึก SCB ว่า ตึกทั่วไปจะเป็นตึกแบบบล็อกสี่เหลี่ยม ถึงมองไม่เห็น ปิดตาก็คลำได้ คลำหายังไงก็ต้องเจอประตู แต่กรณีตึกนี้ ไม่ได้ออกแบบมาเป็นสี่เหลี่ยม ออกแบบมาเป็นสามเหลี่ยม มีจุดเว้า จุดกั้น เพื่อให้ดูสวยงาม แต่การทำจุดกั้นต่างๆ เมื่อคลำไม่เจอก็หลงกันได้ง่าย ที่สำคัญด้วยควันที่หนาทึบ ทำให้ไม่เห็นทาง น้องๆ ที่เข้าไปเล่าให้ฟังว่า ระยะ 1 ฟุต ฉายไฟยังมองแทบไม่เห็นเลย ดังนั้น ทีมที่เข้าไปมีโอกาสหลง ทีมที่เข้าไปก็เป็นทีมที่เก่งมาก แต่ปัญหาคือเข้าไปแล้วหลงทิศ เข้าไปแล้วไม่รู้ว่าตัวเองอยู่ตรงจุดไหน

ผอ.สปภ. กล่าวต่อว่า หลังจากนี้จะมีการพูดคุยกัน หากเจอแบบนี้อีกจะทำอย่างไร โดยจะเน้นเรื่องการเข้าแล้วต้องเกาะกลุ่มติดกัน หนึ่งทีม ควรจะมี 5-10 คน โดยมีเจ้าหน้าที่ดับเพลิงนำ โดยหน้าที่หลักคือต้องค้นหาจุดต้นเพลิง แต่กรณีนี้ 3 ชม. เข้าจุดเกิดเหตุไม่ได้ เข้าไปแล้วเหมือนกับหลง เจอประตูก็เปิดไม่ได้ ระบบการ์ดแม่เหล็ก จริงๆ แล้วตัดไฟแล้วต้องเปิดหมด ซึ่งปัญหานี้เป็นปัญหาที่พบเบื้องต้น ไม่รู้ว่าขึ้นไปหลังๆ แล้ว จะเปิดหรือเปล่า

"จากปัญหาต่างๆ หากเจ้าหน้าที่เข้าพื้นที่ต้นเพลิงได้แต่แรก เชื่อว่าจะสามารถควบคุมเพลิงได้ภายใน 20 นาที ส่วนสาเหตุการเกิดไฟไหม้ ส่วนตัวคิดว่าเกิดขึ้นได้หมด ไม่ว่าอะไรก็เป็นสาเหตุให้เกิดได้"

ยืนยันสปริงเกอร์ทำงาน หากใช้ไม่ได้ตึกวิบัติไปแล้ว

"วันนั้นสปริงเกอร์ทำงานตลอดเวลา ถ้าไม่ทำงาน ตึกวิบัติแล้ว ถามว่าทำงานทันทีหรือเปล่าไม่รู้ เพราะเราไปทีหลัง แต่ที่เห็นคือทำงาน ทำงานตลอด บางคนยังขอให้ปิดสปริงเกอร์ชั้นนั้น เพื่อไม่ให้กดควันลงมา สำหรับการวางสปริงเกอร์ มันอยู่ที่การใช้งาน ถ้าในห้องไม่มีอะไรมาก ก็อาจจะติดแค่ 2 ตัว แต่ถ้าห้องนั้นมีพรม เก็บกระดาษ ก็อาจจะมีมากกว่านั้น ดังนั้น การออกแบบขึ้นอยู่ว่าใช้ทำอะไร สปริงเกอร์จะทำงานก็ต่อเมื่อมันจับความร้อนได้ 70 องศาฯ กระเปาะที่ติดอยู่จะแตกน้ำจะพ่นทันที ส่วนที่ไฟไม่ดับนั้น อาจจะเป็นการใช้งานห้องผิดไปจากเดิม"พ.ต.อ.พิชัย กล่าว 

เปิดหลักสูตรอบรม อปพร.

ผอ.สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ยังกล่าวถึงหลักสูตรอบรม อปพร. ว่า ภารกิจ อปพร.ที่ ก.มหาดไทยตั้งขึ้น เพื่อเป็นอาสาสมัครด้านต่างๆ เช่น จราจร ตำรวจบ้าน ดับเพลิง หรือไปช่วยด้านอนามัย เป็นหลักสูตร ที่เรียนรู้ด้านต่างๆ โดยอาจจะใช้การเรียนประมาณ 4-5 วัน เนื่องจาก อปพร. คือผู้ช่วยเจ้าพนักงาน ดังนั้น การอบรมเพื่อให้รู้เบื้องต้น เวลาปฏิบัติงานจึงอาจจะต้องทำงานตามคำสั่งเจ้าหน้าที่

การทำงานฯ เราไม่สามารถบังคับเขาได้เนื่องจากเขาไม่มีค่าจ้าง มาด้วยใจ ดังนั้น เรื่องความพร้อมทำงาน ก็ขอบอกตรงๆ ว่าไม่พร้อม เนื่องจากคนที่มาทำงานนี้ได้ ก็ต้องมีอาชีพของตัวเองก่อน ส่วนความสามารถนั้น ก็ขึ้นอยู่ที่ตัวบุคคลจะเก็บเกี่ยวประสบการณ์

"หลักการทำงานด้านดับเพลิง ถ้าอาสาสมัครฯ ใหม่ จะทำหน้าที่เดินสาย หาแหล่งน้ำ หรือจะไปฉีดน้ำสกัดต้นเพลิง ซึ่งลักษณะดังกล่าว เป็นงานง่ายๆ อยู่ด้านนอก ไม่จำเป็นต้องเข้าไปข้างใน เพราะไฟไหม้มีหลายแบบ อาจจะไหม้ตึกแถว อยู่ด้านนอกก็เห็นแล้ว"

พ.ต.อ.พิชัย กล่าวถึงการเข้าภายในตัวอาคารของอาสาสมัครฯว่า ขึ้นอยู่กับประสบการณ์ อาสาฯ ที่เขาสนใจงานด้านนี้ เขาจะศึกษาหาความรู้ ส่วนใหญ่จะมีเงินทองอยู่แล้วด้วย เพราะทางรัฐไม่ได้ให้อะไรเลย ชุดดับเพลิงในอาคาร 1 ชุด ราคาเป็นแสนบาท อุปกรณ์ต่างๆ ต้องซื้อเอง หากใช้เงินหลวง หน่วยงานรัฐก็ตายเลย เพราะเราไม่รู้ว่าเวลาเกิดเหตุคนไหนจะมาหรือไม่มา ดังนั้น ตามหลักการ หากไม่ได้รับการอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ อาสาฯ จะไม่สามารถเข้าไปตัวอาคารได้ เพราะเขาคือผู้ช่วยเจ้าพนักงาน

อปพร.นับแสนคน แต่มาทำงานจริงแค่หลักร้อย

อดีตนายตำรวจดับเพลิง ในฐานะ ผอ.สปภ. เผยต่อว่า การดับไฟในตึกสูง สำหรับเจ้าหน้าที่ เราใช้คำว่าการดับไฟในอาคาร ต้องมีอุปกรณ์เซฟตี้ คือ เสื้อกันไฟ หมวกดับเพลิง โดยสามารถป้องกันอุณหภูมิสูงได้ มีซีลปิดบังใบหน้า รองเท้ากันไฟ มีเสริมเหล็กเพื่อป้องกันของแหลมคมและต้องไม่ติดไฟ ถุงมือ เพราะเมื่อเข้าไปทุกอย่างร้อนหมด ขนาดควันไฟ อุณหภูมิจะขึ้นสูง 800-1,000 องศา

ปัจจุบัน เรามี อปพร. เป็นแสนคน แต่คนที่ทำงานให้จริงๆ มีไม่กี่ร้อยคน เพราะมีการอบรมผ่านมาเยอะ เมื่อถึงเวลาใช้จริงเราบังคับเขาไม่ได้ ส่วนเจ้าหน้าที่ดับเพลิงที่ปฏิบัติหน้าที่จริงๆ มีประมาณ 1,800 อัตรา แต่ปฏิบัติงานจริงมีประมาณ 1,600 อัตรา เพราะมีการหมุนเวียนออกต่างจังหวัด โดยทั้ง 1,600 คน ถือเป็นผู้เชี่ยวชาญโดยตรงเพราะมีความรู้เรื่องดับไฟ

เจ้าหน้าที่ดับเพลิงอายุมาก มีผลกับงาน

พ.ต.อ.พิชัย กล่าวต่อว่า ปัจจุบันอายุเฉลี่ยของเจ้าหน้าที่ดับเพลิงอยู่ที่ 30-40 ปี ยอมรับว่ามีปัญหา อาจจะแก่เกินไปบ้าง เมื่อเทียบกับสมัยก่อน ที่เป็นตำรวจดับเพลิง เรารับใหม่ๆ ตลอด โดยรับสมัครตั้งแต่อายุ 18 ปี แต่ปัจจุบันมีข้อห้าม ไม่ให้กำหนดเรื่องอายุ ความอ้วน สูง เตี้ย แต่ถ้าถามว่าพร้อมปฏิบัติหน้าที่กี่คน บอกเลยว่าพร้อมทุกคน

"อายุมากเป็นอุปสรรคแน่นอน ถ้ารับคนอายุมากเข้าทำงานก็สามารถใช้งานได้น้อย แต่บ้านเราไม่มีการกำหนดมาตรฐานการทำงานขนาดนั้น เพราะเราไปกำหนด เดี๋ยวจะหาว่ามีการกีดกัน อย่างไรก็ตาม ในต่างประเทศ ผู้ที่มีอายุ 45 ปี เขาจะไม่ให้ออกปฏิบัติงานภาคสนามแล้ว แต่ของเราผู้ที่อายุเกิน 45 ปี ก็ยังมีออกปฏิบัติงานอยู่"

ตำรวจดับเพลิง VS นักผจญเพลิง

ผอ.สปภ. กล่าวถึงความแตกต่างกันระหว่างตำรวจดับเพลิงและนักผจญเพลิงในปัจจุบันว่า ส่วนดีคือเราจะได้คนหนุ่ม เพราะรับสมัครตั้งแต่อายุ 18 ปี คนหนุ่มเองจะมีพละกำลัง อาจจะยังไม่มีครอบครัว หรือภาระ สามารถสู้กับไฟได้อย่างเต็มที่ การทำงานเสี่ยงภัยก็ยังได้ 100% ส่วนข้อเสียของตำรวจดับเพลิง คือ การสนับสนุนน้อย เนื่องจากภารกิจหลักของตำรวจ คือ งานด้านปราบปรามอาชญากรรม

การอบรมก็ต่างกัน ตำรวจดับเพลิง เขาต้องอบรมหลักสูตรตำรวจทั่วไป ขณะเจ้าหน้าที่ดับเพลิง ต้องใช้เวลาอบรมเรื่องนี้อย่างเดียว 6 เดือน ปฏิบัติหน้าที่ได้เลย ส่วนกรณี นายเดชา ด้วงชนะ เขาเป็นอาสาฯ มีประสบการณ์สูง เขาเรียนรู้อยู่ตลอด แต่หากเป็นอาสาฯ​ ทั่วไป ไม่มีทางเข้าไปในพื้นที่ได้ เพราะแค่ราคาชุดก็เป็นแสนบาทแล้ว โดยผมเป็นคนอนุญาตให้เข้าไป เพราะทีมนี้เป็นทีมหนึ่งที่เราไว้ใจ.

อ่านเพิ่มเติม 

ต่อจิ๊กซอว์เพลิง SCB EP.1 ตีแตกสารพันข้อกังขาไฟปริศนาตึกสุดล้ำ SCB

ต่อจิ๊กซอว์เพลิง SCB EP.3 หนึ่งเดียวในอาเซียน! ผู้พิชิตไฟไหม้ตึกระฟ้า

ยังเกิดคำถามจากชาวบ้านทั่วไป ว่าเหตุใด อาคารสำนักงานใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ ที่ทั้งสวย ล้ำ ทันสมัย แต่พอเกิดเหตุไฟไหม้ขึ้น กลับเข้าพื้นที่ระงับเหตุด้วยความยากเย็น สำหรับในตอนที่ 2 "ต่อจิ๊กซอว์เพลิงไหม้ SCB" ... 11 ก.พ. 2558 19:12 16 ก.พ. 2558 17:37 ไทยรัฐ