วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ธปท. ยัน ค่าบาทมีเสถียรภาพ ไม่จำเป็นต้องออกมาตรการ

ธปท. ยัน ค่าบาทมีเสถียรภาพ ไม่จำเป็นต้องออกมาตรการ

  • Share:

ธปท.มองบาทแข็งในภูมิภาค จากสภาพการเงินแต่ละประเทศ ยัน ยังมีเสถียรภาพ พร้อมทำทุกวิถีทางไม่ให้เป็นอุปสรรคต่อธุรกิจ แต่ขณะนี้ ยังไม่จำเป็นต้องออกมาตรการ เห็นด้วยกับหอการค้าฯ ใช้สกุลเงินประเทศที่ 3 ทำการค้าแทนดอลลาร์ที่แข็งขึ้น...

เมื่อวันที่ 11 ก.พ. นางผ่องเพ็ญ เรืองวีรยุทธ รองผู้ว่าการด้านเสถียรภาพการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ได้เข้ามาหารือกับ ธปท. เพื่อขอให้ ธปท. ช่วยดูแลใน 3 เรื่อง คือ 1. เรื่องอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งสภาหอฯ มองว่าเงินบาทมีแนวโน้มแข็งค่าเร็วกว่าสกุลเงินอื่นๆ ในภูมิภาค โดยเฉพาะประเทศคู่แข่ง ซึ่ง ธปท.ได้ชี้แจงและทำความเข้าใจในมุมมองอัตราแลกเปลี่ยนว่า สาเหตุมาจากสภาพเศรษฐกิจการเงินของแต่ละประเทศที่แตกต่างกัน

อย่างไรก็ดี ธปท.ยืนยันว่า จะทำทุกวิถีทางภายใต้เครื่องมือที่มีอยู่ เพื่อไม่ให้ค่าเงินบาทเป็นอุปสรรคต่อภาคธุรกิจมากเกินไป แต่ยังมีข้อจำกัดในเรื่องประสิทธิภาพของเครื่องมือในระยะปานกลาง ดังนั้น ธปท.จึงอยากให้ทุกฝ่ายช่วยกัน และภาคเอกชนต้องเตรียมพร้อมปรับตัว เพื่อช่วยเหลือตัวเองด้วย

"จากการติดตาม flow ที่เห็นไม่ได้รุนแรงมากนัก เมื่อเทียบกับสกุลอื่นๆ ค่าเงินบาทยังมีเสถียรภาพ แต่ที่แข็งค่าขึ้นน่าจะมาจาก การเปลี่ยนแปลงค่าเงินของประเทศคู่ค้าหลักๆ เช่น เยน ที่เดิมจาก 32 บาท/100 เยน มาเหลือที่ 27-28 บาท/100 เยน ซึ่งกรณีนี้เป็นเรื่องของประเทศใดประเทศหนึ่ง"

พร้อมระบุว่า ขณะนี้ยังไม่มีความจำเป็นต้องออกมาตรการมาดูแลเรื่องอัตราแลกเปลี่ยน แต่สิ่งที่พอจะทำได้คือ เมื่อใดก็ตามที่เห็นว่า ค่าเงินมีการเปลี่ยนแปลงเร็วเกินไป ก็พร้อมจะเข้าไปดูแลตามที่เคยใช้เครื่องมือเดิมในการเข้าดูแล

ส่วนการขอให้ ธปท.สนับสนุนให้ใช้เงินของประเทศคู่ค้า แทนการใช้สกุลเงินของประเทศที่ 3 ซึ่งเรื่องนี้ ธปท.มีความเห็นที่สอดคล้องกันกับภาคเอกชน และเห็นว่าจะต้องปรับเปลี่ยนมุมมองในการใช้สกุลเงินระหว่างประเทศคู่ค้า เพื่อมาแทนการอ้างอิงสกุลดอลลาร์สหรัฐ ที่มีแนวโน้มแข็งค่าขึ้น

ขณะที่ การมองโอกาสในการเปิดตลาดประเทศที่ถูกคว่ำบาตร เพื่อให้เป็นเป้าหมายใหม่ในการส่งออก เพราะปัจจุบันเรื่องนี้ยังมีข้อจำกัดเรื่องเหตุผลทางการเมืองระหว่างประเทศ ซึ่งต้องเป็นท่าทีของประเทศไทยเองด้วยว่าจะมองเรื่องนี้อย่างไร ทั้งนี้ อยากให้ภาคเอกชนจัดระบบต่างๆ เพื่อเตรียมความพร้อมไว้ เพราะหากการคว่ำบาตรเริ่มลดน้อยลง จะทำให้ภาคเอกชนสามารถกลับเข้าไปทำธุรกิจหรือการค้าขายกับประเทศนั้นๆ ได้ทันที.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้