วันพฤหัสบดีที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
คปก. ค้านรวม กสม.-ผู้ตรวจการฯ เตือนระวังกลายพันธุ์เป็นสัตว์ประหลาด

คปก. ค้านรวม กสม.-ผู้ตรวจการฯ เตือนระวังกลายพันธุ์เป็นสัตว์ประหลาด

  • Share:

คปก. ค้าน ควบรวม "กสม.-ผู้ตรวจการแผ่นดิน" เตือน ระวังกลายพันธุ์เป็นสัตว์ประหลาด ยันการทำงาน 2 องค์กรต่างมีลักษณะเฉพาะ ไม่ทับซ้อนกัน 

วันที่ 11 ก.พ. เมื่อเวลา 10.30 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย (คปก.) นางสุณี ไชยรส รองประธาน คปก. กล่าวว่า คปก.ได้ส่งข้อคิดเห็นของ คปก. ต่อแม่น้ำ 5 สาย ว่า ยังมีความจำเป็นของการมีอยู่ขององค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ 5 องค์กร คือ คณะกรรมการ กกต. คณะกรรมการ ป.ป.ช. ผู้ตรวจการแผ่นดิน คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) และคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน (คตง.) เพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ และไม่เห็นด้วยที่จะควบรวมผู้ตรวจการแผ่นดินและ กสม.

เนื่องจากการทำหน้าที่ของทั้งสององค์กรในการเยียวยาความเดือดร้อนของประชาชน และการตรวจสอบเรื่องร้องเรียนของสององค์กร มีทั้งความแตกต่างและมีลักษณะเฉพาะ จริงๆ แล้วการทำงานก็ไม่ได้ทับซ้อนกัน อาจร้องเรียนซ้ำซ้อนกัน แต่สามารถตรวจสอบในมิติที่เกี่ยวข้องกับอำนาจหน้าที่ของแต่ละองค์กรได้ ทั้งนี้ ปัญหาของ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ คือ มีปัญหาเรื่องการรับฟังที่จำกัด ไม่ฟังเสียงประชาชน ควรถามหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและถามประชาชนที่ใช้บริการสององค์กรนี้อย่างจริงจัง

นายไพโรจน์ พลเพชร กรรมการ คปก. กล่าวว่า ความแตกต่างเรื่องกรอบหน้าที่ของแต่ละองค์กรชัดในตัวเอง กสม.มีกรอบกว้างกว่าผู้ตรวจการแผ่นดิน และผู้ตรวจการแผ่นดิน ไม่สามารถไปตรวจสอบเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชนได้ การบอกว่า ซ้ำซ้อนเป็นการพูดมิติเดียว ข้อจำกัดที่ทำให้สององค์กรไม่มีประสิทธิภาพ คือ หน่วยงานต่างๆ ไม่ปฏิบัติตามข้อเสนอที่เสนอไป การแก้ปัญหาจึงไม่ใช่การยุบรวม แต่ต้องไปดูว่าทำไมฝ่ายการเมือง หน่วยงานไม่ปฏิบัติตามข้อเสนอ นอกจากนี้ ข้อจำกัดของสององค์กรคือ เลือกคนไม่ตรงกับงาน ต้องเปิดให้การสรรหาที่มาจากประชาชนให้เกิดความหลากหลาย

นายสมชาย หอมลออ กรรมการ คปก. กล่าวว่า เท่าที่ทำงานด้านสิทธิมนุษยชนมามีผู้มีอำนาจ ไม่ชอบคำว่าสิทธิมนุษยชน ดังนั้น การยุบรวมเป็นขบวนการทำลายงานด้านสิทธิมนุษยชนในประเทศไทยหรือไม่ แม้จะอ้างว่าเป็นการควบรวมและยกระดับ ถ้าจะทำความเข้าในเรื่องนี้ต้องไปดูเจตนารมณ์ 40 ผู้ตรวจการแผ่นดิน ใช้คำว่าผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา เพื่อเป็นแขนขา เป็นมือเป็นเท้าของรัฐสภา เพื่อการตรวจสอบฝ่ายบริหาร แต่ปัจจุบันไปเพิ่มอำนาจผู้ตรวจการแผ่นดินมากมาย เบี่ยงเบนเจตนารมณ์ต้นกำเนิด ทำให้ภารกิจผู้ตรวจการแแผ่นดินเบลอไป การปฏิรูปต้องให้ผู้ตรวจกลับไปสู่จุดเดิม

ส่วน กสม.เป็นการตรวจสอบทั้งประเทศ ทั้งรัฐสภา รัฐบาล ตุลาการ ว่า ได้ยึดถือปฏิบัติตามสิทธิมนุษยชนหรือไม่ กสม.มีภารกิจในการเชื่อมโยงระหว่างรัฐและการปฏิบัติของรัฐในประเทศกับหลักสิทธิมนุษยชนนานาชาติ หลักๆ แล้ว หลักการและแนวทางของ 2 องค์กร ต่างกันโดยพื้นฐาน แม้การปฏิบัติบางเรื่องซ้อนกัน ปัญหาของ กสม.ถูกรัฐธรรมนูญ 50 บิดเบือน หันเห กสม.ด้วยโดยเฉพาะการสรรหา เพื่อให้เป็นแบบราชการมากยิ่งขึ้น เจ้าหน้าที่อยู่ภายใต้ระบบราชการ ทำงานล่าช้า ไร้ประสิทธิภาพ ต้องแก้จุดนี้ การยุบรวมจะทำให้ภารกิจ กสม.เบลอ และบิดเบือนมากยิ่งขึ้น คนที่มีพื้นฐานเป็นเจ้าหน้าที่ต่างกันจะมาทำงานร่วมกันได้อย่างไร จะเกิดการชักเย่อ ขัดแย้งในคณะกรรมการชุดใหม่

ทั้งนี้ ถ้า กมธ.ยกร่างฯ ไม่นำเรื่องไปศึกษาจริงจัง เชื่อว่าจะไม่ได้รับความร่วมมือจากกลุ่มองค์กรด้านสิทธิมนุษยชนในประเทศ ปัญหาด้านสิทธิในไทยจะหนักหน่วงและรุนแรงยิ่งขึ้น เพราะทั้ง 2 องค์กรมีพื้นฐานต่างกัน ถ้ามารวมจะเป็นต้นไม้แคระ เรากำลังจะได้ต้นไม้ประหลาด หรือสัตว์ประหลาดตัวหนึ่ง ที่เรียกว่า ผู้ตรวจการแผ่นดินและพิทักษ์สิทธิประชาชน ปัจจุบันประเทศไทยกำลังถูกจับตามองจากนานาชาติ คนในสังคมว่าเรากำลังจัดทำรัฐธรรมนูญที่เป็นผลพวงจากการรัฐประหาร หากทำไม่ดีจะเป็นปัญหา กมธ.ยกร่างฯ ต้องทำให้ดี และดีกว่าเดิม ฟังเสียงประชาชนที่เกี่ยวพันกับเรื่องนั้นๆ ให้มาก

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้