วันอังคารที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ทำทุกอย่างตามโรดแม็ป เสียงวิจารณ์ “จบ” ทันที

โดย ซูม

พาดหัวข่าวและเนื้อข่าวของหนังสือพิมพ์หลายฉบับในช่วง 2-3 วันมานี้ มักเป็นเรื่องเกี่ยวกับการเรียกร้องของรัฐบาลต่างประเทศให้ประเทศไทยกลับคืนสู่ระบอบประชาธิปไตยโดยเร็ว

อย่างเช่นในการพบกับ นายชินโสะ อาเบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ที่กรุงโตเกียว ในการไปเยือนอย่างเป็นทางการของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เมื่อวันก่อนท่านนายกฯญี่ปุ่นก็กล่าวแสดงความเห็นไว้ว่า

“นายกรัฐมนตรีประยุทธ์กำลังดำเนินความพยายามอย่างสุดความสามารถในการฟื้นฟูประชาธิปไตยในประเทศไทย ซึ่งญี่ปุ่นมีความคาดหวังอย่างมากต่อความปรองดองแห่งชาติของไทย และการกลับคืนสู่การปกครองโดยพลเรือนโดยเร็วที่สุด”

ในวันเดียวกันหนังสือพิมพ์ทุกฉบับก็พาดหัวด้วยว่า “อุปทูตสหรัฐฯยํ้าอีก...รอวันไทยคืนประชาธิปไตย...พูดงานเปิดคอบร้าโกลด์”

พร้อมกับรายงานโดยสังเขปว่าท่านอุปทูตไปพูดถึงเรื่องนี้อย่างไรที่ไหน ต่อหน้าใครๆบ้าง...

สำหรับอุปทูตสหรัฐฯนั้น ดูเหมือนจะพูดเช่นนี้มาแล้วหลายครั้ง และที่เป็นข่าวก่อนหน้านี้ก็คือ การปฏิเสธไม่ไปพบกับ สนช. คณะกรรมาธิการต่างประเทศ ที่เชื้อเชิญให้ไปชี้แจงข้อข้องใจในบทบาทและท่าทีของสหรัฐฯที่มีต่อประเทศไทย

ผมก็เดาว่าคงจะมีการพูด การเรียกร้องและการขอร้องเกิดขึ้นอีกจากประเทศตะวันตก หรือองค์กรทางด้านประชาธิปไตยต่างๆ

เพราะในทัศนะของประเทศตะวันตกหรือองค์กรประชาธิปไตยตะวันตก รวมทั้งสื่อตะวันตกล้วนมีความเห็นเป็นเอกฉันท์ว่า การปกครองในระบอบเผด็จการเป็นสิ่งเลวร้าย และจะต้องเป็นการปกครองในระบอบประชาธิปไตยเท่านั้น ที่เหมาะสมกับศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์

เมื่อเราหลุดออกไปจากระบอบประชาธิปไตยเขาจึงกังวล เขาจึงห่วงใย อยากจะให้เรากลับคืนมาสู่ระบบนี้โดยเร็ว

ส่วนวิธีมองหรือวิธีเตือนของแต่ละประเทศก็ต่างกันไปตามแต่วัฒนธรรมของประเทศนั้นๆ ดังเช่น ญี่ปุ่นซึ่งเป็นชาติอ่อนน้อมถ่อมตน พูดจาสุภาพน่ารัก เขาก็เตือนเราด้วยสำนวนที่น่ารักและใช้วิธีอ้อมๆ

ในขณะที่สหรัฐอเมริกาเป็นชาติที่โผงผาง พูดอะไรตรงไปตรงมา ไม่อ้อมค้อม และประกอบกับถือว่าตัวเองเป็นตำรวจโลก คอยควบคุมโลกไม่ให้ทะเลาะกัน ก็อาจจะติดนิสัยตำรวจ คือทำอะไรแบบคนมีอำนาจ จึงกลายเป็นการก้าวก่ายประเทศอื่นๆอยู่บ่อยๆ

เวลามาทำหน้าที่ในการเตือนประเทศไทยให้กลับสู่ประชาธิปไตยก็เลยไม่ทิ้งสไตล์ใช้อำนาจ จึงถูกต่อต้านอยู่ในขณะนี้

แต่ถ้าเราทำใจให้นิ่งๆ ก็จะเห็นว่าทุกๆชาติล้วนมีความปรารถนาดีต่อเรา อยากเห็นเรากลับคืนสู่ระบอบประชาธิปไตยโดยเร็วทั้งสิ้น

ผมจึงเห็นด้วยที่ทั้งผู้นำไทยและประชาชนไทยได้แสดงปฏิกิริยาตอบโต้ผู้แสดงความปรารถนาดีในแนวทางที่แตกต่างกันไป

สำหรับประเทศที่เตือนนิ่มๆ เราก็ขอบคุณนิ่มๆ พร้อมกับชี้แจงให้เขาทราบว่าเรากำลังทำอะไรอยู่และเมื่อไรเราจะกลับสู่ระบอบประชาธิปไตย ซึ่งไม่ใช่แต่ท่านหรอกที่ปรารถนา คนไทยก็ปรารถนาเช่นกัน

ส่วนที่ทำอะไรบุ่มบ่ามจนดูเหมือนก้าวก่ายเรา เราก็แสดงการโต้ตอบในเชิงกระด้างให้เห็น ดังเช่นที่มีการกระทำในหลายๆรูปแบบและหลายๆกลุ่มกับสหรัฐฯ

แต่เราก็จะต้องควบคุมไม่ให้การตอบโต้สหรัฐฯ เลยเถิด จนกลายเป็นเหตุบาดหมางที่ไม่สมควรในภายภาคหน้าเป็นอันขาด

นโยบายต่างประเทศที่ดีที่สุดก็คือการคบกับทุกประเทศ เป็นมิตรกับทุกประเทศอันเป็นพระราชนโยบายมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 4 ที่ 5 และต่อมาในรัฐบาลยุคระบอบประชาธิปไตยเราก็ยึดไว้เป็นหลักเช่นกัน

ผมเชื่อพันเปอร์เซ็นต์เลยครับ ถ้าเรากลับคืนสู่ระบอบประชาธิปไตยเมื่อไร ข้อเรียกร้อง ข้อวิงวอนของชาติต่างๆ หรือข้อข่มขู่ ข้อก้าวก่ายของสหรัฐฯ จะยุติลงในทันควัน

ดังนั้นสิ่งที่เราจะต้องทำอย่างจริงจัง จริงใจ ก็คือการทำทุกสิ่งทุกอย่างให้แล้วเสร็จตามโรดแม็ปที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะหัวหน้า คสช.ท่านกำหนดไว้

ซึ่งก็เป็นหน้าที่ของแม่น้ำทั้ง 5 สาย ที่ผมพูดถึงอยู่เสมอๆว่า จะต้องทำหน้าที่ด้วยความขยันขันแข็ง โดยคำนึงถึงเป้าหมายเรื่องเวลาเป็นสำคัญ

ข้อเสนออะไรที่มันหลุดโลกเกินไป หรือการกระทำอะไรที่จะทำให้เสียเวล่ำเวลาขอให้เพลาๆลงบ้าง...เพื่อให้ทุกสิ่งอย่างจบลงตามโรดแม็ป...เท่านั้นล่ะครับ จะไม่มีใครมาวิงวอน มาขอร้อง มาเหน็บแนม แกมประชดหรือมาก้าวก่ายเราในเรื่องนี้อีกเลย!

“ซูม”

11 ก.พ. 2558 09:09 11 ก.พ. 2558 09:09 ไทยรัฐ