วันเสาร์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ความ...จน

ต้นเหตุที่ทำให้เศรษฐกิจไทย ออกอาการสะบัดร้อนสะบัดหนาว เงินเฟ้อติดลบ...แต่ก็ไม่กล้าบอกว่าเงินฝืด คนไม่ใช้เงิน สินค้าที่เคยขายได้ขายไม่คล่อง ผู้รู้ท่านหนึ่งให้นิยาม เพราะรัฐบาลท่าน “ควบคุมความจน”

อะไรคือการ “ควบคุมความจน” ผู้รู้พูดเรื่องนี้ พูดก่อนรัฐบาลประกาศขึ้นราคารถเมล์ และมีแนวโน้ม...ขึ้นค่าแท็กซี่ ชาวบ้านที่เริ่มจะโวย แต่ไม่กล้าโวยเสียงดัง เพราะเกรงใจทหาร

หักลบกลบหนี้...ผลดีด้านหนึ่ง น้ำมันลดราคา สินค้าแม้ไม่กล้าขึ้นราคา แต่เมื่อเงินในกระเป๋าน้อยลง...ก็ตัดใจซื้ออะไรไม่ลง วงจรเศรษฐกิจก็ยิ่งสะดุด

อีกด้าน...กระบวนการปรับราคาพลังงาน ตามความเป็นจริง...ปล่อยผีราคาก๊าซ รถแท็กซี่ รถยนต์คนจน ที่เคยถูกบอกให้หันไปใช้ก๊าซ นอกจากราคาถูกกว่า ยังเกิดมลพิษน้อยกว่า...เมื่อรัฐขึ้นราคาก๊าซ ชาวบ้านจึงเพิ่งรู้ว่าเขาหลอก

การหลอกนี่ล่ะกระมัง...คือประเด็นที่ผู้รู้...บอกว่า เป็นการ“ควบคุมความจน” วิธีแก้...ก็คือการปลดปล่อยความจน...ยอมให้ราคาก๊าซแพงไป ค่ารถเมล์ขึ้นไปแล้ว คิวต่อมา คือค่าแท็กซี่ ต่อไปอะไรๆจะดีขึ้นเอง

รัฐบาลทหารที่ใจกล้า ก็ต้องก้มหน้า รับคำด่า...เหตุเพราะเลิกประชานิยม ไม่เอาใจคนจน

รสชาติเรื่องนี้อาจแปร่งๆปร่าๆ แต่นานๆไปเมื่อคนไทยชิน ก็จะรู้ว่าการอยู่กับความจริงนั้น...ผลด้านดียั่งยืนกว่า

โลกเรานี้ นับแต่วันแรก ที่มีระบบการปกครอง เจ้า “ความจน” เป็นตัวการใหญ่

ตอนที่ขงจื๊อเฟื่องฟูทางการเมือง กินตำแหน่งนคราภิบาล นครซุงตู

ใช้เวลาแค่ 3 ปี ที่แก้ปัญหา “ความจน” จนมีชื่อเสียงเลื่องลือไปทั่ว ขงจื๊ออธิบายในที่ประชุมผู้พิพากษา นักกฎหมาย และพัสดีว่า

อาชญากรรม ที่ทำให้คนทั้งบ้านเมืองเดือดร้อนวุ่นวาย เกิดจากความจน

“นักโทษเกือบทั้งหมด เป็นคนจน ไร้การศึกษา ความจนและขาดการศึกษา เป็นสาเหตุก่ออาชญากรรม

วิธีการกำจัดความโง่เขลา ก็คือ ให้การศึกษาประชาชนโดยทั่วถึง

วิธีกำจัดความจน ก็คือ สนับสนุนให้ประชาชนประกอบอาชีพด้วยความซื่อสัตย์สุจริต”

“เราจะเริ่มต้น...ตรงไหน” ต้นเสียงถาม เป็นผู้พิพากษา

“เริ่มที่ตัวท่าน” ขงจื๊อตอบทันที “พวกท่านเป็นผู้ปกครอง ถ้าผู้ปกครองเลว ประชาชนก็เลวตาม ถ้าผู้ปกครองดี ประชาชนก็ดีตาม”

กฎของการเป็นคนดี ข้อแรก...ปฏิบัติต่อตนเองอย่างไร ก็ต้องปฏิบัติต่อผู้อื่นอย่างนั้น

นอกจากความจนที่ขงจื๊อใช้วิชาแก้ปัญหาอาชญากรรมในนครซุงตูได้ ในสำนวนไทย ยังมีคำว่า “จน” อยู่อีกสามคำ...จนแต้ม จนมุม และจนตรอก

จนแต้ม...แต้มหมายถึง ตา หรือ ช่องที่ตัวหมาก หมากรุก เสือกินวัว ฯลฯ แต้ม แปลว่า ชั้นเชิงเล่ห์เหลี่ยม ท่าทาง จนแต้ม...หมดปัญญา สิ้นท่า

จนมุม...ใช้ในเกมเล่นหมากรุก เมื่อตัวขุนเป็นรอง ถูกต้อนไปติดอยู่ที่มุมกระดาน ฝ่ายเป็นต่อรุกครั้งสุดท้าย“รุกฆาต” ตัวขุนเดินต่อไปไม่ได้

สำนวน จนแต้ม จนมุม ส่วนใหญ่ใช้กับคน

ส่วน “จนตรอก” นั้น โบราณท่านเอาอาการของหมา...หมาบ้า หมาพลัดถิ่น หลงเข้าไปในตรอก...ทางตัน ถ้าหมาด้วยกัน หรือคนจะเข้าไปรุมจัดการ...หมาตัวนั้น ก็มักสู้ตาย

สำนวนไทย “อย่าต้อนหมาจนตรอก” คนโบราณสอนให้ระวังให้มากๆ เพราะอาจเป็นอันตรายให้กับตัวเอง

ส่วนสำนวนจีน...กลยุทธ์แรก ในพิชัยสงครามสามก๊ก...ใช้สอนแม่ทัพ “ล้อมพึงเปิดช่อง” เห็นว่าได้เปรียบ โหมกำลังบุกเข้าไป ก็จะต้องเสี่ยงตายไปพร้อมกับศัตรู

รู้ความหมายของสำนวนหมาจนตรอกแล้ว ผมนึกถึงระเบิดสองลูกหน้าสยามพารากอน เรื่องเผาเอกสารที่สำนักงานใหญ่แบงก์ไทยพาณิชย์ นั่น...เป็นสัญญาณสู้...ของฝ่ายที่ถูกไล่ไปจนตรอก...หรือไม่?

ถ้าใช่...สงครามรอบใหม่ ก็กำลังจะเริ่มขึ้น.

กิเลน ประลองเชิง

11 ก.พ. 2558 09:07 11 ก.พ. 2558 09:07 ไทยรัฐ