วันจันทร์ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ปฏิกิริยาจากต่างชาติ

การเดินทางไปเยือนประเทศญี่ปุ่น อย่างเป็นทางการของ นายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ประสบความสำเร็จในแง่ของ การกระชับความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศและความร่วมมือทางการค้าการลงทุน ซึ่งประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศที่เข้ามาลงทุนในประเทศไทยมากเป็นอันดับหนึ่ง สะท้อนให้เห็นถึงสายสัมพันธ์ที่ยาวนาน

แต่ก็ใช่ว่ารัฐบาลญี่ปุ่นจะยอมรับที่มาของ รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ เสียทั้งหมด แยกเรื่องความสัมพันธ์และเศรษฐกิจจากการเมืองการปกครอง

ญี่ปุ่นก็ตั้งคำถามเดียวกับสหรัฐฯอยากให้มีการเลือกตั้งเร็วที่สุด

ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ได้ชี้แจงถึงความจำเป็นและเหตุผล แต่รับปาก จะมีการเลือกตั้งเกิดขึ้นในประเทศไทยตามโรดแม็ปไม่ปลายปีนี้ก็ต้นปีหน้า อย่างแน่นอน

ยิ่งใกล้โรดแม็ประยะที่ 3 การล้อมกรอบประชาธิปไตยในประเทศไทย ก็ยิ่งเข้มข้นขึ้น รัฐธรรมนูญหรือกติกาการเลือกตั้งจะเป็นอย่างไรก็อีกเรื่อง แต่ในที่สุดแล้วประเทศไทยก็ต้องกลับเข้าสู่ระบอบประชาธิปไตยที่มีรัฐบาลมาจากการเลือกตั้งอยู่ดี

ประเทศญี่ปุ่นถือเป็นประเทศประชาธิปไตยและเคารพในสิทธิและเสรีภาพของประชาชนมากที่สุด นักการเมือง รมต. จะไม่ค่อยกล้าซ่ากล้าเบ่ง รมต.บางกระทรวงยังขึ้นรถไฟฟ้าไปทำงาน ยิ่งกองทัพไม่มีปากเสียงอยู่ในระเบียบวินัย ดังนั้น คนญี่ปุ่นจึงไม่เห็นด้วยกับการปฏิวัติ รัฐประหาร ไม่เห็นด้วยกับการใช้ความรุนแรงของภาครัฐ

มี คนญี่ปุ่นไปประท้วง พล.อ.ประยุทธ์ พอหอมปากหอมคอ ชูป้ายไม่เอาปฏิวัติ รวมทั้งทวงถามเรื่องที่ช่างภาพนักข่าวญี่ปุ่นที่ต้องเสียชีวิตจากเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมืองในประเทศไทยด้วย

ในที่สุด พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร ผบ.ทบ.ในฐานะ คสช.ก็ออกมาตัดบทว่า การจะอนุญาตให้ อดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เดินทางออกนอกประเทศหรือไม่ ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของ คสช. เลยไม่ต้องไปเถียงกันให้เมื่อยตุ้ม

ขั้นตอนการดำเนินคดี จะเป็นอย่างไร ก็อีกเรื่อง กระบวนการยุติธรรม จะออกหัวออกก้อย ก็เป็นอีกประเด็น แต่ในฐานะที่ อดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ เป็นผู้ถูกยึดอำนาจ จึงปฏิเสธความเกี่ยวข้องกับ การเมืองไม่พ้น

ต่างชาติคงไม่มาดูรายละเอียดว่า อดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ มีความผิดฐานใด ถูกกลั่นแกล้งหรือไม่ แต่ดูว่าเป็นควันหลงมาจากการ ถูกปฏิวัติรัฐประหาร หรือไม่

ในต่างประเทศมีผู้นำหลายคนที่ต้องลี้ภัยทางการเมือง หลังที่ถูกยึดอำนาจ จนกระทั่งการเมืองในประเทศสงบ มีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งก็กลับเข้ามาสู้คดี มาเล่นการเมืองต่อ หรือ บางประเทศก็ยอมติดคุก แต่การเมืองในประเทศก็ไม่สงบ เนื่องจาก ไม่ว่าจะเป็นนักการเมืองฝ่ายไหนก็มีผู้สนับสนุนไม่มากก็น้อย

ดูจากปฏิกิริยาจากต่างประเทศเวลานี้ เห็นทีประเทศไทยจะต้องกลับเข้าสู่ระบอบประชาธิปไตยโดยเร็วที่สุด พร้อมทั้งแสดงให้เห็นว่า กระบวนการยุติธรรมของประเทศไทยไม่ได้มีไว้กลั่นแกล้งหรือขุดรากถอนโคนฝ่ายใด.

หมัดเหล็ก

11 ก.พ. 2558 09:03 ไทยรัฐ