วันพุธที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

150 ปี มหาสารคาม

โดย ซี.12

จังหวัดมหาสารคามตั้งอยู่กึ่งกลางของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จนกล่าวขานกันว่าเป็น “สะดืออีสาน” (บริเวณบึงกุย อำเภอโกสุมพิสัย) สามารถเดินทางไปถึงทุกจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือได้ภายในเวลา 3 ชั่วโมง

นี่เป็นประโยคที่ นายชยาวุธ จันทร ซึ่งเพิ่งไปรับตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคามเมื่อตอนต้นปีงบประมาณ 2558 ตั้งใจจะสื่อสารกับสังคมไทยพร้อมกับระบุว่า

นับเป็นศักยภาพทางภูมิศาสตร์การท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัด ประกอบกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สร้างกระแสการรับรู้ “ปีท่องเที่ยววิถีไทย 2558” ซึ่งเน้นการส่งเสริมการท่องเที่ยวด้านวัฒนธรรมไทย วิถีชีวิตความเป็นอยู่แบบไทย และประสบการณ์แบบไทย

มาดูกันถึงประวัติความเป็นมาของเมืองมหาสารคาม เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2408 ได้รับการประกาศให้เป็นเมืองอย่างเป็นทางการตามบันทึกของ หลวงอภิสิทธิ์สารคาม (บุดดี) ระบุว่า ท้าวมหาชัย (กวด) ได้พาผู้คนออกจากเมืองร้อยเอ็ด มาทางทิศตะวันออก ประมาณ 1,000 เส้น หรือราว 40 กิโลเมตร จึงหยุดตั้งระหว่างกุดยางใหญ่กับหนองท่ม ซึ่งเป็นที่ชุมชนที่มีผู้อาศัยอยู่บ้างแล้ว คือ บ้านจาน ประกอบกับห่างออกไปเล็กน้อย มีแหล่งน้ำ

เรียกว่า ห้วยตะคาง จึงนับว่าเป็นชัยภูมิที่มีแหล่งน้ำบริบูรณ์ จึงลงหลักปักฐานสร้างชุมชนขึ้นในบริเวณดังกล่าว

โดยแรกเริ่มเมืองมหาสารคามตั้งอยู่ในความดูแลบังคับบัญชาของ พระขัติยวงษา (จัน) เจ้าเมืองร้อยเอ็ด ซึ่งในเวลาต่อมาเป็นผู้กราบบังคมทูล พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ขอรับพระราชทาน “บ้านลาดกุดยางใหญ่” เป็นเมือง มี พระเจริญราชเดช หรือ ท้าวมหาชัย (กวด) เป็นเจ้าเมืองคนแรก

นอกจากนี้ แหล่งท่องเที่ยวด้านศาสนาของจังหวัดที่สำคัญคือ พระบรมธาตุนาดูน ซึ่งในปี พ.ศ.2522 กรมศิลปากรและราษฎรในตำบลนาดูนได้ขุดพบพระบรมสารีริกธาตุประดิษฐสถานในผอบ 3 ชั้น จากเนินดินที่เป็นซากโบราณสถานในบริเวณที่นาของราษฎร หมู่ที่ 1 ตำบลนาดูน ต่อมาภายหลังมีการก่อสร้างองค์พระบรมธาตุนาดูนแล้วเสร็จในปี พ.ศ.2528 และ 2530 คณะรัฐมนตรีได้มีมติให้จังหวัดมหาสารคามเป็นพุทธมณฑลอีสาน

นอกจากนั้นแล้ว ยังมีโบราณสถานที่ได้รับอิทธิพลของศาสนาพราหมณ์ผ่านทางชนชาติขอม ในรูปแบบสมัยลพบุรี เช่น กู่สันตรัตน์ กู่บ้านเขวา กู่บ้านแดง และกู่อื่นๆ รวมไปจนถึงเทวรูปและเครื่องปั้นดินเผาของขอมอยู่ตามผิวดินทั่วไปในจังหวัดมหาสารคาม

มหาสารคามยังมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สำคัญ และมีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ มีแห่งเดียวในประเทศไทย อาทิ ฝูงลิงแสมสีทอง ที่วนอุทยานแห่งชาติโกลัมพี อำเภอโกสุมพิสัย และ “ปูทูลกระหม่อม” หรือ “ปูแป้ง” ในเขตห้ามล่าสัตว์ป่าดูนลำพัน อำเภอนาเชือก เป็นต้น

นอกจากนี้ ยังมีงานรื่นเริงในช่วงเทศกาลประเพณีท้องถิ่น เช่น งานบุญเบิกฟ้าอำเภอเมือง งานออนซอนกลองยาวของอำเภอวาปีปทุม ฯลฯ ซึ่งเป็นงานที่สะท้อนอัตลักษณ์ และวิถีความเป็นอยู่ของชาวอีสานที่ยังคงมนต์เสน่ห์น่ามาเที่ยวชมหรือศึกษาเรียนรู้

ในปี พ.ศ.2558 จะครบรอบ 150 ปี ของการก่อตั้งเมืองมหาสารคาม ทางจังหวัดจึงขอเชิญชวนไปท่องเที่ยวตามรอยอารยธรรม เพิ่มบุญบารมีด้วยการนมัสการพระธาตุนาดูน สัมผัสวัฒนธรรมถิ่นอีสานและวิถีชีวิตคนสารคาม ณ ดินแดน “พุทธมณฑลอีสาน ถิ่นฐานอารยธรรม ผ้าไหมล้ำเลอค่า ตักศิลานคร” แห่งนี้.

“ซี.12”

11 ก.พ. 2558 09:00 11 ก.พ. 2558 09:00 ไทยรัฐ


advertisement