วันอาทิตย์ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ป.ป.ช.เรียกยิ่งลักษณ์ รายงานตัวอสส.19ก.พ.

ทหารตรวจเข้ม-รถตู้ปู บิ๊กตู่สำเร็จเยือนญี่ปุ่น

“นายกฯประยุทธ์” จบภารกิจเยือนแดนซามูไร 3 วัน ปลื้มประสบความสำเร็จหอบผลงานมาฝากคนไทย ก่อนกลับทดลองนั่งชินคันเซ็น บ่นอยากมีบ้างเพื่อประโยชน์ด้านการค้า ยันพี่ยุ่นเชื่อมั่นในโรดแม็ปที่ คสช.วางไว้ “ปู” หัวเสียดอดขึ้นเชียงใหม่เจอทหารประกบแจ โดนตั้งด่านตรวจหน้าหมู่บ้านขอดูภายในรถก่อนไปไหว้บรรพบุรุษกับญาติพี่น้อง “บิ๊กป้อม” แจงเป็นมาตรการ รปภ.บุคคลวีไอพี ไม่ได้กลัวจะหนีออกนอกประเทศ ผบ.มทบ.33 กล่าวขออภัยถ้าทำให้อดีตนายกฯไม่สบายใจ 19 ก.พ. ป.ป.ช.นัด “ปู” ไปรายงานตัว อสส.ก่อนส่งฟ้องศาลฎีกา กกต.ชักใบแดง-เล่นอาญา 2 อดีต ส.ว. “อริสมันต์” เอี่ยวด้วยช่วยแจกซีดีจูงใจ

การเดินทางเยือนประเทศญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 8-10 ก.พ.ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.เสร็จสิ้นลงแล้วและได้นำความสำเร็จหลายอย่างกลับมาฝากคนไทย

“บิ๊กตู่” ดูกิจการรถไฟโตเกียว

วันที่ 10 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การเดินทางเยือนประเทศญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการในวันที่ 3 ของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. เริ่มขึ้นเมื่อเวลา 08.10 น. (ตามเวลาท้องถิ่น) พล.อ.ประยุทธ์และคณะเดินทางไปยังอาคารซาเปีย ทาวเวอร์ (Sapia Tower) สถานีรถไฟโตเกียว เพื่อรับฟังบรรยายสรุปเกี่ยวกับสถานีรถไฟโตเกียว และการพัฒนาด้านระบบรางของญี่ปุ่น พร้อมชมบรรยากาศการจัดการจราจรในชั่วโมงเร่งด่วนของรถไฟสายต่างๆในกรุงโตเกียว โดยมีนายฮิโรชิ มูโตะ รองปลัดกระทรวงที่ดิน โครงสร้างพื้นฐานการขนส่งและการท่องเที่ยวของญี่ปุ่น และนายเท็ดซูโระ โทมีตะ ประธานบริษัทเจอาร์ อีสท์ ให้การต้อนรับ

ทดลองนั่งชินคันเซ็นไปโอซากา

โดย พล.อ.ประยุทธ์กล่าวระหว่างรับฟังบรรยายสรุปว่า ประเทศไทยมีแผนการพัฒนาเส้นทางรถไฟ โดยเริ่มจากพัฒนารางรถไฟขนาดมาตรฐาน 1.435 เมตร อยากให้มีชินคันเซ็นในไทยเช่นกัน แต่ต้องขึ้นอยู่กับญี่ปุ่นให้การสนับสนุน เชื่อหากไทยมีรถไฟความเร็วสูงจะเป็นประโยชน์ในด้านการค้าขาย จะช่วยส่งเสริมให้ผู้มีรายได้น้อยได้อย่างยั่งยืน จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์และคณะไปเยี่ยมชมศูนย์ควบคุมรถไฟความเร็วสูงชินคันเซ็น ที่ชั้น 10 สถานีรถไฟโตเกียว ก่อนทดลองนั่งรถไฟความเร็วสูงชินคันเซ็น จากสถานีโตเกียวไปยังนครโอซากา

ปลื้ม “อาเบะ” หนุนไทยนำทัพ

ต่อมาเวลา 11.45 น. พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ถึงผลการเยือนประเทศญี่ปุ่นว่า ได้พบปะหารือร่วมกับภาครัฐและภาคธุรกิจของญี่ปุ่นหลายราย หารือทวิภาคีกับนายชินโซะ อาเบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น เน้นย้ำถึงความเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ระหว่างกัน และความร่วมมือในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับประชาคมอาเซียน โดยสนับสนุนไทยให้เป็นตัวขับเคลื่อนการเจริญเติบโตในภูมิภาค โดยเฉพาะโครงการพัฒนาระบบราง และได้นำเสนอเรื่องการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษตามแนวชายแดน 4 ประเทศ เพื่อเป็นการส่งเสริมโอกาสทางเศรษฐกิจ พอใจในการเดินทางเยือนครั้งนี้ ญี่ปุ่นให้เกียรติไทยอย่างเต็มที่ พูดคุยกันหลายมิติ นำปัญหาและอุปสรรคต่อการค้าและการลงทุนมาร่วมกันแก้ไข เพื่อหาแนวทางการทำให้ประชาชนอยู่ดีมีสุข

ชี้พี่ยุ่นเชื่อมั่นโรดแม็ป คสช.

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวถึงการชี้แจงสถานการณ์การเมืองของไทยทำความเข้าใจกับฝ่ายญี่ปุ่นด้วยว่า ญี่ปุ่นเข้าใจและเชื่อมั่นด้วยดี เพราะประเทศไทยเดินหน้าสู่ระบอบประชาธิปไตยตามแผนโรดแม็ปที่วางไว้ โดยการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับถาวรจะใช้เวลาอีกไม่นาน คาดจะจัดให้มีการเลือกตั้งได้ในช่วงต้นปี 2559 และได้ยืนยันว่าเข้ามาเพื่อแก้ปัญหาความขัดแย้งให้ประเทศไทยเดินไปข้างหน้า มีประชาธิปไตยที่เข้มแข็งและยั่งยืน

กระทั่งเวลา 16.00 น. พล.อ.ประยุทธ์และคณะได้เดินทางออกจากท่าอากาศยานนานาชาติคันไซ นครโอซากา เพื่อกลับประเทศไทยถึงท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ประมาณเวลา 20.10 น. วันเดียวกัน (10 ก.พ.)

แจงได้ รบ.พลเรือน-ทหารกลับกรม

วันเดียวกัน สำนักข่าวเอพีรายงานอ้างคำสัมภาษณ์ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ผ่านหนังสือพิมพ์นิเคอิของญี่ปุ่น โดย พล.อ. ประยุทธ์กล่าวว่า กองทัพมีบทบาทที่เหมาะสมในฐานะหน่วยงานหนึ่งของรัฐบาล ไม่ต้องเป็นห่วงในเรื่องนี้ กองทัพจะกลับเข้าสู่กรมกองแน่นอน หากมีการเลือกรัฐบาลพลเรือนกันเสร็จเรียบร้อย ซึ่งอย่างเร็วที่สุดก็คือจัดการเลือกตั้งภายในสิ้นปีนี้ ผู้สื่อข่าวถามว่า มีความเป็นไปได้มากแค่ไหนที่จะเกิดการรัฐประหารขึ้นอีก พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ประเทศไทยไม่เหมือนกับประเทศอื่นๆ หากบางสิ่งบางอย่างไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ ทางกองทัพก็จะแก้ให้เอง

“บิ๊กป๊อก” ยันเร่งคืน ปชต.เต็มที่แล้ว

ที่สโมสรทหารบก พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีที่นายแพทริค เมอร์ฟีย์ อุปทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย ยังคงแสดงท่าทีให้ประเทศไทยเร่งคืนประชาธิปไตยโดยเร็วว่า ทุกฝ่ายเห็นตรงกันรวมทั้งคนไทยก็เห็นตรงกัน ที่อยากให้ประเทศไทยกลับเข้าสู่ความเป็นประชาธิปไตยที่ยั่งยืน ซึ่งต้องมีกฎหมายรองรับโดยเฉพาะรัฐธรรมนูญ ซึ่งกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญก็เร่งเต็มที่ เพื่อไปสู่การเลือกตั้ง ทั้งนี้ กรรมาธิการอยู่ระหว่างการรวบรวมความคิดเห็น และข้อเสนอแนะจากทุกภาคส่วน จากนั้นต้องมีการจัดทำกฎหมายลูกออกมาให้เร็ว อย่างไรก็ตาม มองว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญมากอาจจะมีปัญหา เพราะจะทำให้ทุกกระทรวง ทบวง กรม จะต้องมีการแก้ไขกฎระเบียบตามมาอีกจำนวนมาก ซึ่งต้องใช้เวลา เมื่อถามว่า ต่างประเทศพยายามบีบให้กระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญเร็วขึ้นกว่านี้ พล.อ.อนุพงษ์ ตอบว่า ไม่บีบหรอก แต่เราก็บีบตัวเองเหมือนกันเพื่อให้เป็นไปตามโรดแม็ป

“ปู” ขึ้นเชียงใหม่–ทหารประกบแจ

สำหรับความเคลื่อนไหวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หลังคณะรักษาความสงบ แห่งชาติ (คสช.) ไม่อนุญาตให้เดินทางออกนอกประเทศตามคำขอ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้เดินทางไป จ.เชียงใหม่ ตั้งแต่ช่วงบ่ายวันที่ 9 ก.พ. เพื่อพักผ่อนและทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้กับบรรพบุรุษ ร่วมกับพี่สาว นางเยาวเรศ ชินวัตร อดีตประธานสภาสตรีแห่งชาติ นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ อดีต ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย และญาติพี่น้องตระกูลชินวัตร ซึ่งการเดินทางครั้งนี้ ด.ช.ศุภเสกข์ อมรฉัตร (น้องไปก์) บุตรชาย ไม่ได้เดินทางไปด้วย โดยเมื่อถึง จ.เชียงใหม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์เข้าพักอยู่ที่หมู่บ้านกรีนวัลเลย์ อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ทันที ขณะที่ในช่วงค่ำวันที่ 9 ก.พ. ปรากฏว่าได้มีทหารจากกองทัพภาคที่ 3 เข้าไปสอบถามเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยหน้าหมู่บ้านว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์อยู่บ้านหรือไม่ และทหารอยู่เฝ้าสังเกตการณ์ต่อเนื่องถึงเช้าวันที่ 10 ก.พ.

เจอด่านทหาร–ตร.ขอตรวจค้นรถ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 10.00 น. ของ วันที่ 10 ก.พ. ระหว่างรถที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์นั่ง ซึ่งเป็นรถตู้โฟล์ก สีทอง ทะเบียน กธ 77 เชียงใหม่ พร้อมรถผู้ติดตามออกจากบ้านในหมู่บ้านกรีนวัลเลย์ เพื่อไปทำบุญอุทิศส่วนกุศลที่วัดโรงธรรมสามัคคี ต.สันกำแพง อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ ได้มีทหารจากกองทัพภาคที่ 3 และตำรวจประมาณ 20 นาย ตั้ง ด่านอยู่ ซึ่งเมื่อขบวนรถของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ขับถึงด่าน เจ้าหน้าที่ได้โบกให้หยุดและขอคุยกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ซึ่ง น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้ลดกระจกลง โดยเจ้าหน้าที่ได้ขอให้เปิดประตูเพื่อขอดูภายในรถ ซึ่ง น.ส.ยิ่งลักษณ์แสดงสีหน้าไม่พอใจ แต่ก็เปิดประตูให้ตามคำขอ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ไม่ได้มีการตรวจค้น แต่ใช้วิธียืนดูเท่านั้น

ขณะที่รถผู้ติดตามได้ถูกตรวจค้นทั้งหมด หลังจากนั้นได้ให้รถ น.ส.ยิ่งลักษณ์ออกจากหมู่บ้านไป แต่เจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจ ได้ติดตามความเคลื่อนไหวของอดีตนายกฯ ตลอดทั้งวัน อย่างไร ก็ตาม หลังจากถูกตรวจค้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้เดินทางไปร่วมทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้กับบรรพบุรุษที่วัดโรงธรรมสามัคคีตามปกติ รวมทั้งได้เดินที่ตลาดสันกำแพงด้วย ซึ่งก็ยังคงได้รับการต้อนรับจากประชาชนจ.เชียงใหม่ ทั้งนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์จะพักผ่อนอยู่ที่
จ.เชียงใหม่ ถึงวันที่ 13 ก.พ.

“บิ๊กป้อม” บอกไม่ได้กลัว “ปู” หนี

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคงและ รมว.กลาโหม กล่าวว่า ยืนยัน คสช.ไม่ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เข้าไปควบคุม ติดตามน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ แต่เป็นการดูแล รักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ตามปกติ ถือเป็นความปรารถนาดี เพื่อป้องกันการสร้างสถานการณ์ของมือที่ 3 คสช.จะดูแลเพียงภาพรวมตลอดถึงการรักษาความปลอดภัยบุคคลระดับวีไอพี รวมถึงที่กรุงเทพฯก็มีการดูแลตามปกติ ยืนยันไม่ได้ส่งเจ้าหน้าที่ตามประกบอดีตนายกฯ ส่วนที่อดีตนายกฯไม่สบายใจต่อเหตุการณ์ดังกล่าว แม่ทัพภาคที่ 3 คงจะมีการขยับขยายจุดตรวจดังกล่าวแล้ว และตนจะติดตามดูอีกที ขอย้ำว่าการที่เจ้าหน้าที่เข้าไปดูแล ไม่ใช่เกรงว่าอดีตนายกฯจะหลบหนี เพราะเป็นผู้ใหญ่และเป็นถึงอดีตนายกฯ อีกทั้งการดำเนินการของ คสช.เป็นไปตามปกติ ไม่ใช่การแก้แค้นหรือจำกัดว่าท่านต้องไปอย่างโน้นอย่างนี้

ผบ.มทบ.33 สั่งเลิกด่านแล้ว

พล.ท.สาธิต พิธรัตน์ แม่ทัพภาคที่ 3 กล่าวว่า ขอยืนยันว่าทหารไม่ได้ตรวจค้นรถของอดีตนายกรัฐมนตรีแต่อย่างใด แต่ทางทหารของมณฑลทหารบกที่ 33 (มทบ.33) ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรภาค 5 ทำหน้าที่รักษาความปลอดภัย โดยตั้งจุดตรวจ จุดสกัดดูแลความมั่นคงเท่านั้น

พล.ต.ศรายุทธ รังษี ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 33 (ผบ.มทบ.33) กล่าวว่า ต้องขออภัย หากทำให้อดีตนายกฯไม่สบายใจ แต่ทหารตั้งจุดตรวจร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อดูแลบุคคลระดับ VIP โดยเบื้องต้นได้สั่งยกเลิกด่านจุดตรวจดังกล่าวแล้ว ทั้งนี้ ขอชี้แจงว่าทหารมีวิธีดูแลรักษาความปลอดภัยบุคคลระดับวีไอพีในพื้นที่ตามระเบียบอยู่แล้ว และไม่ได้เป็นการตามประกบ อย่าคิดมากว่า ทหารตามเพราะกลัวหนีออกนอกประเทศ แต่เป็นการดูแล บุคคลสำคัญตามระเบียบเท่านั้น

อสส.นัด “ปู” รายงานตัว 19 ก.พ.

นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธาน ป.ป.ช. กล่าวถึงความคืบหน้าการเรียกตัว น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ไปรายงานตัวต่ออัยการสูงสุด ในคดีไม่ยับยั้งความเสียหายโครงการจำนำข้าว เพื่อดำเนินการฟ้องคดีต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองว่า ล่าสุดเมื่อวันที่ 10 ก.พ. นายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการ ป.ป.ช.ได้ทำหนังสือถึง น.ส.ยิ่งลักษณ์ให้ไปรายงานตัวต่ออัยการสูงสุดในวันที่ 19 ก.พ.เวลา 10.00 น. เพื่อนำตัวส่งฟ้องศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองต่อไป

คดี “บุญทรง” ส่งสำนวนสัปดาห์หน้า

นายปานเทพกล่าวว่า ส่วนความคืบหน้าการส่งสำนวนคดีอาญานายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์และพวก ที่ถูก ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดกรณีทุจริตระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ให้แก่อัยการสูงสุด ขณะนี้คณะกรรมการ ป.ป.ช.ได้ลงลายมือชื่อรับรองสำนวนเสร็จเรียบร้อยแล้ว กำลังให้เจ้าหน้าที่รีบประสานกับฝ่ายอัยการสูงสุดอยู่ เนื่องจากต้องส่งสำนวนคดีให้อัยการสูงสุดภายใน 14 วัน หลังจากวันที่ ป.ป.ช.มีมติรับรองสำนวนภายใน 14 วัน คาดว่าจะส่งสำนวนคดีดังกล่าวให้อัยการสูงสุดได้ภายในสัปดาห์หน้า

สปช.ดึง คสช.–ครม.–สนช.เป็นวิป

ที่รัฐสภา นายวันชัย สอนศิริ โฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญกิจการสภาปฏิรูปแห่งชาติ (วิป สปช.) แถลงว่า เนื่องจากนายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เห็นว่าต่อไปต้องทำงานอย่างใกล้ชิดกับคณะรัฐมนตรี (ครม.) คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) จึงจำเป็นต้องแก้ข้อบังคับการประชุมเพื่อให้บุคคลจาก ครม. คสช.และ สนช.เข้ามาเป็นวิป สปช.ได้ เพราะอยากให้การทำงานเดินไปในทิศทางเดียวกัน ส่วนในวันที่ 11 ก.พ. เวลา 11.30 น. จะมีการประชุมร่วมกันของคณะกรรมการประสานงานของประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ เพื่อพิจารณาความคืบหน้าของคณะกรรมาธิการ 18 คณะ และคณะกรรมการชุดพิเศษอีก 5 คณะ โดยมีตัวแทนจาก สนช. ครม.และ คสช.ร่วมตรวจการบ้าน โดย สปช.จะรายงานความคืบหน้าวาระการปฏิรูป 36 วาระอย่างละเอียดเพื่อเร่งรัดให้ทันตามกำหนดกรอบการปฏิรูปที่ต้องทันภายใน 21 ก.พ. และต้องดำเนินการให้เสร็จภายใน 10 เม.ย. และภายใน 15 มี.ค. จะมีความชัดเจนในกรอบการปฏิรูปตำรวจ

“มาร์ค” เดาแผนปฏิรูปไม่ออก

เมื่อเวลา 10.00 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เดินทางไปที่วัดลำลูกบัว อ.ดอนตูม จ.นครปฐม เพื่อเป็นประธานในงานทำบุญอุทิศถวายบูรพาจารย์ ผู้ที่ทำคุณประโยชน์ให้กับวัด ทำบุญให้กับพระครูสันติธรรมานันท์ เจ้าอาวาสวัดลำลูกบัว จากนั้นร่วมกับพระครูสันติธรรมานันท์ เปิดพิพิธภัณฑ์พระครูพัฒนาภินันท์ หรือ “หลวงพ่อแกละ” อดีตเจ้าอาวาสวัดลำลูกบัว เพื่อให้ประชาชน นักเรียนได้ศึกษา โดยมีประชาชนให้การต้อนรับกว่า 300 คน โดยนายอภิสิทธิ์กล่าวเพียงสั้นๆว่า ที่มาในวันนี้เพราะเคารพนับถือและเป็นศิษย์พระครูสันติธรรมานันท์ และขณะนี้ไม่สามารถทำกิจกรรมทางการเมืองได้ ได้แต่ส่งความห่วงใยถึงประชาชน พร้อมกำชับอดีต ส.ส. สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ให้ดูแลประชาชนในพื้นที่เท่าที่ทำได้ ส่วนการปฏิรูปประเทศ ที่ผ่านมาพยายามเสนอแนะแนวทางไปยังทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องมาตลอด แต่ไม่รู้จะเป็นอย่างไร

กสม.จวก กมธ.รธน.ชงยุบรวม

ที่รัฐสภา คณะอนุกรรมาธิการ (กมธ.) ปฏิรูปโครงสร้างทางการเมืองและองค์กรอิสระใน กมธ.ปฏิรูปการเมือง สปช. มีการประชุมเพื่อพิจารณาศึกษาสภาพโครงสร้างขององค์กรอิสระ ที่มีนายดิเรก ถึงฝั่ง รองประธานคณะอนุ กมธ.เป็นประธานในการประชุม ได้เชิญนางอมรา พงศาพิชญ์ ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) พร้อมผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมชี้แจง โดยนายนิรันดร์ พิทักษ์วัชระ กสม. กล่าวว่า ที่หลายฝ่ายมองว่ามีการทำงานซ้ำซ้อนแท้จริงแล้วเป็นการซ้ำซ้อนเพียงแค่ชื่อเพียงเท่านั้น แต่รายละเอียดการทำงานยังมีความแตกต่างกัน กสม.ทำงานมากกว่าการตรวจสอบ แต่ กมธ.ยกร่างฯ ยังเข้าใจผิดว่า องค์กรพิทักษ์สิทธิคือกรรมการสิทธิ ทั้งที่จริงองค์กรพิทักษ์สิทธิเป็นเรื่องของประชาชน แต่ กสม.มีหน้าที่ปกป้องและคุ้มครองนักต่อสู้สิทธิมนุษยชน ที่เราไม่เห็นด้วยกับการควบรวมองค์กรทั้งสองเข้าด้วยกัน เพราะเห็นว่าเป็นการเสียผลประโยชน์ของประชาชน

กกต.ชักใบแดง 2 อดีต ส.ว.

ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายดุษฎี พรสุขสวัสดิ์ รองเลขาธิการด้านสืบสวนสอบสวน สำนักงาน กกต.แถลงภายหลังการประชุม กกต.ว่า ที่ประชุมมีมติสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งและดำเนินคดีอาญา น.ส.วิลดา อินฉัตร อดีต ส.ว.ศรีสะเกษ จากการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 30 มี.ค. 57 กรณีให้นายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง นำแผ่นซีดีไปแจกให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งเพื่อจูงใจ และกรณีรู้เห็นเป็นใจให้นายอริสมันต์ นายพรชัย มณีนิล หาเสียงด้วยวิธีการใส่ร้ายคู่แข่ง และหลอกลวงผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่มาประชุมเพื่อต้อนรับ พล.อ.ชัยสิทธิ์ ชินวัตร ด้วยการนำรูปภาพของนายสมภพ มั่นคง ผู้สมัครพรรคประชาธิปัตย์ ตัดต่อเป็นภาพคู่กับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. เพื่อแสดงให้เห็นว่านายสมภพเป็นแนวร่วม กปปส.ทำให้เกิดความเข้าใจผิดในตัวนายสมภพ จูงใจให้ผู้มีสิทธิลงคะแนนให้กับตนเอง

เล่นอาญา “อริสมันต์” แจกซีดี

นายดุษฎีกล่าวอีกว่า ในกรณีนี้ กกต.ได้สั่งให้ดำเนินคดีอาญานายอริสมันต์ด้วย นอกจากนี้ยังสั่งให้มีการเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งและดำเนินคดีอาญากับนายศักดิ์ดา ศรีวิริยะไพบูลย์ อดีต ส.ว.ระนองเช่นเดียวกัน เนื่องจากสนับสนุนนำปฏิทินประจำปี 2557 ที่มีภาพตราสัญลักษณ์ของพรรคประชาธิปัตย์ ภาพนายวิรัช ร่มเย็น อดีต ส.ส.ระนอง และภาพของตนเอง

ป.ป.ช.ไร้มติแจ้งข้อหา “มาร์ค-เทือก”

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่สำนักงาน ป.ป.ช. มีการประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีนายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธาน ป.ป.ช. เป็นประธาน เพื่อพิจารณาเรื่องการแจ้งข้อกล่าวหาคดีการถอดถอนนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี กรณีการสั่งการสลายการชุมนุมกลุ่มเสื้อแดงเมื่อปี 2553 ระหว่างวันที่ 30 เม.ย.-19 พ.ค.53 ภายหลังการประชุมนายปานเทพกล่าวว่า ที่ประชุม ป.ป.ช.ยังไม่มีมติว่า จะแจ้งข้อกล่าวหาคดีถอดถอนทั้งสองคนหรือไม่ เนื่องจากข้อเท็จจริงยังไม่สมบูรณ์เพียงพอที่จะวินิจฉัยได้ และยังมีกรณีที่ต้องพิจารณาข้อกฎหมายตาม พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 มาตรา 17 จึงให้เจ้าหน้าที่ไปสรุปสำนวนเสนอให้องค์คณะ ป.ป.ช.พิจารณาอีกครั้งในวันที่ 24 ก.พ. เพื่อนำเข้าสู่ที่ประชุมใหญ่ในวันที่ 26 ก.พ.ต่อไป ส่วนความคืบหน้าการดำเนินคดีอาญาการสลายการชุมนุมกลุ่มเสื้อแดงนั้น ขณะนี้ข้อมูล ข้อเท็จจริงยังไม่สมบูรณ์เพียงพอที่จะนำมาพิจารณาได้ ต้องรอการรวบรวมข้อมูลเพิ่มเติมก่อน

“พระสุเทพ” บิณฑบาตย่านรามฯ

ที่บริเวณลานพ่อขุน ม.รามคำแหง องค์การนักศึกษา สภานักศึกษา มหาวิทยาลัยรามคำแหง โดยพรรคสานแสงทอง ร่วมกับกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าย่านรามคำแหง และสมาชิกแนวร่วม กปปส. ได้จัดกิจกรรมทำบุญตักบาตร และถวายภัตตาหาร แก่พระสุเทพ ปภากโร พระอิสสระ โกสโล (นายอิสสระ สมชัย) และพระอุทัย อุทโย (นายอุทัย ยอดมณี) วัดธารน้ำไหล (สวนโมกข์พลาราม) อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี และพระจากวัดชลประทานรังสฤษฏ์ จ.นนทบุรี รวม 9 รูป โดยมีนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย น.ส.จิตภัสร์ กฤดากร สองแกนนำ กปปส. พ่อค้า แม่ค้า ประชาชน ย่านรามคำแหง และนักศึกษามาร่วมทำบุญตักบาตรพระสุเทพกันอย่างคึกคัก ท่ามกลางกำลัง เจ้าหน้าที่ทหาร จาก ร.12 พัน.2 รอ. เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทั้งในและนอกเครื่องแบบจาก บก.น.4 และ สน.หัวหมาก ประมาณ 50 นาย เฝ้ารักษาความปลอดภัยพื้นที่โดยรอบ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการเดินทางมารับบิณฑบาตครั้งนี้ พระสุเทพได้เชิญชวนนักศึกษาม.รามคำแหงและประชาชนที่สนใจร่วมบวชเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และภายหลังฉันอาหารเช้า พระสุเทพได้เดิน ทางไปตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งและเยี่ยมญาติโยมเป็นการส่วนตัว ก่อนเดินทางกลับไปจำวัดชลประทานรังสฤษฎ์ในช่วงเย็น

ขนเรือ 50 ลำจัดตลาดน้ำทำเนียบฯ

ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า สำหรับความคืบหน้าการเปิดตลาดน้ำวิถีไทย คลองผดุงกรุงเกษม ข้างทำเนียบรัฐบาล ตามแนวคิดของ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.มอบหมายให้ กทม.ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศ ไทยเป็นผู้จัด ซึ่งจะมีพิธีเปิดในวันที่ 12 ก.พ. โดยวันนี้เจ้าหน้าที่ของ กทม.ได้นำเรือพาย ประมาณ 50 ลำ มาลอยลำไว้ในคลองผดุงกรุงเกษม เพื่อให้พ่อค้าแม่ค้าใช้ขายของ นอกจากนั้นยังจัดทำซุ้มขายของให้บริการควบคู่กับตลาดน้ำด้วย ทั้งนี้ การเปิดตลาดน้ำดังกล่าวมีวัตถุประสงค์ในการรักษาเอกลักษณ์ความเป็นไทย และส่งเสริมการตลาดในการสร้างรายได้ กระตุ้นเศรษฐกิจ

“บิ๊กตู่” ยันไม่ได้ตั้งด่านหวังค้นรถ “ปู”

ต่อมาเวลา 21.10 น. ที่ท่าอากาศยานทหาร2 กองบิน 6 (บน.6) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ให้สัมภาษณ์ภายหลังเดินทางกลับจากญี่ปุ่นถึงกรณีทหารเข้าตรวจค้นรถยนต์ของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่ จ.เชียงใหม่ ว่า ยังไม่ทราบ เดี๋ยวจะสอบถามผู้ที่เกี่ยวข้องดู

“คงไม่มีอะไรหรอก เขาคงเป็นกังวล ก็คงไม่มีอะไรหรอกนะ ก็เป็นเรื่องที่เจ้าหน้าที่เขาตรวจรถทุกคัน ก็แล้วแต่มันก็ต้องตรวจ บังเอิญเจอรถของอดีตนายกฯ พอดี พอเจอแล้วเขาคงไม่ค้นต่ออะไรมากมายอยู่แล้ว จะไปค้นอะไรกันนักหนา” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า แต่มีการมองว่าการกระทำดังกล่าว เหมือนไม่ให้เกียรติอดีตนายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “ก็ให้เกียรติมาโดยตลอด นี่ก็ให้เกียรติ”

เผย อสส.เป็นคนชงห้ามไปนอก

สำหรับเรื่องการไม่อนุญาตให้เดินทางไปต่างประเทศ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ตนไม่ได้สั่งการ เป็นเรื่องอัยการสูงสุดได้ทำเรื่องมาเป็นเอกสาร ผู้สื่อข่าวถามว่า สรุปว่าอัยการสูงสุดเป็นคนทำหนังสือถึง คสช.ไม่ให้อดีตนายกฯเดินทางออกนอกประเทศใช่หรือไม่ นายกฯกล่าวว่า “ถูกต้อง ผมเห็นเอกสารดังกล่าว เอกสารบอกมาชัดเจน” เมื่อถามว่า อัยการสูงสุดยืนยันไม่ได้ทำเอกสารดังกล่าวมาที่ คสช. พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “ก็ไปดูเอกสารอัยการสูงสุดสิ มันมีเอกสารอยู่ เพียงแต่ไม่ได้เอามาเผยแพร่ให้พวกคุณดู เขาขอว่าเอาไว้ก่อน เขาใช้คำว่าไม่ควรให้เดินทาง ผมก็อนุมัติตามเสนอ เข้าใจยัง”

“นายกฯประยุทธ์” จบภารกิจเยือนแดนซามูไร 3 วัน ปลื้มประสบความสำเร็จหอบผลงานมาฝากคนไทย ก่อนกลับทดลองนั่งชินคันเซ็น บ่นอยากมีบ้างเพื่อประโยชน์ด้านการค้า ยันพี่ยุ่นเชื่อมั่นในโรดแม็ปที่ คสช.วางไว้... 11 ก.พ. 2558 07:37 ไทยรัฐ