วันพุธที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
วสท.ชี้อาคาร SCB  ไม่ปลดล็อกระบบจับควัน ทำระงับเหตุเพลิงไหม้ล่าช้า

วสท.ชี้อาคาร SCB ไม่ปลดล็อกระบบจับควัน ทำระงับเหตุเพลิงไหม้ล่าช้า

  • Share:

วสท.ตรวจจุดไฟไหม้ชั้น 10 อาคาร SCB เบื้องต้นไม่พบเสาร้าว คาดส่งรู้ผลความมั่นคงของอาคารใน 2 สัปดาห์ ติงระบบจับควันไม่ปลดล็อกอัตโนมัติ จากการฉีดยากันยุง ชี้เป็นความชะล่าใจจึงระงับเหตุไม่ทันใน 20 นาที รวมถึงพื้นที่อาคารเป็นอุปสรรคการทำงานของ จนท.ดับเพลิง...

เมื่อวันที่ 9 ก.พ. นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ นายกวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย (วสท.) พร้อมด้วย นายสิริวัฒน์ ไชยชนะ เลขาธิการ วสท. และน.ส.บุษกร แสนสุข ประธานคณะกรรมการสาขา วิศวกรรมความปลอดภัย วสท. แถลงเหตุเพลิงไหม้อาคารชั้น 10 โซนเอ ธนาคารไทยพาณิชย์ สำนักใหญ่ รัชโยธิน เมื่อวันที่ 7 ก.พ. 58 ที่ผ่านมาเนื่องจากเหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความสับสนในสังคม โดยนายสิริวัฒน์ ระบุว่า อาคารดังกล่าวมีความทันสมัยเมื่อ 20 ปีที่ผ่านมา แต่ได้พัฒนาอุปกรณ์อยู่ตลอดเวลา จากการตรวจสอบลิฟต์สามารถใช้การได้ แต่มีทางขึ้นลงอยู่ศูนย์กลางที่เป็นลักษณะสามเหลี่ยม ทำให้เกิดความสับสนและถือเป็นจุดอ่อน


ส่วนพื้นที่เกิดเหตุพบเอกสารและอุปกรณ์ไหม้เกือบทั้งหมด รวมถึงพื้นอาคารชั้น 10 และเพดานชั้น 11 เกรงว่าจะเกิดการยุบตัวหรือไม่ จึงต้องขอความร่วมมือให้เจ้าหน้าที่ธนาคารขนของในชั้น 11 ออกจากพื้นที่ เพื่อเข้าตรวจสอบ ส่วนเสาไม่พบรอยร้าว เนื่องจากเสาจะต้องรองรับน้ำหนักอาคารอีก 24 ชั้นที่อยู่ด้านบน แต่จะต้องตรวจสอบว่าความร้อนจากเพลิงไหม้จะแทรกซึมเข้าไปในเนื้อคอนกรีตของ อาคารมากเพียงใด และหากอาคารยังรับน้ำหนักของอาคารได้ถึงร้อยละ 85 แสดงว่ายังมีความแข็งแรงเพียงพอที่จะปรับปรุง และซ่อมแซมต่อไป

“วสท. จะเร่งดำเนินการตรวจสอบให้เสร็จภายใน 30 วัน ตามที่ กทม.กำหนด และในวันพรุ่งนี้ทางวสท. จะเข้าตรวจสอบภายใน 1 สัปดาห์ รวมถึงจัดทำรายงานด้านความปลอดภัยและคาดว่าภายใน 2 สัปดาห์จะทราบถึงความมั่นคงของอาคาร”

ด้าน น.ส.บุษกร กล่าวว่า อาคารดังกล่าวจัดเป็นอาคารขนาดสูง และมีระบบอัตโนมัติในการป้องกันหากเกิดเหตุไหม้ ซึ่งควรจะระงับเหตุได้ภายใน 20 นาที แต่เหตุที่เกิดขึ้นใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมง จากตรวจสอบพบระบบความปลอดภัยไม่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากระบบควบคุมความปลอดภัยของอาคารที่อาจจะไม่อยู่ในสถานภาพปลดล็อกอัตโนมัติ รวมถึงในวันที่เกิดเหตุทางอาคารได้ฉีดยากันยุง ซึ่งควันจากยาอาจจะรบกวนอุปกรณ์ตรวจจับควัน

“ทางอาคารอาจจะชะล่าใจในเสียงแจ้งเตือนเพราะไม่ทราบว่าจะเกิดเหตุไฟไหม้จริง จึงระงับเหตุไม่ทัน รวมถึงในสำนักงานมีเอกสารกองอยู่เป็นจำนวนมาก ถือเป็นเชื้อเพลิงที่เกินกว่าความสามารถของอุปกรณ์ทำให้ไม่สามารถควบคุมเพลิงได้”

นอกจากนี้ ยังพบการแพร่กระจายของควันไฟซึ่งไหลเข้าไปยังบันไดหนีไฟ และระบบไม่ปลดล็อกเมื่อเกิดเหตุ ทำให้เจ้าหน้าที่ดับเพลิงทำงานได้ยากขึ้น การเข้าระงับเหตุจึงมีความล่าช้า อีกทั้งรถดับเพลิงขนาดใหญ่ได้ไปถึงที่เกิดเหตุแล้วแต่ไม่สามารถเข้าระงับเพลิงได้ เนื่องจากพื้นที่อาคารไม่เพียงพอต่อการติดตั้งอุปกรณ์

ทั้งนี้ อยากฝากถึงอาคารใหญ่ทั่วประเทศว่า หากมีการปรับเปลี่ยนการใช้งานควรจะปรับระบบรักษาความปลอดภัยให้ได้เข้ากับการใช้งานและควรตรวจเช็กสภาพอุปกรณ์ในทุกๆ 3 เดือน.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้