วันจันทร์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ลุ้นถ้วยเอเชีย

บทสรุปของศึกลูกหนังชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 43 ที่เมืองย่าโม โคราช ของขุนพลนักเตะ “ช้างศึก” ทีมชาติไทย ทำได้ดีที่สุดคือตำแหน่ง “รองแชมป์” หลังเกมนัดสุดท้ายเปิดฉากพับสนามบุกเข้าใส่ทีม “พลังโสม” เกาหลีใต้ชุด ยู-22 แบบวันเวย์ แต่สุดท้ายเจาะตาข่ายไม่สำเร็จ จึงเสมอกันไปแบบบัวไม่ช้ำน้ำไม่ขุ่น 0-0

แม้เกมนี้แขังพลังหนุ่มทีมชาติไทยจะเอาชนะนักเตะแดนกิมจิไม่ได้ แต่ก็เอา “ชนะใจ” แฟนบอลทั้งประเทศ กับฟอร์มการเล่นที่ดูจะเข้าตากรรมการ และถูกอกถูกใจกองเชียร์มากที่สุดกับเกมทั้ง 3 นัดในคิงส์คัพหนนี้

ผมเชื่อเหลือเกินว่าทุกเกมที่ลงสนามในศึกคิงส์คัพ จะเป็นบทเรียนและประสบการณ์อันล้ำค่าสำหรับลูกทีมของกุนซือ “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ในการพัฒนาอัพเกรดทีมบอลไทยของเราให้ออกจากกะลาอาเซียน เพื่ออัพเกรดพัฒนาทีมให้ก้าวไปสู่การเป็นแถวหน้าของทวีปเอเชียให้ได้ในอนาคต

หลังออกแรงลุ้นเชียร์ขุนพลช้างศึกในคิงส์คัพกันไปแล้ว วันอังคารที่ 10 ก.พ.นี้ แฟนลูกหนังชาวไทยก็จะได้เชียร์กันต่อเนื่อง กับ 2 สโมสรตัวแทนลีกไทย ในการลงทำศึกฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรเอเชีย เอเอฟซี แชมเปียนส์ลีก 2015 รอบคัดเลือก “รอบ 2” ที่จะเตะกันแบบ “น็อกเอาต์” โป้งเดียวจอดในแมตช์เดียว

โดยแชมป์ เอฟเอคัพ “กระต่ายแก้ว” บางกอกกล๊าส เอฟซี จะเปิดรังลีโอ สเตเดียม พบกับ ยะโฮร์ ดารุล ทาชิม แชมป์มาเลเซียนลีกจากมาเลเซีย ที่รอบแรกต้องออกแรงหนัก กว่าจะเอาชนะเบงกาลูรู แชมป์จากอินเดียมาได้ในช่วงทดเจ็บ 2-1 ในเวลา 19.00 น.

และอีกคู่ เตะทุ่มตรงเช่นกัน ระหว่าง “ฉลามชล” ชลบุรี เอฟซี เปิดบ้านสนามชลบุรี สเตเดียม รอรับแข้งอาตี๋จากเกาะฮ่องกง คิตฉี เอสซี

ซึ่งงานนี้ถ้าให้เทียบความยากง่ายกันแล้ว ผมว่าภารกิจของ บีจี ซึ่งลงเล่นเอเอฟซีแชม– เปียนส์ลีกเป็นหนแรกในประวัติศาสตร์น่า

จะงานหนักกว่าชลบุรี เพราะแชมป์เอ็มลีก จาก ยะโฮร์ทีมนี้จัดว่าไม่ธรรมดา เพราะถือเป็นทีม “เจ้าบุญทุ่ม” แห่งแดนเสือเหลือง ที่กำลังมาแรง

ทุ่มไม่ทุ่มก็ดูจากขุมกำลังที่พวกเขากล้าดึง “ลูเชียโน ฟิเกรัว” หัวหอกทีมชาติอาร์เจนตินามาล่าตาข่าย และมีแผนที่จะทาบ “เอลนินโญ” เฟอร์นันโด ตอร์เรส มาเสริมทัพอีกต่างหาก ขณะเดียวกันก็มีแข้งทีมชาติมาเลย์และสิงคโปร์อยู่หลายคน อย่าง ซาฟิค บิน ราฮิม ที่ปั่นฟรีคิกปลิดวิญญาณทำประตูทีมชาติไทยในนัดชิงซูซูกิคัพ ก็เป็นหนึ่งในตัวหลักของทีมยะโฮร์ชุดนี้

ขณะที่ฉลามชล แม้จะดูเบากว่า แต่งานนี้ก็จะประมาทยอดทีมจากฮ่องกงไม่ได้ เพราะการอุ่นเครื่องที่ผ่านมาฟอร์มของชลบุรีดูจะยังกระท่อน กระแท่นไม่เข้าที่เข้าทาง ส่งผลให้กุนซือใหม่แต่หน้าเก่า อย่าง “เซอร์เด็จ” จเด็จ มีลาภ อยู่ในภาวะกดดันเนื่องจากแฟนยังไม่ค่อยปลื้ม

เอาเป็นว่าช่วยกันเชียร์ทั้ง 2 ทีมตัวแทนลีกไทยให้ผ่านเข้ารอบต่อไปให้ได้แล้วกันนะครับ

โดยเฉพาะคู่ ชลบุรี กับ คิตฉี ไทยรัฐทีวี ทีวีดิจิตอล ช่อง 32 และ 42 จะถ่ายทอดสดให้ชมถึงหัวกระไดบ้าน

ดังนั้น คอบอลไทยตัวจริง ต้องไม่พลาด!!!

บี บางปะกง

8 ก.พ. 2558 23:15 8 ก.พ. 2558 23:15 ไทยรัฐ