วันพุธที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
'นิพิฏฐ์' ชี้ข้อต่างคดีนักการเมือง-คดีทั่วไป

'นิพิฏฐ์' ชี้ข้อต่างคดีนักการเมือง-คดีทั่วไป

  • Share:

"นิพิฏฐ์" ชี้ข้อต่างคดีนักการเมือง-คดีทั่วไป ย้ำหากจำเลยหนี เสียประโยชน์เอง

วันที่ 8 ก.พ. นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณี คสช. ไม่อนุญาตให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯเดินทางไปฮ่องกง เพราะอยู่ระหว่างอัยการสูงสุด (อสส.) ฟ้องศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ในโครงการจำนำข้าวว่า ตามหลักของการดำเนินคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีความแตกต่างกับการดำเนินคดีอาญาทั่วไปอยู่บางข้อ ที่สำคัญคือ คดีอาญาทั่วไปหากจำเลยหลบหนีไประหว่างการพิจารณา ศาลจะพิจารณาต่อไปไม่ได้ จะต้องจำหน่ายคดีออกไปชั่วคราว และออกหมายจับจำเลยนั้น 

นายนิพิฏฐ์ กล่าวต่อว่า แต่สำหรับคดีของนักการเมืองนั้น ความสำคัญอยู่ที่จำเป็นต้องได้ตัวจำเลยมาปรากฏตัวต่อหน้าศาลฎีกาฯ ในวันพิจารณาวันแรก เมื่อจำเลยมาศาลในวันพิจารณาวันแรกแล้ว หลังจากนั้น หากจำเลยได้หนีไป ศาลก็มีอำนาจที่จะพิจารณาลับหลังจำเลยได้ ส่วนกรณีที่จำเลยไม่มาปรากฏตัวต่อหน้าศาลในการพิจารณาคดีวันแรก ศาลฎีกาฯ จะไม่สามารถพิจารณาคดีนั้นๆ ได้เลย มีตัวอย่างปรากฏให้เห็นแล้วคือ คดีของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่ศาลฎีกาฯ ได้มีการพิจารณาคดีไปเพียงคดีเดียวเท่านั้น คือคดีการซื้อที่ดินย่านรัชดาฯ ส่วนคดีอื่นๆ แม้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะมีพยานและหลักฐานพร้อมส่งฟ้อง แต่ก็ไม่สามารถเปิดคดีได้ เพราะ พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ได้มาปรากฏตัวต่อหน้าศาลฯ

นายนิพิฏฐ์ กล่าวต่อว่า ดังนั้นการได้ตัวจำเลยเพื่อมาศาลในวันแรกจึงเป็นเรื่องที่มีความสำคัญสำหรับการดำเนินคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง การหลบหนีภายหลังไม่ใช่เรื่องสำคัญแล้ว แต่จำเลยที่หลบหนีจะเสียประโยชน์เอง กรณีนี้ คสช.คงต้องการให้คดีเข้าสู่การพิจารณาตามที่ประชาชนและสังคมคาดหวังว่า คดีที่นักการเมืองมีส่วนเกี่ยวข้องไม่มีความคืบหน้าเลยหรืออย่างไร ซึ่งคดีจะเดินหน้าต่อได้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ จะต้องไปปรากฏตัวต่อหน้าศาลในการพิจารณาคดีวันแรก

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้