วันพฤหัสบดีที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ผ่าสถานการณ์ผ่าน“ปรองดอง”ติดหล่ม ระวังอำนาจพิเศษเหลว

“ขณะนี้สาระของการร่างรัฐธรรมนูญไม่มีประโยชน์”

พล.อ.เอกชัย ศรีวิลาศ รองประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ปฏิรูปการเมือง สภา ปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ส่งสัญญาณใจความสั้นๆผ่านการให้สัมภาษณ์ ทีมข่าวการเมือง ไปถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)

พร้อมขยายความว่า จะยกร่างไปทำไมเมื่อมีเนื้อหาไปตีกันอย่างเดิม ขืนยังเดินไปแบบนี้ต่อ เมื่อทหารถอนตัวออก รัฐธรรมนูญยกร่างเสร็จ มีการเลือกตั้ง ความขัดแย้งยังคงอยู่เหมือนเดิม การปฏิวัติก็ไม่มีประโยชน์

ในฐานะอยู่คณะทำงานศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดอง สปช. มองว่า บรรยากาศตอนนี้เป็นไปได้สูงที่จะกลับมาทะเลาะกันอย่างเดิม ถ้าไม่จัดการวิธีการปรองดองให้ดี และให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เป็นหลัก มากกว่าการปฏิรูปด้านอื่นๆ

เพราะเป็นหัวใจของการปฏิรูปทุกด้านให้สำเร็จ ฉะนั้นในวันนี้การปรองดองต้องเริ่มตั้งแต่ร่างรัฐธรรมนูญคู่ขนาน เปิดเวที เปิดพื้นที่พูดคุยกับกลุ่มคนที่มีความเห็นต่างๆ

เลือกตั้งเสร็จแล้วการปรองดองยังคงดำเนินการต่อไป เพื่อให้ประชาชนอยู่ร่วมกัน ไม่กลับมาขัดแย้งเหมือนเดิมอีก การปฏิรูปจะเดินหน้าต่อไปได้

แม้คณะทำงานศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดอง ร่วมกับสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) คสช. กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ พยายามเปิดพื้นที่ให้กลุ่มคนที่มีความเห็นต่างได้คุยกันตลอด

แต่ยังคาดหวังไม่ได้ถึง 100 เปอร์เซ็นต์ว่าจะเดินไปถึงจุดนั้นหรือไม่ เพราะขณะนี้กังวลต่อกระบวนการปรองดองกับบรรยากาศการเมืองที่ออกมาในทางกดดัน เหมือนจะเดินไปคนละทิศคนละทาง

งานปรองดองเดินยากขึ้น เมื่อลงพื้นที่ก็มักจะถูกตั้งคำถามว่า ทำไมบรรยากาศการเมืองมันเป็นอย่างนี้ เป็นคำถามที่ตอบยาก เนื่องจากเราพยายามพูดคุยและบอกว่ามีอะไรที่จะให้เราดำเนินการบ้าง ขอให้บอกมา

เช่น สิ่งหนึ่งที่ฝ่ายเสื้อเหลือง เสื้อแดงพูดตรงกัน คือ ถูกคดีความเยอะ ถูกคุมขัง ไม่ได้รับความเป็นธรรม ทั้งที่เป็นบรรยากาศการปรองดองจะต้องเอื้ออาทรต่อกันและกัน

ยิ่งเมื่อมีเหตุการณ์ระเบิดเกิดขึ้น ยังไม่ทราบข้อเท็จจริง ไม่รู้ว่าเป็นฝีมือของใคร อย่ารีบด่วนไปตัดสินว่าเป็นฝ่ายไหน ใครทำ หรือเป็นเรื่องทางการเมือง ไม่อยากให้มองไปทางร้าย

ไม่เช่นนั้นเมื่อจับคนร้ายได้ เกิดไม่ใช่อย่างที่มองกันไว้ตั้งแต่ต้น จะสร้างความไม่พอใจแก่ฝ่ายที่ถูกกล่าวหาได้

ในบรรยากาศทั่วไปสภาพการเมืองดูเหมือนเป็นปกติ โดยเฉพาะเมื่อหลังเกิดเหตุคนร้ายวางระเบิดไปป์บอมบ์ 2 ลูก บนทางเดินระหว่างสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสกับทางเข้าห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน

และเหตุปลอมแถลงการณ์สำนักพระราชวัง แต่ในโซเชียลมีเดียเต็มไปด้วยอารมณ์ความขัดแย้งปะทุ จะกระทบต่อการสร้างความปรองดองอย่างไร พล.อ.เอกชัย บอกว่า เราได้เห็นสภาพความขัดแย้งแล้วมันโยงกันหมด

แม้แต่คดีถอดถอน (ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติหรือ สนช. มีมติถอดถอน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ออกจากตำแหน่ง ในคดีปล่อยปละละเลยจนเกิดการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าว) ก็ยังไม่จบ ในโซเชียลมีเดียมีการต่อต้าน

ฟังดูจากกลุ่มเหล่านี้ไม่ได้ต่อต้านเรื่องการถอดถอนหรือเรื่องอื่นๆสักเท่าไหร่ แต่ได้ย้ำถึงความไม่เป็นธรรมที่เกิดขึ้นกับฝ่ายเขาตลอด

ทีมข่าวการเมือง ถามว่า เมื่อประสบปัญหาเช่นนี้ กระบวนการปรองดองไม่มีความคืบหน้า จากนี้ไปจะทำอย่างไร พล.อ.เอกชัย บอกว่า กระบวนการปรองดองเป็นเรื่องของนายกฯและหัวหน้า คสช.

ถ้าหากใช้อำนาจ มีเจตนารมณ์และแสดงบทบาทชัดเจนว่าต้องการปรองดองแน่นอน เพื่อให้บ้านเมืองที่ขัดแย้งมันจบ จะนำไปสู่ความสำเร็จได้

ขณะนี้ถึงเวลาที่ท่านต้องกล้าใช้อำนาจสูงสุด เชิญทุกฝ่ายมาคุยกันเสียทีดีหรือไม่ เพราะขณะนี้บ้านเมืองกำลังเริ่มจะไปได้ดี ถ้ามาคุยกันมันมีโอกาสจบลงได้ดี แต่ถ้าไม่ยอมมาคุยก็อยู่กันอย่างนี้

แม้มีบางคนอาจจะพูดว่าปรองดองไม่ได้กับคนที่กระทำผิดกฎหมาย ในฐานะเป็น ผอ.สำนักสันติวิธี สถาบันพระปกเกล้า ขอบอกว่าการปรองดองที่เกิดขึ้นในโลกนี้

เช่น การฆ่าล้างเผ่า พันธุ์ในประเทศรวันดา มีผู้เสียชีวิตกว่าล้าน คน แบบนี้ทำ ผิดกฎหมายแน่นอน แต่เมื่อเข้าสู่กระบวนการปรองดอง ก็มีการให้อภัยกันและกัน จะมาบอกว่าการปรองดองคือปรองดองเฉพาะคนดี แล้วจะเอาเกณฑ์อะไรมาตัดสินชี้วัดว่าใครเป็นคนดีหรือคนเลว มันก็ไม่มี

ถึงบอกว่าสุดท้ายกระบวนการปรองดองขอให้ทำเพื่อประเทศไทย ไม่ได้ทำเพื่อพรรคพวกกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง หรือเพื่อบุคคลใดบุคคลหนึ่ง ตรงนี้ขอให้ตั้งสติให้ดี เพื่อให้งานปรองดองเดินหน้า

มาถึงวันนี้กำลังจะบอกว่ากระบวนการปรองดองเดินไปไม่ได้แล้ว พล.อ.เอกชัย บอกว่า ก็มันเดินไปยาก ระหว่างเดินไปทางนี้ก็เกิดปัญหาตรงนี้ เรียกคนมารายงานตัว มันก็ไม่ใช่ปรองดองแล้ว

หากจะเรียกต้องเรียกทุกฝ่ายทุกสีพร้อมเพรียงกัน มาคุยกับคณะทำงานศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดอง สปช. มีทหารเข้ามาคุยด้วยว่าจะเสนออะไรให้บอกมา ไม่อยากให้พูดลักษณะปลุกระดม ขอให้หยุดตรงนี้ไว้ ก็บอกมา

ผมเห็นด้วยกับวิธีการแบบละมุนละไม อย่าแข็งกร้าว ถ้าจัดการโดยใช้ความรุนแรง จะเหมือนทฤษฎีปาลูกบอล เมื่อไหร่ปาเข้าข้างฝาแรง แรงสะท้อนจะกลับมาแรง ยิ่งปาแรงเท่าไหร่ก็อาจจะหลบไม่ทัน ยิ่งทำให้การปรองดองเดินยากขึ้น แทนที่จะเดินได้เร็ว กลับช้าลง เพราะเราต้องทำการชี้แจงเรื่องพวกนี้เยอะในหลายพื้นที่

คสช.ใช้อำนาจได้ แต่การใช้อำนาจตามสันติวิธี ยิ่งใช้อำนาจมากยิ่งไม่มีบารมี ไม่มีความศรัทธา เราจะทำอย่างไรให้ยิ่งมีความศรัทธาและบารมี ใช้อำนาจโดยที่เขาไม่รู้ว่า คสช.ใช้อำนาจ สามารถทำได้ถ้าใจปรารถนาและยอมรับมีใจเป็นธรรม

หรืออยากจะฆ่ากันตายให้มากกว่านี้เหมือนในประเทศอื่นๆ หรือยังเจ็บไม่พอ จึงไม่ยอมจบ

ฉะนั้นวิธีที่ง่ายที่สุด ทุกฝ่ายทั้งรัฐและใครก็แล้วแต่ ขอให้เริ่มต้นที่ใจของตัวเองก่อน หากทำไม่ได้คุณก็ทำปรองดองไม่ได้ จะยิ่งสร้างความแตกแยกและความบอบช้ำให้บ้านเมืองมากขึ้น

ทีมข่าวการเมือง ถามว่า นอกจากนายกฯจะกล้าใช้อำนาจเด็ดขาดในเรื่องปรองดองแล้ว จะต้องทำงานร่วมกับใครเพิ่ม ถึงทำให้บรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าว พล.อ.เอกชัย บอกว่า ตั้งแต่ พล.อ.ประยุทธ์ลงมา แม่น้ำ 5 สาย และทุกฝ่ายที่เป็นคู่ขัดแย้ง

ถ้าร่วมกันได้จะพบกับความสุขในอนาคต หากร่วมกันไม่ได้ คงพบแต่ความทุกข์แน่นอน ถึงจะปฏิรูปประเทศอย่างไรก็หนีไม่พ้นที่จะพบความทุกข์

ตอนนี้เรา พยายามสื่อสารไปถึงนายกฯให้ทราบว่า คณะทำงานศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดอง สปช. ที่มีตัวแทนจากหลายฝ่าย มีเครือข่ายที่ช่วยกันเป็น คณะใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ

มีทั้งคณะทำงานป้องกันความขัดแย้ง คณะทำงานการเปิดพื้นที่สาธารณะให้ทุกภาคส่วนแสดงความเห็น และคณะทำงานการเยียวยา

สิ่งที่ศึกษามากำลังนำเสนอให้แม่น้ำทั้ง 5 สาย แต่ทั้งหมดจะต้องเคาะโดย พล.อ.ประยุทธ์ ถ้าท่านบอกไม่เอา เรื่องนี้ก็จบ งานเดินต่อไปไม่ได้

ถามว่าในสังคมไทยมีใครทำเรื่องแบบนี้หรือไม่ หายากมาก ถ้าคณะนี้ไม่ทำตั้งแต่บัดนี้ หรือไม่ทำคู่ขนานไปจนมีรัฐบาลใหม่แล้ว เชื่อว่าสังคมจะกลับมาสู่ความขัดแย้งเหมือนเดิมอีก

ฉะนั้น ขอให้ฝ่ายต่างๆที่จะออกมาพูดในลักษณะสร้างความแตกแยก ขอให้หยุด ไม่ว่าจะคนในรัฐบาล สนช. สปช. หรือประธาน คณะ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ

เพราะคณะชุดนี้ต้องการให้สถานการณ์นิ่งและเปิดเวทีรับฟังไปเรื่อยๆ

ที่สำคัญอยู่ที่นายกฯต้องสร้างสมดุลทุกฝ่าย กล้าใช้อำนาจเรียกทุกฝ่ายมาพูดคุย

ไม่เอียงไปด้านใดด้านหนึ่ง วันใดที่เอียงไปด้านใดด้านหนึ่ง

นายกฯ และหัวหน้า คสช.จะเสียศูนย์.

ทีมการเมือง

8 ก.พ. 2558 09:44 8 ก.พ. 2558 09:44 ไทยรัฐ