วันอาทิตย์ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

องค์กรอิสระลูกผสม

แค่คณะ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ มีมติลดทอนอำนาจของ กกต. เช่น การให้มีคณะกรรมการดำเนินการจัดการเลือกตั้ง (กจต.) ทำหน้าที่จัดการเลือกตั้งแทน กกต.

การลดอำนาจหน้าที่ กกต.เหลืออำนาจเพียงสั่งเลือกตั้งใหม่ (ใบเหลือง) โดยให้การเพิกถอนสิทธิการเลือกตั้ง (ใบแดง) เป็นของศาล และการตัดอำนาจหน้าที่การให้ความรู้ในการส่งเสริมประชาธิปไตย

ก็ทำเอา กกต.ที่เขาเรียกกันว่า 5 เสือสะดุ้งโหยง ต้องส่งเจ้าหน้าที่ไปยื่นจดหมายเปิดผนึกถึง “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธาน สปช. และนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานคณะ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ

หัวอกเดียวกันกับคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) และผู้ตรวจการแผ่นดิน ที่ทำท่าคณะ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญจะเขียนรัฐธรรมนูญให้ 2 องค์กรนี้ยุบรวมเป็นหนึ่งเดียว

เป็น “ลูกครึ่ง” เป็น “ลูกผสม” ก็แล้วแต่จะเรียกกันไป

กสม.ก็มีหนังสือด่วนที่สุดไปถึงแม่น้ำ 5 สายกับเขาเหมือนกัน เพื่อขอให้ “ทบทวน” เสียใหม่ โดย กสม.ไม่เชื่อในเหตุผลการยุบรวมระหว่าง กสม.กับผู้ตรวจการแผ่นดินเข้าด้วยกันจะเป็นการ “ยกสถานะ” หรืออะไรต่อมิอะไรที่ กมธ.ยกร่างกล่าวอ้างถึงไปก่อนหน้า

ขณะที่ “ผู้ตรวจการแผ่นดิน” ยังไม่มีแอ็กชั่นอะไรมากไปกว่าการแสดงความเห็นทำนอง “ไม่ยุบรวมจะดีกว่านะ”

ความจริงหากมองดีๆแบบมองโลกในแง่ดี ก็ต้องบอกว่า

ทั้ง 3 องค์กรยังไม่ถึงขั้นต้อง “ฟื้นฟูกิจการ” แต่แค่เป็นการ “ปรับโครงสร้างการบริหาร” ให้เข้ารูปเข้ารอย

เพื่อให้ “กลิ่นสาบ” ในอดีตของบรรดาเสือๆเจือจางลงเผื่อจะอยู่ร่วมกับ “สิ่งมีชีวิต” อื่นๆอย่างมีความสุข

ซึ่ง 3 องค์กรที่กล่าวมา ทั้ง กกต. ผู้ตรวจการแผ่นดินและ กสม.ต้องยอมรับว่า ซีอีโอองค์กรของท่านมีทั้งมุมมองด้านบวกและมุมมองด้านลบที่ประชาชนมองเข้ามา

ตัวอย่างง่ายๆเช่น ในช่วงมีการเลือกตั้งราวๆต้นปี 2557 การบริหารจัดการเลือกตั้งของ กกต.มีข้อกังขามากมาย โดยเฉพาะเรื่องใหญ่มากที่ กกต.กลับมองเป็นเรื่องจ้อยๆ

นั่นก็คือ การเปลี่ยนสนามโซเชียลมาเป็นสนามรบที่มี กกต.บางคนใช้โซเชียลอย่างฟุ่มเฟือย จนทำให้ท่านและองค์กรของท่านเปลืองเนื้อเปลืองตัว

สร้างความรู้สึกของประชาชนให้มีต่อตัวท่านว่า ท่านยืนอยู่ข้างเดียวกับบางกลุ่ม แต่อีกกลุ่มท่านยืนอยู่คนละข้าง ปะฉะดะตั้งแต่ระดับแกนนำและลดตัวลงต่ำไปถึงขั้นฟัดกับเด็ก

หรืออย่าง กสม.ลงพื้นที่ม็อบเมื่อปีก่อนเพื่อหาข้อมูลแค่วันสองวัน ท่านรู้หมดเลย สรุปได้เลย

และที่จะอดกล่าวเสียมิได้ก็คือผู้ตรวจการแผ่นดินที่เคยพยายามสอบสวนเรื่อง “ว.5 โฟร์ซีซั่นส์” และเรื่องจริยธรรมนักการเมืองต่างๆนานา ขนาดเรียก “ผู้ถูกร้องเรียน” มาชี้แจง เขายังเมินหน้าหนี ท่านก็ไม่มีอำนาจอะไรมากพอจะ “บังคับ” เขาให้ “มาหรือไม่มา”

บางทีการจะเรียกว่าอำนาจ อาจจะไม่ใช่เสียด้วยซ้ำ

เชื่อฟังมติกรรมาธิการยกร่าง รธน.เถอะครับ

จะไปดิ้นทำไมกับเศษขี้เถ้าที่ลอยมา.

“เจ้าพายุ”

8 ก.พ. 2558 08:38 8 ก.พ. 2558 08:38 ไทยรัฐ