วันพฤหัสบดีที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

12 วันที่ไม่อยู่เมืองไทย

โดย ซูม

ทุกครั้งที่กลับจากเดินทางไปต่างประเทศหลายๆวัน ผมจะต้องใช้เวลาอย่างน้อยหนึ่งหรือสองวันอยู่เสมอในการปรับตัวให้เข้ากับบรรยากาศและเหตุการณ์ในบ้านเรา...ก่อนจะลงมือเขียนหนังสือ

หรือเริ่มต้นทำงานอื่นๆตามปกติ

เรื่องบรรยากาศงวดนี้ไม่ต้องปรับมาก เพราะคืนที่ผมกลับถึงบ้านอากาศเย็นลงอีกหลายองศาเซลเซียส ใกล้เคียงกับที่อริโซนา

ในเรื่องข่าวคราวและเหตุการณ์ความจริงก็ไม่ต้องปรับอะไรมาก เพราะอยู่โน่นก็รู้หมดทุกข่าวอยู่แล้ว เพราะยุคนี้สมัยนี้แค่มือถือเครื่องเดียวสามารถติดตามเหตุการณ์ที่เมืองไทยได้สบายๆ

แต่ที่ขาดหายไปบ้างก็คือรายละเอียดและความรู้สึกของผู้คนที่มีต่อข่าว หรือเหตุการณ์นั้นๆ เพราะมือถือไม่สามารถรายงานได้ครบถ้วน

ดังนั้น สิ่งแรกที่ผมยังต้องทำและจะทำทุกครั้งเมื่อกลับถึงบ้าน คืออ่านหนังสือพิมพ์ย้อนหลังทุกฉบับที่ผมบอกรับไว้

อ่านทั้งข่าว อ่านทั้งคอลัมน์ ตั้งแต่ข่าวใหญ่ไปจนถึงข่าวเล็ก รวมถึงคอลัมน์ทั้งใหญ่และเล็ก อ่านเกลี้ยงไม่มีเหลือ

ข่าวใหญ่ที่สุด 2 ข่าวที่ยังมีประเด็นพาดหัวอยู่จนถึงเดี๋ยวนี้ ผมอ่านแล้วก็มีความเห็นเช่นเดียวกับคอลัมน์ต่างๆ ที่ออกความเห็นกันไปแล้ว

อย่างข่าวมือมืดลอบวางระเบิด 2 ลูก ที่หน้า สยามพารากอน ผมเห็นด้วยกับคำประณามที่ว่าเป็นการกระทำที่ไม่สมควร ไม่ว่าจะลงมือทำด้วยเหตุผลทางการเมืองหรืออื่นใดก็ตาม

เพราะเป็นการกระทำที่ป่าเถื่อน รุนแรง นำไปสู่บรรยากาศที่น่ากลัว ตื่นตระหนก อันจะมีผลเสียหายต่อส่วนรวมทั้งในด้านเศรษฐกิจ ธุรกิจ ตลอดจนการท่องเที่ยวโดยตรง

เคราะห์ดีที่ไม่มีผู้เสียชีวิตหรือบาดเจ็บ หาไม่ผมคงจะประณามแรงยิ่งกว่านี้

ส่วนเรื่องการปลอมแปลงแถลงการณ์อันไม่บังควร ผมก็เห็นด้วยที่จะมีการดำเนินคดีไปตามความผิดที่ก่อขึ้น ไม่ว่าจะมีเจตนาหรือไม่มีเจตนาก็ตาม

พร้อมกันนี้ก็ขอฝากพวกเราชาวบ้านไว้ด้วยว่า ต่อไปอาจจะมีเรื่องปลอมแปลงในทำนองนี้อีกก็เป็นได้ เพราะขบวนการคลื่นใต้น้ำยังคงมีอยู่ รวมทั้งกลุ่มผู้ไม่ประสงค์ดีต่อชาติบ้านเมืองก็ยังมีไม่น้อยในบ้านเรา

ขอให้เราทั้งหลายใช้สติ ใช้ปัญญาพิจารณาไตร่ตรองทุกเรื่องให้รอบคอบ อย่าได้หลงเชื่ออะไรง่ายๆเป็นอันขาด

นอกจาก 2 ข่าวใหญ่นี้แล้ว พวกข่าวเล็กลงมาแต่มีผลกระทบสูงต่อชีวิตความเป็นอยู่ของพวกเราชาวไทย ก็มีพวกข่าวราคาอาหารสำเร็จรูปแพงอย่างชนิดเว่อร์เกินเหตุ กับข่าวการขึ้นราคาค่าโดยสารรถร่วม 1 บาท และต่อไปก็คงจะขึ้นของ ขสมก.

ช่วงนี้ผู้ปรุงอาหารสำเร็จรูปขายอ้างว่า แก๊สขึ้นราคาและพืชผักตลอดจนเนื้อสัตว์มีราคาสูงขึ้น เขาจึงขอปรับราคาอาหารประเภทแกงถุง กับข้าวถุงกันยกใหญ่ และปรับจนผู้บริโภคบ่นอุบ

ก็คงเป็นหน้าที่ของกระทรวงพาณิชย์ที่จะควบคุมดูแลอย่าให้พ่อค้า แม่ค้าเอาเปรียบประชาชนจนเกินไป

ในขณะที่พวกเราในฐานะผู้บริโภคอาจจะต้องใช้หลักดีมานด์ซัพพลายมาช่วย...นั่นก็คือ เมื่อของแพงเกินเหตุเราก็ซื้อน้อยลง

หันมาปรุงเอง หุงเอง ซึ่งอาจจะถูกกว่า แม้รสชาติรสมือของพวกเราจะสู้แม่ค้าไม่ได้ แต่ก็คงต้องยอมกล้ำกลืนเพื่อลดค่าใช้จ่ายลงบ้าง

ผมยังเชื่อว่าถ้าเราซื้อน้อยลง...ในที่สุดก็จะบีบพ่อค้าแม่ค้ากับข้าวถุงทั้งหลาย ให้ลดราคาลงมาจนได้แหละ...เพราะพวกอาหารสำเร็จรูปเนี่ยคืนเดียวก็บูดก็เน่าแล้วครับ

ส่วนเรื่องขึ้นค่าโดยสารรถร่วมอีก 1 บาทพอยอมได้ เพราะเมื่อปรับราคาก๊าซเอ็นจีวีสูงขึ้นรถเมล์รถร่วมย่อมได้รับผลกระทบ

แต่ที่จะต้องร้องขอเป็นข้อแลกเปลี่ยนก็คือ กิริยามารยาทของคนเก็บตั๋วรถร่วม ที่ผมเห็นว่าส่วนใหญ่ยังแย่อยู่ รวมทั้งพนักงานขับรถร่วมก็อย่างที่เราทราบดีอยู่แล้วว่า ส่วนใหญ่มักคึกคะนอง ครบเครื่องทั้งความเป็นจอมซิ่ง จอมแซง จอมปาด ฯลฯ

ไหนๆก็ได้ขึ้นราคาอีก 1 บาทอย่างนี้แล้วขอให้บริษัทรถร่วมทุกบริษัท ช่วยกำชับปรับปรุงกิริยามารยาทตลอดจนพฤติกรรมของพนักงานขายตั๋วและพนักงานขับรถให้ดีขึ้นด้วยจะขอบคุณ

ครับ! วันนี้วันแรกของการปรับตัวให้เข้ากับบรรยากาศของเหตุการณ์และข่าวสารในบ้านเราก็ขออนุญาตเขียนเบาะๆเพียงเท่านี้ก่อน

งวดนี้ผมแว่บไป 12 วัน ดูเหมือนจะมีเรื่องราวเกิดขึ้นเยอะพอสมควร...ถ้าวัดเฉพาะดัชนีความสุขโดยทั่วไปคนไทยน่าจะสุขน้อยลงนะเนี่ย 12 วันที่ผมไม่อยู่เมืองไทย.

“ซูม”

8 ก.พ. 2558 08:36 8 ก.พ. 2558 08:36 ไทยรัฐ