วันพฤหัสบดีที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ล่า‘เมย์อียู’ต้องสงสัยบงการบึมพารากอน

“ศรีวราห์” แย้มพนักงานสอบสวนรวบรวมหลักฐานไปขออนุมัติศาล ออกหมายจับมือระเบิดไปป์บอมบ์แล้ว อ้างจำไม่ได้ว่ากี่คน แต่ยอมรับเชื่อมโยงเหตุระเบิดคดีเก่า พร้อมระดมชุดสืบสวน 7 ชุดลงพื้นที่ล่าตัวผู้ต้องสงสัยและผู้เกี่ยวข้อง ยันเดินหน้าจับกุมถึงผู้สั่งการแน่ พร้อมตั้งรางวัลนำจับผู้แจ้งเบาะแส 1 แสนบาท ด้าน “สมยศ” สั่งการตำรวจทั่วประเทศเพิ่มสายตรวจเดินเท้าระดมดูแลแหล่งชุมชน

กรณีคนร้าย 2 คนก่อเหตุเขย่าขวัญคนกรุงขนระเบิดไปป์บอมบ์ 2 ลูกวางบริเวณทางเชื่อมระหว่างรถไฟฟ้าบีทีเอสกับห้างสรรพสินค้าสยามพารากอนเมื่อคืนวันที่ 1 ก.พ.จนเกิดระเบิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว มีประชาชนได้รับบาดเจ็บ 1 คน เบื้องต้นชุดสืบสวนตำรวจนครบาลตรวจสอบภาพวงจรปิดพบภาพคนร้าย 2 คน เดินป้วนเปี้ยนอยู่บริเวณที่เกิดเหตุก่อนการระเบิด จึงให้พนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานขอศาลอนุมัติหมายจับ

ตามภาพไว้ก่อน เบื้องต้นมุ่งไปที่กลุ่มคนร้ายที่ต้องการสร้างสถานการณ์เพื่อหวังผลทางการเมือง จากการวิเคราะห์พฤติกรรมและรูปแบบของระเบิดพบว่า คล้ายคลึงกับเหตุระเบิดที่สมานเมตตา แมนชั่น จ.นนทบุรี และเหตุระเบิดในพื้นที่มีนบุรีที่มีผู้เสียชีวิต 2 คน ครั้งนั้นตำรวจออกหมายจับนายกษิ ดิฐธน-รัตน์ หรืออ่าว อิสระส์ พร้อมพวกเอาไว้ แต่ยังติดตามจับกุมตัวไม่ได้

ความคืบหน้าที่กองบัญชาการตำรวจ นครบาล (บช.น.) เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 7 ก.พ. พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น. พล.ต.ต.ชาญเทพ เสสะเวช รอง ผบช.น. พล.ต.ต.จิตติ รอดบางยาง รอง ผบช.น. พล.ต.ต.สมบัติ มิลินทจินดา ผบก.สส.บช.น. พล.ต.ต.ชยพล ฉัตรชัยเดช ผบก.น.6

พ.ต.อ.ธัมรงค์ วงศ์แป้น รอง ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.ชาญ แสงเสียงฟ้า รอง ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.สราวุธ เอี่ยมสำราญ รอง ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผกก.3 บก.สส.บช.น. พ.ต.อ.นพรัตน์ สินมา ผกก.4 บก.สส.บช.น. พ.ต.อ.จิรภพ ภูริเดช ผกก.1 บก.ป. พ.ต.อ.กำธร อุ่ยเจริญ ผกก.กลุ่มงานเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด บก.สปพ. ชุดสืบสวน กก.สส.บก.น.6 และ สน.ปทุมวัน ประชุมเพื่อสรุปความคืบหน้าการติดตามจับกุมคนร้ายวางระเบิดไปป์บอมบ์ 2 ลูก บริเวณทางเชื่อมรถไฟฟ้าบีทีเอสกับห้างสรรพสินค้าสยามพารากอนใช้เวลา 1 ชั่วโมงครึ่ง

พล.ต.ท.ศรีวราห์กล่าวว่า หลังเผยแพร่ภาพคนร้ายออกไป มีการแจ้งเบาะแสเข้ามาแต่รายละเอียดยังเปิดเผยไม่ได้ ต้องเอาข้อมูลไปดำเนินการทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด ชุดสืบสวนไม่ได้มีเฉพาะตำรวจ ชุดสืบสวนของฝ่ายปกครองก็มี ส่วนกรณีที่ชุดสืบสวนลงพื้นที่ จ.ลพบุรียังไม่ได้รายงานความคืบหน้ามา ส่วนหมายจับตามภาพนำไปเปรียบเทียบกับใบหน้าตามทะเบียนราษฎรแล้วหรือไม่ ขณะนี้ประสานกองพิสูจน์หลักฐานตรวจสอบทะเบียนประวัติอาชญากรแล้ว ยังอยู่ระหว่างตรวจสอบ ต้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานยืนยันอีกครั้ง ยังไม่ได้ส่งมาให้ บช.น. ส่วนการไปสอบปากคำผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องกับเหตุระเบิดในเรือนจำ ข้อมูลถือว่าเป็นความลับ มีเจ้าหน้าที่หลายฝ่ายเข้าไปเกี่ยวข้อง หากสงสัยอะไรจะไปสอบปากคำเพิ่มเติม แต่การสอบปากคำเป็นประโยชน์จะมากจะน้อยก็ต้องดูกัน เพราะกระบวนการยุติธรรมไม่ได้มีแค่ตำรวจ ยกตัวอย่างการขอหมายจับต้องไปขอศาล จะบอกว่าเป็นประโยชน์ร้อยเปอร์เซ็นต์ก็ไม่ได้ ต้องอยู่ในดุลพินิจของศาลอาจสั่งให้สอบเพิ่ม ถึงแม้มุมของเราอาจบอกว่าเป็นประโยชน์

ส่วนการเชิญตัวผู้เกี่ยวข้องมาสอบปากคำนั้น มีการสอบปากคำพยานมาหลายปากแล้วถามว่ามีการสอบอดีตทหารพราน จ.ลพบุรี ที่ถูกจับคดีระเบิดเมื่อปีที่แล้วหรือไม่ พล.ต.ท.ศรีวราห์กล่าวว่า ตอบไม่ได้ แต่ยืนยันว่าการดำเนินการคืบหน้าจะทำให้ออกหมายที่ชัดเจนกว่าเดิมได้ ส่วนจะไปขอแล้วได้เมื่อไหร่ ตนไม่ได้เป็นคนไปขอ ไม่ได้เป็นคนให้ เดี๋ยวออกมาคงทราบเอง แต่เราขอไปอยู่จำไม่ได้ว่ากี่คนไม่ยืนยัน กรณีผู้ต้องหา 1 ใน 2 คนน่าจะมีฉายาว่าดราก้อนหรือไม่ ตนไม่ขอตอบ ถามว่าที่ผ่านมาน่าจะมีมากกว่า 2 คนเพราะมีเบาะแสหรือไม่ ผบช.น. ตอบว่าไม่ใช่เบาะแส ปกติวิสัยของวิญญูชนต้องมากกว่า 2 อยู่แล้ว ส่วนกี่คนตอบไม่ได้ แต่ต้องมากกว่า 2 อยู่แล้ว ต้องมีคนอื่นประกอบระเบิด ที่กำลังจะพูดคือว่า ตนไม่เชื่อว่า 2 คนที่เอาระเบิดมาวางเป็นคนประกอบระเบิด ฉะนั้นต้องมีคนประกอบระเบิดอีก ส่วนพยานหลักฐานเชื่อมโยงไปถึงคนอื่นหรือไม่ ยังตอบไม่ได้จนกว่าจะจับกุม และไม่เคยพูดว่าเกี่ยวข้องกับเรื่องอะไรจนกว่าจะออกหมายจับ แล้วจับมาให้การว่าอย่างไร เชื่อมโยงไปทางไหน ยืนยันว่ามีการเฝ้าติดตามพฤติกรรม

ผู้ต้องสงสัยที่เชื่อว่าน่าจะมีส่วนเกี่ยวข้อง แต่ไม่ได้ล็อกตัวใคร ถ้าชุดนี้โดนจับขาใหญ่จะหายไปเยอะ จะดำเนินการสู้ให้ถึงผู้สั่งการใครสั่งก็เอาคนนั้นด้วย

เมื่อถามว่าจะสามารถระบุตัวเพื่อออกหมายจับนอกจากภาพถ่ายหรือไม่ พล.ต.ท.ศรีวราห์กล่าวว่า เหตุระเบิดลักษณะคล้ายอย่างนี้ไม่ใช่ว่าไม่เคยมีหรือไม่เคยเกิด มันเคยมีและเคยเกิด วิธีสืบสวนดูจากแผนประทุษกรรมเดิม มันพาดพิงไปถึงใครก็เอาตามนั้น ส่วนผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องกับเหตุระเบิดที่ สน.มีนบุรีที่ไล่ติดตามอยู่ที่เหลือมีหมายจับ เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามตัวอยู่แล้ว ยังอยู่ระหว่างติดตามตัวเหลืออีก 3 คน ถ้าจับกุมผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องกับเหตุระเบิดที่ สน.มีนบุรีได้จะมีความคืบหน้า ต้องมีความชัดเจนมากขึ้น ยืนยันว่าไม่ต้องการให้

เหตุเกิด ถ้ามีหมายจับค้างเก่าหรือผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องยังไม่ออกหมายจับที่เกี่ยวกับความมั่นคง ต้องดำเนินการเพื่อไม่ให้เหตุมันเกิด ไม่ได้พุ่งเป้าแค่ผู้ต้องหา 3 คนที่ก่อเหตุที่มีนบุรี แต่จะต้องทำทุกอย่าง แต่ไม่มีชื่อของครูแขกเครือข่ายเสื้อแดงที่เกี่ยวข้องกับเหตุระเบิดที่สมานเมตตาแมนชั่น จ.นนทบุรี ถามว่าผู้ต้องสงสัยที่ก่อเหตุยังอยู่กรุงเทพฯหรือต่างจังหวัด พล.ต.ท.ศรีวราห์กล่าวสั้นๆว่า ยังไม่ทราบ ส่วนการส่งชุดสืบสวนลงพื้นที่ทั้งหมด 7 ชุด เพื่อตรวจสอบมีความคืบหน้าพอสมควร

ส่วน พล.ต.ต.จิตติ รอดบางยาง รอง ผบช.น.กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจจะแจกภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหวให้กับสื่อมวลชน โดยมีพลเมืองดีมอบเงินรางวัลแก่ บช.น.จำนวน 100,000 บาท เพื่อเป็นรางวัลนำจับแก่ประชาชนที่แจ้งเบาะแส แจ้งได้ที่หมายเลข 08-1817-1617 เจ้าหน้าที่ตำรวจมีรางวัลให้กับผู้ที่แจ้งเบาะแสเข้ามาแล้วจับกุมคนร้ายได้

ด้านการสืบสวนมีรายงานว่า ผู้บังคับบัญชาสั่งการให้ชุดสืบสวนคลี่คลายคดี รื้อแฟ้มคดีชายชุดดำมาตรวจสอบ กรณีจับกุมกลุ่มชุดดำ 5 คน เป็นชาย 4 คนและหญิง 1 คน ที่ก่อเหตุใช้อาวุธสงคราม และระเบิดทำร้ายทหาร ขณะดำเนินการขอคืนพื้นที่คืนจากการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงบริเวณแยกคอกวัว เมื่อวันที่ 10 เม.ย.53 เป็นเหตุให้มีทหารบาดเจ็บและเสียชีวิต รวมถึง พ.อ.ร่มเกล้า ธุวธรรม คดีดังกล่าวมีผู้ต้องหาที่ยังหลบหนีหมายจับอยู่ โดยเฉพาะนายจักรรินทร์ หรือเสธ.ไก่ เรืองศักดิ์วิชิต ผู้สั่งการที่ยังหลบหนี หลังศาลจังหวัดทหารบกสระบุรีอนุมัติหมายจับ ข้อหาร่วมกันมีอาวุธ เครื่องกระสุน หรือวัตถุระเบิดที่ใช้เฉพาะในราชการสงครามที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ในครอบครองโดยฝ่าฝืนกฎหมาย เนื่องจากการสืบสวนพบว่า ผู้ต้องหากลุ่มนี้มีส่วนพัวพัน น.ส.กริชสุดา หรือเปิ้ล คุณะแสน นักกิจกรรมคนเสื้อแดงรู้จักกันในนาม “สหายสุดซอย” เนื่องจากพบหลักฐานว่า น.ส.กริชสุดาโอนเงินให้กลุ่มผู้ต้องหา จึงให้ชุดสืบสวนตรวจสอบว่า มีเครือข่ายคนใดเกี่ยวข้องกับคดีระเบิดหน้าสยามพารากอนหรือไม่

นอกจากนี้ ระเบิดไปป์บอมบ์ที่ใช้ก่อเหตุมีลักษณะคล้ายกับระเบิดที่เกิดขึ้นท้องที่ สน.มีนบุรี เมื่อเดือน มี.ค.57 มีนายอ่าว อิสระส์ หรือนายกษิ ดิษธนรัชต์ อายุ 52 ปี เป็นหัวหน้าแก๊ง และยังเป็นผู้ต้องหาคดีระเบิดสมานเมตตาแมนชั่น อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี เดือน ต.ค.53 คดีระเบิดมีนบุรีมีผู้เกี่ยวข้อง 12 คน ออกหมายจับไปแล้ว 5 คน ทั้งหมดเป็นกลุ่มฮาร์ดคอร์ที่อยู่ในช่วงการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง ชุดสืบสวนเชื่อว่าทั้งหมดโยงใยอยู่ในเครือข่ายเดียวกัน ฝ่ายความมั่นคงของทหารและชุดสืบสวนคลี่คลายคดีระเบิด จึงใช้กฎหมายพิเศษนำตัวแกนนำและผู้ที่อยู่ในกลุ่ม เคยก่อเหตุความรุนแรงไปสอบสวนในเซฟเฮาส์แห่งหนึ่ง เพื่อรีดข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวคดีระเบิดเย้ยกฎอัยการศึกประกอบด้วย กลุ่มเสื้อแดงปทุมธานี กลุ่มเสื้อแดงระยอง กลุ่มเสื้อแดงชลบุรี กลุ่มเสื้อแดงเชียงใหม่ กลุ่มเสื้อแดงสยาม กลุ่มเสื้อแดงสระบุรี

มีรายงานด้วยว่า หลังจากสอบปากคำกลุ่มแดงฮาร์ดคอร์หลายสิบคนได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์มาพอสมควร ล่าสุดชุดความมั่นคงของทหารและเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนคลี่คลายคดี พุ่งเป้าไปที่เครือข่ายกลุ่มเสื้อแดงอิสระ ฉายา เมย์ แดงแป๊ด ของนางมนัญชยา เกตุแก้ว หรือ “เมย์ อียู” แกนนำ แดงอิสระแห่งภาคตะวันออก ที่เคยให้การสนับสนุนกลุ่มแดงอิสระหลายกลุ่ม มีเคลื่อนไหวทั้งใต้ดินและบนดิน มีนายใหญ่เป็นนายทุน สาเหตุที่ชุดสืบสวนพุ่งเป้าตรวจสอบเครือข่าย “เมย์ อียู” สืบเนื่องมาจาก น.ส.กริชสุดา หรือสหายสุดซอย เป็นคนใกล้ชิด

และเคยเป็นเลขาให้กับนางมนัญชยา หรือเมย์ อียู มาก่อน ส่วนกรณีมีข่าวว่า ทหารสามารถควบคุมตัวคนร้ายได้ 1 คนจากบ้านย่านคลองหก อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี เพราะมีรูปพรรณตามที่คนขับแท็กซี่ให้การ ขณะนี้ชุดสืบสวนยืนยันแล้วว่า ไม่ใช่คนร้ายที่ก่อเหตุวางระเบิด แต่อาจจะเคยมีส่วนร่วมหรือเกี่ยวข้องกับเหตุระเบิดที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ทหารใช้อำนาจตามกฎอัยการศึกควบคุมตัวสอบปากคำ เพื่อหาข้อมูลรายละเอียดบุคคลที่เกี่ยวข้อง

ด้าน พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร.กล่าวว่า จากการประเมินด้านการข่าวพบว่า สถานการณ์ในภาพรวมจำเป็นต้องติดตามเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง เพื่อให้การรักษาความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินของประชาชนและการรักษาความเรียบร้อยเป็นไปด้วยความเรียบร้อยมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น กำชับให้ทุกหน่วยเพิ่มความเข้มความถี่และมาตรการเชิงรุกด้านสายตรวจทุกประเภท โดยเฉพาะการจัดสายตรวจเดินเท้า สายตรวจรถยนต์ ประจำจุดและให้เปิดสัญญาณไฟวาบ เพื่อป้องปรามลดแรงจูงใจและตัดโอกาสการกระทำความผิดในพื้นที่สำคัญที่มีประชาชน นักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมากอาจตกเป็นเป้าหมายการก่อเหตุหรือสร้างสถานการณ์ความวุ่นวาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งห้างสรรพสินค้า สถานีขนส่ง สถานีรถไฟฟ้า สวนสาธารณะ สถานีรถโดยสารขนาดใหญ่ ท่าเรือและสถานที่สำคัญ โดยให้ ผบก.และ ผกก.ในพื้นที่กำหนดแผนรักษาความปลอดภัยพื้นที่เป้าหมาย

พล.ต.อ.สมยศกล่าวด้วยว่า ให้ ผบช.น.ร่วมกับ ผบก.น.1-9 กำหนดสถานที่เสี่ยง วางแผนจัดกำลังสายตรวจพร้อมทั้งให้ บก.สปพ.และ บก.อคฝ.แต่งเครื่องแบบตำรวจสีกากีสนับสนุนการปฏิบัติร่วมกับกำลัง บก.ป. บก.ทท.และฝ่ายรักษาความปลอดภัย โดยให้ประสานกับหน่วยทหารในพื้นที่และฝ่ายปกครองอย่างใกล้ชิด ขอให้ตำรวจปฏิบัติงานอยู่ในพื้นที่ควบคุมทางยุทธการ ผบก.น.1-9 และ ภ.จว.แล้วแต่กรณี หัวหน้าสถานีตำรวจ ต้องประสานหัวหน้าฝ่าย รปภ.สถานที่สำคัญทุกแห่งทั้งภาคราชการ ภาคเอกชน เพื่อขอความร่วมมือตรวจตรา สังเกตจดจำตำหนิรูปพรรณบุคคล ยานพาหนะต้องสงสัยและตรวจสอบความพร้อมของกล้องวงจรปิดให้อยู่ในสภาพที่ใช้งานได้ และติดตั้งในจุดพื้นที่เหมาะสม ให้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา รอง ผบ.ตร. (มค.) รับผิดชอบดูแลอำนวยการปฏิบัติในภาพรวม

ก่อนหน้านี้เมื่อเวลา 10.00 น. พล.ต.ต.ภาณุรัตน์ หลักบุญ ผบก.สปพ. พ.ต.อ.สำราญ นวลมา ผกก.บก.สปพ. ร่วมกันปล่อยแถวป้องกันการก่อเหตุอาชญากรรมบริเวณรอบห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กทม. โดยสนธิกำลังเจ้าหน้าที่กลุ่มงานเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด (อีโอดี) จำนวน 3 ชุด เจ้าหน้าที่ตำรวจสุนัข 6 ชุด รวมกำลังเจ้าหน้าที่กว่า 30 นายและยังมีเจ้าหน้าที่ฝ่ายรักษาความปลอดภัยห้างสรรพสินค้าสยามพารา-กอน นำโดย นาวาเอกสมชาย โชคสงวน ผอ.ฝ่ายรักษาความปลอดภัย พล.ต.ต.ภาณุรัตน์กล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาเกิดเหตุระเบิดบริเวณใกล้เคียงกับห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน บก.สปพ.จึงจัดโครงการ “191 ที่พึ่งแรก ที่รักของประชาชน You'll never walk alone” เป็นการเฝ้าสังเกตการณ์ในจุดที่ล่อแหลมเสี่ยงต่อการลงมือก่อเหตุหรือสถานที่ที่มีคนพลุกพล่าน อาทิ ห้างสรรพสินค้าต่างๆ การปล่อยแถวนั้นจะคอยออกตรวจตราช่วงเทศกาลต่างๆ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนที่ใช้บริการ รวมทั้งแจกนามบัตรเป็นเบอร์โทรศัพท์มือถือหรือไอดีไลน์ที่สามารถติดต่อเจ้าหน้าที่ บก.สปพ.ได้ง่ายยิ่งขึ้น

“ศรีวราห์” แย้มพนักงานสอบสวนรวบรวมหลักฐานไปขออนุมัติศาล ออกหมายจับมือระเบิดไปป์บอมบ์แล้ว อ้างจำไม่ได้ว่ากี่คน แต่ยอมรับเชื่อมโยงเหตุระเบิดคดีเก่า พร้อมระดมชุดสืบสวน 7 ชุดลงพื้นที่... 8 ก.พ. 2558 00:40 8 ก.พ. 2558 02:20 ไทยรัฐ