วันพฤหัสบดีที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ป่วนจุฬา-มธ.ทหารผวาล้อการเมือง (ชมคลิป)

บล็อกสนามศุภฯบอลประเพณียึดป้ายผ้าข้อเขียนเหน็บแนมนศ.ใช้แผนลวงโชว์ขบวนฮือฮา

ทหาร-ตร.ตรึงสนามศุภฯคุมเข้มงานบอลประเพณีจุฬาฯ-ธรรมศาสตร์ เอกซเรย์ขบวนพาเหรดล้อการเมือง นศ.งัดแผนลับ ลวง พราง ใช้สารพัดวิธีซ่อนหุ่น ฝ่าด่านเข้างาน เผยโฉมออกมาเล่นเอาคนดูข้างสนามฮือฮาหน้าคล้าย “บิ๊กตู่” ล้วนๆ ไม่มีล็อกตัว นศ. ทหารยอมถอนกำลังออกไปไร้เหตุวุ่นวาย “วรชัย” ยังโวยไม่หยุด หลังถูกเรียกปรับทัศนคติ อ้างมีทหาร-ตร.สะกดรอยทุกฝีก้าวยิ่งกว่ายุคจอมพลสฤษดิ์ “รมต.สุวพันธุ์” ยันมีคลื่นใต้น้ำกำลังก่อตัวอยู่ “มาร์ค” จี้แม่น้ำ 5 สายเร่งคลอด รธน. “สมชัย” ยังมโนจะได้อำนาจกลับคืนมา “ไก่อู” ลั่นไม่ ลต.เร็วตามใจมะกัน

งานบอลประเพณีจุฬาฯ-ธรรมศาสตร์ ที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ซึ่งสีสันที่ขาดไม่ได้คือการโชว์ขบวนล้อการเมือง แต่ปีนี้การจัดงานท่ามกลางบรรยากาศคุมเข้ม การแสดงความเห็นทางการเมืองได้ส่งมาถึงกิจกรรมเหล่านี้ด้วย

ทหาร–ตร.ตรึงงานบอลจุฬาฯ–มธ.

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 7 ก.พ. ที่สนามศุภชลาศัย มีการแข่งขันฟุตบอลประเพณีจุฬา-ธรรมศาสตร์ บรรยากาศคึกคักเหมือนทุกปีที่ผ่านมา โดยก่อนพิธีเปิดจะเริ่มขึ้น พ.ท.ภาสกร กุลรวิวรรณ ผู้บังคับ การ ม.พัน 1 พล.ร.2 นำกำลังทหารทั้งในและนอก เครื่องแบบนับร้อยนายสนธิกำลังกับตำรวจนครบาล 6 นำโดย พล.ต.ต.ชยพล ฉัตรชัยเดช ผบก.น.6 กระจายกำลังตรึงพื้นที่ทุกประตูเข้าออกสนามกีฬาฯ เพื่อเกาะความเคลื่อนไหวโดยเฉพาะขบวนพาเหรดล้อการเมือง ซึ่งอาจจะมีลักษณะและข้อความกระทบการสร้างความปรองดองและเกิดความขัดแย้งขึ้นได้

เช็กยิบขบวนพาเหรดแต่ไม่ขวาง

อย่างไรก็ตาม พ.ท.ภาสกรได้แบ่งกำลังทหารนอกเครื่องแบบกว่าสิบนายเข้าตรวจสอบหุ่น 5 ตัว ในขบวนพาเหรดล้อการเมืองของนักศึกษา “กลุ่มอิสระล้อการเมือง มธ.” ที่ตั้งอยู่บริเวณประตู 12 โดยมีนายวชิรวิทย์ คงคาลัย นักศึกษารัฐศาสตร์ ปี 2 มธ. ประธานกลุ่มอิสระล้อการเมือง เข้าชี้แจงว่า ไม่ได้ จงใจล้อทหาร ต้องการแค่สื่อความหมายสะท้อน ปัญหาสังคม เช่น หุ่นค่านิยม 12 ประการ หุ่นโฆษณา ชวนเชื่อที่เน้นการนำเสนอที่ไม่เหมาะสมของสื่อยุคปัจจุบัน และหุ่นที่คลุมผ้าดำไว้ที่หน้าคือ การแสดงถึงความรุนแรงที่เกิดขึ้นในต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม ทางทหารจาก ม.พัน 1 ไม่เชื่อ แต่ไม่กล้าขวางไม่ให้ขบวนพาเหรดเข้าสู่สนาม จึงนำกำลังทหารนอกเครื่องแบบไปตรึงไว้หน้าประตูทางเข้า เพื่อเตรียมเซ็นเซอร์หากมีการแสดงออกที่สื่อไปในทางการเมือง

ทหารยึดป้ายผ้า–เจอ นศ.โห่

ต่อมาในเวลาประมาณ 14.30 น. ขบวนพาเหรดล้อการเมืองเริ่มเคลื่อนเข้าสู่สนาม โดยมีนักศึกษากลุ่มอิสระล้อการเมือง มธ.เกือบร้อยคนเข้าร่วมในขบวน ท่ามกลางการจับตาของสื่อมวลชนทั้งในและต่างประเทศ ปรากฏว่าเกิดเหตุวุ่นวายขึ้น เมื่อขบวนหยุดที่ภายในประตู 6 ทางเข้าสู่สนาม กลุ่มนักศึกษาเริ่มเปิดยุทธการแผนลวงเจ้าหน้าที่โดยนำป้ายผ้าข้อความที่เตรียมไว้มากาง ซึ่งล้วนแต่ มีข้อความที่เหน็บแนมทางการเมือง พ.ท.ภาสกรจึงสั่งทหารปิดประตูทางเข้าไม่ให้ขบวนพาเหรดเดินเข้าสู่สนามพร้อมให้เจ้าหน้าที่ดึงป้ายผ้าทั้งหมดมายึดไว้ 5 ป้าย ทำให้นายปริญญา เทวานฤมิตรกุล รอง อธิการบดี มธ. ต้องเข้ามาขอเจรจา จนทาง ม.พัน. 1 ยินยอมให้ขบวนพาเหรดล้อการเมืองเคลื่อนเข้าสู่สนามได้แต่ห้ามถือป้าย ซึ่งระหว่างที่เข้ายึดป้ายผ้าข้อความล้อการเมือง มีเสียงโห่จากนักศึกษาบนอัฒจันทร์เกิดขึ้น

ขบวนถึงสนามถลกโชว์หุ่น “บิ๊กตู่”

จากนั้นเมื่อขบวนหุ่นพาเหรดล้อการเมือง สามารถผ่านด่านกำลังทหาร ม.พัน 1 เคลื่อนเข้าในสนามเข้าสู่พิธีเปิดฟุตบอลประเพณีจุฬา-ธรรมศาสตร์ได้สำเร็จ กลุ่มอิสระล้อการเมือง มธ.จึงเปิดเผยตัวจริงของหุ่นแต่ละตัว ที่ถูกพรางไว้เพื่อลวงเจ้าหน้าที่ เริ่มจากหุ่นชายคลุมหน้า มีการเปิดผ้าดำที่คลุมแล้วแกะโฟมที่หุ้มตัวหุ่นออก กลายมาเป็นหุ่นทหารสวมชุดเขียว มีใบหน้าคล้าย พล.อ.ประยุทธ์ แต่เนื้อตัวมอมแมมไปด้วยสติกเกอร์ มือถือแปรงซักผ้า กำลังขัดถู หุ่นสวมเสื้อเหลืองแดงฟ้า ในกะละมัง โดยทางกลุ่มอ้างว่าต้องการสื่อความหมายถึงกองทัพที่คอยมาทำความสะอาดคนอื่น แต่ไม่ทำความสะอาดตัวเอง

ลอกคราบตัวหลอก–เผยโฉมตัวจริง

ส่วนหุ่นตัวค่านิยม 12 ประการ ที่เดิมเป็นแค่หุ่นครูกำลังยืนสอนหนังสือธรรมดา ถูกนักศึกษาฉีกข้อความเดิมออกเผยให้เห็นเป็นข้อความที่ซ่อนไว้ว่า “ประชาธิปไตย เสรีภาพ” แล้วขีดเส้นใต้ทับไว้ ด้วยสีแดง เช่นเดียวกับหุ่นโฆษณาชวนเชื่อที่เดิมเป็นหุ่นคนนั่งดูทีวีธรรมดาก็มีการฉีกกระดาษดำที่คลุมหน้าจอทีวี กลายมาเป็นรูป พล.อ.ประยุทธ์บนจอทีวีแทน เหตุดังกล่าวเรียกเสียงฮือฮาให้ผู้ชมในสนามทั้งศิษย์เก่าและปัจจุบัน และสร้างความไม่พอใจ ให้ทหารที่เตรียมกำลังมาควบคุมสถานการณ์ แต่สุดท้ายก็ยอมถอนกำลังกลับโดยไม่ได้จับกุมนักศึกษากลุ่มอิสระล้อการเมืองแม้แต่รายเดียว

นศ.เฮลั่นรุมถ่ายเซลฟี่ขบวนหุ่น

หลังขบวนพาเหรดล้อการเมืองเคลื่อนตัวออกจากสนาม กลุ่มนักศึกษาได้ช่วยกันยกหุ่นที่เป็นรูปของทหารแต่งตัวมอมแมมยกออกไปวางไว้ด้านหน้าสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ก่อนส่งเสียงไชโยโห่ร้องยินดีกับความสำเร็จ จากนั้นมีนักศึกษาแห่มาถ่ายภาพไว้เป็นที่ระลึกกันอย่างสนุกสนาน นายรังสิมันต์ โรม นักศึกษานิติศาสตร์ปีที่ 2 แกนนำกลุ่ม ได้ประกาศกับทีมงานว่า “สิ่งที่พวกเราทำวันนี้ คือประวัติศาสตร์หน้าหนึ่ง ที่มีราคาแพง เพราะเราอาจถูกจับกุมหลังจากนี้ ดังนั้นขอให้ทุกคนเอา

ตัวรอดด้วยการแยกย้ายกันหนีแล้วพบกันใหม่เมื่อชาติต้องการ” จากนั้นนักศึกษา มธ.ที่ร่วมพาเหรดล้อการเมืองทั้งหมดได้วิ่งแยกย้ายกันไปคนละทาง เวลาต่อมาบริเวณอัฒจันทร์ฝั่งคบเพลิง ก็มีนักศึกษากลุ่มหนึ่งนำป้ายผ้าขนาดใหญ่ข้อความว่า “เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ” ขึ้นไปกางไว้ ทำให้พิธีกรในงานฟุตบอลประเพณี ต้องประกาศผ่านไมค์ว่า “ขอให้มีการแสดงออกที่เหมาะสมกับงานด้วย” จึงมีการเก็บป้ายผ้าออกในที่สุด

พท.คาดปล่อย “เรืองไกร” อีกไม่นาน

นายอำนวย คลังผา อดีต ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ควบคุมตัวนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ คณะ ทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทยว่า คิดว่าเป็นการเชิญตัวไปพูดคุยปรับทัศนคติตามกฎอัยการศึก เหมือน ที่ตนเคยถูกควบคุมตัวช่วงที่มีการรัฐประหารใหม่ๆ ไม่น่ามีปัญหาอะไร ที่ผ่านมาทางพรรคก็ให้ความร่วมมือกับ คสช.มาโดยตลอด และการควบคุมตัวก่อนหน้านี้ก็ใช้ระยะเวลาไม่นาน คิดว่าอีกไม่กี่วัน นายเรืองไกรก็จะได้รับการปล่อยตัวออกมา อย่างไร ก็ตาม อยากฝากให้ คสช.รับฟังการแสดงความคิดเห็น ที่อยู่ในขอบเขตของภาคส่วนต่างๆ บ้าง ทั้งภาคประชาชน ฝ่ายการเมือง และสื่อมวลชน เพราะการปฏิรูป ประเทศให้เป็นประชาธิปไตยที่เหมาะสมกับสังคมไทยจำเป็นต้องรับฟังความคิดเห็นของทุกฝ่าย

“วรชัย” โวยโดนสะกดรอยทุกฝีก้าว

นายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย และแกนนำ นปช. กล่าวว่า รู้สึกอึดอัดมากที่ คสช.ส่งทั้งทหารและตำรวจมาคอยติดตามเฝ้าดูตนทุกฝีก้าว จะไปไหน ทำอะไร ใช้รถ คันไหนทะเบียนอะไร จะมีเจ้าหน้าที่มาจับตาและรายงานผู้บังคับบัญชา คิดว่ามันละเมิดสิทธิกันเกินไป เลี้ยวขวาเจอทหาร เลี้ยวซ้ายเจอตำรวจ อยากฝากไปถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้าคสช. ว่าตนไม่ได้ทำอะไรเสียหาย บอกแล้วว่าจะไม่มีการปลุกระดมคนมาต่อต้าน ฉะนั้นไม่จำเป็นต้องทำกันถึงขนาดนี้ ขอให้เราไปไหนมาไหนแบบส่วนตัวได้บ้าง ทำแบบนี้มันย้อนยุคยิ่งกว่าสมัยจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ เป็นนายกฯ เสียอีก

“สุวพันธุ์” ยันมีคลื่นใต้น้ำก่อตัวอยู่

นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงสถานการณ์การเมืองหลังเกิดเหตุระเบิดสยามพารากอนและปลอมแถลงการณ์ว่า ยอมรับว่ายังมีคนที่เห็นต่าง ยังมีคลื่นใต้น้ำ มีพวกนิยมความรุนแรง ยิ่งการปฏิรูปงวดใกล้เสร็จมากเท่าไร ความเห็นต่างย่อมมีมากขึ้นเรื่อยๆ เป็นเรื่องปกติ ประเมินไว้แล้ว และรัฐบาลเตรียมรับมือ ไว้แล้ว ประสานทำความเข้าใจกลุ่มต่างๆ ไม่ได้อยู่เฉย ส่วนทั้ง 2 เหตุการณ์เป็นฝีมือคนกลุ่มเดียวทำหรือไม่ ตนไม่มีข้อมูล แต่ที่แน่ๆมีผลกับรัฐบาลต้องเดือดร้อนแน่ บอกว่าไม่มีผลมันคงเป็นไปไม่ได้ และคนไทยควรร่วมกันประณาม และขอบอกไว้ก่อนเราไม่สามารถเอาเหตุระเบิดเพียงครั้งเดียวมาตัดสินว่าการปฏิรูปจะไม่สำเร็จ เพราะยังมีคนอีกมากอยากเห็นบ้านเมืองสงบสุข

เอพีอ้างมะกันอุ้มเด็ก พท.–นปช.

สำนักข่าวเอพีรายงานอ้างแถลงของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯวิพากษ์วิจารณ์ถึงกรณีนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพรรคเพื่อไทย ถูกรัฐบาลทหารควบคุมตัวสอบสวนปรับทัศนคติภายในค่ายทหารแห่งหนึ่ง ภายหลังจากนายเรืองไกรส่งจดหมายเปิดผนึกถึงนายแพทริค เมอร์ฟีย์ อุปทูตสหรัฐฯ วิพากษ์วิจารณ์การแต่งตั้งบุคคล โดยคณะ รัฐบาลทหารหลังการรัฐประหาร กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯเห็นว่าสิ่งที่เกิดขึ้นแก่นายเรืองไกรคือปัญหาและเรียกร้องถึงรัฐบาลไทยให้หยุดการออกหมายเรียกตัวหรือควบคุมตัวบุคคลต่างๆ ทั้งนักการเมือง นักวิชาการ สื่อมวลชน กลุ่มผู้แสดงความคิดเห็นทางการเมืองบนเครือข่ายออนไลน์หรือกลุ่มผู้ชุมนุมประท้วงโดยสงบและให้ปล่อยตัวผู้ถูกควบคุมตัวทั้งหมดทันที ทั้งนี้ ประเทศไทยถือเป็นพันธมิตรเก่าแก่ที่สุดของสหรัฐฯในภูมิภาคเอเชีย แต่ความสัมพันธ์อันดีระหว่างไทยกับสหรัฐฯต้องมัวหมองลงจากเหตุรัฐประหารในประเทศไทย

“สมบัติ” ยังเชียร์นายกฯคนนอก

เมื่อเวลา 13.30 น. ที่สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ศูนย์วิจัยขีดความสามารถในการแข่งขัน สำนักวิจัยแห่งนิด้า จัดสัมมนาในหัวข้อ ผู้นำยุคใหม่ บูรณาการนิด้าโมเดลเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยมีนายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ปฏิรูปการเมือง สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) นายบรรเจิด สิงคะเนติ กมธ.ยกร่างฯ ร่วมบรรยาย ทั้งนี้ นายสมบัติกล่าวถึงแนวคิดการปฏิรูปการเมืองว่า ระบอบประชาธิปไตยที่ดีต้องให้คนดี และนักการเมืองที่ดีมาปกครองบ้านเมือง แต่ ที่ผ่านมานักการเมืองไทยทำผิดกฎหมายมาตลอด ทั้งการจ่ายเงินเลี้ยง ส.ส.เป็นกลุ่มก๊วน มีการซื้อเสียง นโยบายพรรคดี แต่ไม่จ่ายเงินคนก็ไม่เลือก คือเงินบ่มา กาบ่เป็น เงินบ่มี หนีเข้านา ซึ่งพอได้เป็น นายกฯ ก็เข้ามากอบโกยประพฤติมิชอบในระบบรัฐสภา ต่อมาก็ต้องจัดงบประมาณ ให้กับ ส.ส.ที่เลี้ยงไว้ไปจัดสรรปันส่วน ถ้าปฏิรูปแล้วไม่ได้คนดีจะปฏิรูปทำไม และตราบใดที่ให้ ส.ส.เลือกนายกฯ นายกฯก็จะต้องอุปถัมภ์ ส.ส.ตอบแทน ซึ่งจะเป็นปัญหาในการบริหารประเทศ

ยก “ชวน–แม้ว–มาร์ค” เป็นตัวอย่าง

นายสมบัติกล่าวว่า การที่นายกฯยังคงเป็น ส.ส.อยู่จะต้องทำหน้าที่ในสภาถึงปีละ 8 เดือน ไม่มี เวลาบริหารประเทศแก้ปัญหายากจน ยกตัวอย่าง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เป็นนายกรัฐมนตรี เน้นเข้าแก้ปัญหาประชาชนมาก ทำให้ประชาชนรากหญ้าชื่นชอบ ขณะที่สมัยนายชวน หลีกภัย และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี ยึดมั่นเคร่งครัดระบบรัฐสภาไม่เคยขาดประชุม แต่ถามว่า มีผลงานการบริหารอะไรบ้างที่คนจดจำได้ นี่คือจุดอ่อนของการบริหารประเทศในระบบรัฐสภา

ชงตั้งศาลการคลังป้องงบแผ่นดิน

ด้านนายบรรเจิด สิงคะเนติ กล่าวถึงแนวทางการปฏิรูปด้านการต่อต้านทุจริตคอร์รัปชัน และสร้างมาตรฐานทางจริยธรรมของผู้บริหารประเทศว่า ต้องปฏิรูปตั้งแต่ต้น กลาง และปลายรากฐานพีระมิด เพราะการทุจริตถูกฝังชิพไว้ก่อนที่จะคลอดเป็น พ.ร.บ.งบประมาณประจำปีแล้ว โดยตอนแปรญัตติตัดทอนงบประมาณ แต่ละกระทรวงต้องตัดทอนไว้ให้เผื่อ ส.ส. 10% ถึงจะได้รับการอนุมัติโดยง่าย ดังนั้นการร่างรัฐธรรมนูญรอบนี้จึงวางหลักเรื่องงบประมาณไว้อาทิ กำหนดคำนิยมของคำว่าเงินของแผ่นดิน ถ้าตัดทอนงบประมาณไปแล้ว จะขอเพิ่มอีกไม่ได้ และ มีการตั้งศาลการคลังและงบประมาณ ซึ่งเป็นการปิดช่องโหว่ความขัดแย้งระหว่างอัยการ กับ ป.ป.ช.เรื่องการสั่งฟ้อง และปิดช่องโหว่เรื่องวินัยงบประมาณการคลัง ทั้งหมดเป็นการวางหลักเพื่อป้องกันงบประมาณแผ่นดิน

“สมชัย” ยังมโนจะได้อำนาจคืน

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง กล่าวถึงกรณีที่ กกต.ทำจดหมายเปิดผนึกถึงแม่น้ำ 5 สาย ชี้แจง 3 ประเด็นกรณีที่คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ มีมติลดทอนอำนาจของ กกต.ว่าสิ่งที่ต้องมองคือรัฐธรรมนูญที่จะเกิดใหม่ต้องใช้อย่างยั่งยืน ไม่ใช่ใช้ไปแล้วมาหวนคิดว่าหลักการไม่ถูกต้องแล้วมาเปลี่ยนแปลงแก้ไข เพราะขณะนี้ยังสามารถคิดทบทวนแม้ กมธ.ยกร่างฯจะเดินหน้าไปหมวดอื่นแล้วก็ตาม แต่พอยกร่างเสร็จก็ต้องส่งให้ คสช. ครม. รวมทั้ง สปช.พิจารณาในขั้นตอนสุดท้ายและคงฝากความหวังไว้กับองค์กรเหล่านี้ที่สามารถทบทวนปรับแก้ได้และหลักการที่ กกต.เสนอไปใน 3 ประเด็นก็ถือเป็นหลักการที่สำคัญ

ฟ้องทั่ว ปท. 3 พัน ล.เลือกตั้งล่ม

นายสมชัยยังกล่าวถึงกรณีที่จะยื่นฟ้องค่าเสียหาย 3,000 ล้านบาทกับบุคคลที่ทำให้การเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ.2557 เป็นโมฆะว่า จากเดิมที่เคยบอกว่าจะได้ข้อสรุปในวันที่ 20 ม.ค. หรือ 27 ม.ค. ซึ่งคณะทำงานได้ทำเรื่องเสนอให้ กกต.พิจารณาแล้ว แต่ยังมีปัญหาในเรื่องการรวบรวมรายชื่อผู้กระทำผิด เพราะมีอยู่เกือบทั่วประเทศ กกต.จึงมีมติให้ไปทบทวนให้ครบถ้วนก่อน นอกจากนี้อายุความในเรื่องนี้ยังไม่ถือว่านับหนึ่งจนกว่าจะส่งให้อัยการสูงสุดพิจารณาสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้องภายใน 1 ปี และเท่าที่คุยกับฝ่ายกฎหมายเรื่องอายุความไม่ได้เป็นปัญหา ส่วนกรอบเวลาที่จะสามารถส่งฟ้องร้องได้อาจจะเป็นช่วงเดือน เม.ย.หรือช่วงเดียวกับที่นายบุญส่ง น้อยโสภณ กกต.ด้านสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัยระบุว่าจะส่งฟ้องเกี่ยวกับประเด็น น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯกรณีทัวร์นกขมิ้น และการออกแถลงการณ์ผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจของ น.ส.ยิ่งลักษณ์เกี่ยวกับโครงการรับจำนำข้าว รวมทั้งกรณีสถานีโทรทัศน์ช่อง 11 เชิญผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ และแบบแบ่งเขตของพรรคเพื่อไทยเพียงพรรคเดียว ไปออกรายการช่วงที่มี พ.ร.ฎ.เลือกตั้ง

“มาร์ค” อยากให้ รธน.เสร็จเร็วๆ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ระบุว่ารัฐธรรมนูญจะเสร็จเร็วหรือช้าขึ้นอยู่กับพรรคการเมืองด้วยว่า หากเดินไปตามโรดแม็ปก็ชัดเจนอยู่แล้ว ความไม่แน่นอนมีเพียงอย่างเดียวคือ รัฐธรรมนูญจะผ่านหรือไม่ แต่สิ่งที่นายกฯพูดนั้นมองว่าสิ่งที่จะทำให้สถานการณ์บ้านเมืองผ่านไปได้ก็ต้องมีความสงบ ซึ่งเป็นหน้าที่ของรัฐบาล ยืนยันว่าฝ่ายการเมืองส่วนใหญ่ไม่มีใครต้องการเห็นความปั่นป่วน มีแต่ต้องการให้บ้านเมืองเดินไปข้างหน้าได้ แต่ทุกอย่างต้องเป็นไปตามกระบวนการกฎหมายและความเป็นธรรม สำหรับนักการเมืองอยากย้ำว่า ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะทำให้รัฐธรรมนูญออกมาช้า

จี้แม่น้ำ 5 สายเร่งทำคลอด

เมื่อถามว่า ถ้ารัฐธรรมนูญต้องสะดุดหรือว่ายืดเวลาออกไปจากที่กำหนดรับได้หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ทุกอย่างขึ้นอยู่กับสถานการณ์ แต่ขอย้ำว่าความต้องการของสังคมและสิ่งที่ดีสำหรับประเทศ ถ้าไม่มีกรณีดังกล่าวเกิดขึ้นจะเป็นเรื่องดีที่สุด ฉะนั้นขอให้ คสช. และองค์กรที่เกี่ยวข้องจริงจัง จริงใจ เร่งรัดในการผลักดัน ขณะเดียวกัน ต้องดูแลไม่ให้มีปัญหาเกิดขึ้นด้วย เพราะเชื่อว่าคนที่อยากจะสร้างปัญหามีเพียงส่วนน้อย

นายอภิสิทธิ์กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญระบุจะส่งหนังสือเชิญ 74 พรรคการเมืองร่วมเสวนาในวันที่ 16 ก.พ.นี้ เกี่ยวกับระบบการเมืองใหม่ว่า ยังไม่ได้รับหนังสือ แต่พรรคก็ให้ความร่วมมือมาโดยตลอด ซึ่งอยากสะท้อนปัญหาว่า ขณะนี้พรรคไม่สามารถจัดประชุมภายในได้เนื่องจากติดคำสั่งห้าม เราจึงทำได้เพียงส่งคนไปร่วม ซึ่งเป็นการให้ความเห็นส่วนตัวเท่านั้น

จับตาปรู๊ฟแรก “ที่มา ส.ส.”

เมื่อถามว่า พรรคจะเสนอแนะหรือคัดค้านในเรื่องระบบการเลือกตั้งแบบสัดส่วนผสม ที่ กมธ.ยกร่างฯระบุจะนำมาใช้ในการเลือกตั้งครั้งหน้าหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ในเบื้องต้นยังไม่มีข้อเสนอแนะอะไร คงต้องรอให้ กมธ.ยกร่างฯ ร่างรัฐธรรมนูญให้แล้วเสร็จก่อน เพราะขณะนี้ยังไม่มีการอธิบายที่ชัดเจน โดยเฉพาะการได้มาของ ส.ส. เพราะมีการพูดถึงเพียงเรื่องคะแนนเสียงและที่นั่งในสภาเท่านั้นจึงต้องรอคำอธิบายรายละเอียดเหล่านี้

แนะจูบปากมะกัน–ดื่มด่ำกับจีน

ส่วนกรณีที่ระดับผู้บริหารของชาติมหาอำนาจทั้งประเทศจีนและสหรัฐอเมริกาเข้าพบปะผู้นำรัฐบาลไทย แต่มีท่าทีต่างกัน นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ประเทศไทยจำเป็นต้องรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับทุกประเทศ เพราะบางประเทศก็มีจุดยืนของเขา ซึ่งเราก็ต้องเข้าใจสังคมโลก ซึ่งความเหมาะสมและความพอดี ถือเป็นหัวใจหลัก ไม่มีเหตุผลอะไรที่เราต้องไปทะเลาะกับใคร ขณะเดียวกัน เราต้องรักษาศักดิ์ศรีของประเทศไทยไว้ด้วย

“ไก่อู” ลั่นไม่ ลต.เร็วเพื่อตามใจใคร

พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีนักการทูตระดับสูงสหรัฐฯระบุว่า สหรัฐฯจะไม่ฟื้นฟูความเป็นพันธมิตรทางการทหารอย่างเต็มรูปแบบกับไทย หากยังไม่ฟื้นฟูประชาธิปไตยและมีรัฐบาลพลเรือนที่มาจากการเลือกตั้งว่า เราได้ทำความเข้าใจกับสหรัฐฯหลายครั้งแล้ว ที่พูดมาเราก็เข้าใจท่าทีของสหรัฐฯ แต่สิ่งที่รัฐบาลต้องทำคือ แก้ไขปัญหาของประเทศชาติ มองถึงปัญหาความขัดแย้งเป็นหลัก เพราะเราเข้ามาเพื่อหยุดยั้งความขัดแย้ง และได้วางโรดแม็ปในการดำเนินการเพื่อนำไปสู่ประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ไว้แล้ว ต้องใช้เวลา เราไม่สามารถทำตามคำท้วงติงของใครที่ต้องการให้มีการเลือกตั้งโดยเร็วได้ และสิ่งสำคัญคือรัฐบาลจะพยายามไม่ขยายความขัดแย้งเพิ่มเติม

แฉขึ้นคอนโดคุยนักการเมืองบ่อย

นายปณิธาน วัฒนายากร ที่ปรึกษา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวว่า วิธีการแบบนี้ไม่เหมาะสม กระทรวงการต่างประเทศต้องท้วงติงไปบ้าง ต้องชี้แจงต่อสาธารณชนด้วย ไม่อย่างนั้นอาจบาดหมางใจกันได้ ทำให้พื้นฐานความสัมพันธ์ที่ดีอยู่แล้วอ่อนไหว

ขณะเดียวกัน คนไทยอย่าไปเต้นตาม แสดงออกอะไรที่รุนแรง เพราะยังเป็นเพื่อนกันอยู่ เรื่องนี้ถ้าสังเกต มีแค่ 3-4 คนของสหรัฐฯมักออกมาพูด ไม่รู้ว่าพูดทำไม และเท่าที่รู้สนิทนักการเมืองบางกลุ่มในไทย พูดคุยกันอยู่บ่อยๆ ที่คอนโดใกล้สถานทูตสหรัฐฯในไทย ยืนยันความสัมพันธ์ไทยสหรัฐฯโดยรวมปกติ มีข้อจำกัดทางการทหารบางเรื่องเท่านั้น ตามกฎหมายสหรัฐฯ เมื่อมีรัฐประหารเกิดขึ้น ขณะที่การฝึกร่วมทหารยังเป็นปกติ

“สังศิต” แนะ รบ.คุมเข้ม รสก.ใกล้ชิด

เมื่อเวลา 13.00 น. ที่โรงแรมเดอะ สุโกศล กรุงเทพฯ คณะกรรมาธิการปฏิรูปการเมือง สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ร่วมกับ สถาบันปฏิรูปประเทศไทย (สปท.) จัดโครงการสัมมนาและรับฟังความคิดเห็น ประเด็น การปฏิรูปการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ โดยนายสังศิต พิริยะรังสรรค์ ประธาน สปท.กล่าวเปิดการสัมมนาตอนหนึ่งว่า คสช.ตั้งใจที่จะเข้ามาต่อต้านการทุจริตทั้งภาครัฐและเอกชน ปัญหาการทุจริตของไทยพัฒนาไปไกลกว่าที่คนไทยเข้าใจ แม้ว่าจะมีรัฐบาลที่สุจริตแต่การทุจริตก็ยังจะมีต่อไป ในภาคราชการ รัฐวิสาหกิจและองค์กรท้องถิ่นมีกลุ่มผลประโยชน์สามารแทรกเข้ามาอยู่ในโครงสร้าง โดยการร่วมมือกับเจ้าหน้าที่รัฐ ฝังรากลึกในโครงสร้างโดยเฉพาะรัฐวิสาหกิจ ถึงแม้ว่ารัฐบาลจะมีการเปลี่ยนแปลงบอร์ดรัฐวิสาหกิจแล้วจำนวนมาก แต่หากบอร์ดไม่สามารถควบคุมความละโมบได้ก็ยังจะเกิดการทุจริตอีก ดังนั้น รัฐบาลต้องติดตามรัฐวิสาหกิจอย่างใกล้ชิดต่อไป โดยเฉพาะการบริหารจัดการที่โปร่งใส หากรัฐบาลอยากให้ประชาชนมีความสุข การจัดการที่โปร่งใส โดยเฉพาะการจัดซื้อจัดจ้างของรัฐวิสาหกิจเป็นสิ่งที่รัฐบาลสมควรทำเป็นอย่างยิ่ง

ชงตั้งกองทุนต้านคอร์รัปชัน

ด้านนายประมนต์ สุธีวงศ์ ประธาน กมธ.ปฏิรูปการป้องกันและปราบปรามทุจริตและประพฤติมิชอบ สปช. กล่าวว่า การป้องกันไม่ให้มีการทุจริต ต้องให้ประชาชนมีส่วนร่วมและมีบทบาทสำคัญในการต่อต้านคอร์รัปชัน หากคนไทยไม่มีสำนึกการต้านคอร์รัปชันจะไม่สำเร็จ รวมทั้งต้องมีการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารภาครัฐให้ประชาชนได้รับทราบ และต้องมีกองทุนต่อต้านคอร์รัปชันทำงานเพื่อป้องกันและต่อสู้กับการทุจริต การจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐต้องมีความโปร่งใสตรวจสอบได้และมีกลไกป้องกันการทุจริต มีการปลูกฝังและรณรงค์ให้คนมีคุณธรรมจริยธรรม โดยอาจรณรงค์ผ่านสื่อต่างๆและส่งเสริมการมีคุณธรรมทั้งภาครัฐและเอกชน ส่วนการปราบปรามจะต้องปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล เช่น จัดตั้งศาลชำนาญพิเศษต้านคอร์รัปชัน ปรับปรุงและบูรณาการการทำงานขององค์กรอิสระต่างๆที่เกี่ยวข้องกับคดีการทุจริต

“เต่านา” ยื่นสอบจริยธรรม “ครูหยุย”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงเย็นวันที่ 6 ก.พ.ที่ผ่านมา ทนายความของ ม.ล.มิ่งมงคล โสณกุล หรือ “เต่านา” เดินทางมายื่นหนังสือต่อสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ขอให้ตรวจสอบจริยธรรมนายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กรณีแสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสม ทำท่าชี้นิ้วเชือดคอตัวเอง ภายหลังจาก สนช.มีมติถอดถอน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กรณีโครงการรับจำนำข้าว เมื่อวันที่ 23 ม.ค.ที่ผ่านมา จนถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่า แสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสม

เลขา สนช.รับลูกชงขึ้น “พรเพชร”

นางนรรัตน์ พิมพ์เสน เลขาธิการวุฒิสภา ในฐานะปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เปิดเผยว่า ได้รับหนังสือดังกล่าวแล้ว โดยข้อร้องเรียนระบุถึงพฤติกรรมของนายวัลลภว่า เป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม ไม่ให้เกียรติ มีพฤติกรรมไม่เป็นกลาง และผิดจริยธรรม ขั้นตอนหลังจากนี้จะมีการตรวจสอบข้อร้องเรียนดังกล่าวว่า เข้าข่ายผิดประมวลจริยธรรมหรือไม่ โดยในวันที่ 9 ก.พ.จะมีการประชุมกัน จากนั้นจะนำเสนอต่อนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช.ให้พิจารณา หากประธาน สนช.เห็นว่า เข้าข่ายผิดตามประมวลจริยธรรมก็ต้องส่งให้คณะกรรมการประมวลจริยธรรมของ สนช.พิจารณาต่อไป แต่ขณะนี้ข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมของ สนช.ยังไม่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา คงต้องใช้ประมวลจริยธรรมวุฒิสภาไปก่อน ซึ่งสามารถเทียบเคียงได้เช่นกัน

โพลยังอยากให้ รบ.คงอัยการศึก

กรุงเทพโพล ศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ได้สำรวจความคิดเห็นประชาชน เรื่องประเทศไทยวันนี้เป็นอย่างไรหลังผ่าน 8 เดือน คสช. โดยเก็บข้อมูลกับประชาชนจากทุกภูมิภาคทั่วประเทศจำนวน 1,120 คน โดยเมื่อถามว่าการประกาศใช้กฎอัยการศึกตลอดระยะเวลา 8 เดือนที่ผ่านมา มีผลมากน้อยเพียงใดต่อบรรยากาศความสงบสุขของประเทศในปัจจุบัน พบว่า ร้อยละ 46.2 มีผลอย่างมาก ร้อยละ 35.3 มีผลบ้าง และร้อยละ 16.5 ไม่มีผล เมื่อถามว่าเหตุการณ์ความไม่สงบ การวางระเบิดที่รถไฟฟ้า BTS สถานีสยาม และห้างพารากอน เป็นการสร้างสถานการณ์เพื่อท้าทายกฎอัยการศึกใช่หรือไม่ พบว่า ร้อยละ 50.7 ใช่ ร้อยละ 20.9 ไม่ใช่ และร้อยละ 28.4 ไม่แน่ใจ

นอกจากนี้ เมื่อถามว่ากฎอัยการศึกยังจำเป็นสำหรับ คสช.และรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ในการบริหารประเทศหรือไม่ ในสถานการณ์ปัจจุบัน พบว่า ร้อยละ 70.4 ยังจำเป็น เพราะเป็นการป้องกันการชุมนุม ร้อยละ 22.3 ไม่จำเป็น เพราะจะทำให้ดูไม่ดีในสายตาชาวต่างชาติ

“ปู” ขอเที่ยวฮ่องกง–คสช.ไม่อนุมัติ

ผู้สื่อข่าวรายงานจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ได้ทำเรื่องขออนุญาตมาถึง คสช.เพื่อขอเดินทางไปฮ่องกงในวันที่ 8 ก.พ.58 แต่ทาง คสช.ได้พิจารณาอย่างรอบคอบแล้วจึงไม่อนุญาตและขอให้ชะลอเรื่องไว้ก่อน เนื่องจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ยังมีคดีที่อัยการสูงสุด สั่งฟ้องในคดีโครงการรับจำนำข้าว

ทหาร-ตร.ตรึงสนามศุภฯคุมเข้มงานบอลประเพณีจุฬาฯ-ธรรมศาสตร์ เอกซเรย์ขบวนพาเหรดล้อการเมือง นศ.งัดแผนลับ ลวง พราง ใช้สารพัดวิธีซ่อนหุ่น ฝ่าด่านเข้างาน... 8 ก.พ. 2558 00:07 9 ก.พ. 2558 10:53 ไทยรัฐ