วันพุธที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
อ่างทองแล้งหนัก ชาวบ้านเข็นน้ำรดแปลงผักกว่า 3 กม.

อ่างทองแล้งหนัก ชาวบ้านเข็นน้ำรดแปลงผักกว่า 3 กม.

  • Share:

อากาศแล้งหนัก แถมชลประทานหยุดจ่ายน้ำชาวนา ทำเกษตรกรสวนผักอ่างทองเดือดร้อนเป็นแถว ล่าสุด ต้องเข็นน้ำจากแหล่งห่างไกล รวมทั้งวันกว่า 3 กม. ชาวบ้านโอดผักยังเฉาตายขายได้ไม่พอยาไส้

วันที่ 7 ก.พ.2558 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สภาพอากาศที่แห้งแล้งมากขึ้นทุกวัน ทำให้เกษตรกร หมู่ 9 ต.หัวไผ่ อ.เมือง จ.อ่างทอง ต้องทนทุกข์จากการเดินเข็นรถบรรทุกน้ำไปรดผักที่ปลูกไว้กลางทุ่ง หมู่ 7 ต.โพสะ อ.เมือง จ.อ่างทอง ระยะทางไกลร่วม 1 กม. วันละ 3 เที่ยว หลังแหล่งน้ำที่อยู่ใกล้พื้นที่ปลูกผักแห้งขอด

นายเจริญ ขันทมล วัย 75 ปี หนึ่งในผู้ได้รับความเดือดร้อน เผยว่า ตนและเพื่อนบ้านอีกหลายคนมีอาชีพปลูกผักขาย แต่หลังจากชลประทานหยุดจ่ายน้ำแก่ชาวนา ทำให้ชาวบ้านที่มีอาชีพปลูกผักได้รับผลกระทบตามไปด้วย จึงจำเป็นต้องหาแหล่งน้ำมาใช้รดผักไกลออกไป เพื่อให้ผักรอดตาย และนำไปขายในท้องตลาดเป็นรายได้

"พื้นที่ปลูกผักที่มีอยู่ 5 ไร่ ในช่วงภาวะแล้งอย่างนี้ จำต้องปล่อยให้ฟักทองยืนต้นตาย เหลือพื้นที่ปลูกประมาณ 2 ไร่ ประกอบด้วย กะเพรา โหระพา มะเขือ แตงกวา และถั่วฝักยาว ซึ่งไม่เพียงพอต่อการหล่อเลี้ยงครอบครัว เนื่องจากนำผลผลิตไปขายที่ตลาดได้วันละ 50-70 บาทเท่านั้น"

เกษตรกร หมู่ 9 ต.หัวไผ่ อ.เมือง จ.อ่างทองต้องเข็นน้ำจากแหล่งน้ำเพื่อไปรดผัก

ด้านนางเจริญ พลอยงาม อายุ 67 ปี กล่าวว่า สวนแตงกวาของตนเริ่มแห้งเฉา ผลผลิตเหลือน้อยขายได้เพียงวันละ 20-30 บาทต่อวัน ส่วนถั่วฝักยาวนั้นเพิ่งปลูก ก็จำเป็นต้องสู้ภาวะแล้งนี้ไปให้ได้ เพราะไม่มีอาชีพอื่น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้