วันเสาร์ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เบื้องหลังการถ่ายทำ ข่าว “ซุปเปอร์โบว์ล 49”

โดย ซูม

เซลฟี่ตัวเองโดยมีทอมเบรดีผู้เล่นดังอยู่ข้างหลัง

กลับมาประจำการที่กองบรรณาธิการไทยรัฐ เรียบร้อยแล้วครับ หลังจากบินไปทำข่าว “ซุปเปอร์โบว์ล” ที่เมืองฟีนิกซ์ รัฐอริโซนา สหรัฐอเมริกา รวม 12 วันเต็มๆ

ถามว่าเหนื่อยไหม? ก็คงต้องตอบว่าเหนื่อย แต่ด้วยความมันในการทำข่าว รวมไปถึงผลการแข่งขันปีนี้ ที่แฟนๆอเมริกันฟุตบอลทุกคนยกนิ้วให้ว่ามันสุดๆ...ทำให้หายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง

อย่างที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า กีฬาอเมริกันฟุตบอลหรือที่เรียกกันว่า “คนชนคน” ถือเป็นกีฬาของคนกลุ่มน้อยในประเทศไทย

เทียบไม่ติดกับกีฬาฟุตบอล หรือ “ซอคเกอร์” ที่เป็นกีฬาเบอร์หนึ่งของโลก รวมทั้งในบ้านเรา

แต่เพื่อสนองความต้องการของท่านผู้อ่านให้ครบทุกกลุ่ม “กราวกีฬาไทยรัฐ” ของเรา จึงแบ่งปันเนื้อที่ให้แก่ข่าวอเมริกันฟุตบอลอย่างสม่ำเสมอมาเป็นเวลากว่า 40 ปีแล้วเช่นกัน

อาจจะกล่าวได้ด้วยซํ้าไปว่า ไทยรัฐ เป็นหนังสือพิมพ์รายวันฉบับแรกที่เขียนถึงอเมริกันฟุตบอล และรายงานข่าวอเมริกันฟุตบอล ก่อนที่ช่อง 3 จะนำเทปมาออกอากาศเสียอีกด้วยซํ้า

แต่ก็ต้องยอมรับว่าการออกอากาศของช่อง 3 ในบ่ายวันอาทิตย์ เมื่อ 30 ปีก่อนโน้นมีผลทำให้เด็กหนุ่มไทยหันมาชมชอบกีฬาประเภทนี้ในจำนวน พอสมควร และก็ส่งผลมาถึงการถ่ายทอดสดซุปเปอร์โบว์ล ที่ถ่ายติดต่อกันมาจนถึงบัดนี้ กว่า 30 ครั้งแล้ว จากช่อง 3 มาสู่ทรูวิชั่นส์ในที่สุด

ผมเองแม้จะชื่นชอบฟุตบอลเช่นเดียวกับแฟนๆชาวไทยทั่วประเทศ และจะลงไปช่วยเพื่อนๆ ฝ่ายข่าวกีฬาเขียนคอลัมน์ เบื้องหน้า เบื้องหลัง ทุกครั้งในศึก ฟุตบอลโลก และ ฟุตบอลยูโร

แต่ด้วยความที่ชื่นชอบกีฬาคนชนคน หรืออเมริกันฟุตบอลควบคู่ไปด้วย พรรคพวกก็เลยมอบให้ช่วยทำข่าวและเขียนข่าวอเมริกันฟุตบอลเรื่อยมาตลอดเวลา 40 กว่าปีดังกล่าว

จนกระทั่ง 3 ปีหลังนี่เอง ทางบริษัท สยามสปอร์ต ซินดิเคทฯ, ของ คุณระวิ โหลทอง ซึ่งได้รับโควตาไปทำข่าวคนชนคน เพียงสำนักเดียวในประเทศไทย สามารถติดต่อขอเพิ่มโควตาได้อีก 1 คน คุณระวิซึ่งเป็นศิษย์เก่าไทยรัฐ และทราบดีว่าผมชอบกีฬาประเภทนี้ จึงมอบโควตามาให้

ทำให้ผมมีโอกาสไปทำข่าวซุปเปอร์โบว์ลด้วยความสนุกและความมัน จนลืมแก่มาแล้วรวม 3 ปีเต็มๆ ด้วยเหตุฉะนี้

เหตุการณ์อื่นๆ ผมเขียนเล่ามาเป็นส่วนใหญ่แล้ว ในคอลัมน์ประจำวัน ดังนั้นในซอกแซกวันนี้ซึ่งเปรียบเสมือนการสรุป ผมขออนุญาตเล่าเบื้องหลังการถ่ายทำ ในฐานะ ส.ว. ที่มีโอกาสไปทำข่าวก็แล้วกัน

วันที่สำคัญที่สุดและสนุกที่สุดด้วย ก็คือ วัน “Media Day” หรือวันพบนักข่าว ที่เขาจะจัดให้นักข่าวประมาณ 5,000 คนที่ไปทำข่าวนี้ได้พบกับ 2 ทีม ที่จะแข่งขัน โดยผลัดกันพบคนละที

เขาจะจัดให้โค้ชและ ผู้เล่นดังๆระดับดาราขึ้นนั่งบนซุ้มสำหรับนั่งสัมภาษณ์ แล้วก็เปิดรายการถามตอบจากซุ้ม ซึ่งมีประมาณ 15-16 ซุ้ม

ส่วนผู้เล่นที่ไม่ดังมากนัก หรือตัวสำรองอีก 40 กว่าคน เขาก็จะให้เดินไปเดินมา เลือกสัมภาษณ์ตามสะดวก

เป็นบรรยากาศที่สนุกมาก โดยเฉพาะตอนแย่งกันเข้าไปถ่ายภาพ ดาราดังๆกับโค้ชที่นั่งบนซุ้ม เพราะมีนักข่าวช่างภาพมุงเป็นร้อย

2 ปีที่แล้ว ผมเขียนข่าวให้เฉพาะหน้ากีฬาไทยรัฐ กับพูดวิทยุ “สปอร์ต เรดิโอ” FM 96 ไม่จำเป็นจะต้องได้ภาพชัดๆอะไรมาก ถ่ายให้เห็นหน้าผู้เล่นไกลๆ เก็บไว้เป็นที่ระลึกก็พอแล้ว

แต่ปีนี้จะต้องส่งภาพเคลื่อนไหวแบบวีดิโอมาให้ไทยรัฐทีวีด้วย เพราะไปรับปากน้องๆ ด้วยความมันว่า อยากจะช่วยส่งข่าวให้ฟรี โดยไม่คิดเบี้ยเลี้ยงเพิ่มเติม เพราะแอบเอาใจช่วยลูกๆหลานๆ และน้องๆมาโดยตลอดอยู่แล้ว

ปัญหาก็คือผมจะแทรกเข้าไปถ่ายวีดิโอให้เห็นหน้าตา และการให้สัมภาษณ์ของดาราดังๆ รวมทั้งโค้ชอย่างใกล้ๆได้ยังไงล่ะ

โชคดีก่อนเดินทาง ผมนั่งคุยกับคุณ ธงชัย ณ นคร หัวหน้าข่าวหน้า 1 ไทยรัฐ ทำให้ทราบว่าขณะนี้มี ไม้เซลฟี่ แบบใช้ถ่ายตัวเองที่สามารถกดปุ่ม ได้เลย เพราะใช้ระบบคลื่นวิทยุจากปุ่มไปที่กล้องไอโฟน ให้ทำงานได้ ทั้งถ่ายภาพนิ่งและภาพวีดิโอ

ไม้ (ความจริงเป็นอะลูมิเนียมผสมพลาสติก) เซลฟี่จากจีนที่ว่านี้ สามารถดึงให้ยาวได้เป็นเมตร อาจจะเอาไปชูสูงๆได้สบายๆ เวลาจะถ่ายไปข้างหน้าเราก็ชูข้ามหัวคนอื่นถ่ายได้ และถึงตอนที่เราอยากจะเซลฟี่คือถ่ายกลับมาที่ตัวเราก็ค่อยตั้งกล้องเอาตามอัธยาศัย

ตอนคุยกันผมจะออกเดินทางเพียงไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้าอยู่รอมร่อ จะไปคลองถมด้วยตนเองคงไม่ทันแน่ พอดีนึกได้ว่าเรามีน้องๆมอเตอร์ไซค์ส่งข่าวส่งรูปประจำกอง บก. อยู่ 2-3 คน จึงฝากให้ขี่มอเตอร์ไซค์ไปซื้อมาให้ 1 อัน แบบด่วนจี๋ ราคา 380 บาท

ปรากฏว่าใช้ได้ผลแฮะช่างภาพพิเศษของ ผม ซึ่งก็คือแม่บ้านของผมที่ไปด้วยนั่นแหละ สามารถชูไม้ข้ามหัวช่างภาพอื่นได้สบายๆและก็ใช้ถ่ายจากมือถือไอโฟน 5S แหละครับ ยังไม่ใช่ 6 ด้วยซ้ำ แต่ก็ได้ภาพชัดเจนพอสมควร

ส่งอีเมลมาออก ไทยรัฐทีวี ได้จนจบรายการ เป็นเวลา 4-5 วัน ก็เพราะไม้เซลฟี่จีนราคา 380 บาท ที่ผมซื้อจากคลองถมนี่เอง

ส่วนในตอนเดินทางจากประเทศไทยไปนั้น ผมก็ใช้วิธีเดิมที่เคยใช้เมื่อ 2 ปีก่อนมาเป็นตัวช่วย คือขอใช้ “รถเข็น” หรือ “วีลแชร์” แบบนั่งให้คนเข็น ซึ่งเป็นบริการของสายการบินสำหรับผู้สูงอายุที่เขามีอยู่แล้วตามปกติ

ความจริงผมเดินได้เพราะเดินออกกำลังวันละ 5 กิโลเมตร สัปดาห์ละ 5 วัน ระหว่างอยู่เมืองไทย แต่ที่ต้องขอ “วีลแชร์” ก็เพราะจำได้ว่าสะดวกมากเวลาเราจะเปลี่ยนเครื่องบิน

อย่างที่อเมริกาจากเครื่องบินภายนอกไปสู่สายการบินภายในต้องเปลี่ยนตึก เปลี่ยนสถานที่ไกลมาก ไปเองเหนื่อยสุดๆ

แต่พอนั่ง วีลแชร์ พ่อคนเข็น (บางครั้งก็แม่คนเข็น เพราะเป็นผู้หญิง) จะนำเราขึ้นลิฟต์ลงลิฟต์ไปต่อรถยนต์โน่นนี่ แถมผ่านด่านตรวจที่มักได้รับความเอ็นดูเป็นพิเศษอีกด้วย ประหยัดเวลาได้เยอะ เพียงแต่เตรียมค่าทิปไว้บ้างเท่านั้น

สรุปแล้วนักข่าววัย 73 ปีอย่างผมก็สามารถไปทำข่าวซุปเปอร์โบว์ลได้อีกครั้ง จากตัวช่วย 3 ตัว อันได้แก่ “ไอโฟน 5S”, “ไม้เซลฟี่จีน” และ “รถเข็นวีลแชร์” ด้วยประการฉะนี้แล.

“ซูม”

7 ก.พ. 2558 10:15 7 ก.พ. 2558 10:15 ไทยรัฐ