วันอาทิตย์ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'ช้างศึก' รวมใจ บด 'โสมใต้' ส่งท้ายคิงส์คัพ

แข้ง “ช้างศึก” ทีมชาติไทย รวมหัวใจ หวังพิชิตชัยเหนือเกาหลีใต้ ส่งท้ายในศึกฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 43 ค่ำวันนี้ (7 ก.พ.) โดยกุนซือ “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ปรับทัพถอย “เมสซี่เจ” ชนาธิป สรงกระสินธ์ ลงมาทำเกมในแดนกลาง แล้วส่ง “เจ้าจุ๊บ” ภิญโญ อินพินิจ ลงยืนหน้าเป้า ขณะเดียวกัน ก็ได้ธนบูรณ์ เกษารัตน์ กลับมาอุดรูรั่วในแนวรับ กำชับลูกทีมทุกคนเล่นให้ประทับใจแฟนบอลและเก็บชัยชนะเพื่อถอนแค้นนักเตะพลังโสมที่ไทยเคยแพ้มาอย่างเจ็บปวดในรอบตัดเชือกเอเชียนเกมส์ที่อินชอน เมื่อปีที่แล้ว ไทยรัฐทีวีถ่ายทอดสดให้ชมทั้ง 2 คู่เหมือนเดิม เริ่มคู่แรก อุซเบกิสถานโม่เกือกฮอนดูรัส ตั้งแต่ 16.00 น. ส่วนคู่ไทย-เกาหลีใต้ เตะ 19.00 น.

ศึกลูกหนังชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 43 เดินทางมาถึงการฟาดแข้งในวันสุดท้าย 7 ก.พ.นี้ที่สนามเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา จ.นครราชสีมา โดยคู่แรก อุซเบกิสถานพบฮอนดูรัส เวลา 16.00 น. และต่อด้วยทีมชาติไทยพบกับเกาหลีใต้ เวลา 19.00 น. ไทยรัฐทีวี เอชดี 32/42 และสยามสปอร์ต ฟุตบอล ทรูวิชั่นส์ 694 ร่วมกันถ่ายทอดสด

สำหรับการแข่งขันในปีนี้ การวัดแชมป์จะใช้ วิธีการนับผลคะแนน หลังจากที่แข่งขันแบบพบกันหมด หากผลคะแนนเท่ากัน ให้นับผลต่างประตูได้เสีย และหากยังเท่ากันอีกก็ให้คว้าแชมป์ร่วมกัน ซึ่งสถานการณ์ของทีมชาติไทยในนัดสุดท้ายนี้ จะต้องเอาชนะเกาหลีใต้ให้ได้ด้วยผลต่างตั้งแต่ 3 ลูกขึ้นไป พร้อมกับต้องลุ้นให้อุซเบฯไม่ชนะฮอนดูรัส จึงจะคว้าแชมป์ไปครอง แต่หากชนะเกาหลีใต้ 2 ประตู จะทำให้ไทยกับเกาหลีใต้ครองแชมป์ร่วมกัน

โดยการแข่งขันในนัดสุดท้ายนี้ “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง กุนซือทีมช้างศึกได้เผยว่า จะมีการปรับตัวผู้เล่นจาก 2 นัดที่ผ่านมาหลายตำแหน่ง เพื่อปรับเรื่องของแผนการเล่น สำหรับ 11 คนแรกที่คาดว่าจะลงสนามของทีมชาติไทย ในระบบ 4-3-3 ประกอบไปด้วย ผู้รักษาประตู กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ กองหลังฝั่งขวา อาทิตย์ ดาวสว่าง คู่เซ็นเตอร์ สุทธินันท์ พุกหอม จับคู่กับธนบูรณ์ เกษารัตน์ ที่กลับมาฟิตสมบูรณ์ แบ็กซ้าย พีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา กองกลาง อดุล หละโสะ, ปกเกล้า อนันต์, ชนาธิป สรงกระสินธ์ ริมเส้นขวา นูรูล ศรียานเก็ม ริมเส้นซ้าย เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ และกองหน้า ภิญโญ อินพินิจ

“ซิโก้” ได้กล่าวถึงเกมแมตช์นี้ว่า ช่องทางการคว้าแชมป์เรายังมีอยู่ แต่คงต้องพึ่งตัวเองก่อน ด้วยการเอาชนะเกาหลีใต้ให้ได้ เพื่อเป็นการตอบแทนแฟนบอลชาวไทยทุกคนที่ให้กำลังใจพวกเรามา ซึ่งนักเตะก็ยังคึกคัก และพร้อมที่จะไปลงสู้เต็มที่ ส่วนเกมที่แพ้อุซเบฯเราก็ไม่นิ่งนอนใจได้นำเอาข้อบกพร่องต่างๆมาแก้ไข และทำความเข้าใจกันแล้ว ถือเป็นบทเรียนที่เราจะต้องจำเอาไว้ กระนั้นเมื่อผ่านไปแล้วเราก็ต้องเดินหน้าต่อ และมุ่งมั่นที่จะเอาชนะในเกมนี้ให้ได้เพื่อเป็นการชำระแค้นเกาหลีใต้ที่เราเคยแพ้มาอย่างเจ็บปวดในเกมตัดเชือกเอเชียนเกมส์ที่อินชอน เมื่อปีที่แล้ว ส่วนจะคว้าแชมป์ได้หรือไม่ เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

ขณะที่สถิติการเจอกันของไทยกับเกาหลีใต้ ตามที่สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ “ฟีฟ่า” บันทึกไว้ เกาหลีใต้ มีผลงานที่ดีกว่าทีมชาติไทยอยู่มาก โดยเจอกัน 53 ครั้ง ไทยชนะ 8 ครั้ง เสมอ 9 ครั้ง และเกาหลีใต้ชนะถึง 36 ครั้ง

ทั้งนี้ พิธีปิดการแข่งขัน พลเรือเอกชุมพล ปัจจุสานนท์ องคมนตรี ผู้แทนพระองค์ จะเดินทางมาเป็นประธานในพิธีเพื่อมอบถ้วยแชมป์คิงส์คัพ ครั้งที่ 43 ให้กับทีมชนะเลิศ

นอกจากนี้ กุนซือทีมชาติไทยได้กล่าวเสริมถึงการเตรียมทีม ในการแข่งฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกนั้น ได้วางทีมงานไปจับตาดูฟอร์มนักเตะ ในการแข่งขันในโตโยต้าไทยพรีเมียร์ลีกเพิ่มเติม เพื่อเฟ้นหานักเตะที่โชว์ผลงานดีเข้าสู่ชุดใหญ่ และให้นักเตะได้ทำผลงานเพื่อแย่งตำแหน่งกัน

และจากการที่ช่วงกลางปีนี้ประเทศสิงคโปร์ได้มีการจัดมหกรรมกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 28 ขึ้น และอาจจะทับซ้อนกับการคัดเลือกฟุตบอลโลก 2018 พอดี ซึ่งที่ผ่านมา “บังยี” วรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ได้พยายามนำปัญหานี้ไปพูดคุยกับชาติสมาชิกในอาเซียน เพื่อขอให้เอเอฟซี เลื่อนโปรแกรมคัดบอลโลกออกไป

ล่าสุด นายกลูกหนังไทยเผยว่า การขยับโปรแกรมคัดบอลโลกไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะความจริงแล้วซีเกมส์เราจะต้องแข่งปลายปี แต่เมื่อสิงคโปร์เลื่อนมาแข่งกลางปีก็มาชนกันพอดี กระนั้นก็ได้หารือกับกลุ่มอาเซียน ทุกชาติแล้วเพื่อยื่นเสนอต่อเอเอฟซีก็ต้องรอผลว่าเอเอฟซีจะยอมหรือไม่ แต่บอกตรงๆว่าไม่ง่ายแน่นอน

ทั้งนี้ ถ้าโปรแกรมซีเกมส์กับคัดฟุตบอลโลกต้องซ้อนกันพอดีจะมีวิธีการแก้ไขอย่างไร “บังยี” เผยว่า เราต้องไม่ประมาท และมีแนวทางเผื่อไว้แล้ว จากการที่ได้คุยกับโค้ชซิโก้ก็คือจะต้องเตรียมทีมแยกกันไป 2 ชุดเลย คือชุดซีเกมส์ กับทีมชาติชุดใหญ่ที่จะคัดบอลโลก ซึ่งวิธีนี้สามารถทำได้ แม้ว่าจะมีตัว ผู้เล่นที่ซ้อนกันบ้าง แต่เมื่อซิโก้ดูแลอยู่ก็สามารถที่จะวางแผนจัดการให้ทีมลงตัวได้

นอกจากนี้ นายกลูกหนังของไทยก็เผยด้วยว่า ที่ผ่านๆมาสมาคมมักโดนโจมตีเรื่องของการเตรียมทีมชาติ และแมตช์ฟีฟ่าเดย์ต่างๆ นั่นเพราะส่วนหนึ่งเรากำลังมีการพัฒนาฟุตบอลลีกภายในให้เข้มแข็ง จึงอาจจะตัดแมตช์ไม่สำคัญไปบ้าง แต่สำหรับปีนี้แล้วทีมชาติเราจะยึดโยงโปรแกรมอุ่นเครื่องกับฟีฟ่าเดย์ทุกนัด เพื่อเป็นการเตรียมทีมไปในตัว อีกทั้งโปรแกรมลีกเราก็มีการวางให้กับทีมชาติอย่างเต็มที่ ฉะนั้นถ้าเป็นแมตช์อย่างเป็นทางการก็ขอความร่วมมือกับสโมสรในการปล่อยตัวนักเตะด้วย เพื่อให้ทั้งลีกและทีมชาติเดินไปด้วยกันได้

“สำหรับในเดือน มี.ค.ทีมชุด ยู 22 ปี จะมีโปรแกรมแข่งขันฟุตบอลปรีโอลิมปิกรอบคัดเลือก ที่จะแข่งในเมืองไทยวันที่ 27-31 มี.ค. ฉะนั้นทีมชุด 22 ปีก็จะมีการอุ่นเครื่องกับทีมเวียดนามในวันที่ 22 มี.ค. ส่วนทีมชุดใหญ่จะอุ่นในแมตช์ฟีฟ่าเดย์วันที่ 26 มี.ค. ด้วยการพบกับทีมชาติสิงคโปร์ ซึ่งปีนี้ถือว่าเป็นปีครบรอบความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างประเทศไทยกับสิงคโปร์ 50 ปีด้วย จึงได้จัดแมตช์นี้ขึ้นมาเพื่อกระชับความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน”

เมื่อถามว่า นอกจากสิงคโปร์แล้วจะมีเกมกับทีมชาติอื่นอีกหรือไม่ “บังยี” กล่าวว่า มีทีมใหญ่อีกทีม แต่ไม่ขอเปิดเผยรอให้การเจรจาสรุปลงตัวเสียก่อนแล้วจะแจ้งให้ทราบต่อไป

แข้ง “ช้างศึก” ทีมชาติไทย รวมหัวใจ หวังพิชิตชัยเหนือเกาหลีใต้ ส่งท้ายในศึกฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 43 ค่ำวันนี้ (7 ก.พ.) 7 ก.พ. 2558 05:01 ไทยรัฐ