วันจันทร์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ตํารวจเร่งไล่ล่า หนุ่มขาเป๋ มือไปป์บอมบ์ (ชมคลิป)

แกะรอย 21คดีเก่าตั้งแต่ปี 53 สันติบาลจับตาพวกมีประวัติ ‘ประวุฒิ’ยันยังไม่ได้จับใคร!

เร่งล่ามือบึมสยามพารากอน พบลักษณะพิเศษเป็น “หนุ่มขาเป๋” เดินกะเผลกจุดชนวนระเบิดลูกแรก ปูพรมไล่สอบ “กลุ่มคนเสื้อ แดง” ก๊วนฮาร์ดคอร์กว่า 10 ราย หาเบาะแสคลายปมป่วน ผบช.น.สั่งคุ้ยคดี “ไปป์บอมบ์” ตั้งแต่ปี 2553 ที่เกิดขึ้นลักษณะเดียวกัน มีถึง 21 คดีนำมาเปรียบเทียบ ยอมรับการติดตามตัววางบึมจับยากที่สุด “สมยศ” ให้สันติบาลจับตาการเคลื่อนไหวกลุ่มที่มีประวัติโยงป่วนกรุง ด้านโฆษก ตร.ยืนยันยังไม่จับใคร แค่เรียกมาซักเอาข้อมูล

จากเหตุการณ์คนร้ายลอบวางระเบิดไปป์บอมบ์ บริเวณทางเชื่อมสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส สยาม และหน้าห้างสยามพารากอน ถนนพระราม 1 แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กทม.เมื่อค่ำวันที่ 1 ก.พ.สร้างความตื่นตระหนกให้แก่ประชาชนชาวเมืองหลวง ตำรวจระดมทีมสืบสวนแกะรอยล่าจ้าละหวั่น หลังพบหลักฐานสำคัญเป็นภาพ 2 ผู้ต้องสงสัยจากกล้องวงจรปิด โดยมุ่งประเด็นการสร้างสถานการณ์ป่วนมาจากปมร้อนเรื่องการเมือง

ความคืบหน้าเมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 6 ก.พ. ที่ บช.น. พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น. ให้สัมภาษณ์ว่า ชุดสืบสวนคลี่คลายคดีระเบิดหน้าห้างสยามพารากอนจะประชุมรวบรวมพยานหลักฐานสรุปความคืบหน้าของคดีในวันที่ 7 ก.พ. เวลา 14.00 น. หลังสั่งการให้ไปดำเนินการแต่ละจุด แนวทางการสืบสวนค่อนข้างมีความคืบหน้าพอสมควร ชุดสืบสวนไล่ตรวจสอบบุคคลที่เกี่ยวข้องเปรียบเทียบจากกรณีที่เคยมีเหตุการณ์ระเบิดในลักษณะใกล้เคียงกันใช้ไปป์บอมบ์ก่อเหตุตั้งแต่ปี 2553 มีทั้งหมดที่เกิดขึ้นใน บช.น. 21 คดี แม้ว่าจากการตรวจเหตุที่เกิดขึ้นที่ สน.มีนบุรี ลักษณะของระเบิดแตกต่างกัน แต่ก็มีบางคดีที่มีความคล้ายคลึงกับที่หน้าห้างสยามพารากอนคือ การประกอบระเบิด ดินระเบิด แต่ไม่สามารถเปิดเผยได้ว่าเป็นคดีใด

ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้มีการควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยมาสอบปากคำหรือไม่ พล.ต.ท.ศรีวราห์กล่าวว่า เป็นเรื่องของความลับทางราชการ ไม่สามารถเปิดเผยได้ ถือเป็นเรื่องปกติที่จะมีการนำตัวผู้ต้องสงสัยมาสอบปากคำเพิ่มเติม อย่างกรณีที่เกิดเหตุที่ สน.มีนบุรี ได้สั่งการให้ชุดสืบสวนเร่งติดตามตัวคนร้ายที่ขออนุมัติออกหมายจับไว้ก่อนหน้าด้วย ส่วนบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องก็เชิญตัวมาสอบปากคำบ้าง หากเกี่ยวข้องกับการก่อเหตุที่มีลักษณะเดียวกันด้วยการใช้ระเบิดไปป์บอมบ์จะสอบสวนเพื่อขยายผลหาบุคคลที่เกี่ยวข้องต่อไป พร้อมทั้งนำภาพคนร้ายก่อเหตุวางระเบิดบริเวณหน้าห้างสยามพารากอน ไปเปรียบเทียบผู้ต้องหาคดีระเบิดที่ผ่านมา “ขั้นตอนการสืบสวนแบ่งเป็น 3 ส่วน คือ คนสั่ง คนทำระเบิด และคนวางระเบิด การติดตามตัวคนวางระเบิดจะจับตัวยากสุด วิธีการสืบสวนจึงต้องหาตัวคนที่จ้างวานมาให้ได้ก่อน จะหาตัวคนที่วางระเบิดได้ ชุดสืบสวนนครบาลกำลังเร่งตรวจสอบอยู่” พล.ต.ท.ศรีวราห์กล่าว

มีรายงานว่า การตรวจสอบระเบิดไปป์บอมบ์บริเวณสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส สยาม และหน้าห้างสยามพารากอน ตำรวจยังเชื่อว่ามีลักษณะคล้ายกับคดีระเบิดท้องที่ สน.มีนบุรี เมื่อเดือน มี.ค.2557 และคดีระเบิดสมานเมตตา แมนชั่น ปี 2553 เชื่อมโยงกับเหตุการณ์กลุ่มชุมนุมเสื้อแดง เจ้าหน้าที่ทหารร่วมกับชุดสืบสวนคลี่คลายคดีมีการนำตัวแกนนำ และเครือข่ายคนเสื้อแดงที่อยู่ในกลุ่มฮาร์ดคอร์บางส่วนไปสอบปากคำที่เซฟเฮาส์แห่งหนึ่ง เพื่อหาข้อมูลเบาะแสคดีระเบิดใจกลางกรุงครั้งล่าสุด อาทิ กลุ่มเสื้อแดงปทุมธานี กลุ่มเสื้อแดงระยอง กลุ่มเสื้อแดงชลบุรี กลุ่มเสื้อแดงเชียงใหม่ กลุ่มเสื้อแดงสยาม โดยใช้กฎหมายพิเศษนำตัวไปสอบถามกว่า 10 รายแล้ว รวมทั้งไล่ติดตามล่าตัวผู้ต้องหาถูกออกหมายจับที่เกี่ยวข้องกับคดีระเบิดในเหตุการณ์การชุมนุมทางการ เมืองที่ผ่านมา

ทั้งนี้ จากการไล่กล้องวงจรปิดทั้งหมดหาการเดินทางของคนร้ายก่อนมาวางระเบิด พบคนร้ายโดยสารรถแท็กซี่สีชมพู คนร้ายลงรถแล้วเดินเข้าไปสยามสแควร์ซอย 7 ตัดเข้าสยามสแควร์ซอย 3 ผ่านดิจิตอลเกตเวย์ เข้าไปจุดที่วางระเบิด ทั้งคู่ทำลักษณะเหมือนไม่ได้เดินมาด้วยกัน ก่อนลงมือให้เพื่อนมาด้วยกันช่วยนั่งบัง ระเบิดลูกแรกไม่มีสะเก็ดระเบิด ลูกที่สองมีตะปูลักษณะตรงค่อนข้างยาว จุดด้วยไฟแช็ก ขณะกำลังจะลงมือกล้องวงจรปิดเห็นภาพหนึ่งในคนร้ายพูดคุยโทรศัพท์มือถือก่อนจุดชนวนบึม

ชุดสืบสวนนครบาลนำภาพกล้องวงจรปิดทั้งหมดมาวิเคราะห์รวบรวมรูปพรรณคนร้าย ยืนยันว่า คนแรกเป็นชายอายุ 30-40 ปี ตาหน้าดี สวมเสื้อแขนสั้นสีขาวด้านหลังมีตัวอักษรอังกฤษ “OG” สวมหมวกแก๊ปสีขาว และสะพายกระเป๋าสีดำคาดไว้ข้างหลัง คนที่ 2 อายุประมาณ 40 ปี สวมเสื้อแขนยาวสีขาว กางเกงขายาวสีดำ สวมหมวกแก๊ปสีดำ ใส่รองเท้าหุ้มข้อ ทรงผมหวีผมปัด เดินขากะเผลก ลักษณะขาขวาไม่สมบูรณ์ เป็นไปได้ว่าอาจเคยได้รับบาดเจ็บ หรือใส่ขาเทียม ชายขาเป๋คนนี้เป็นผู้ลงมือจุดระเบิดลูกแรก ขณะเดียวกัน มีประชาชนแจ้งเบาะแสไปที่ บก.สส.บช.น. 1 ราย อ้างอยู่ต่างจังหวัดระบุว่า เคยเห็นบุคคล 1 ใน 2 ในภาพวงจรปิด พล.ต.ต.สมบัติ มิลินทจินดา ผบก.สส.บช.น. ได้จัดชุดสืบสวนตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วว่า จะเป็นมือบึมตามที่ตำรวจกำลังล่าตัวหรือไม่

ด้าน พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. เปิดเผยว่า คดีมีความคืบหน้าหลังขออนุมัติหมายจับกุมผู้ต้องหา 2 คนจากพยานหลักฐานตามกล้องวงจรปิด และพยานบุคคลสอดคล้องในเรื่องเส้นทางการมาของผู้ต้องหา มีการระดมชุดสืบสวนเข้าร่วมกันทำงานเพื่อเร่งรัดจับกุมมาดำเนินคดี มอบหมายให้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา รอง ผบ.ตร. เป็นผู้รับผิดชอบงานสืบสวนร่วมกับ พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น. และ พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย ผบช.ส. ที่จะประสานด้านการข่าวเชิงรุก จับตาการเคลื่อนไหวของบุคคล กลุ่มบุคคล ที่มีพฤติการณ์ หรือความประพฤติไม่เรียบร้อย และมีประวัติเคยมี หรือใช้อาวุธสงคราม วัตถุระเบิดก่อเหตุร้ายที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงในพื้นที่ต่างๆ ช่วงที่ผ่านมา

ส่วน พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วย ผบ.ตร.ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยืนยันว่า ผู้ต้องสงสัยที่ใส่เสื้อแขนยาว มีการเดินที่ผิดปกติขาขวาดูเหมือนมีอาการบาดเจ็บ หรือเคยบาดเจ็บ ลักษณะการเดินจะทรุดลงด้านขวาเป็นการเดินกะเผลก กล้องวงจรปิดจับได้ทุกกล้องไม่ว่าจากกล้องไหน เป็นคาแรกเตอร์ที่คนรู้จักบุคคลผู้นี้จะระบุได้ ตำรวจจะต้องมีการตรวจสอบเปรียบเทียบกับผู้ต้องสงสัย หรือผู้ต้องหาที่มีหมายจับอยู่ในแฟ้ม แต่เบื้องต้นจากการเปรียบเทียบยังไม่ตรงกับรายใด ถ้ามีใครทราบข้อมูลกรุณาโทร.มาที่หมายเลข 191 หรือ 1599 ส่วนกรณีที่มีข่าวมีการควบคุมตัวผู้ต้องสงสัย มีเพียงแค่การไปสอบปากคำ หรือเชิญมาสอบปากคำบ้าง ยอมรับว่า มีการสอบปากคำหลายคน

โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติกล่าวว่า คนขับแท็กซี่ที่รับผู้ต้องสงสัยจากจุดหนึ่งมาส่งสยามสแควร์ให้การเห็นถุงที่บุคคลต้องสงสัยทั้ง 2 คน ถือขึ้นมาบนรถ แต่ไม่พบอาการพิรุธ เท่าที่ไล่ดูกล้องวงจรปิดพบบุคคลต้องสงสัยแค่ 2 คน แต่คาดว่าน่าจะมีคนร่วมในการกระทำผิดมากกว่านี้ มีการข่าวเข้ามาเยอะ แต่ยังสรุปไม่ได้ ต้องมีการตรวจสอบกล้องวงจรปิดย้อนหลังไปอีก เพราะเชื่อว่าผู้ต้องสงสัย ต้องมีการเข้ามาดูลาดเลาก่อนหน้า จำเป็นต้องลำดับเหตุการณ์กันใหม่ เป็นการทำงานตามปกติของฝ่ายสืบสวนอาจทำให้การทำงานดูเหมือนช้า เรื่องนี้มีรายละเอียดเยอะ มีกลุ่มที่เคยก่อเหตุลักษณะนี้หลายกลุ่ม ยอมรับว่าเรื่องนี้ไม่ง่าย แต่ตำรวจก็ทำงานกันอย่างเต็มที่ยังเป็นลักษณะปูพรมสอบปากคำในกลุ่มผู้ต้องสงสัย หรือกลุ่มผู้ที่เคยมีประวัติ ขอย้ำว่า ยังไม่มีการจับกุมใคร
วันเดียวกัน พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร.มีหนังสือคำสั่งราชการด่วนที่สุดถึง ผบช.น. ผบช.ภ.1-9 ผบช.ศชต. ผบช.ก. ผบช.ตชด. และ ศปก.ตร.จากกรณีที่เกิดเหตุระเบิดบริเวณศูนย์การค้า สยามพารากอน ตามที่ได้เคยสั่งการให้ทุกหน่วยเพิ่มความเข้มในมาตรการการข่าว การตรวจสถานที่สำคัญและการตั้งจุดตรวจค้นบุคคลยานพาหนะและสิ่งผิดกฎหมายมาแล้วนั้น จากการประเมินด้านการข่าวพบว่า สถานการณ์ในภาพรวมมีความจำเป็นที่ต้องติดตามเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง

ดังนั้น เพื่อให้การรักษาความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินของประชาชนและการรักษาความเรียบร้อยในภาพรวมเป็นไปในความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นจึงกำชับการปฏิบัติการเพิ่มขึ้น ให้ทุกหน่วยเพิ่มความเข้มความถี่และมาตรการเชิงรุกด้านสายตรวจทุกประเภท โดยเพราะการจัดสายตรวจเดินเท้า การตรวจรถยนต์ ประจำจุดและให้เปิดสัญญาณไฟวาบ เพื่อป้องปรามลดแรงจูงใจและตัดโอกาสในการกระทำความผิดในพื้นที่สำคัญที่มีประชาชน นักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมากอาจตกเป็นเป้าหมายในการก่อเหตุ หรือสร้างสถานการณ์ความวุ่นวาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งห้างสรรพสินค้า สถานีขนส่ง สถานีรถไฟฟ้า สวนสาธารณะสำหรับออกกำลังกายพักผ่อนหย่อนใจและชุมทางรถโดยสารขนาดใหญ่ เช่น อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ห้าแยกลาดพร้าว ศูนย์การค้าสยาม สนามกีฬา วงเวียนใหญ่ รังสิต ตลอดจนท่าเรือและสถานที่สำคัญทุกแห่งในพื้นที่รับผิดชอบ

ผบ.ตร.ยังระบุด้วยว่า หัวหน้าสถานีตำรวจต้องประสานหัวหน้าฝ่ายรักษาความปลอดภัยสถานที่สำคัญทุกแห่งทั้งภาคราชการ ภาคเอกชน เพื่อขอความร่วมมือ เวร รปภ. สถานที่ในการตรวจตรา สังเกตจดจำตำหนิรูปพรรณบุคคล ยานพาหนะต้องสงสัย และตรวจสอบความพร้อมของกล้องวงจรปิดให้อยู่ในสภาพที่ใช้งานได้และติดตั้งในจุดพื้นที่ที่เหมาะสม ในการบันทึกใบหน้า การแต่งกายและมีความเชื่อมโยงภาพเคลื่อนไหวพื้นที่ต่างๆให้ชัดเจน รวมทั้งวางช่องทางการติดต่อแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารระหว่างกันได้อย่างรวดเร็ว ชัดเจนตลอดเวลา

เร่งล่ามือบึมสยามพารากอน พบลักษณะพิเศษเป็น “หนุ่มขาเป๋” เดินกะเผลกจุดชนวนระเบิดลูกแรก ปูพรมไล่สอบ “กลุ่มคนเสื้อ แดง” ก๊วนฮาร์ดคอร์กว่า 10 ราย หาเบาะแสคลายปมป่วน 6 ก.พ. 2558 23:46 7 ก.พ. 2558 13:55 ไทยรัฐ