วันอาทิตย์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ถกจีนชื่นมื่น ปัดถ่วงดุลมะกัน

ถกจีนชื่นมื่น ปัดถ่วงดุลมะกัน

  • Share:

ยังคงมีสัมพันธ์ แนบชิดทุกชาติ ถึงคิว‘เรืองไกร’ ไปปรับทัศนคติ

“บิ๊กตู่-บิ๊กป้อม” ถกบิ๊กมังกร จีนชื่นมื่น รมว.กห.จีนยันไม่แทรกแซงการเมืองไทย ชื่นชมกองทัพคุมอยู่คืนความสงบ โปรยยาหอมกระชับความร่วมมือทั้งทางทหาร เศรษฐกิจ การเมือง อ้าแขนช่วยซื้อข้าว-ยางพารา รัฐบาลปัดซบจีนถ่วงดุลอำนาจสหรัฐฯ “ประยุทธ์” ยกนิ้ววิชั่นผู้นำจีนหนุนไทยเดินหน้าปฏิรูป เร่งเคลียร์แรงกดดันนานาชาติ สั่งเข้มล่าคนร้ายหนีคดี ฟันดะโพสต์ข้อความทำลายชาติ หมิ่นสถาบันฯ มะกันขู่ไม่เลิก คสช.ไม่คืนประชาธิปไตย ไม่ฟื้นสถานะพันธมิตรการทหาร กกล.รส.บุกถึงบ้านอุ้ม “เรืองไกร” เข้า มทบ.11 ปรับทัศนคติ กกต. ดิ้นยื้ออำนาจจัดเลือกตั้ง เดินสายร้องแม่น้ำ 5 สาย “บุญส่ง” อ้างหวั่น กจต.ถ่วงงานสืบสวน กมธ.ร่างประมวล ก.ม.ท้องถิ่น ส่งสมัชชาพลเมืองเอี่ยวบริหาร อปท.

หลังจากสหรัฐอเมริกาออกมากดดันให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เร่งคืนประชาธิปไตยและจัดการเลือกตั้งโดยเร็ว ล่าสุดทางการจีนได้ส่งผู้แทนระดับสูงมาเยือนไทย โดยแสดงจุดยืน ไม่แทรกแซงกิจการภายในของไทย พร้อมชื่นชมบทบาทกองทัพไทยในการควบคุมสถานการณ์ให้อยู่ในความสงบ

“บิ๊กป้อม” ต้อนรับ รมว.กห.จีนชื่นมื่น

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 6 ก.พ. ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและ รมว.กลาโหม ให้การต้อนรับ พล.อ.ฉาง ว่านฉวน มนตรีแห่งรัฐและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม สาธารณรัฐประชาชนจีน พร้อมคณะ เดินทางมาเยือนประเทศไทยระหว่างวันที่ 5-7 ก.พ. เพื่อกระชับความสัมพันธ์ทางทหาร และความมั่นคงทางภูมิภาค โดยมี พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม และ ผบ.ทบ. พร้อม ผบ.เหล่าทัพ ให้การต้อนรับ พร้อมรับการเคารพจากทหารกองเกียรติยศ 3 เหล่าทัพ ตรวจแถวทหารกองเกียรติยศและสวนสนาม จากนั้น พล.อ.ประวิตร และ พล.อ.ฉาง ว่านฉวน ได้หารือการฝึกร่วมระหว่างทหารไทยและทหารจีน เพื่อขยายกรอบความร่วมมือกันมากขึ้น เนื่องจากที่ผ่านมามีการฝึกร่วมกันทั้งรบพิเศษไทย-จีน หรือการฝึกสไตรก์

โชว์ปึ้ก 40 ปีเพิ่มร่วมมือรอบด้าน

พ.อ.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า ปีนี้ครบรอบวันสถาปนาไทย-จีน ครบ 40 ปี จีนเสนอให้ไทยสนับสนุนเสริมสร้างแลกเปลี่ยนยุทธศาสตร์รอบด้าน รวมถึงการไปมาหาสู่ของกำลังพลทุกระดับ แลกเปลี่ยนการมาเยือนของกำลังพลสองประเทศให้มากขึ้น ทั้งนี้ จีนพร้อมต้อนรับผู้บัญชาการเหล่าทัพของไทยเดินทางไปเยือนจีน รวมถึงจัดคณะไปดูงานการต่อต้านการก่อการร้าย นอกจากนี้ จีนขอวางแผนร่วมกันในการฝึกร่วมผสม หลังจาก รมว.กลาโหมของไทยเสนอให้ฝึกร่วมผสมระหว่างกองทัพอากาศไทยกับกองทัพอากาศจีน ช่วงเดินทางเยือนจีนครั้งล่าสุด จีนจึงเสนอให้มีการฝึกร่วมผสมทางทหารของนาวิกโยธินยกพลขึ้นบก พร้อมวางเป้าหมายยกระดับการฝึกให้มากขึ้นใน 3-5 ปี เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือด้านความมั่นคงในภูมิภาค

อ้าแขนช่วยรับซื้อข้าว-ยางพารา

พ.อ.คงชีพกล่าวว่า ส่วนการเสริมสร้างความร่วมมือด้านการป้องกันประเทศ จีนพร้อมสนับสนุนไทยในอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ โดยเฉพาะเทคโนโลยีทางการทหารและพร้อมสนับสนุนไทยในเรื่องยุทโธปกรณ์ทั้งรถถัง เรือดำน้ำ ตลอดจนการฝึกกำลังพลใช้เทคโนโลยีชั้นสูง เช่น เรือดำน้ำ ที่จีนสร้างท่าเรือดำน้ำได้เอง นอกจากนี้ การเสริมสร้างด้านพหุภาคี จีนชื่นชมไทยที่ดำรงบทบาทในอาเซียนอย่างสร้างสรรค์ โดยเฉพาะในเวทีอาเซียน หวังว่าไทยจะดำรงบทบาทอย่างสร้างสรรค์ในภูมิภาคสากลด้วย และจีนยินดีจะสนับสนุนไทยพร้อมเชิญ รมว.กลาโหมไทยไปร่วมประชุมกับ รมว.กลาโหมจีนกับอาเซียน หวังว่าไทยจะแสดงส่งเสริมบทบาทจีนในอาเซียนด้วย รวมทั้งจีนพร้อมส่งเสริมนักลงทุนเข้ามาลงทุนในพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษของไทยทุกแห่ง และขอให้รับซื้อผลผลิตทางการเกษตรของไทย เช่น ข้าว ยางพารา ซึ่งจีนพร้อมตั้งคณะกรรมการร่วม 2 ฝ่ายรับซื้อสินค้าทางเกษตร ตลอดจนสนับสนุนให้นักท่องเที่ยวจีนมาเที่ยวไทยให้มากขึ้น

ไม่แทรกแซง ชมกองทัพคืนความสงบ

โฆษกกระทรวงกลาโหมกล่าวต่อว่า สำหรับสถานการณ์ในประเทศไทย จีนมีความเข้าใจถึงสถานการณ์การเมืองไทย เพราะติดตามมาตลอด ทราบว่าสถานการณ์ของไทยมีการเปลี่ยนแปลงที่ซับซ้อนในช่วงหลายปีที่ผ่านมา และชื่นชมกองทัพไทยที่เข้าควบคุมสถานการณ์ให้ประเทศเกิดความสงบ เป็นไปตามความต้องการของประชาชน ซึ่งจีนเคารพการแก้ไขปัญหาภายในของไทย และจีนจะไม่เข้าไปแทรกแซง รวมถึงพร้อมสนับสนุนการเมืองไทยด้วย และช่วยกันรักษาความสัมพันธ์ทุกระดับ นี้คือนโยบายของจีน ขณะที่ไทยขอความร่วมมือแลกเปลี่ยนข่าวกรองซึ่งกันและกัน การแก้ไขปัญหายาเสพติด การค้ามนุษย์ อาชญากรข้ามชาติ ที่ตกลงในหลักการสนับสนุนอย่างใกล้ชิด และขอให้จีนสนับสนุนการฝึกความร่วมมือทางการแพทย์ร่วมกับรัสเซีย และการฝึกร่วมภัยพิบัติและมนุษยธรรม ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างประเทศญี่ปุ่นกับลาว ซึ่งจะมีขึ้นในปี 2559

ปัดซบมังกรจีนถ่วงดุลพญาอินทรี

ต่อมาเวลา 11.00 น. ที่ห้องสีงาช้าง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ฉาง ว่านฉวน รมว.กลาโหม สาธารณรัฐประชาชนจีน เข้าเยี่ยมคารวะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) โดย ร.อ.นพ. ยงยุทธ มัยลาภ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการเข้าพบว่า เป็นการเยือนเพื่อกระชับความสัมพันธ์ ยกระดับความเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ด้านต่างๆ ความร่วมมือด้านความมั่นคง ที่ปีนี้มีฝึกร่วมคอบร้าโกลด์ ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ ชื่นชมวิสัยทัศน์ผู้นำจีนถึงแนวคิดเส้นทางสายไหม ทางทะเลการค้าการลงทุน ซึ่งไทยประสงค์เข้าร่วม โดยเฉพาะการลงทุนร่วมรถไฟและสินค้าการเกษตร จีนประสงค์ซื้อข้าวและยางพาราจากไทย ที่อยู่ระหว่างทำข้อตกลง รวมถึงสนับสนุนไทยในการปฏิรูป ไปศึกษาดูงานปฏิรูประบบกฎหมายและความมั่นคงของจีน ขณะที่การหารือไม่ได้พูดถึงการยกเลิกกฎอัยการศึก เมื่อถามว่าไทยใกล้ชิดกับจีนมากขึ้น เพื่อถ่วงดุลอำนาจสหรัฐฯหรือไม่ ร.อ.นพ.ยงยุทธ ตอบว่าสถานการณ์การเมืองไทยเปลี่ยนไปอย่างไร จีนยังคงเส้นคงวาความสัมพันธ์ตรงนี้ไม่ได้ต้องการถ่วงอำนาจใคร

วางคิว มี.ค.นายกฯบินเยือนบรูไน

ก่อนหน้านี้เวลา 09.30 น. ดะโต๊ะ ปาดูกา ฮัจญี กามิส บิน ฮัจญี ตามิน เอกอัครราชทูตบรูไนดารุสซาลามประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะ พล.อ.ประยุทธ์ เพื่ออำลาตำแหน่ง ภายหลังเข้าพบ ร.อ.นพ.ยงยุทธแถลงว่าเอกอัครราชทูตบรูไนขอบคุณนายกฯและประชาชนคนไทยต้อนรับเป็นอย่างดี ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์แสดงความชื่นชมสมเด็จพระราชาธิบดีของบรูไน มีวิสัยทัศน์ในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และไทยพร้อมให้การสนับสนุนด้านเกษตรกรรม พัฒนาอุตสาหกรรมน้ำมัน ร่วมวิจัยอาหารฮาลาล การท่องเที่ยว การแพทย์ ต้องการให้บรูไนเป็นศูนย์กลางกระจายสินค้า ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์มีกำหนดการเดินทางเยือนบรูไน ปลายเดือน มี.ค.นี้

มะกันขู่ไม่คืน ปชต.ไม่ฟื้นสัมพันธ์

ด้านสำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงวอชิงตันว่า นักการทูตระดับสูงในกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ที่ไม่ระบุชื่อคนหนึ่งเผยกับนักข่าวเมื่อ 5 ก.พ.ว่า สหรัฐฯจะไม่ฟื้นฟูความเป็นพันธมิตรทางการทหารอย่างเต็มรูปแบบกับประเทศไทย ตราบใดที่ประเทศไทยซึ่งถูกควบคุมโดยรัฐบาลทหาร คสช. ปฏิเสธที่จะฟื้นฟูประชาธิปไตย โดยจะต้องมีการฟื้นฟูทั้งสถาบันการปกครองและยุติธรรม รวมทั้งการฟื้นฟูรัฐบาลพลเรือนที่มาจากการเลือกตั้งแบบประชาธิปไตยอย่างเหมาะสมโดยสมบูรณ์เสียก่อน

สำหรับท่าทีของสหรัฐฯครั้งนี้มีขึ้นหลังนายแดเนียล รัสเซล ผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เดินทางเยือนไทย และเรียกร้องให้รัฐบาลไทยยกเลิกกฎอัยการศึก นายรัสเซลนับเป็นเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ระดับสูงสุดที่มาเยือนไทย ตั้งแต่คณะทหารก่อรัฐประหารยึดอำนาจและประกาศใช้กฎอัยการศึกเมื่อเดือน พ.ค.ปีที่แล้ว ซึ่งตอนนั้นสหรัฐฯ ประณามการก่อรัฐประหารอย่างรุนแรง โดยนายจอห์น แคร์รี รมว.การต่างประเทศสหรัฐฯเรียกร้องให้ไทยกลับสู่ระบอบการปกครองรัฐบาลพลเรือนที่มาจากการเลือกตั้งแบบประชาธิปไตย

เผย พ.อ.บุกบ้านอุ้ม “เรืองไกร”

วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คนใกล้ชิดนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ คณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า นายเรืองไกรถูกทหารควบคุมตัวไปที่มณฑลทหารบกที่ 11 (มทบ.11) ไปตั้งแต่ค่ำวันที่ 3 ก.พ. เนื่องจากฝ่ายความมั่นคงไม่พอใจมาก กรณีที่นายเรืองไกรยื่นจดหมายเปิดผนึกถึงนายแพทริค เมอร์ฟีย์ อุปทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย เพื่อชี้แจงสถานการณ์ในไทยและระบุว่าการถอดถอน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี สืบเนื่องจากโครงการรับจำนำข้าวเป็นเรื่องการเมือง ทั้งนี้ หลังนายเรืองไกรยื่นจดหมายดังกล่าว ตกค่ำวันนั้นก็ไม่สามารถติดต่อนายเรืองไกรได้ ทราบว่าทหารยศพันเอกนำทีมมาที่บ้านพูดคุย สักระยะ จากนั้นก็นำตัวนายเรืองไกรขึ้นรถตู้ไป โดยนำรถตู้มา 3-4 คัน และจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่ได้รับการปล่อยตัว ไม่รู้จะเป็นอย่างไรบ้าง จนถึงขณะนี้นายเรืองไกรก็ยังไม่ได้รับการปล่อยตัว

คสช.รับเชิญตัวปรับทัศนคติ

แหล่งข่าวนายทหารระดับสูงของกองทัพบก ยอมรับว่าขณะนี้เจ้าหน้าที่ทหารของกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย (กกล.รส.)ได้ควบคุมตัวนายเรืองไกรไปพูดคุยเพื่อปรับทัศนคติตามกฎอัยการศึกตั้งแต่วันที่ 3 ก.พ. ที่มณฑลทหารบกที่ 11 (มทบ.11) หลังจากที่ยื่นหนังสือร้องเรียนถึงนายแพทริค เมอร์ฟีย์ อุปทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย โดยมีเนื้อหาวิพากษ์วิจารณ์การถอดถอน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และโจมตีการทำงานของรัฐบาล ซึ่งล่าสุดอยู่ระหว่างการพิจารณาว่าจะดำเนินการทาง กฎหมายต่อไปหรือไม่

โต้แบนบอลจุฬาฯ–มธ.ล้อการเมือง

พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ในฐานะ โฆษก คสช. กล่าวถึงกรณีการจัดการแข่งขันฟุตบอลประเพณีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและมหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ ซึ่งทั้งสองสถาบันได้ประสานมายังเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบในระดับพื้นที่ ถึงรายละเอียดกิจกรรมว่า ก่อนเริ่มการแข่งขันทุกปีจะมีการละเล่นเชิงหยอกล้อการเมืองหรือขบวนพาเหรดล้อการเมือง ซึ่งปีนี้จะต้องระมัดระวังเนื้อหาให้อยู่ในกรอบของความบันเทิงทางกีฬาตามธรรมเนียมที่พอเหมาะสม เพราะทั้งผู้จัดงาน คณาจารย์ นิสิต นักศึกษา ทั้ง 2 สถาบัน และเจ้าหน้าที่ต่างเห็นตรงกันว่ามีโอกาสที่อาจถูกบุคคลใดบุคคลหนึ่ง หยิบยกไปบิดเบือนขยายผลส่งผลให้เกิดความไม่เรียบร้อยหรือถูกนำไปอ้างเชื่อมโยงเป็นประเด็นขัดแย้งได้ ยืนยันว่า คสช.ไม่ได้ สั่งห้ามแค่เห็นตรงกันว่าเป็นเรื่องละเอียดอ่อนต่อสถานการณ์ในปัจจุบันที่ทางผู้จัดงานประเพณี เข้าใจและมีแผนที่จะระมัดระวัง

ตราประมวล ก.ม.ท้องถิ่นคุม อปท.

อีกด้าน เมื่อเวลา 15.00 น. ที่รัฐสภา นายวุฒิสาร ตันไชย คณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ พร้อมนายคำนูณ สิทธิสมาน โฆษก กมธ.ยกร่างฯ ร่วมกันแถลงความคืบหน้าการยกร่างรัฐธรรมนูญในภาค 2 ผู้นำการเมืองที่ดีและสถาบันการเมือง หมวด 7 การกระจายอำนาจ และการบริหารท้องถิ่น โดยนายวุฒิสาร กล่าวว่า กมธ.ยกร่างฯให้มีประมวลกฎหมายท้องถิ่น นำกฎหมายท้องถิ่นต่างๆ มาประมวลร่วมกัน และต้องมีการกระจายอำนาจเพิ่มขึ้น มีหน่วยงานรับผิดชอบการกระจายอำนาจที่เป็นเอกภาพ ที่จะจัดตั้งขึ้นมาใหม่ไม่ให้ซ้ำซ้อนกับหน่วยงานเดิมแต่ยังไม่ได้กำหนดว่าจะใช้ชื่อว่าอะไร ให้ดำเนินการกระจายอำนาจให้เป็นผลสำเร็จ มีการจัดสรรภาษีและรายได้ระหว่างรัฐกับองค์กรบริหารท้องถิ่นที่เหมาะสมกับอำนาจหน้าที่ขององค์กรบริหารท้องถิ่นแต่ละประเภท และมีระบบตรวจสอบ และประเมินผลการกระจายอำนาจ

ตั้งสมัชชาพลเมืองเอี่ยวบริหาร

นายวุฒิสารกล่าวอีกว่า กำหนดให้ประชาชนหรือชุมชนมีสิทธิมีส่วนร่วมในการบริหารงาน กำหนดรูปแบบและการเปลี่ยนแปลงองค์กรบริหารส่วนท้องถิ่น ซึ่งองค์กรท้องถิ่นต้องเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร การเงินและการคลังให้ประชาชนรับทราบ ทั้งต้องส่งเสริมสมัชชาพลเมือง และจัดให้ประชาชนมีส่วนร่วมตัดสินใจในการดำเนินงานที่มีผลกระทบต่อประชาชน โดยสมัชชาพลเมืองจะเป็นพื้นที่ของคนหลากหลาย เข้ามาเป็นอาสาสมัคร ไม่ใช่จัดตั้งหรือเลือกเข้ามา เพื่อให้เหมาะสมกับสังคมแต่ละพื้นที่ มีภารกิจร่วมกับการบริหารขององค์กรท้องถิ่น คุณสมบัติของสมัชชาพลเมืองจะเป็นอย่างไรต้องพิจารณาอีกที เบื้องต้นไม่ควรเป็นสภาของนักการเมืองที่อกหักเข้ามาทำงาน

กมธ.เมินพี่เบิ้มทวงเวทีเลือกตั้ง

นายคำนูณกล่าวว่า กรณีเจ้าหน้าที่ระดับอาวุโสในกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกาลดระดับความสัมพันธ์ทางการทหาร และเรียกร้องให้ประเทศไทยมีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งโดยเร็วว่า กมธ.ยกร่างฯกำลังทำตามโรดแม็ปที่ประกาศไว้ทุกอย่าง เพื่อเดินหน้าไปสู่การเลือกตั้ง ทุกฝ่ายก็ไม่ต้องการให้ประเทศมาสู่จุดนี้ แต่ไม่สามารถย้อนเวลากลับไปได้ โดย กมธ.ยืนยันจะร่างรัฐธรรมนูญให้นำไปสู่ประชาธิปไตยที่สอดคล้องกับสภาพของไทย และไม่ห่วงกับท่าทีของสหรัฐฯที่แสดงความกังวล ยืนยันว่าการเลือกตั้งของไทยจะเกิดขึ้นในต้นปี 2559 อย่างแน่นอน

พร้อมทบทวนหลังยกร่างเสร็จ

นายคำนูณกล่าวอีกว่า ส่วนกรณีรัฐสภาอาเซียนเพื่อสิทธิมนุษยชนเรียกร้องให้รัฐสภาไทยคืนประชา-ธิปไตยและกังวลกับการที่ กมธ.ยกร่างฯมีมติเบื้องต้นให้ผู้ตรวจการแผ่นดินควบรวมกับคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาตินั้น กมธ.พร้อมรับฟังความคิดเห็นทุกความเห็น ได้ยืนยันไปแล้วว่าเป็นการยกระดับและผนึกกำลังของสององค์กร สำหรับกรณี กกต.ยื่นหนังสือขอให้ทบทวนมติที่ให้มีคณะกรรมการดำเนินการจัดการเลือกตั้ง (กจต.) พร้อมรับฟังไม่ว่าจะเห็นด้วยหรือเห็นต่าง จะนำมาทบทวนภายหลังยกร่างเสร็จทั้งกระบวนการแล้ว อาจเป็นไปได้ที่จะทบทวนทุกมาตรา ขึ้นอยู่กับกระแสสังคม ความสอดคล้องกับ กมธ.และต้องคำนึงถึงประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก

เชิญ กมธ.ปฏิรูปถกหมวดปรองดอง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุม กมธ.ยกร่างฯ มีมติให้งดการประชุมในวันที่ 9-10 ก.พ.เพื่อให้จัดทำร่างรายมาตราในภาค 4 การปฏิรูปและการสร้างความปรองดองให้สมบูรณ์ ส่วนวันที่ 11 ก.พ.จะกลับมาพิจารณา แต่งดให้สื่อมวลชนเข้าสังเกตการณ์และติดตามทำข่าว เนื่องจากไม่ได้พิจารณารายละเอียดของร่างรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตรา รวมทั้งได้หารือเตรียมความพร้อมการพิจารณาร่างฯในภาค 4 โดยมีมติว่าต้องรับฟังความเห็นของคณะ กมธ.ปฏิรูปคณะต่างๆของ สปช.ด้วย

ออกจุลสารเล่ม 3 แจงระบบ ลต.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะอนุกรรมาธิการ (กมธ.) สื่อสารกับสังคมใน กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ที่มีนายมานิจ สุขสมจิตร เป็นประธาน ได้ออกจุลสาร “รัฐธรรม-นูญฉบับปฏิรูปเป็นอย่างไร” ฉบับที่ 3 โดยนายสุจิต บุญบงการ กมธ.ยกร่างเขียนบทความ “นักการเมืองดีที่เราต้องการ” ว่าครั้งนี้ได้นำระบบเลือกตั้งแบบสัดส่วนผสมมาใช้ โดยจะเปลี่ยนจากระบบรายชื่อทั่วประเทศเป็นภูมิภาค ส่วนการได้มาซึ่ง ส.ว.เห็นว่าไม่สมควรที่มีการเลือกตั้งอีกต่อไป ควรให้มีการสรรหาจากกลุ่มอาชีพ และกลุ่มภาคสังคม โดยจะต้องได้รับการรับรองจากประชาชน สำหรับผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งนายกฯและ ครม.จะเพิ่มเติมกระบวนการเลือก และมีกระบวนการตรวจสอบ อภิปรายและพิจารณาให้ความเห็นชอบก่อนเสนอรายชื่อ ครม.เพื่อโปรดเกล้าฯแต่งตั้ง

กกต.ดิ้นยื่น จม.ร้องแม่น้ำ 5 สาย

อีกเรื่อง เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ศูนย์บริการประชาชนชั่วคราวสำนักงาน ก.พ.ตัวแทนจากสำนักงานคณะกรรมการ กกต.นำโดย น.ส.สุรณี ผลทวี ผอ.สำนักเลขานุการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยื่นจดหมายเปิดผนึกถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ผ่านนายสุขสวัสดิ์ สุวรรณวงศ์ หัวหน้าฝ่ายประสานงานมวลชน หลังจากที่ประชุม กกต.เมื่อวันที่ 5 ก.พ.มีมติให้ส่งจดหมายเปิดผนึกถึงแม่น้ำทั้ง 5 สาย เพื่อตั้งข้อสังเกตความเป็นห่วง กรณีคณะ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ มีมติลดทอนอำนาจของ กกต.ใน 3 ประเด็น เช่น การให้มีคณะกรรมการดำเนินการจัดการเลือกตั้ง (กจต.) ทำหน้าที่จัดการเลือกตั้งแทน กกต. การลดอำนาจหน้าที่ กกต.เหลืออำนาจเพียงสั่งเลือกตั้งใหม่ (ใบเหลือง) โดยให้การเพิกถอนสิทธิการเลือกตั้ง (ใบแดง) เป็นของศาล และการตัดอำนาจหน้าที่การให้ความรู้ ในการส่งเสริมประชาธิปไตย โดย น.ส.สุรณีกล่าวว่า ยื่นข้อสังเกตเพื่อให้สอดคล้องกับกระบวนการปฏิรูปประเทศ โดยจะเข้ายื่นจดหมายเปิดผนึกให้กับคณะทำงานแม่น้ำ 5 สาย เพื่อให้พิจารณาต่อไป

อ้อน กมธ.ยกร่างฯขอคืนดาบ

ต่อมาเวลา 11.00 น. ที่รัฐสภา น.ส.สุรณีเป็นตัวแทน กกต.ยื่นจดหมายเปิดผนึกถึงนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) และนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานคณะ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญผ่านเจ้าหน้าที่ สปช. เพื่อตั้งข้อสังเกตต่อการยกร่างรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับการทำหน้าที่ของ กกต. 3 ข้อ เพื่อให้คณะ กมธ.ยกร่างฯนำข้อสังเกตทั้ง 3 ข้อ ไปประกอบการพิจารณายกร่างรัฐธรรมนูญ หลังจากนี้ กกต.จะทำรายละเอียดในประเด็นต่างๆออกมาอีกครั้งหนึ่ง รวมถึงเรื่อง ประเด็นการซื้อสิทธิขายเสียงด้วย หากคณะ กมธ.ยกร่างฯมีมติอย่างไร กกต.ก็พร้อมทำหน้าที่ตามมติที่ออกมา

ห่วง กจต.ถ่วงงานสืบสวน

นายบุญส่ง น้อยโสภณ กกต.ด้านกิจการสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัย กล่าวถึงการที่ กมธ.ยกร่างฯบัญญัติให้ กจต.มีอำนาจจัดเลือกตั้งแทน กกต.ว่า จะกระทบกระบวนการสืบสวนสอบสวนคดีเลือกตั้งหรือไม่ ต้องดูความชัดเจนของกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญจะบัญญัติอย่างไร แต่ถ้าเป็นตามแนวทางดังกล่าวอาจกระทบพอสมควร ข้อมูลข้อเท็จจริงต่างๆต้องเอาจากฝ่ายจัดการเลือกตั้ง จะได้ข้อมูลมายากหรือง่ายขึ้นอยู่กับกฎหมาย

จ่อสรุปคดี “ปู” ทัวร์ขมิ้น

นายบุญส่งยังกล่าวถึงความคืบหน้าการทำคดีเลือกตั้งของ กกต.ว่า ขณะนี้เหลือคดีหลักๆ ประมาณ 5 คดี คือ กรณี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ใช้ทรัพยากรของรัฐลงพื้นที่ภาคเหนือ ภาคอีสานหรือทัวร์นกขมิ้น ซึ่งสอบพยานเสร็จและมีการวินิจฉัยแล้ว รอเพียงตรวจสอบสำนวน คาดว่าใกล้จะเสนอ เข้าที่ประชุม กกต.และยังมีกรณีการออกแถลงการณ์ผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เกี่ยวกับโครงการรับจำนำข้าว หมิ่นเหม่ไปในเชิงหาเสียงเลือกตั้ง รวมทั้งกรณีสถานีโทรทัศน์ช่อง 11 เชิญผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ และแบบแบ่งเขตของพรรคเพื่อไทยเพียงพรรคเดียว ไปออกรายการช่วงที่มี พ.ร.ฎ.เลือกตั้ง และยังเหลือเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับพรรคประชาธิปัตย์อีก 2 เรื่อง และระดับท้องถิ่น คาดว่าจะแล้วเสร็จทุกคดีภายในเดือน เม.ย.นี้

พท.ยุส่งยุบทิ้ง กกต.กลาง-ป.ป.ช.

นายอำนวย คลังผา อดีต ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีคณะ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ มีแนวคิดลดทอนอำนาจของ กกต.ว่า ขอสนับสนุนเรื่องนี้ เชื่อว่า กมธ.ยกร่างฯคงมองเห็นปัญหาการทำหน้าที่ของ กกต.จึงเสนอให้ลดอำนาจการให้ใบแดง ให้ศาลตัดสินให้ใบแดงแทน ส่วนที่ กกต.มองว่าให้ศาลตัดสินอาจใช้เวลานาน ถ้ากลัวว่าจะนานขอเสนอให้ยุบ กกต.กลาง แล้วกระจายบุคลากรไปอยู่ตามภาคต่างๆแล้วให้ กกต.จังหวัดเป็นผู้ส่งฟ้องศาลโดยตรง ไม่ต้องส่งเรื่องไปที่ กกต.กลาง เพื่อลดขั้นตอนความล่าช้า และไม่สิ้นเปลืองงบประมาณ สำหรับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) อยากเสนอให้มีการยุบ ป.ป.ช.กลาง เช่นเดียวกัน กระจายคนที่ทำงานใน ป.ป.ช.กลางไปอยู่ตามจังหวัดต่างๆ เพื่อให้การทำงานเป็นไปอย่างสะดวกรวดเร็ว

หนุนให้ศาลแจกใบเหลือง-แดง

นายชูศักดิ์ ศิรินิล หัวหน้าคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เดิมที กกต.เกิดจากแนวคิดว่าองค์กรที่มีหน้าที่จัดการเลือกตั้งควรเป็นอิสระ เป็นกลาง รัฐธรรมนูญ 2540 จึงเป็นจุดกำเนิด กกต.ให้มาจัดการเลือกตั้งแทนกระทรวงมหาดไทย อาจเรียกได้ว่าให้ กกต.ใช้อำนาจตุลาการให้ใบเหลือง ใบแดงได้ด้วย ซึ่งมีปัญหาว่าเหมาะสมหรือไม่ เพราะองค์กรเดียวมีอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาด กกต.จึงถูกวิพากษ์วิจารณ์เรื่องความโปร่งใส บริสุทธิ์ยุติธรรมในการใช้อำนาจ จึงเห็นว่า กกต.ไม่ควรทำหน้าที่ให้ใบเหลือง ใบแดง แม้แต่ให้ใบเหลืองก่อนประกาศผลก็ไม่ควรทำ น่าจะมอบให้ศาลแผนกคดีเลือกตั้งใช้อำนาจนี้ กกต.ควรจัดการเลือกตั้งอย่างเดียว ส่วนการให้ข้าราชการเป็นผู้จัดการเลือกตั้ง ลดบทบาท กกต.เป็นผู้ทำหน้าที่ควบคุม เท่ากับเราเลิกความคิดดั้งเดิมในการมี กกต. ความจริง กกต.ก็มีอำนาจหน้าที่สั่งให้ข้าราชการจัดการเลือกตั้งได้อยู่แล้ว จึงเห็นควรให้ กกต.ทำเหมือนเดิม คือจัดการเลือกตั้งและควบคุมกำกับกันไปทั้งระบบ เพราะจะมีความคล่องตัวและเป็นเอกภาพมากกว่า

ปชป.ขานรับสัมมนาระบอบการเมือง

นายจุติ ไกรฤกษ์ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณี กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญจะเชิญ 74 พรรคการเมืองเข้าร่วมสัมมนาเกี่ยวกับระบอบการเมืองว่าคาดว่าหนังสือเชิญคงมาถึงวันที่ 9 ก.พ. และยังไม่ได้หารือกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค ยังไม่ทราบว่าจะให้ใครเป็นผู้เข้าร่วมสัมมนาบ้าง เพราะยังมีกฎอัยการศึกห้ามประชุมทำกิจกรรมของพรรคการเมือง ต้องรอดูเนื้อหาในหนังสือเชิญ เบื้องต้นคาดว่าพรรคคงร่วมสัมมนา แต่ยังให้คำตอบผูกมัดไม่ได้ขึ้นอยู่กับนายอภิสิทธิ์ตัดสินใจ สิ่งสำคัญคือหากเชิญไปแล้วจะให้ความมั่นใจกับพวกเราได้อย่างไรว่า กมธ.ยกร่างฯจะรับฟังความคิดเห็นจากพรรคการเมือง เพื่อไปปรับใช้กับรัฐธรรมนูญจริง ไม่ใช่แค่การเชิญไปฟังเขาหรือชี้แจงเพียงอย่างเดียว อยากให้ กมธ.ยกร่างฯรับฟังให้เกิดประโยชน์จริงเพื่อให้คนที่เขาไม่เห็นด้วยหรือที่จะออกมาต่อต้านรัฐธรรมนูญฉบับนี้น้อยที่สุด อยากให้รัฐธรรมนูญเป็นที่ยอมรับ ไม่อยากเห็นความแตกแยกเกิดขึ้นในบ้านเมืองเราอีกแล้ว

ยกคดี “ปู” ต้นแบบสอย 268 อดีต ส.ส.

นายจุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์ รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์กล่าวถึงกรณีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เตรียมสรุปส่งคดีถอดถอนอดีต ส.ส. 268 ราย ให้สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณาว่า ขอฟื้นความจำนายอำนวย คลังผา อดีต ส.ส.และพรรคเพื่อไทยที่ออกมาคัดค้านว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญกรณีที่มาของ ส.ว.มีขบวนการร่วมมือทำผิดรัฐธรรมนูญหลายกรณี ทั้งการลงมติแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 9 และมาตรา 10 เมื่อวันที่ 10-11 ก.ย.2556 มีการกดบัตรแทนกันตามลำดับ มีคลิปวีดิโอเป็นหลักฐาน ชี้ชัดว่ามีคนทำความผิดหลายคนและมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ม.157 ป.ป.ช.ต้องพิจารณาเรื่องนี้ให้จบ แม้รัฐธรรมนูญ 50 จะยกเลิกไปแล้ว แต่ถือว่าได้ทำความผิดสำเร็จแล้ว หากกรณี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ เข้าสู่กระบวนการถอดถอนโดย สนช.ได้ กรณีกดบัตรแทนกันก็เข้าสู่กระบวนการถอดถอนได้เช่นกัน ป.ป.ช.ต้องทำหน้าที่ต่อ เพื่อสร้างบรรทัดฐานการทำหน้าที่ของนักการเมือง

“บิ๊กตู่” สั่งเข้มจับคนร้ายหนีคดี

เมื่อเวลา 20.15 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. กล่าวในรายการคืนความสุขให้คนในชาติ ออกอากาศทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทยว่า เรื่องของอาชญากรรมและความรุนแรงในสังคม ขณะนี้ได้สั่งการให้ทุกหน่วยให้ความสนใจมีมาตรการที่เข้มข้นกวดขัน คดีทุกคดี ให้เร่งสืบสวนหาคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้ โดยเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งคดีที่มีผลกระทบต่อประชาชนผู้บริสุทธิ์ มีผลกระทบต่อการบริหารราชการหรือประเทศชาติในการพัฒนา ต้องเร่งดำเนินการให้ได้ เจ้าหน้าที่ต้องทำงานเต็มที่ด้วยมาตรฐานเดียวกัน ให้ความเป็นธรรม ไม่ปล่อยปละละเลย ประชาชนก็ขอให้ความร่วมมือด้วย เป็นผู้เฝ้าระวัง แจ้งความ เพราะเป็นการดูแลพื้นที่ตัวเองให้ปลอดภัย การท่องเที่ยวจะได้ดีขึ้น ช่วยกันเป็นหูเป็นตาอย่าให้ใครเข้ามาสร้างสถานการณ์ จะทำให้ประเทศเดินหน้าต่อไปไม่ได้ คนเหล่านี้ไม่ดีเลย ไม่ทราบว่าคิดอะไรกันอยู่

ฮึ่มฟันโพสต์ข้อความไม่เหมาะสม

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า ในเรื่องคดีเกี่ยวกับสถาบันและการเมือง ขอให้ใช้วิจารณญาณ ถ้าเป็น คดีที่มีความผิดก็ละเว้นไม่ได้ ต้องใช้มาตรการทางกฎหมาย และขอความร่วมมือด้วย ทุกคนต้องช่วยกันลดความเกลียดชังกันลงไปด้วย รวมทั้งในสื่อในโซ–เชียลมีเดีย ต้องดูแลกันให้ดี รัฐบาลไม่มีวัตถุประสงค์จะเข้าไปแทรกแซง เข้าไปดูในส่วนที่เป็นความลับ แต่ ต้องช่วยกันดูแลเองว่าไม่แพร่กระจาย ไม่ช่วยกันแพร่ในส่วนที่ไม่เหมาะสมออกไป ถึงเวลาถูกดำเนินคดีก็หาว่าเป็นคดีการเมืองหรือการรังแกของเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งไม่ใช่ บางคนรู้ก็ทำ บางคนอาจทำทั้งที่ไม่รู้ต้องสอบสวนออกมาให้ชัดเจน ต้องระมัดระวังอาจตกเป็นเหยื่อของคนไม่ดีที่มุ่งจะทำลายชาติ สถาบันฯ ความมั่นคง รัฐบาลสัญญาว่าจะทำอย่างเต็มที่ในการดำเนินคดีไม่ให้เกิดขึ้นอีก

สั่ง พณ.แก้อาหารแพงเว่อร์

นายกฯกล่าวด้วยว่า สำหรับกรณีที่ราคาน้ำมันตลาดโลกผันผวนช่วงนี้ มีหลายฝ่ายร้องเรียนว่าราคาสินค้าทั่วไปแพงขึ้น รัฐบาลไม่นิ่งนอนใจสั่งการให้กระทรวงพาณิชย์ลงตรวจพื้นที่ไม่ให้ขายสินค้าเกินราคา ได้ข้อมูลว่าสินค้าส่วนประกอบไม่ค่อยขึ้นหรือขึ้นน้อย แต่เมื่อมาปรุงสำเร็จแล้วไปบวกราคา กันมาก ไม่เป็นธรรม ต้องขอร้องพูดคุยกับพ่อค้าคนกลางหรือผู้ประกอบการร้านค้าอาหารจานเดียวสำเร็จรูปด้วย สำหรับราคาก๊าซในประเทศขึ้นตาม ท้องตลาด ขณะนี้ดูแลคนมีรายได้น้อยเป็นพิเศษอยู่แล้ว ฉะนั้น อย่าเรียกร้องให้มากจนเกินไป

เร่งเคลียร์แรงกดดันต่างชาติ

นายกฯกล่าวอีกว่า สำหรับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศนั้น วันนี้รัฐบาลก็มีการพูดคุยอย่างแน่นแฟ้นกับทุกประเทศ ตนถือว่าทุกคนเป็นมิตรประเทศที่ดีต่อกันมาอย่างยาวนาน ไม่เป็นศัตรูกัน วันนี้อาจจะมีปัญหากันอยู่บ้าง วันหน้าก็ต้องดีกันอยู่แล้ว การค้าการลงทุนก็ยังลงทุนอยู่หลายๆประเทศที่อยู่ในประเทศไทย คนไทยก็ลงทุนที่ต่างประเทศ การเมืองเป็นอีกเรื่องหนึ่ง เพราะฉะนั้นการค้าการลงทุนหรือเศรษฐกิจนั้น มีผลต่อประชาชนทุกประเทศ ความขัดแย้งทำให้ประชาชนอดอยากยากจนก็ไม่น่าจะดี เพราะฉะนั้นเราต้องลดความกดดันในเรื่องนี้ให้ได้ ใจเย็นๆอดทนกัน ตนพยายามอย่างเต็มที่จะรักษาความสัมพันธ์ที่แนบแน่นกับทุกประเทศที่มีมาอย่างยาวนาน

องค์กรสื่อจี้รัฐทบทวน ก.ม.ไซเบอร์

เมื่อเวลา 13.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เชิญสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย สมาคมผู้ดูแลเว็บไทย และองค์กรวิชาชีพสื่อมวลชน ผู้ประกอบการทางอิเล็กทรอนิกส์ เข้าให้ข้อมูลความคิดเห็นต่อร่างกฎหมาย 10 ฉบับ ที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิตอล โดยนายวิษณุกล่าวว่า ร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ จะพิจารณาเป็นลำดับสุดท้ายของกฎหมายลอตนี้ แต่ไม่สามารถดึงกฎหมายกลับมาได้ในชั้น สนช.จะประสานเพิ่มสัดส่วนคณะกรรมาธิการให้มีมากกว่า 15 คน เพื่อให้องค์กรวิชาชีพสื่อและผู้ประกอบการเสนอผู้เป็น กมธ.ในสัดส่วนรัฐบาล

นายประสงค์ เลิศรัตนวิสุทธิ์ ผอ.สถาบันอิศรา กล่าวว่า รัฐบาลต้องนำร่างกฎหมายกลับมาทบทวนใหม่ทั้งหมด หากถอนไม่ได้ ก็เสนอให้คณะกรรมการกฤษฎีกาเปิดให้รับฟังความคิดเห็น

“สมชาย” งงฟื้นคดีสลายม็อบปี 51

นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นัดฟังคำสั่งจะประทับรับฟ้องหรือไม่ ในคดีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เป็นโจทก์ยื่นฟ้องสั่งสลายการชุมนุมปี 51 ในวันที่ 24 ก.พ. ว่ารู้สึกงง นึก ว่าจบไปแล้ว เพราะตอนนั้นอัยการสูงสุด (อสส.) สั่งไม่ฟ้อง และวุฒิสภามีมติไม่ถอดถอน ที่ผ่านมาไม่ได้ทำอะไรที่มีปัญหา ซึ่งหวังว่าจะได้รับความเป็นธรรมจากศาล เพราะมั่นใจว่าบริสุทธิ์ ไม่ได้สั่งสลายการชุมนุม แต่ถ้าศาลมีคำสั่งรับฟ้องจริงก็ต้องไปต่อสู้ วันนี้วิพากษ์วิจารณ์กันเยอะ ตั้งข้อสังเกตถึงความไม่ต้องการให้คนตระกูลชินวัตรกลับมาเล่นการเมือง อยากบอกว่าคนตระกูลชินวัตรผูกขาดการเมืองไม่ได้ เพราะล้วนแต่มาจากฉันทามติประชาชนตามกติกา

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้