วันอังคารที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

"พฤกษา" กับบ้านประหยัดพลังงาน

ในยุคสมัยปัจจุบันหากจะกล่าวถึงกระแสที่เป็นที่น่าสนใจคงหนีไม่พ้น กระแสรักษ์โลก การเลือกใช้พลังงานทดแทน พลังงานธรรมชาติ ที่นับวันผู้บริโภคเริ่มหันมาใส่ใจกับสิ่งรอบตัวมากขึ้น

โดยการประหยัดพลังงานภายในบ้านก็ถือเป็นสิ่งสำคัญ ที่ผู้อยู่อาศัยหรือผู้บริโภคยุคใหม่ นำมาพิจารณาในการตัดสินใจสรรหาที่พักอาศัยที่จะอยู่คู่กับเขาไปอีกนาน นอกเหนือจากรูปแบบ การออกแบบ ราคา ที่ตั้ง โดยการออกแบบก็มีส่วนช่วยในเรื่องประหยัดพลังงานได้พอสมควร อาทิ ออกแบบบ้านให้มีกระจกที่กว้างและใหญ่ขึ้น ทำให้แสงส่องเข้ามาในตัวบ้านเพิ่มขึ้น ไม่ต้องเปิดไฟ เป็นต้น

โดยสิ่งนี้บริษัทนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์อันดับต้นๆของเมืองไทย อย่างบริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ที่จะสรรหา นวัตกรรมประหยัดพลังงาน มาปรับใช้กับที่อยู่อาศัยภายในเครือของบริษัท

นายเลอศักดิ์ จุลเทศ รองประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้อำนวยการ บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในปีนี้บริษัทจะเน้นและให้ความสำคัญกับการสร้างแบรนด์ ภายใต้แนวคิด “คิด สร้างสรรค์คุณค่า” หรือ Create Value” โดยจากผลการศึกษาแนวโน้มพฤติกรรมการเลือกซื้อที่อยู่อาศัยของผู้บริโภค จากหน่วยงาน พฤกษา อินโนเวชั่น เซ็นเตอร์ ทำให้บริษัทมีข้อมูล และรู้ถึงความต้องการที่ผู้บริโภคอยากจะได้จากการซื้อที่อยู่อาศัย

“ส่งผลให้บริษัทตั้งใจมุ่งเน้นพัฒนาสร้างบ้านให้เข้ากับเทรนด์ความต้องการใน 4 ข้อ คือ บ้านที่แข็งแรงปลอดภัย, บ้านที่ใส่ใจด้านสุขภาพ, บ้านที่ลดการใช้พลังงาน และบ้านทันสมัย”

ทั้งนี้ บริษัทได้มีโอกาสนำคณะสื่อมวลชนจากประเทศไทยไปศึกษาดูงาน และเยี่ยมชมนวัตกรรมบ้านประหยัด พลังงาน “พานา โฮม” ในเครือ “พานาโซนิค” ณ สมาร์ท ซิตี้ ชิโออาชิย่า ประเทศญี่ปุ่น เพื่อนำความรู้ไปต่อยอดพัฒนาบ้านตามแนวคิดนวัตกรรมเพื่ออนาคตทั้ง 4 ด้าน ที่บริษัทได้วางกลยุทธ์ไว้ โดยจุดเด่นของโครงการดังกล่าว คือ ระบบผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงาน แสงอาทิตย์ (โซลาร์รูฟ) ซึ่งตรงกับกลยุทธ์ของบริษัท ที่ต้องการพัฒนาบ้านประหยัดพลังงานเข้าสู่ตลาดในปี 2558 นี้

นายเลอศักดิ์ กล่าวว่า บริษัทสนใจในเรื่องระบบโซลาร์รูฟมาก แต่ยังติดอยู่ ที่ระบบที่ใช้ในโครงการที่ญี่ปุ่นนั้นมีขนาดใหญ่และมีราคาที่สูง ซึ่งหากนำมาใช้ในโครงการบ้านของบริษัทจะทำให้มีต้นทุนที่สูง โดยเบื้องต้นได้หารือกับบริษัท พานาโซนิคที่ญี่ปุ่นแล้ว โดยอาจจะพัฒนาระบบโซลาร์รูฟให้มีขนาดเล็กลง และราคาที่ต่ำกว่าที่ผลิตขายในประเทศญี่ปุ่น

อย่างไรก็ตาม การเก็บพลังงานไฟฟ้าจากโซลาร์รูฟ ทั้งโครงการของ “พานา โฮม” นี้ ใช้ระยะเวลาทดลองใช้งานไม่นานนัก หากนำระบบนี้ไปใช้ในประเทศไทยอาจจะไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้เต็มประสิทธิภาพ เนื่องจากความแตกต่างของสภาพอากาศในประเทศไทยที่เป็นเมืองร้อน คงต้องใช้เวลาในการปรับปรุงให้ดีขึ้น ในอนาคตหากระบบนี้ได้พัฒนาให้ใช้กับประเทศไทยได้แล้วบริษัทก็จะนำระบบโซลาร์รูฟมาใช้งานกับบ้านในโครงการของบริษัทต่อไปในอนาคต

ด้านนายโนริยุคิ ยาสุโอะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท พานาโซนิค แมนเนจเม้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า บริษัทมีแผนทำตลาดโซลาร์รูฟในประเทศ ไทย โดยจะผลิตแผงขนาด 6 กิโลวัตต์ ในราคา 600,000 บาท จะลุยทำตลาด แบบจัดเต็มในปี 2559 โดยระยะแรกจะนำเข้าโซลาร์รูฟมาจากประเทศมาเลเซีย

สำหรับโครงการ สมาร์ท ซิตี้ ชิโออาชิย่า มีขนาดพื้นที่ประมาณ 80 ไร่ ประกอบด้วย บ้านเดี่ยว และคอนโดมิเนียม ด้วยแนวคิดแบบ “Net Zero Energy” ผนวกแนวคิดบ้านแบบอัจฉริยะ ร่วมกับบ้านประหยัดพลังงานในบ้านใช้ แผงควบคุมระบบการเปิดปิดน้ำและไฟในบ้าน ผ่านทางอุปกรณ์โทรศัพท์สมาร์ทโฟน มีจุดเด่นในการแปลงพลังงานแสงอาทิตย์เป็นพลังงานไฟฟ้าเพื่อใช้ในบ้าน และขายกระแสไฟฟ้าที่เหลือให้รัฐบาล โดยบ้านแต่ละหลังสามารถขายไฟฟ้าคืนได้เฉลี่ยประมาณ 500,000 เยนต่อปี โดยมีระยะเวลาคุ้มทุนประมาณ 6 ปี มีอายุใช้งาน 20 ปี

ผู้บริโภคอย่างเราๆก็ต้องรอลุ้นว่า ในอนาคตไม่นานนี้ระบบโซลาร์รูฟ ที่จะนำมาปรับใช้กับที่อยู่อาศัยในประเทศไทยอย่างสมบูรณ์แบบ จะมีแนวโน้มเป็นไปได้มากน้อยเพียงใด!!!

วานิชหนุ่ม
wanich@thairath.co.th

6 ก.พ. 2558 11:01 6 ก.พ. 2558 11:03 ไทยรัฐ