วันอังคารที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
คุมคิวเดินแฟชั่น งานของมืออาชีพ

คุมคิวเดินแฟชั่น งานของมืออาชีพ

  • Share:

ดีไซเนอร์ สไตลิสต์ โปรดิวเซอร์ นางแบบ นายแบบ เดรสเซอร์ แบ็กสเตจ ช่างหน้า ช่างผม เทคนิคแสงสีเสียง ตำแหน่งที่เกริ่นนำเหล่านี้ เป็นที่มาของงานแฟชั่นโชว์

แต่ยังขาดอีกหนึ่งตำแหน่งที่สำคัญเช่นกัน นั่นคือ โคโรกราฟเฟอร์ หรือผู้ควบคุมคิวเดินแฟชั่นโชว์

ดำรงค์ ประทานทศพร หรือฉายาพี่เล็ก กะโหลก อายุ 50 ปี จะเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง

ย้อนไปเมื่อ 20 ปีที่แล้ว เวลาดีไซเนอร์จะจัดแฟชั่นโชว์สักครั้ง

มีเพื่อนๆมาช่วยกัน เช่น พี่เบิร์ท หรือธวัชชัย เพชรวารา พี่สันต์ หรือ วสันต์ คมขำ ยังไม่มีสไตลิสต์ ไม่มีแบ็กสเตจ ไม่มีเดรสเซอร์

“ตอนนั้นเราช่วยกันหมด ช่างเย็บผ้าเป็นคนมาช่วยแต่งตัวกับดีไซเนอร์”

พวกเราจะช่วยดูคิว ปล่อยคิวอยู่หลังเวที ไม่มีเวทีเป็นเรื่องเป็นราว ไม่มีระบบไฟแสงสีเสียง

พวกเราอยู่หลังเวทีก็เจาะรูดู ว่าจะปล่อยนางแบบตอนไหน คิวเป็นยังไง หน้าเวทีจะมีเฉพาะแขกที่นั่งดู ช่างไฟกับคนเปิดเพลง...แค่นั้น

ทำกันเล่นๆ สนุกๆ ได้เงินบ้างไม่ได้เงินบ้าง ได้ค่ารถ 300-500บาท

จากดีไซเนอร์คนนั้น ก็เริ่มมีค่าตัว 1,000-1,500 บาท ขยับมาเรื่อยๆ

การออกแบบท่าเดิน ก็ไม่ได้คิด นางแบบเดินเอง ไม่มีการบอกว่า เดินอารมณ์นี้ เดินช้าเดินเร็ว

นางแบบทุกคนต้องพรีเซนต์เสื้อผ้าเป็น เมื่อก่อนแฟชั่นโชว์เป็นแฟชั่นโชว์ขายของจริงๆ โชว์เสื้อผ้าจริงๆ เสื้อผ้าต้องมีการถอด สมมติว่ามีการถอดแจ็กเกตเพื่อขายเสื้อตัวใน นางแบบที่เดินต้องช่วยเหลือตัวเองได้ เปลี่ยนเสื้อผ้าตัวเองได้ ถอดเสื้อแจ็กเกตโดยที่เสื้อไม่กลับด้าน

เราก็แค่ดูคิว ดีไซเนอร์ทำคิวเดินเดี่ยว เดินคู่ แต่จะไม่มีการรู้ล่วงหน้า บางทีบอกกันสดๆหลังเวที

ต่อมาค่อยๆพัฒนาไปเรื่อยๆ จากแฟชั่นโชว์ดีไซเนอร์ก็เริ่มมีห้าง จัดโดยเอาเสื้อผ้าในห้าง แต่ไม่มีดารามาเดิน มีแค่นายแบบนางแบบ ไม่มีการทำงานล่วงหน้า มีแค่เลือกเสื้อผ้ามา

เวลามีงานงานหนึ่ง เสียเวลาทั้งวัน นายแบบนางแบบต้องไปลองเสื้อ เสร็จถึงจะได้ซ้อม ซ้อมเสร็จโชว์ ไม่มีการฟิตติ้ง (ลองชุด) ล่วงหน้า ทุกอย่างสดหมด

ก็มีพลาดบ้างชุดนี้เปลี่ยนไม่ทัน อาจสลับชุดเดินใหม่ คนนี้เดินก่อนเดินหลัง

แฟชั่นโชว์สมัยใหม่ ทุกอย่างเปลี่ยนไปเป็นระบบ เช่น เปลี่ยนเสื้อผ้าไม่ทัน...ก่อนที่เราจะรู้ว่าเปลี่ยนเสื้อผ้าไม่ทัน เราต้องคอยเช็กเรื่อยๆ ว่า ตอนนี้มีนางแบบสแตนด์บายไว้ 2 คน คนที่ 3 ยังไม่มา

แบ็กสเตจจะคอยแจ้งเรา คนที่ 3 ยังไม่มา เราอาจจะต้องปล่อยช้าลง

หรือก็ต้องถามแบบกะทันหันกับสไตลิสต์ ดีไซเนอร์ว่า คนนี้ไม่เสร็จเอาคนถัดไปได้ไหม ก็ต้องคอยแก้ปัญหาไป แต่อันดับแรกๆ ที่แก้คือ ถ่วงเวลาให้ช้าลง ปล่อยนางแบบให้ห่างขึ้น

สำคัญคืออยู่ที่โปรดิวเซอร์ สไตลิสต์ จะกำหนดว่าเดินยังไง กลับตัวยังไง หมุนตรงไหน หยุดโพสตรงไหน รอบหนึ่งหรือสองรอบ อยู่ที่โปรดิวเซอร์เป็นหลัก

แต่ส่วนมากแล้วเขาจะมาถามความเห็นเรา จะเดินยังไง เราก็จะจัดให้เขาไป

“หน้าที่โคโรกราฟเฟอร์ คนนอกจะไม่รู้ ถ้าไม่ไช่ทีมงาน” พี่เล็กว่า

โคโรกราฟเฟอร์ เป็นหนึ่งในฟันเฟืองของระบบงาน เวลามีแฟชั่นโชว์สักงานหนึ่ง คนจะคิดว่ามีดีไซเนอร์ สไตลิสต์ คนทำเพลง ช่างแต่งหน้า ช่างทำผม

พี่เล็กเคยเจอเองกับตัว มีคนทัก ทำงานเป็นแบ็กสเตจเหรอ เขาไม่รู้ว่า งานโคโรกราฟเฟอร์หรือคนออกแบบท่าเดิน...สำคัญแค่ไหน

“แล้วจริงๆสำคัญไหม” พี่เล็กตอบทันที “สำคัญนะ เราเป็นคน คุมโชว์ คือ โชว์แต่ละโชว์ เราต้องคุมทุกอย่าง บางทีบางโชว์เราต้องให้คิวเพลง ให้คิวไฟ ให้คิวนางแบบ เทคนิค ทุกอย่างเลย”

ตัวอย่างวิธีการออกแบบท่าเดิน อย่างชุดว่ายน้ำ เราจะเน้นนางแบบ ให้เดินสวยๆ เซ็กซี่ หน้าตาต้องสดใส ต้องดึงดูดคนดู ถ้าเป็นเสื้อผ้าซัมเมอร์ (ฤดูร้อน) เป็นสีสัน ก็จะเน้นสนุกสนาน ร่าเริง ถ้าเป็นชุดทำงาน ก็อาจจะเป็นแนวเดินเท่ๆ ถ้าเป็นชุดราตรี ก็เดินสวยๆ โก้

พี่เล็กไม่ชอบให้นางแบบเดินช้า นางแบบที่เดินช้า หนึ่ง...บางคนก็เดินไม่เป็น สอง...คนดูจะเบื่อ

โชว์ที่ต้องเดินช้า จะมีปัญหาเรื่องคิว นางแบบมี 20 คน วิธีเดินของแต่ละคนไม่เหมือนกัน การก้าวขาของแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคน ช้าของเขา แต่ยังเร็วสำหรับเราอยู่ บางคนเดินช้าแล้ว บางทีก็ช้ามากไป

พี่เล็กชอบนางแบบเดินเร็ว ดูแล้วกระตุ้นให้อยากเดินอยากทำ เดินช้าก็น่าเบื่อ

ทุกอย่างพี่เล็กได้จากประสบการณ์ล้วนๆ ทำมาตั้งแต่เริ่มทำงานก็ 20 กว่าปี

งานโคโรกราฟเฟอร์ ถึงวันนี้ในแวดวงแฟชั่นโชว์มีอยู่ไม่กี่คน

พี่เล็กชอบการออกแบบตั้งแต่เด็ก ตั้งใจเป็นดีไซเนอร์ พอจบ ม.3 ขอพ่อแม่มาเรียนออกแบบดีไซน์ ที่กรุงเทพฯ พอเรียนจบก็เป็นดีไซเนอร์ ออกแบบเสื้อผ้าผู้ชายอยู่แถวประตูน้ำ

วันหนึ่งหนังสือแพรวมาเอาเสื้อผ้าจากร้านไปถ่ายแบบ เลยรู้จักพี่เบิร์ท หรือธวัชชัย เพชรวารา โคโรกราฟเฟอร์ตัวจริงของวงการพี่เบิร์ท ชักนำเข้าวงการแฟชั่น ต่อมาผันตัวมาเป็นสไตลิสต์หนังสือแฟชั่นรีวิว ระหว่างทำแฟชั่นรีวิวก็ทำควบคุมคิวเดินแฟชั่นโชว์ไปด้วย

“ใครจ้างอะไรก็ทำ ละครก็ทำ รายการทีวีสาระแนก็เคยทำ ผ่านอะไรมาเยอะ” พี่เล็กว่า

พี่เล็กเคยถาม พี่อาร์ต อารยา อินทรา สไตลิสต์ชื่อดัง ที่ไปสอนนักศึกษาเกี่ยวกับเรื่องแฟชั่น ว่าการทำแฟชั่นโชว์ การเป็นดีไซเนอร์ มีหน้าที่อะไรบ้าง แล้วหน้าที่โคโรกราฟเฟอร์ ได้สอนไหม

พี่อาร์ตบอกว่า สอน แต่หลักสูตรจริงๆไม่มี

แล้วถ้ามีเด็กรุ่นใหม่มาขอเรียน หรืออยากทำอาชีพนี้บ้าง พี่เล็ก คิดว่ายังไง

พี่เล็กบอก เคยถามหลายครั้ง เคยประกาศผ่านเฟซบุ๊ก เคยบอกบริษัทออกาไนซ์ เด็กๆคนไหนอยากทำ หรืออยากมาเป็นผู้ช่วย พี่ยินดีสอนพี่เองอยากมีผู้ช่วย

คำตอบที่ได้ ไม่มีใครสนใจ พี่เล็กคิดว่า เพราะเป็นอาชีพที่ไม่ได้หน้าได้ตา เด็กๆเลยไม่สนใจ เขาสนใจแต่ดีไซเนอร์ สไตลิสต์ โปรดิวเซอร์

แต่ถ้ามีคนอยากเรียน ต้องมีคุณสมบัติอะไรบ้าง พี่เล็กบอก

ต้องมีความรัก มีความรับผิดชอบ บางงาน เราไปอาจยังไม่ได้ทำอะไรเลย เวทีไม่พร้อม นางแบบไม่พร้อม เสื้อผ้าไม่พร้อม ก็ซ้อมไม่ได้ ก็ต้องรอ

คุณสมบัติข้อต่อไป ต้องอดทน ใจเย็น มีสมาธิ ค่อยๆเรียนรู้ อยู่ๆ จะมาเป็นเลยไม่ได้ งานโคโรกราฟเฟอร์ ประสบการณ์เป็นเรื่องใหญ่ บอกอะไรไป นางแบบนายแบบต้องเชื่อ

เคยคุยเล่นๆกับเพื่อนๆ ทำไมไม่มีเด็กคนไหนอยากมาทำงานแบบเรา หมดพวกเราไป ไม่มีแล้ว แต่คิดอีกที ก็ดี...ไม่มีใครมาแย่งงานเราทำ

พูดถึงรายได้ งานโคโรกราฟเฟอร์ดีกว่าเงินเดือน งานอาจจะไม่แน่นอน แต่ว่าอยู่ที่ตัวเรา เราจะใช้แบบไหน ปีปีหนึ่งจะมีช่วงงานชุก มีช่วงงานน้อย มีช่วงไม่มีงาน

พี่เล็กอยู่กับงานนี้มานาน นานมาก แต่ก็ยังสนุก เพราะได้เจออะไรใหม่ๆ ไม่ซ้ำซาก

งานแฟชั่นโชว์ที่ทำทุกปี คือแอลแฟชั่นวีค ทำมา 11 ปี ไทยซุปเปอร์โมเดลทำมา 5 ปี ชาแนลทำมานาน...เสียจนจำไม่ได้

“จะทำอีกนานไหม” พี่เล็กบอกว่า “เราเป็นคน ต้องดิ้นรนหาเงิน ก็ต้องทำ ทำจนกว่าเขาจะไม่จ้าง”.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้