วันเสาร์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

บ้านนี้มีลูก

บ่าย 2 โมงวันอาทิตย์ (8 ก.พ.) นี้ สำนักพิมพ์เพชรประกาย จัดงานเปิดตัวหนังสือ บ้านนี้มีลูก ที่หอศิลป์กรุงเทพฯ ตรงข้ามมาบุญครอง และแน่นอน คุณองอาจ คล้ามไพบูลย์ ผู้เขียน ก็จะไปนั่งแจกแจงแถลงข่าวด้วย

ตอนเป็นต้นฉบับ...มีคนหลายคน ตั้งแต่ศาสตราจารย์เกียรติคุณ แพทย์หญิง ชนิกา ตู้จินดา ฯลฯ ไปถึงคุณไมตรี ลิมปิชาติ ได้อ่านก่อน เพราะถูกขอให้เขียนคำนิยม...นับเป็นคนกลุ่มที่ 1

ผมน่าจะเป็นคนกลุ่มที่ 2 ได้อ่าน...ก่อนงานเปิดหนังสือ จึงขอถือโอกาสเขียนแนะนำล่วงหน้า เผื่อคนที่แอบรักแอบนิยมคุณองอาจอยู่ จะได้ไปให้กำลังใจกัน ตามวิสัยแฟนพันธุ์แท้

นับแต่บรรทัดแรก...ภรรยาโทร.บอกข่าวว่าจะท้อง...พ่อคิดยังไง...ทำตัวแบบไหน...จนไปถึงตอน...อุ้มลูกเข้าบ้าน...คุณยายจัดพิธีรับขวัญ จนถึงบรรทัดสุดท้าย คุณองอาจ เขียนได้ลื่นไหล สำนวนมีเสน่ห์ ดึงดูดให้อ่าน

คนอื่นอาจแปลกใจ แต่ผมไม่แปลกใจ เพราะรู้ดี ก่อนมาเล่นการเมือง ในแวดวงหนังสือพิมพ์ คุณองอาจเป็น...มืออาชีพคนหนึ่ง ตัวอย่าง...สักตอน เอ้าสองตอน ตอนตั้งชื่อเล่นให้ลูก และตอนกว่าจะได้ชื่อจริง

กำหนดคลอดตามฤกษ์ เดือนสิงหาคม ใกล้เข้ามาทุกที

ผมมีภาระหน้าที่เพิ่มมากขึ้น จากการทำหน้าที่รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ ตั้งแต่เดือนมิถุนายน ทำให้ไม่ค่อยมีเวลานึกถึงชื่อลูก

จนอยู่มาวันหนึ่ง ผมกลับบ้านเร็วหน่อย เรานอนคุยกันตามประสาพ่อแม่ลูกในท้อง

คุณแม่ปรารภ...ลูกสาวคนนี้เค้ามาจากที่สูงมากนะ ก่อนท้องแม่เห็นดวงดาวระยิบระยับบนท้องฟ้า มีดาวดวงหนึ่งแสงสว่างสุกใส มากกว่าทุกดวง พุ่งตรงลงมาที่ท้องของแม่

ยังฝันอีกว่า เทวดาถือแหวนเพชรมามอบให้แม่

ช่วงแต่งงาน พรรคประชาธิปัตย์ก็ได้เป็นรัฐบาล ช่วงท้อง พ่อก็ได้ตำแหน่งเป็นรัฐมนตรี แม่เชื่อว่า ลูกสาวคนนี้จะเกิดมาทำให้ครอบครัว มีความสุข มีความเจริญรุ่งเรือง

ผมนอนฟังภรรยาอยู่สักพัก จึงทึกทักขึ้นว่า...งั้นลูกเราชื่อเล่น “น้องฟ้า” ก็แล้วกัน

เพราะแม่ฝันเห็นลูกมาจากท้องฟ้า สีฟ้าเป็นสีของวันแม่ในเดือนสิงหาคม เดือนเกิดของลูก สีฟ้าก็เป็นสีของพรรคประชาธิปัตย์ที่พ่อทำงาน เมื่อเอาเหตุผลต่างๆมารวมกันแล้ว ชื่อ “น้องฟ้า” น่าจะเหมาะสมกับลูกสาว คุณแม่ก็เห็นดีด้วย

ผมช่วยตั้งชื่อเล่นให้ลูกได้เท่านั้น ส่วนชื่อจริงยังนิ่ง คิดไม่ออก จนคุณแม่เริ่มทวงถามบ่อยๆ

ผมกะเอาไว้ในใจว่า ชื่อจริงตั้งให้ได้ก่อนคลอด จะทำได้ก่อนคลอดมั้ยเนี่ย

การตั้งชื่อลูกในอดีต...มักจะให้พระหรือผู้ใหญ่ที่มีความรู้ด้านภาษา บางกรณีคุณพ่อคุณแม่ตั้งชื่อลูกกันเอง

แต่ปัจจุบันการตั้งชื่อลูก ไม่น่าจะเป็นเรื่องยากเย็นอะไร ซื้อหนังสือคู่มือการตั้งชื่อลูกมาพิจารณาเลือกชื่อดีๆที่เราชอบ หรือคลิกเข้าไปหาข้อมูลการตั้งชื่อลูกในเน็ต

หลักการตั้งชื่อสมัยโบราณ มีหลักทักษา หลักเลขศาสตร์ หลักอายตนะ หลักตุ๊กตามอญ ตุ๊กตาไขลาน หลักโหราศาสตร์ รวมกระทั่งถึง การวิเคราะห์ผ่านดวงลัคนา วิเคราะห์ลึกถึงวันเดือนปี เวลาเกิด

ผมกับภรรยาตั้งใจว่าจะตั้งชื่อลูกกันเอง ผมอยากได้ชื่อพยางค์เดียวแบบไทย ภรรยาเสนอว่าจะเป็นชื่อกี่พยางค์ก็ได้ ตกลงเลือกเอาไว้...

ชื่อหนึ่ง ขอชื่อจากพระผู้ใหญ่ ได้มาอีกสองชื่อ

จนกระทั่งได้เวลาภรรยาเข้าไปนอนรอในห้องคลอด ภรรยายื่นคำขาด แม่กำลังจะคลอดลูกแล้ว ต้องตามใจแม่ ผมตัดสินใจ...ไม่ถกเถียงอีกต่อไป เลือกชื่อ “นันทพัชร์” ชื่อที่ภรรยาเลือกไว้ตอนแรก...

ชื่อนี้หมายถึงความสุขที่มีคุณค่า ยั่งยืนมั่นคงเหมือนเพชร มีความหมาย ให้ติดกายและใจลูกตลอดไป

ไม่ว่าลูกจะชื่ออะไร คุณองอาจเขียนทิ้งท้ายบทนี้ว่า “ขอให้ลูกมีความสุขก็พอ”

ทุกตอนในหนังสือ “บ้านนี้มีลูก” อ่านแล้วยิ้มได้ อ่านแล้วมีความสุข ใครที่กำลังจะมีลูกก็น่าจะหาบทเรียน หรือคนที่เคยมีลูก

น่าจะหาอ่านเพื่อทบทวนแบบเรียนชีวิตดีๆ อย่างหนังสือเล่มนี้ไม่ค่อยมีให้เลือกอ่านกันนัก.

กิเลน ประลองเชิง

6 ก.พ. 2558 10:20 6 ก.พ. 2558 10:20 ไทยรัฐ