วันจันทร์ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

วัดใจนายก

โดย สหบาท

มุมมอง พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน ผบช.ภ.1 ข้อมูลประวัติการปฏิรูปตำรวจเริ่มสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 คิดทำให้เป็นตำรวจของพระมหากษัตริย์ และตำรวจของประชาชน

จนมาปรับโครงสร้างเป็นสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เขียนกฎหมายให้ฝ่ายการเมือง นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ก.ต.ช.มีอำนาจแต่งตั้ง ผบ.ตร. และรองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคง เป็นประธาน ก.ตร.แต่งตั้งนายพล

เก้าอี้ ผบ.ตร. และนายพลอยู่ในอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดของฝ่ายการเมือง

ทุกตำแหน่งมีโอกาสที่จะถูกสั่นคลอนโยกย้ายพ้นตำแหน่งได้ตลอดเวลา

ตำรวจทุกระดับชั้นต่างวิ่งเข้าหารับใช้สนองความต้องการนักการเมือง ไม่เป็นตำรวจของพระมหากษัตริย์ ไม่เป็นตำรวจของประชาชน แม้ตำรวจส่วนใหญ่ไม่คิดอยากรับใช้นักการเมือง แต่จำต้องทำ ไม่รับใช้ไม่ได้ ตำรวจอึดอัดที่ถูกแทรกแซงอย่างไม่มีระบบจากนักการเมืองทุกระดับชั้น นักการเมืองท้องถิ่นยันระดับประเทศ

ต่างจากรูปแบบโครงสร้างของศาลและอัยการ ไม่ต้องรับใช้นักการเมืองคนใด เพราะศาลมีคณะกรรมการตุลาการ และอัยการมีคณะกรรมการอัยการ เป็นรูปแบบองค์กรอิสระ การตัดสินคดีความว่ากันไปตามตัวบทกฎหมาย

ถ้าไม่คิดปฏิรูปปรับตำรวจให้พ้นจากการแทรกแซงการเมือง หรือ “คนนอก” โดยเฉพาะแต่งตั้งโยกย้าย

ไม่มีทางเรียกศรัทธาตำรวจกลับคืนมา

หัวโต๊ะ ก.ตร. และ ก.ต.ช. ต้องเป็นตำรวจเข้ามาคิดตัดสินใจและบริหารกันเอง เอาการเมืองออกมา

ถ้าไม่คิดเปลี่ยนในยุคนี้ที่ คสช.เข้ามาก็หมดโอกาส

เพราะไม่คิดว่าจะมีนักการเมืองคนไหนที่คิดลิดรอนอำนาจตัวเองลงมา

ถ้าไม่ทำวันนี้ตำรวจ ก็ต้องทนอยู่ภายใต้อำนาจของนักการเมืองต่อไปอีกนาน

ตำรวจส่วนใหญ่ที่เห็นความตั้งใจของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ซึ่งเป็นอดีต ผบ.ทบ.ที่ต่อสู้ในเรื่องการแทรกแซงทางการเมือง

น่าจะเป็นความหวังของตำรวจเข้ามา “ปลดการเมือง” ให้ตำรวจได้พ้นจากอำนาจมืดครอบงำ

ตำรวจทุกคนคาดหวังที่จะได้เห็นภาพความเป็นผู้นำที่รู้ปัญหา เข้าใจ และจริงใจ

ปรับตำรวจให้เป็นตำรวจเพื่อประชาชน ยอมตัดทอนอำนาจการเมืองลงมา

เป็นนายกรัฐมนตรีคนแรกที่ได้รับการยกย่องเป็น “วีรบุรุษของตำรวจไทย”

สหบาท

6 ก.พ. 2558 09:23 ไทยรัฐ