วันจันทร์ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เร่งร่างกม.ลูก ไปพร้อมรธน.

บิ๊กตู่มอบหมาย ให้กมธ.ทำเลย! กกต.ยังขอดาบ

“บวรศักดิ์” ไม่กดดันนายกฯ ไล่บี้งานแม่น้ำ 5 สาย ยัน พ.ร.บ. ประกอบฯเสร็จก่อนวันเลือกตั้งแน่ ปัดรื้อฟื้นระบบรัฐราชการ กมธ.ยกร่างฯเด้งรับร่างเสร็จเร็วจะได้มีเวลาทำกฎหมายลูกให้ดี เริ่มถกหมวดอำนาจ อปท. ยังคงอำนาจไว้ตาม รธน.50 แค่เปลี่ยนคำจำกัดความ “การปกครองท้องถิ่น” เป็น “การบริหารท้องถิ่น” เชิญ 74 พรรคร่วมถกหลักการใหม่ระบอบการเมือง สปช.-ป.ป.ช. ระดมกึ๋นหวังเพิ่มศักยภาพปราบทุจริต “วิษณุ” เผยนายกฯจี้ชุดยกร่างฯเขียนร่าง ก.ม.ลูกรอ ส่วนกฎหมายเซ็นเซอร์สื่อเก็บไว้ใช้ช่วงสงคราม กกต.ยังดิ้นร่อน จม.น้อยอ้อนแม่น้ำ 5 สายขอคงอำนาจตามเดิม จีนชม “บิ๊กตู่” เดินตามโรดแม็ปเป๊ะ ปชป.หนุนตั้งศาลฉ้อราษฎร์ฯ “อ๋อย” เตือนระวังไหลไปสู่ทางตัน ส.ส.พท.ขู่ฟ้อง ป.ป.ช.หากเดินหน้าถอดถอน

หลังการเรียกประชุมติดตามงานและปัญหาอุปสรรคของแม่น้ำทั้ง 5 สาย ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ระบุ ว่าการยกร่างรัฐธรรมนูญรอบแรกอาจเสร็จก่อนกำหนด ล่าสุดนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธาน กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ออกมาขานรับว่าเป็นไปได้ที่จะดำเนินการเสร็จก่อนกำหนด

เด็ก นร.สมทบทุนจุลสาร รธน.

เมื่อเวลา 09.40 น. วันที่ 5 ก.พ. ที่รัฐสภา ตัวแทนเด็กนักเรียนโรงเรียนมัธยมมีชัยพัฒนา เข้ามอบเงินที่เก็บรวบรวมได้จำนวน 1,816 บาท ต่อนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อใช้จัดทำจุลสารร่างรัฐธรรมนูญ โดยนายบวรศักดิ์กล่าวขอบคุณว่า เยาวชนของชาติเปรียบเหมือนอาทิตย์อุทัย ถ้าเยาวชนมาเป็นกำลัง พลเมือง ถือว่าการเมืองเป็นเรื่องของตน บ้านเมืองจะเจริญก้าวหน้าต่อไปได้

“บวรศักดิ์” ไม่กดดันนายกฯไล่จี้

นายบวรศักดิ์ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษา ความสงบแห่งชาติ (คสช.) ระบุว่าร่างรัฐธรรมนูญรอบแรกน่าจะเสร็จก่อนกำหนดว่า กมธ.ยกร่างฯไม่รู้สึกกดดันจากคำพูดของนายกฯ ส่วนการออกกฎหมายลูกยังกำหนดระยะเวลาแน่นอนไม่ได้ เพราะยังไม่ได้กำหนดว่าให้ใครดำเนินการ แต่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญฉบับอื่นต้องเสร็จก่อนวันเลือกตั้ง เพราะมีบทเรียนจากปี 50 ที่ให้เวลาร่างถึง 1 ปี แต่ ไม่สามารถคลอด พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญสำคัญได้ทัน ทำให้กลไกที่รัฐธรรมนูญวางไว้ไม่สมบูรณ์ ส่วนการทำประชามติคงต้องตัดสินใจก่อนที่ร่างรัฐธรรมนูญสุดท้ายจะเสร็จสิ้น เพราะต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว ซึ่งคนที่เสนอแก้ได้คือคณะรัฐมนตรี กับ คสช. ส่งมาให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณาเห็นชอบ ดังนั้น ถ้าจะทำประชามติต้องส่ง เรื่องถึง สนช.ก่อนวันที่ 6 ส.ค.

ปัดรื้อฟื้นระบบรัฐข้าราชการ

นายบวรศักดิ์กล่าวต่อว่า แนวทางการยกร่างรัฐธรรมนูญคิดตามแบบต่างประเทศที่มีการเมืองเข้มแข็ง อย่างอังกฤษ แคนาดา ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ คือไม่ให้นักการเมืองแต่งตั้งข้าราชการ ต่างจากสหรัฐอเมริกาที่ให้นักการเมืองตั้งข้าราชการ วิธีการตรงกลางที่ไทยใช้มาคือให้รัฐมนตรีแต่งตั้งข้าราชการระดับกระทรวง ก็มีเสียงท้วงติงว่าฝ่ายการเมืองซื้อขายตำแหน่ง ล้วงลูก จนเกิดเหตุศาลรัฐธรรมนูญชี้ขาดเรื่องการโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) คำถามคือแล้วเราจะทำอย่างไร เมื่อใช้ระบบตรงกลางไม่ได้ผล ดังนั้นแนวคิดของ กมธ.ยกร่างฯเรื่องการแต่งตั้งข้าราชการ ยืนยันว่าไม่ใช่การสร้างรัฐข้าราชการ แต่กำลังสร้างสมดุลหลังจากใช้ระบบแต่งตั้งโยกย้ายโดยฝ่ายการเมืองมานาน

“เจษฎ์” บอกดีจะได้มีเวลาทำ ก.ม.ลูก

นายเจษฎ์ โทณวณิก กมธ.ยกร่างฯ ในฐานะอนุ กมธ. จัดทำข้อเสนอแนะในการตราหรือแก้ไขกฎหมายเพื่อให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า หากการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับแรกเสร็จก่อนกำหนดตามที่นายกฯระบุไว้ ถือเป็นเรื่องดีจะได้มีเวลาทำ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญฉบับสำคัญๆ อีกราว 20 ฉบับ ที่ต้องออกมารองรับเพื่อให้รัฐธรรมนูญสามารถใช้ได้ และสมบูรณ์ยิ่งขึ้น รวมถึงปิดช่องว่างป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาตามมาอีก ไม่ได้รู้สึกกดดันอะไร เปรียบเหมือนการสั่งอาหารตามสั่ง จะเอาเร็วพ่อครัวก็ทำได้ แต่รสชาติและคุณภาพก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่หากมีเวลาพิถีพิถันก็ได้ทั้งรสชาติและคุณภาพ

ยังคงอำนาจ อปท.ตาม รธน.50

ด้าน พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช โฆษก กมธ. ยกร่างรัฐธรรมนูญ แถลงความคืบหน้าการพิจารณายกร่างรัฐธรรมนูญว่า กำลังพิจารณาในภาค 2 ผู้นำ การเมืองที่ดีและสถาบันการเมือง หมวด 7 การกระจายอำนาจและการบริหารท้องถิ่น ซึ่งเนื้อหาส่วนใหญ่คงตามรัฐธรรมนูญ 2550 หมวด 14 ตั้งแต่มาตรา 281-290 แต่ กมธ.ยกร่างฯเปลี่ยนถ้อยคำจาก “การปกครองท้องถิ่น” มาเป็น “การบริหาร ท้องถิ่น” ให้สอดคล้องกับการบริหารงานตามความเป็นจริงว่าการดูแลส่วนท้องถิ่นไม่ใช่การปกครอง แต่เป็นการบริหาร โดยไม่มีนัยยะสำคัญเป็นพิเศษ และจะไม่กระทบกับกระทรวงมหาดไทย เพียงแค่ต้องการสื่อความหมายให้ชัดเจน ซึ่งการพิจารณาในหมวด 7 มีทั้งสิ้น 6 มาตรา คาดว่าจะพิจารณาเสร็จวันที่ 6 ก.พ.

เชิญ 74 พรรคถกระบอบการเมือง

พล.อ.เลิศรัตน์กล่าวต่อว่า กมธ.ยกร่างฯเตรียมจัดสัมมนา “หลักการใหม่เกี่ยวกับระบอบการเมือง นักการเมือง และสถาบันการเมือง” มีผู้เข้าร่วมประกอบด้วย กมธ.ยกร่างฯ กมธ.ปฏิรูปการเมือง สปช. อนุ กมธ.ประสานเพื่อรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของ สปช. และองค์กรอื่น สถาบันพระปกเกล้า ตัวแทนพรรคการเมือง และสื่อมวลชน ในวันที่ 16 ก.พ. ที่อาคารรัฐสภา 2 เปิดโอกาสให้พรรคการเมืองและกลุ่มการเมืองทุกฝ่ายเข้าร่วม โดยจะทำหนังสือเชิญทั้ง 74 พรรคที่จดทะเบียน แต่จะสนใจหรือไม่ก็เป็นสิทธิของพวกเขา เมื่อถามว่า การเชิญพรรคการเมืองเข้าร่วมเสวนา เพราะยังไม่ได้ข้อสรุปเรื่องระบบการเลือกตั้งใช่หรือไม่ พล.อ.เลิศรัตน์ตอบว่า เราใช้หลักการรับฟังความเห็นจากทุกฝ่าย ถ้าพรรคการเมืองมีข้อเสนอที่ดีกว่าก็ต้องรับฟังให้มากที่สุด จึงเชิญพรรคการเมืองและกลุ่มการเมืองมาเพื่อจะได้ตอบข้อสงสัย

สปช.–ป.ป.ช.ระดมกึ๋นเพิ่มศักยภาพ

วันเดียวกัน ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จ.นนทบุรี นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ร่วมหารือกับนายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธาน ป.ป.ช. และกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อวางกรอบการแก้ไขกฎหมายปฏิรูปการทำงานของ ป.ป.ช. จากนั้นนายเทียนฉาย กล่าวว่า มาหารือเรื่องการทำงานของ ป.ป.ช. เพื่อให้เข้ากับร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ส่วนจะเปลี่ยนแปลงอย่างไร ป.ป.ช.ต้องเป็นคนคิดกรอบทั้งหมด แต่คงไม่ยุบ ป.ป.ช. ถ้ายุบแล้วใครจะดูแลการปราบปรามทุจริต เพียงแต่ต้องปรับอำนาจหน้าที่เล็กน้อย ซึ่งหลักการที่จะแก้ไขต้องเสร็จก่อนเดือน เม.ย. แต่หน้าที่หลักคือการตรวจสอบบัญชีทรัพย์สิน การป้องกันทุจริต การปราบปรามทุจริต ยังต้องมีอยู่เหมือนเดิม แต่ต้องทบทวนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น จึงต้องปรับท่าทีและวิธีการทำงาน หากมีองค์กรใหม่เกิดขึ้นจะได้เกิดความราบรื่น

นายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการ ป.ป.ช. กล่าวว่า การปฏิรูป ป.ป.ช. มี 2 ส่วน คือ 1.การแก้ไข พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญฯ ในส่วนการอนุวัติตามภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านการทุจริต UNCAC เพื่อเสนอกฎหมายให้สากลรู้ว่าประเทศไทยมีความจริงจังในการแก้ไขปัญหาคอร์รัปชัน และ 2.เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน

“วิษณุ” เผยนายกฯสั่งร่าง ก.ม.ลูกรอ

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย กล่าวว่า พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญจะมีประมาณ 10 ฉบับ ส่วนที่จำเป็นต่อการเลือกตั้งมี 3-4 ฉบับ คือ กฎหมายเลือกตั้ง กฎหมายพรรคการเมือง และกฎหมายที่เกี่ยวกับคณะ กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ซึ่งจะมีคณะกรรมการดำเนินการจัดการเลือกตั้ง (กจต.) เกิดขึ้นมา และหากมีการออกเสียงประชามติ ต้องมีกฎหมายว่าด้วยการ ออกเสียงประชามติอีกฉบับ ส่วนกฎหมายลูกฉบับอื่นทยอยออกตามมาได้ โดยนายกฯได้สอบถาม กมธ.ยกร่างฯว่าเหตุใดจึงไม่ร่างกฎหมายลูกเอาไว้ก่อน ซึ่ง กมธ.ยกร่างฯชี้แจงว่า หลังยกร่างรัฐธรรมนูญรอบแรกเสร็จในเดือน เม.ย. จะดำเนินการร่างกฎหมายลูกเก็บไว้พลางก่อน พอรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นกฎหมายแม่บังคับใช้เดือน ก.ย. เดือน ต.ค.-พ.ย.จะนำกฎหมายลูกที่ร่างเอาไว้แล้วเข้าสู่การพิจารณาของ สนช. และนำขึ้นทูลเกล้าฯในเดือน ธ.ค. และเดือน ม.ค.59 น่าจะประกาศเลือกตั้งได้

แจง ก.ม.เซ็นเซอร์สื่อใช้ช่วงสงคราม

นายวิษณุยังกล่าวถึงกรณี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เสนอให้ กมธ.ยกร่างฯแก้ไขเนื้อหากฎหมายเรื่องการเซ็นเซอร์สื่อว่า ไม่ได้แก้เพียงแค่สอบถาม เพราะปรากฏอยู่ในร่างรัฐธรรมนูญ ทุกคนมีสิทธิตั้งข้อสังเกต โดยมองว่าหากต้องรอถึงขนาดสงครามคงไม่ใช่ คำถามของเขาคือจะมีวิธีไหนหรือใช้มาตรการใดก่อนที่จะไปถึงการประกาศสงคราม อย่างไรก็ตาม วันนี้คำตอบคงจะรู้แล้ว เพราะ กมธ.ยกร่างฯบอกว่า มาตรการที่แรงที่สุดที่จะใช้กับสื่อ คือการตรวจก่อนที่จะเผยแพร่ ความจริงถ้าไม่ให้ไปตรวจสอบก็ทำได้ แต่เราห้ามได้อยู่แล้วที่จะไม่ให้เผยแพร่ เพียงแค่ใช้กฎอัยการศึก ส่วนการเซ็นเซอร์คงเก็บไว้สำหรับช่วงสงคราม

กกต.ร่อน จม.น้อยถึงแม่น้ำ 5 สาย

ผู้สื่อข่าวรายงานจากสำนักงาน กกต.ว่า ที่ประชุม กกต.มีมติให้ส่งจดหมายเปิดผนึกถึงหัวหน้าคสช. ประธาน สปช. ประธาน สนช. คณะรัฐมนตรี ประธาน กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ สมาชิก สนช. สมาชิก สปช. กกต.ประจำจังหวัด และสื่อมวลชน เพื่อชี้แจงกรณี กมธ.ยกร่างฯมีมติลดทอนอำนาจของ กกต. ใน 3 ประเด็น เช่น การให้มี กจต.ขึ้นมาทำหน้าที่จัดการเลือกตั้งแทน กกต. ซึ่ง กกต.เห็นว่าควรมีหน่วยงานรับผิดชอบเพียงหน่วยงานเดียว การแยกผู้ควบคุมการเลือกตั้งกับผู้จัดการเลือกตั้งออกจากกัน ไม่ใช่หลักสากลที่นานาอารยประเทศยอมรับ และ กจต.อาจส่งผลให้ขาดความเป็นอิสระ เกิดความสงสัยในความเป็นกลางทางการเมือง รวมทั้งเห็นว่าควรคงอำนาจในการให้ใบเหลืองและใบแดงก่อนการประกาศรับรองผลการเลือกตั้งไว้ที่ กกต.

จีนชม “บิ๊กตู่” เดินตามโรดแม็ปเป๊ะ

เมื่อเวลา 14.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม นำนายเมิ่ง เจี้ยนจู้ ทูตพิเศษประธานาธิบดี สี จิ้นผิง สมาชิกกรมการเมือง และหัวหน้าคณะกรรมาธิการการเมืองและกฎหมาย คณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน เข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. จากนั้น ร.อ.นพ.ยงยุทธ มัยลาภ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า มีการหารือถึงความร่วมมือด้านความมั่นคง กระชับความสัมพันธ์ในวาระครบรอบความสัมพันธ์ 40 ปี ไทย-จีน รวมถึงความสัมพันธ์ในระดับราชวงศ์ไทยที่มีมาอย่างต่อเนื่อง โดยจีนยืนยันพร้อมเดินหน้าพัฒนาเส้นทางรถไฟกับไทย รวมถึงความร่วมมือด้านพลังงาน การค้า การศึกษา การซื้อสินค้าเกษตรจากไทย ข้าว ยางพารา และชื่นชมรัฐบาลไทยที่เดินตามโรดแม็ป

ปชป.เอาด้วยตั้งศาลฉ้อราษฎร์ฯ

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณี พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เสนอตั้งศาลฉ้อราษฎร์ บังหลวงเพื่อปราบปรามการทุจริตว่า เห็นด้วยอย่างยิ่ง รวมถึงกรณีนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ยืนยันว่ามีการบัญญัติจัดตั้งศาลวินัยการเงินการคลังและงบ ประมาณ ไว้ในร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เพราะต้องยอมรับว่าการทุจริตทั้งจากนักการเมืองและข้าราชการ เป็นปัญหาใหญ่ของชาติ จึงจำเป็นต้องมีวิธีแก้ไขเป็นกรณีพิเศษ ส่วนจะใช้ชื่ออย่างไรตนไม่ติดใจ ขอเพียงทำคดีทุจริตและลงโทษผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการทุจริตได้เป็นพอ เข้าใจว่าศาลที่จะตั้งขึ้นต่างจาก ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ที่จะวินิจฉัยเฉพาะแต่นักการเมืองเท่านั้น

“อ๋อย” ชี้แม่น้ำ 5 สายไหลไปสู่ทางตัน

นายจาตุรนต์ ฉายแสง แกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์ลงเฟซบุ๊กส่วนตัวระบุว่า “อย่าให้เสียเวลาเปล่า” สิ่งที่ พล.อ.ประยุทธ์ยืนยันว่าพร้อมฟังความเห็นจาก ทุกคนนั้น ถือเป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้วที่ พล.อ.ประยุทธ์คิดว่าจะทำอย่างไรกับสิ่งที่ทำมาปีกว่า ให้เดินหน้าต่อไปได้ แต่ไม่แน่ใจว่าท่านทราบหรือไม่ว่า สิ่งที่แม่น้ำหลายสายของท่านกำลังทำกันอยู่นี้ อาจนำสังคมไทยไปสู่ทางตัน เนื่องจากกฎกติกาที่กำลังสร้างขึ้นไม่เป็นประชาธิปไตย และไม่เป็นธรรม กฎกติกาที่กำลังเขียนกันนี้อาจไม่ได้มุ่งกีดกันใครเป็นการเฉพาะ แต่กำลังปิดโอกาสประชาชนส่วนใหญ่ ไม่ให้มีสิทธิมีเสียงกำหนดอนาคตและความเป็นไปของบ้านเมือง ถ้าเป็นอย่างนั้นจะเป็นการเสียเวลาเปล่าจริงๆ หากจะไม่ให้สิ่งที่ท่านทำมาทั้งหมดสูญเปล่า นอกจากท่านต้องพร้อมฟังคนไทยด้วยกันแล้ว แม่น้ำทั้งห้าสายของท่านก็ต้องรับฟังความเห็นที่แตกต่างหลากหลายไปพร้อมกันด้วย

พท.ดิ้นรนขู่ฟ้องอาญา ป.ป.ช.

อีกเรื่อง นายอำนวย คลังผา อดีต ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. เตรียมสรุปคดีถอดถอนอดีต ส.ส. 269 ราย กรณีแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญประเด็นที่มาของ ส.ว. โดยมิชอบ เพื่อส่งเรื่องให้ สนช.ดำเนินการถอดถอนว่า ในฐานะอดีต ส.ส. ที่ร่วมแก้ไขรัฐธรรมนูญประเด็นดังกล่าว ยืนยันว่าทำไปตามหน้าที่ ตามที่รัฐธรรมนูญมาตรา 291 วรรค 1 ให้อำนาจไว้ และยังมีเอกสิทธิ์คุ้มครองตามมาตรา 130 ด้วย และขณะนี้รัฐธรรมนูญปี 50 ถูกฉีกไปแล้ว พวกตนไม่ได้เป็น ส.ส.แล้ว ป.ป.ช.จึงไม่มีอำนาจพิจารณาในเรื่องนี้ ขอร้องป.ป.ช. ว่าอย่าทำหน้าที่แบบมีอคติ หรือดันทุรังพิจารณาทั้งที่ไม่มีอำนาจ หากยังคงดึงดันเพื่อเสนอให้ สนช.ถอดถอน ตนก็จะใช้สิทธิยื่นเรื่องต่อศาลอาญาฟ้อง ป.ป.ช.กลับ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 รวมทั้งยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญด้วย ขอย้ำว่า ป.ป.ช.ไม่มีอำนาจพิจารณาเรื่องนี้

“บัญชา” แจง สตง.เหตุร้องสอบ ป.ป.ช.

อีกด้าน เมื่อเวลา 09.00 น. ที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) นายบัญชา ปรมีศณาภรณ์ สมาชิก สปช. ในฐานะ กมธ.ปฏิรูปด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สปช. เข้าชี้แจงต่อ สตง.กรณียื่นเรื่องให้ สตง.สอบคณะกรรมการป.ป.ช. ว่าจ้างสภาทนายความแห่งประเทศไทย ทำคดี ป.ป.ช. ซึ่งเป็นสัญญาว่าจ้างที่ผิดวัตถุประสงค์การตั้งสภาทนายฯขึ้นมาเพื่อช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส โดยนายบัญชากล่าวภายหลังเข้าชี้แจงว่า ขอให้สตง.ตรวจสอบสัญญาจ้างทุกฉบับ หลักฐานการชำระ เงิน การชำระภาษีหัก ณ ที่จ่าย และเส้นทางเงินค่าจ้าง ว่าผู้ใดรับไปบ้าง ตั้งแต่ปี 2549 จนถึงปัจจุบัน หาก สตง.ตรวจสอบแล้วเป็นการใช้เงินผิดประเภทจริง ขอให้ดำเนินคดีอาญากับผู้ที่เกี่ยวข้อง และเรียกเงินคืนทั้งหมด พร้อมค่าเสียหาย

ญาติ “น้องเกด” จี้ ป.ป.ช.คดีสลายม็อบ

ที่สำนักงานคณะกรรมการ ป.ป.ช. นายณัทพัช อัคฮาด น้องชาย น.ส.กมนเกด อัคฮาด พยาบาลที่เสียชีวิตจากเหตุสลายการชุมนุมทางการเมืองปี 53 ที่วัดปทุมวนาราม เดินทางมาทวงถามความคืบหน้าการไต่สวนคดีจาก ป.ป.ช. กรณีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าสลาย การชุมนุมปี 53 โดยนายณัทพัชกล่าวว่า อีกไม่นานคดีนี้จะครบ 5 ปี แต่ ป.ป.ช.ยังไม่เรียกพยานหรือขอเอกสารไต่สวนเพิ่มเติม ทั้งที่ศาลมีคำสั่งว่าบุคคลที่เสียชีวิตในวัดปทุมฯมาจากการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐ เมื่อเทียบกับคดี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ คดีรับจำนำข้าวที่ใช้เวลาเพียง 1 ปี 6 เดือน จะให้เวลา ป.ป.ช.อีก 3 เดือน ถ้ายังไม่คืบหน้า จะยื่นดำเนินคดีต่อ ป.ป.ช. เพราะถือว่าล่าช้ามากแล้ว

สนช.ผ่านฉลุยวาระ 3 พ.ร.บ.สวนป่า

ที่รัฐสภา พล.อ.ดนัย มีชูเวท ประธานคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ สนช. ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.สวนป่า แถลงว่า ที่ประชุม สนช.มีมติเห็นชอบผ่านร่าง พ.ร.บ.สวนป่าในวาระ 3 ด้วยคะแนน 185 ต่อ 2 เสียง และยังมีมติตัดรายชื่อต้นไม้ที่อยู่ในบัญชีแนบท้าย 8 รายการ จากที่ ครม.เสนอเข้ามา 66 รายการ อาทิ ยางพารา โกงกาง ยูคาลิปตัส มะฮอกกานี กระถิน สำหรับบทลงโทษผู้ฝ่าฝืนจากเดิมมีทั้งโทษจำคุกและปรับ ได้แก้ไขเป็นให้มีบทลงโทษทางปกครองแทน หากมีการละเมิดจะใช้วิธีตักเตือน โทษสูงสุดคือการถอนการขึ้นทะเบียนสวนป่า อาทิ หากผู้ทำสวนป่าไม่จัดทำบัญชีแสดงชนิดจำนวนไม้ที่ปลูกตามระเบียบกำหนดจะมีโทษปรับ 10,000 บาท หรือหากทำบัญชีเท็จต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 20,000 บาท

ถึงคิวปรับโฉมรังนกกระจอก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ทำการปรับปรุงอาคารสถานที่และภูมิทัศน์ภายในทำเนียบรัฐบาล โดยเมื่อวันที่ 31 ม.ค. คนงานได้เข้าปรับปรุงห้องผู้สื่อข่าว 1 (รังนกกระจอก) ที่อยู่ใกล้กับตึกนารีสโมสร ล่าสุดเจ้าหน้าที่ทำเนียบฯปิดประกาศว่า ช่วงเย็นวันที่ 6 ก.พ. คนงานจะเข้า ปรับปรุงรังนกกระจอก 2 ที่ติดกับประตู 1 ใช้เวลาประมาณ 1 เดือน จึงขอให้ผู้สื่อข่าวนั่งทำงานในเต็นท์ ผ้าใบที่ติดตั้งเครื่องปรับอากาศ 2 หลัง ตั้งอยู่บริเวณสนามหญ้าหลังตึกไทยคู่ฟ้าเป็นการชั่วคราว ส่วนการจัดเตรียมสถานที่โครงการตลาดน้ำวิถีไทยที่จะเปิดวันที่ 12 ก.พ.คืบหน้ามาก เริ่มวางทุ่นในคลองผดุงกรุงเกษม เบื้องต้นมีเรือร้านค้า 40 ลำ เข้าร่วม

นายกฯมีเข้าคารวะ “เจ้าชายนารุฮิโตะ”

เมื่อเวลา 14.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล ร.อ.นพ.ยงยุทธ มัยลาภ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงกำหนดการเดินทางเยือนประเทศญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ระหว่างวันที่ 8-10 ก.พ. ว่า นอกเหนือจากการหารือเพื่อผลักดันความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ พบภาคเอกชนแล้ว พล.อ.ประยุทธ์จะเข้าเยี่ยมคารวะเจ้าชายนารุฮิโตะ มกุฎราชกุมารแห่งญี่ปุ่น ที่สำนักพระราชวังอิมพีเรียล เมื่อถามว่าสำนักข่าวแจแปน ไทม์ส รายงานว่า นายเออิโซะ โคบายาชิ หัวหน้าสหพันธ์ธุรกิจแห่งญี่ปุ่น หรือ “เคอิ-ดันเรน” เรียกร้องให้ คสช.คืนอำนาจและการปกครองประเทศให้กับพลเรือนโดยเร็วที่สุด เพื่อแลกกับการลงทุนในประเทศไทย ร.อ.นพ.ยงยุทธตอบว่า น่าจะเป็นความคลาดเคลื่อนในการสื่อสาร

“บวรศักดิ์” ไม่กดดันนายกฯ ไล่บี้งานแม่น้ำ 5 สาย ยัน พ.ร.บ. ประกอบฯเสร็จก่อนวันเลือกตั้งแน่ ปัดรื้อฟื้นระบบรัฐราชการ กมธ.ยกร่างฯเด้งรับร่างเสร็จเร็วจะได้มีเวลาทำกฎหมายลูกให้ดี... 6 ก.พ. 2558 08:06 ไทยรัฐ