วันพุธที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

คลำเป้าคดีบึมป่วน ส่องนปช. เทียบภาพ2คนร้าย

โทร.แจ้งเบาะแสมีรางวัล โฆษกตร.จัดฉก.เฝ้าระวัง! พื้นที่เสี่ยง-ราชประสงค์

โฆษก ตร.นำตำรวจออกตรวจบริเวณสี่แยก ราชประสงค์และพื้นที่โดยรอบ เรียกความเชื่อมั่นประชาชนกลับมา หลังคนร้ายวางบึม 2 ลูก ที่ห้างพารากอน ขณะที่ “จักรทิพย์” สั่งชุดสืบสวนตรวจสอบเครือข่ายนปช. นำภาพบุคคลต้องสงสัยเทียบกับ 2 คนร้ายที่ถูกออกหมายจับตามภาพในกล้องวงจรปิด ด้าน น.1 เชื่อไม่ได้มีผู้ต้องหาร่วมก่อเหตุแค่ 2 คนเท่านั้น ขณะเดียวกัน สวนดุสิตโพลสำรวจความคิดเห็นประชาชนกรณีเหตุป่วนเมืองครั้งนี้ ร้อยละ 77.21 ระบุทำให้หวาดกลัว ไม่มั่นใจในความปลอดภัย และมาตรการรักษาความปลอดภัยยังไม่ดีพอ

จากเหตุท้าทายอำนาจรัฐบาล สร้างสถานการณ์หวังผลทางการเมือง โดยคนร้ายวางระเบิดไปป์บอมบ์ 2 ลูกบนทางเดินระหว่างสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสกับทางเข้าห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน ห่างจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติเพียงไม่กี่ก้าว เหตุเกิดเมื่อค่ำวันที่ 1 ก.พ. ต่อมาศาลอนุมัติหมายจับ 2 ชายต้องสงสัยตามภาพที่กล้องวงจรปิดจับไว้ได้เป็นหลักฐานสำคัญ พร้อมส่งนักสืบฝีมือดีหลายชุดแยกย้ายออกไล่ล่าตามบัญชา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้พยานให้เบาะแส เป็นโชเฟอร์แท็กซี่ที่รับ 2 มือบึมจากวินรถตู้ย่านอนุสาวรีย์–ชัยสมรภูมิ มาส่งที่สยามสแควร์ ขณะที่ตำรวจรื้อคดีระเบิดในท้องที่ สน.มีนบุรี เมื่อปี 57 มาเทียบเคียง เนื่องจากเหตุระเบิดทั้ง 2 คดีนี้มีลักษณะคล้ายกัน โดยพุ่งเป้าไปที่นายกษิ ดิฐธนรัตน์ หรืออ่าว อิสระส์ หัวโจกที่พนักงานสอบสวน สน.มีนบุรี ออกหมายจับไว้พร้อมพวก และยังหลบหนีลอยนวลอยู่ในขณะนี้ ล่าสุดดีเอสไอนำข้อมูลคดีระเบิดสมานเมตตาเเมนชั่น อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี เมื่อปี 53 ที่รับไว้เป็นคดีพิเศษ เข้าร่วมสืบสวนหาตัวคนร้ายกับทางตำรวจด้วย

ความคืบหน้าในการหาตัวคนร้าย เวลา 14.00 น. วันที่ 5 ก.พ. พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น. พล.ต.ต.จิตติ รอดบางยาง รอง ผบช.น. พล.ต.ต.สมบัติ มิลินทจินดา ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผกก.3 บก.สส. พ.ต.อ.กำธร อุ่ยเจริญ ผกก.กลุ่มงานเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด บก.สปพ. ชุดสืบสวน กก.สส.บก.น.6 และ สน.ปทุมวัน ร่วมกันประชุมสรุปการรวบรวมพยานและหลักฐานเพื่อติดตามจับกุมคนร้าย โดย พล.ต.ท.ศรีวราห์กล่าวหลังการประชุมว่า ด้านคดีมีความคืบหน้าทุกวัน ยืนยันว่าออกหมายจับตามภาพวงจรปิดเป็นภาพที่เห็นคนร้ายชัดเจน อยู่ระหว่างดำเนินการตรวจสอบหาชื่อคนร้าย ส่วนกรณีมีข่าวจับกุมผู้ต้องสงสัยมือระเบิดได้นั้นยังไม่มี

เมื่อถามว่า กลุ่มผู้ต้องสงสัยเชื่อมโยงเกี่ยวกับคดีระเบิดในพื้นที่ สน.มีนบุรี หรือไม่ พล.ต.ท.ศรีวราห์ กล่าวว่า เป็นอย่างที่เคยบอกไปครั้งแรกว่า 50-50 เปอร์เซ็นต์ เพราะว่าที่มีนบุรีใช้ปลอกเหมือนกับท่อน้ำ มีฝาปิดและชนวน ความกว้าง 10 ซม. สูง 20 ซม. คล้ายกันกับทางกายภาพภายในจุดที่เกิดเหตุหน้าห้างพารากอน ส่วนประกอบอื่นๆที่เกิดเหตุท้องที่ สน.มีนบุรี เป็นดินเทา แต่ที่เกิดล่าสุดเป็นดินดำ ความแตกต่างระหว่างดินเทากับดินดำ คือ ส่วนผสมทางเคมีไม่เหมือนกัน ทำไม่เหมือนกัน ผลของมันจะทำให้เกิดเหตุอย่างที่มีนบุรี ระเบิดขึ้นโดยที่ไม่ต้องมีใครจุดนั่นคือความแตกต่าง นอกจากนี้ นครบาลไม่เคยระบุว่าเกี่ยวข้องกับการเมืองหรือไม่ แต่ยืนยันให้ว่ากันไปตามหลักฐาน ส่วนจะระบุได้ว่าเกี่ยวข้องกับผู้ใด การเมืองไม่การเมือง ก็อยู่เมื่อจับกุมผู้ต้องหาได้ พาดพิงยืนยันก่อน ส่วนจะออกหมายจับเพิ่มเติมหรือไม่ ก็ยืนยันตามหลักฐานให้ชัดเจนกว่านี้อีก ตามความเชื่อของตนเชื่อว่า คงไม่ทำกัน 2 คน

พล.ต.ท.ศรีวราห์กล่าวต่อว่า บอกไม่ได้ว่าเชิญตัวผู้ต้องสงสัยมาสอบปากคำแล้วกี่คน เพราะดำเนินการโดยอาศัยอำนาจตามกฎอัยการศึก และป.วิ.อาญา เป็นความลับทางราชการ แต่ยืนยันว่าไม่เคยไประบุว่ากลุ่มใดมาเกี่ยวข้อง เราเปรียบเทียบ 20 กว่าคดี ไม่ใช่คดีเดียว ส่วนการพิสูจน์ว่า ตัวผู้ก่อเหตุทั้ง 2 คน เป็นใครนั้นขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ ถึงแม้จะเห็นภาพชัด แต่ยังไม่สามารถระบุชื่อคนร้ายได้ เพราะมีขั้นตอน มีกระบวนการ การรวบรวมหลักฐาน รวมถึงคดีความผิดที่มีอัตราโทษเกิน 5 ปีขึ้นไป ตามกฎหมายต้องมีพยานสืบจนสิ้นสงสัย ไม่ใช่อยู่ดีๆรับสารภาพเลย ส่วนผู้ต้องสงสัยเป็นอดีตทหารพราน และเคยก่อเหตุที่มีนบุรีหรือไม่นั้น อยู่ระหว่างดำเนินการ การดำเนินการต่างๆ ต้องระมัดระวังที่สุด

ขณะที่ พล.ต.ต.จิตติ รอดบางยาง รอง ผบช.น. ได้โชว์รูปภาพผู้ต้องหามือระเบิดทั้ง 2 คน จากกล้องวงจรปิดบันทึกไว้ได้และใช้เป็นพยานหลักฐานออกหมายจับ โดยภาพคนร้ายทั้งคู่นั้นมี 2 ชุด ชุดแรกเป็นภาพสี และอีกชุดเป็นภาพขาว-ดำ พร้อมกล่าวว่า รูปตามที่ปรากฏออกไปตามที่สื่อมวลชนนำไปเผยแพร่ หากประชาชนท่านใดรู้เบาะแส โทร.แจ้งที่เบอร์ 0-2354-8226 จะมีรางวัลนำจับให้ตามระเบียบของทางราชการ โดยผู้สื่อข่าวถามย้ำถึงจำนวนเงิน พล.ต.ท.ศรีวราห์ตอบแทนว่า จำนวนเงินเป็นไปตามระเบียบของทางราชการ

ก่อนหน้านี้ เมื่อเวลา 11.30 น. วันเดียวกัน พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ นำตำรวจท่องเที่ยว และตำรวจควบคุมฝูงชน ออกตรวจพื้นที่บริเวณสี่แยกราชประสงค์และพื้นที่โดยรอบ เพื่อป้องกันอาชญากรรมและสร้างความมั่นใจเรื่องความปลอดภัยให้กับประชาชน โดย พล.ต.ท.ประวุฒิกล่าวว่า บริเวณนี้เป็นจุดที่พี่น้องประชาชนมาใช้บริการจำนวนมาก ได้วางกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจคือ ตำรวจพื้นที่ สน.ปทุมวัน สน.ลุมพินี บก.ทท. บก.ป.และ บก.สปพ. ในการดำเนินการจะตรวจค้นเฉพาะกลุ่มบุคคลต้องสงสัยที่หิ้วกระเป๋า หรือหีบห่อผิดสังเกต รวมทั้งยังกระจายกำลังฝ่ายสืบสวนตามจุดล่อแหลมต่างๆ ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมดูแลความปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชน จะเฝ้าระวังไม่ให้เกิดเหตุขึ้นมาอีก และสร้างความมั่นใจโดยเติมกำลังเจ้าหน้าที่ ประสานกับห้างสรรพสินค้าในการช่วยสอดส่องดูแล ทางการข่าวไม่ได้ยืนยันว่าจะมีเหตุขึ้นมาอีก เพียงแต่เพิ่มการตรวจตราให้เข้มแข็งขึ้น เป็นอีกหนึ่งมาตรการสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนที่ต้องสัญจรในย่านนี้ ขออย่าตกใจ แต่ต้องไม่ประมาท

โฆษก ตร.กล่าวต่อว่า สำหรับความคืบหน้าของเหตุระเบิดที่หน้าห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน ขณะนี้ทีมสืบสวนได้แยกชุดไปดูตั้งแต่จุดที่มีพยานยืนยันว่าผู้ต้องสงสัยขึ้นรถจุดไหน จะไล่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดเพิ่มเติม เพื่อหาจุดเดินทางของผู้ต้องสงสัย ตั้งแต่ต้นทาง หาจุดที่เรียกรถแท็กซี่ หาเส้นทางเดินทางจนมาถึงจุดที่เกิดเหตุ ขณะนี้กลุ่มต่างๆที่สงสัยได้เฝ้าระวังไว้หมดแล้ว มีการเอาภาพที่เห็นใบหน้าผู้ต้องสงสัยที่ชัดเจนไปตรวจสอบเปรียบเทียบกับคดีเก่าๆทั้งหมด ทั้งคดีที่เกี่ยวกับระเบิด อาวุธปืน หรือคดีอื่นๆ เบื้องต้นต้องสืบให้ทราบว่าเป็นกลุ่มไหน ก่อน เมื่อทราบกลุ่มแล้ว น่าจะทำให้ทราบว่ามีจุดประสงค์อะไร กลุ่มบุคคลเหล่านี้น่าจะอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ จากการวิเคราะห์กลุ่มที่จะกระทำการอย่างนี้น่าจะมีหลายกลุ่ม เป็นกลุ่มที่มีพฤติกรรมที่ใช้อาวุธและระเบิด และหลังจากเผยแพร่หมายจับออกไปมีข้อมูลเข้ามาพอสมควร แต่ยังไม่สามารถสรุปอะไรที่ชัดเจนได้ เช่นเดียวกับการตรวจสอบลายนิ้วมือยังต้องใช้เวลา ต้องตรวจสอบจากฐานข้อมูลที่เก็บไว้ มีมากถึง 90 ล้านนิ้ว การลงมือในครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าคนร้ายกล้าพอสมควรที่เข้ามาลงมือในจุดนี้ ขั้นตอนต่อไปต้องตรวจสอบให้ได้ว่าบุคคลในภาพคือใคร จากการสอบปากคำคนขับแท็กซี่ทำให้เจ้าหน้าที่ได้ข้อมูลมาเยอะ ต้องขอเวลาให้ทีมสืบสวนทำงานก่อน

ขณะเดียวกัน ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา รอง ผบ.ตร. กล่าวว่า ขณะนี้ได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดที่เกี่ยวข้องเส้นทางของกลุ่มผู้ต้องหาทั้ง 2 คนได้เกือบสมบูรณ์ เพื่อนำมาวิเคราะห์ที่มาที่ไปในการก่อเหตุของกลุ่มคนร้าย ได้สั่งชุดสืบสวนพยายามหากลุ่มคนสองคน เชื่อมโยงกลุ่มไหนในอดีตที่ผ่านมา เชื่อว่าเป็นเรื่องการเมือง เพราะไม่คิดว่าจะมีเหตุผลอะไร ทำให้ต้องมาวางระเบิดในห้างสรรพสินค้าและสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส ซึ่งมีคนอยู่เป็นจำนวนมาก เป็นความขัดแย้งมีส่วนได้เสียต่อเนื่องมาตลอดคือพรรคการเมือง เหตุระเบิดใน บช.น.หรือ ปริมณฑล เกิดจากการเมืองแทบทั้งนั้น เหตุการณ์ไม่ปกติมีเหตุรุนแรง 80-90 เปอร์– เซ็นต์เป็นความคิดเห็นต่างการเมือง การแสดงลักษณะแบบนี้เพื่อหวังผลหลายอย่าง ทำลายบรรยากาศทางการเมือง การท่องเที่ยว เมื่อถามว่ามีความเป็นไปได้หรือไม่จะได้ตัวผู้ต้องหาสองคน พล.ต.อ.จักรทิพย์กล่าวว่า ทุกชุดไม่ได้นิ่งนอนใจ ช่วยกันทำงานช่วยเหลือสนับสนุน บช.น.เต็มที่ ได้รับรายงานตลอดเวลา

มีรายงานว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ได้แบ่งงานชุดสืบสวนตามคำสั่ง ผบ.ตร.ลงพื้นที่เป้าหมายหลายจังหวัดที่ได้ข้อมูลเชื่อมโยงผู้ต้องหาตามหมายจับกุมคดีระเบิดห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน และสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส เพื่อตามตัวผู้ต้องหา พร้อมทั้งตรวจสอบเครือข่ายกลุ่มมวลชนที่มีการเคลื่อนไหวของกลุ่ม นปช.เพื่อตรวจสอบเปรียบเทียบภาพวงจรปิดของผู้ต้องสงสัย

วันเดียวกัน พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม กล่าวว่า คดีระเบิดที่สยามพารากอนจะเชื่อมโยงกับคดีระเบิดที่สมานเมตตาแมนชั่น ท้องที่อ.บางบัวทอง และระเบิด ที่ สน.มีนบุรี หรือไม่นั้น ขณะนี้กระแสสังคมวิพากษ์วิจารณ์ มี 3 ประเด็น 1.รัฐบาลเป็นผู้ดำเนินการ 2.ฝ่ายตรงข้ามรัฐบาล 3.ขัดแย้งภาคเอกชน ระหว่างเอกชนกับเอกชนที่ขัดแย้งทางธุรกิจกันเอง ในความเห็นส่วนตัวในฐานะ คสช.มองว่าเหตุระเบิดดังกล่าวทำแล้วได้อะไร ใครได้ประโยชน์ ในส่วนประเด็น 1.กรณีถ้ารัฐบาลทำเองนั้น เพื่อคงอำนาจกฎอัยการศึกต่อไป ที่ผ่านมาหัวหน้า คสช.และรัฐบาลไม่เคยบอกว่าจะยกเลิกกฎอัยการศึก รัฐบาลไม่มีความจำเป็นที่ต้องทำแบบนั้น และไม่เป็นผลดีต่อการท่องเที่ยว ที่ผ่านมารัฐบาลพยายามผลักดันเรื่องธุรกิจการท่องเที่ยว ไม่จำเป็นต้องทำเรื่องดังกล่าว เรื่องที่รัฐบาลทำเองคิดว่าตัดทิ้งไปได้เลย เหลือแค่ 2 กลุ่ม คือ กลุ่มฝ่ายตรงข้ามกับรัฐบาล และกลุ่มขัดแย้งทางธุรกิจ ให้ สตช.ไปสืบหาข้อมูล และสืบหาความขัดแย้ง และดูวัตถุที่ใช้ประกอบระเบิดนั้นเชื่อมโยงกับคดีอะไรบ้าง

ด้านนายธนวรรธน์ พลวิชัย ผอ.ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจ และธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ได้สำรวจพฤติกรรมผู้ประกอบการและประชาชนต่อเหตุระเบิดครั้งนี้พบว่า มีผลกระทบต่อธุรกิจในระดับปานกลาง เพราะต้นทุนในการรักษาความปลอดภัยเพิ่มขึ้น และยังพบว่าประชาชนกังวลที่จะไปเลือกซื้อสินค้าในบริเวณดังกล่าว แต่จะเป็นเหตุการณ์ระยะสั้น หากไม่เกิดขึ้นซ้ำอีก ทั้งนี้ผู้ประกอบการและประชาชนมองว่า รัฐบาลควรจะเร่งสร้างความเชื่อมั่นด้านความมั่นคงและความปลอดภัยโดยเร็ว เพิ่มการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด รวมทั้งต้องเร่งตามจับตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษ และตรวจสอบหาสาเหตุที่เกิดขึ้นให้ได้

ขณะที่ “สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ จำนวน 1,209 คน กรณีเหตุการณ์ระเบิดหน้าห้างสรรพสินค้า “สยามพารากอน” สรุปผลดังนี้ ร้อยละ 77.21 ระบุว่า ทำให้หวาดกลัว ไม่มั่นใจในความปลอดภัย มาตรการรักษาความปลอดภัยยังไม่ดีพอ ร้อยละ 73.58 เป็นการสร้างสถานการณ์ ต้องการให้เกิดความวุ่นวาย อาจเกี่ยวข้องกับการเมือง ร้อยละ 69.23 รู้สึกตกใจ ไม่คาดคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์ระเบิดขึ้นอีกในใจกลางเมือง ร้อยละ 64.14 กระทบต่อภาพลักษณ์และเสถียรภาพของประเทศ และร้อยละ 60.85 เป็นการท้าทาย ไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย

อย่างไรก็ตาม ร้อยละ 48.81 เห็นว่า เหตุการณ์ระเบิดครั้งนี้ มีเรื่องการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง ร้อยละ 31.53 ไม่แน่ใจ และ ร้อยละ 19.66 ไม่น่าจะมีเรื่องการเมืองมาเกี่ยวข้อง เมื่อถามว่า รัฐบาลควรดำเนินการอย่างไร ร้อยละ 80.46 ระบุว่า ควรเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยตามสถานที่สำคัญต่างๆ มากขึ้น ร้อยละ 78.97 เร่งติดตามตัวคนร้ายมาลงโทษ และสืบสวนข้อเท็จจริงโดยเร็ว ร้อยละ 74.91 เพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ทหารตำรวจ คอยดูแล เฝ้าระวัง ไม่ให้เกิดเหตุขึ้นอีก ร้อยละ 59.07 ประชุมหารือทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเพื่อหาแนวทางแก้ปัญหา สร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน และ ร้อยละ 54.40 คสช. และ รัฐบาล ควรชี้แจงถึงความคืบหน้าของคดีเป็นระยะ ไม่ควรปิดข่าว

โฆษก ตร.นำตำรวจออกตรวจบริเวณสี่แยก ราชประสงค์และพื้นที่โดยรอบ เรียกความเชื่อมั่นประชาชนกลับมา หลังคนร้ายวางบึม 2 ลูก ที่ห้างพารากอน ขณะที่ “จักรทิพย์” สั่งชุดสืบสวนตรวจสอบเครือข่ายนปช.... 6 ก.พ. 2558 07:42 6 ก.พ. 2558 07:42 ไทยรัฐ