วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
บวกต่อ!!

บวกต่อ!!

  • Share:

ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 5 ก.พ.58 ปิดที่ 1,607.92 จุด เพิ่มขึ้น 8.11 จุด ระหว่างวันแกว่งตัวผันผวนทั้งในแดนบวกและลบในกรอบ 1,588.06– 1,607.92 จุด ขณะที่มีมูลค่าการซื้อขาย 54,382.38 ล้านบาท

หุ้นที่ซื้อขายสูงสุด TRUE ปิด 13.80 บาท บวก 0.40 บาท, PTT ปิด 374 บาท ลดลง 4 บาท, TRC ปิด 9.55 บาท บวก 0.75 บาท, BGH ปิด 19.60 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท และ ADVANC ปิด 248 บาท บวก 1 บาท

ตลาดหุ้นไทยได้รับผลดีจาก Fund Flow กระแสเงินทุนต่างชาติที่เข้ามาทยอยซื้อหุ้นไทยอย่างต่อเนื่อง ทำให้ตลาดปรับขึ้นแม้จะโดนถ่วงด้วยหุ้นพลังงานที่ราคาน้ำมันในตลาดโลกพลิกกลับมาปรับตัวลงอีกครั้ง หลังสหรัฐฯรายงานปริมาณสำรองน้ำมันที่สูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ ขณะที่มีปัจจัยบวกจากจีน ที่ยอมผ่อนคลายลดการตั้งสำรองฯของแบงก์พาณิชย์ ส่งผลดีต่อสภาพคล่องช่วยหนุนจิตวิทยาการลงทุนของตลาดในภูมิภาค

ขณะที่มีปัจจัยลบจากธนาคารกลางยุโรป (ECB) ที่ยุติการช่วยเหลือกรีซชั่วคราว หลังกรีซไม่ทำตามแผนที่ให้ไว้ ทำให้ Bond yield ของกรีซสูงขึ้น เป็นผลให้ Sentiment ตลาดหุ้นยุโรปติดลบเป็นส่วนใหญ่

บล.ทรินีตี้ มองแนวโน้มตลาดระยะสั้น มีประเด็นต้องติดตามกรณีที่ รมว.คลังเยอรมันจะหารือกับ รมว.คลังกรีซ ซึ่งประเมินว่าในกรณี Base case ผลน่าจะออกมาว่ายังไม่มีบทสรุป แต่ประเด็นเรื่องกรีซน่าจะสร้างความผันผวน ให้กับตลาดหุ้นทั่วโลกรวมทั้งตลาดหุ้นไทยที่น่าจะยังผันผวนและมีโอกาสแกว่งตัวลงได้ ด้านเทคนิคให้แนวรับ 1,580 จุด ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 1,620 จุด

ขณะที่มีข่าว “วรวรรณ ธาราภูมิ” ประธานสภาธุรกิจตลาดทุนไทย เผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน (FETCO NIDA Investor Sentiment Index) ใน 3 เดือนข้างหน้า อยู่ที่ระดับ 115.59 ปรับตัวขึ้น 30.95% เมื่อเทียบกับผลสำรวจในเดือนที่ผ่านมา โดยผู้จัดการกองทุนมองทิศทางตลาดหุ้นไทยยังอยู่ในกรอบทรงตัว แต่มีสัญญาณฟื้นตัวอย่างชัดเจนจากปัจจัยต่างประเทศ

โดยใน 3 เดือนข้างหน้า นักลงทุนส่วนใหญ่มองว่าตลาดหุ้นไทยมีแนวโน้มทรงตัว ขณะที่กลุ่มนักลงทุนที่เป็นโบรกเกอร์มองว่าหุ้นไทยจะมี ความร้อนแรง เพราะช่วงที่สำรวจดัชนีอยู่ระดับ 1,500 จุด สำหรับหมวดหุ้นที่น่าลงทุนมากที่สุด นักลงทุนทั้ง 3 กลุ่มคือรายย่อย ต่างชาติและโบรกเกอร์มองว่าธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และการเงินน่าลงทุนมากสุด ส่วนนักลงทุนสถาบันในประเทศมองว่าธุรกิจไอซีที น่าสนใจลงทุนมากที่สุด

ส่วนกลุ่มที่ไม่น่าสนใจมากที่สุดคือกลุ่มพลังงานและโภคภัณฑ์จากราคาน้ำมันที่ปรับตัวลดลง!!

อินเด็กซ์ 51

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้