วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
จากบึมสมานเมตตา ตูมสยองมีนบุรี ไปป์บอมบ์สยาม ถึงเวลาผวาอีกแล้วหรือ!?

จากบึมสมานเมตตา ตูมสยองมีนบุรี ไปป์บอมบ์สยาม ถึงเวลาผวาอีกแล้วหรือ!?

  • Share:

หลังจาก รัฐประหาร โดย คสช. โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. กระทั่งมาดำรงตำแหน่ง นายกรัฐมนตรี ถึงวันนี้เวลาผ่านมาเกือบจะครบขวบปีแล้ว โดยตลอดระยะเวลา 7-8 เดือน ต้องยอมรับว่าบ้านเมือง "เงียบสงบ"  ไร้เหตุป่วน ส่วนหนึ่งต้องยอมรับ เพราะรัฐบาลมี "ดาบอาญาสิทธิ์" กฎอัยการศึก ทำให้ไม่มีผู้ใดกล้าต่อกร 

กระทั่งเร็วๆ นี้ มีการตัดสินครั้งสำคัญ เมื่อ สนช. ลงมติถอดถอน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในคดีโครงการรับจำนำข้าว หลังผลการตัดสินออกไม่นาน เสียงระเบิดตูมตามก็ดังขึ้น แถมจุดเกิดเหตุยังเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญกลางเมืองกรุงเทพฯ คือ จุดที่มีคนพลุกพล่านและย่านเศรษฐกิจ คือ BTS ทางเชื่อมกับห้างสยามพารากอน และจากการตรวจสอบจากภาพวงจรปิด พบว่ามีคนร้าย 2 คนร่วมก่อเหตุ ส่วนระเบิดที่ใช้ เจ้าหน้าที่ยืนยันว่าคือ "ระเบิดแสวงเครื่องไปป์บอมบ์"

เจ้าหน้าที่เก็บหลักฐานที่สยาม

การก่อเหตุในลักษณะการใช้ "ไปป์บอมบ์" ไม่ได้เกิดขึ้นครั้งแรก เพราะหากย้อนไปเมื่อปีที่แล้ว ก็มีเหตุระเบิดเกิดขึ้นที่ย่านมีนบุรี นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังได้เชื่อมโยงเหตุระเบิดครั้งใหญ่ เมื่อปี 2553 ที่ "สมานเมตตาแมนชั่น" อีกด้วย

ย้อนเหตุระเบิด'สมานเมตตาแมนชั่น' สังเวยทันที 4 ศพ

ย้อนกลับไป 5 ปี ช่วงเวลาประมาณ 6 โมงเย็น วันที่ 8 ตุลาคม 2553 เจ้าหน้าที่รับแจ้งเหตุระเบิด ที่ สมานเมตตาแมนชั่น ซึ่งอยู่ในพื้นที่ สภ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึง ก็พบภาพที่น่าตกตะลึง เพราะเห็นสภาพตึกพังพินาศ กำแพงเป็นรูโหว่ขนาดใหญ่ ส่วนที่เสียหายที่สุดอยู่ที่จุดเกิดเหตุคือ บริเวณชั้น 2 ห้อง 202 แรงระเบิดทำให้อาคารชั้น 2 ที่อยู่ติดกับแพปลาทูแตกทะลุ ห้องพัก 4 ห้องเสียหายอย่างหนัก โดยในที่เกิดเหตุ พบศพผู้เสียชีวิต 2 ศพ ร่างแหลกแทบไม่เหลือชิ้นดี ไม่สามารถระบุเพศได้ อีก 1 ศพ ร่างถูกแรงระเบิดลอยไปตกอยู่บนหลังคาแพปลา และอีก 1 ศพที่ถูกพบภายหลัง ถูกแรงระเบิดอัดร่างแหลกติดอยู่ในซากตึก ซึ่งรวมแล้วมีผู้เสียชีวิตรวม 4 ศพ นอกจากนี้ ยังมีผู้บาดเจ็บนับสิบราย

ที่สำคัญ เจ้าหน้าที่ EOD ยังพบ ระเบิดซีโฟร์ และ ทีเอ็นที โดยคาดว่าได้มีการทำขึ้นเพื่อเตรียมนำมาใช้ในการสร้างสถานการณ์ เนื่องจากในช่วงนั้น มีการก่อความไม่สงบขึ้นหลายจุด ก่อนจะมาเกิดเหตุระเบิดดังกล่าว

สมานเมตตาแมนชันแหลกในพริบตา

เผยแรงระเบิด เท่ากับ TNT น้ำหนัก 10 กิโลกรัม

พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผบ.ตร. ในขณะนั้น เปิดเผยหลังเกิดเหตุว่า ของกลางทั้งหมดที่ยึดได้เชื่อมโยงกับเหตุการณ์ก่อนหน้า 4 คดี ระเบิดที่พบถูกบรรจุในถังดับเพลิง บางส่วนอยู่ในถังน้ำยาแอร์ มีดินดำ ปุ๋ยยูเรีย เป็นส่วนประกอบ แรงระเบิด เท่ากับระเบิด TNT น้ำหนักประมาณ 10 กก.

ด้านเจ้าหน้าที่เชื่อว่า คนร้ายน่าจะมีความรู้เรื่องระเบิด แต่ไม่ใช่มืออาชีพ ส่วนสาเหตุที่ระเบิดคาดว่า คนร้ายน่าจะเปิดสวิตซ์วงจรระเบิดเพื่อเตรียมมาใช้ก่อเหตุ แต่เกิดพลาดเสียก่อน

ต่อมาได้มีการเปิดเผยรายชื่อผู้เสียชีวิต ซึ่ง 1 ใน 4 ชื่อ คือ นายสมัย วงศ์สุวรรณ ชาวจังหวัดเชียงใหม่ โดยก่อนเกิดเหตุภาพวงจรปิดสามารถจับภาพนายสมัยกับเพื่อนเดินถือกล่องเบียร์ ซึ่งเจ้าหน้าที่คาดว่าเป็นระเบิดที่ประกอบเสร็จแล้ว

พังพินาศจากแรงระเบิดกว่า 10 กก.

ออกหมายจับ 2 ผู้ต้องหาสำคัญ กษิ-ครูแขก

หลังเกิดเหตุ ได้มีการหมายจับ นางอัมพร ใจก้อน หรือ ครูแขก ชาวบ้าน อ.หางดง จ.เชียงใหม่ และ นายกษิ ดิฐธนรัชต์ ชาวบ้าน อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส นักธุรกิจข้ามชาติ ค้าปุ๋ยยูเรีย เนื่องจากพบหลักฐานเชื่อมโยงกับคดีอื่น ๆ ทั้งนี้ จากการข่าวทราบว่า นายกษิ ได้รู้จักกับนายสมัย ผู้เสียชีวิตคาซากตึก ที่ จ.เชียงใหม่ และอาจจะเป็นนายทุนให้นายสมัยประกอบระเบิด ทั้งนี้ นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ ให้สัมภาษณ์ในสมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ตอนหนึ่งระบุว่า เชื่อว่ากลุ่มคนร้ายน่าจะมีการสะสมอาวุธหนักไว้เตรียมก่อเหตุอีก แต่ยังไม่ขอเปิดเผยรายละเอียดได้

สมัย วงศ์สุวรรณ

ไปป์บอมบ์มีนบุรี โยงคดี พารากอน

เวลาผ่านไปเกือบ 4 ปี ก็เกิดเหตุที่น่าตกใจขึ้นอีกครั้งในช่วงเดือนมีนาคม 2557 เมื่อได้มีคนพบศพ นายบุญเลื่อน ปินตา และนายเกรียงไกร ศิลป์อำนวย ภายในซอยราษฎร์อุทิศ ย่านมีนบุรี ในสภาพร่างกายแหลกเหลว รถ จยย. พังเสียหาย ซึ่งเจ้าหน้าที่ระบุต่อมาว่า ทั้งคู่ได้ขับรถออกมาจากบ้านพักในย่านดังกล่าว พร้อมพกพาระเบิดไปป์บอมบ์ออกมาด้วย ระหว่างทางที่ยังไม่ทราบจุดหมาย ก็เกิดระเบิดขึ้น ทั้งคู่จึงเสียชีวิตอย่างสยดสยอง

ภายหลังเจ้าหน้าที่ ได้ทำการตรวจค้นที่บ้านพัก พบระเบิดไปป์บอมบ์ ซุกซ่อนอีก 5 ลูก ซึ่งเป็นระเบิดที่ทำจากท่อเหล็ก ขนาดเส้นทางศูนย์กลาง 6 นิ้ว ยาว 1 ฟุต และใช้ดินดำเป็นส่วนประกอบ นอกจากนี้ยังพบอุปกรณ์ระเบิดทั้งถังแก๊สและแกลลอนน้ำมันอีกหลายรายการ ต่อมาศาลอาญาได้อนุมัติหมายจับผู้ที่เกี่ยวข้องหลายคน หนึ่งในนั้นคือ อัมพร ใจก้อน หรือ ครูแขก ซึ่งมีความเชื่อมโยงและเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับคดีระเบิด สมานเมตตาแมนชั่น ย่านบางบัวทอง เมื่อปี 2553 ด้วย

อัมพร-ใจก้อน-หรือครูแขก ให้การ

ไร้หลักฐานครอบครองระเบิด ให้ประกันครูแขก

อย่างไรก็ดี ต่อมาเมื่อวันที่ 27 เม.ย. 57 เจ้าหน้าที่ได้ทำการจับกุมครูแขก ได้ที่ จ.เชียงใหม่ และได้ประกันตัวในเวลาต่อมา นายธาริต อธิบดีดีเอสไอ ซึ่งเป็นช่วงเปลี่ยนรัฐบาลมาเป็นสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เผยว่า จากการสอบสวน ยังไม่ชี้ชัดว่านางอัมพรกระทำความผิด เพราะยังไม่มีหลักฐานระบุว่า นางอำพรครอบครองวัตถุระเบิด มีเพียงพยานที่ระบุว่า นางอำพรไปปรากฎตัวที่สมานเมตตาแมนชั่น เท่านั้น

อย่างไรก็ดี จนถึงขณะนี้ เจ้าหน้าที่ก็ยังไม่สามารถจับกุมนายกษิได้ เนื่องจากมีรายงานว่าได้หลบหนีไปต่างประเทศ

ภาพ 2 ผู้ต้องสงสัยวางระเบิด ทางเชื่อม BTS สยาม

ล่าคนร้ายบึมทางเชื่อมสยาม-พารากอน 

ขณะเดียวกัน เมื่อเกิดเหตุระเบิดที่ BTS สยาม ทางเจ้าหน้าที่ก็ได้มีการเปรียบเทียบการทำระเบิด และมีรายงานว่า "คล้าย" กับเหตุระเบิดที่มีนบุรี เรื่องนี้ พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น. กล่าวว่า การตรวจสอบไม่ใช่เฉพาะแค่ที่ สน.มีนบุรี แต่นำเอาข้อมูลมาจากหลายจุด เพราะกรณีที่ใช้ระเบิดไปป์บอมบ์ เกิดประมาณ 20 กว่ากรณี ตั้งแต่ปี 2553 ต้องไล่ตรวจสอบทุกกรณี ยังไม่สามารถตอบได้ว่าคดีไหนเชื่อมโยงกัน เพราะลักษณะไปป์บอมบ์ไม่ได้มีตำหนิพิเศษอะไร

ถามว่า รูปพรรณสัณฐานคนก่อเหตุเกี่ยวข้องคล้าย หรือตรงกับคดีมีนบุรีหรือไม่ พล.ต.ท.ศรีวราห์กล่าวว่า รูปพรรณมีค่อนข้างเยอะ แต่ว่าจะตรงกับคนร้ายที่ก่อเหตุหรือไม่เป็นอีกเรื่อง จะบอกว่าตรงหรือไม่ คงพูดลำบาก เพราะการตรวจเปรียบเทียบใบหน้า ตามหลักฐานของการตรวจพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลต้องพิจารณาให้ดี ตำรวจกำลังดำเนินการอยู่ หน้าตรงคนหน้าคล้ายกันมีเป็นร้อยเป็นพัน จะสรุปว่าเป็นอะไร ต้องหาตำหนิพิเศษ หรือเอกลักษณ์พิเศษ ส่วนคนร้ายมีตำหนิพิเศษอะไรหรือไม่เป็นความลับในสำนวน

แรงระเบิดทำให้ร้านค้า บริเวณ BTS สยาม เสียหาย

ด้าน พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา รอง ผบ.ตร. กล่าวว่า ขณะก่อเหตุผู้ต้องหามีความใจเย็น เชื่อว่าผู้ผลิตระเบิดเป็นมืออาชีพน่าจะเคยก่อเหตุมาแล้ว ส่วนสาเหตุยังพุ่งเป้าไปที่ประเด็นการเมือง เพราะที่ผ่านมาเหตุวางระเบิดที่เกิดขึ้น ส่วนใหญ่มาจากปัญหาการเมือง

ทั้งหมดคือคดีที่เกิดขึ้น ที่มีความสงสัยว่าเชื่อมโยงกัน ที่ "ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์" ไล่เรียงมาตั้งแต่ต้น แต่ปริศนาที่ว่า "คนร้ายใช่คนๆ เดียว หรือกลุ่มเดียวกันหรือไม่" ยังคงต้องรอคำตอบต่อไป จนกว่าเจ้าหน้าที่จะจับกุมคนร้ายได้ แต่ตราบใดที่ยังจับกุมคนร้ายไม่ได้ ประชาชนทั่วไปก็คงต้องหวาดผวาต่อไป เพราะไม่รู้ว่าจะเกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยอีกเมื่อใด!?

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้