วันจันทร์ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ปมเหตุเศรษฐกิจไม่ฟื้นเสียที

แม้จะตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนระดับ คสช. และคณะกรรมการขับเคลื่อนระดับรัฐบาลออกมาแล้ว 2 ชุด เพื่อหวังจะให้ผลักดันงานของรัฐบาลให้ออกมาอย่างรวดเร็วทั้งระบบ ไม่ว่าจะเป็นมุ่งจี้ ไปที่ข้าราชการ นโยบายต่างๆ รวมถึงการเร่งรัดใช้งบประมาณและการป้องกันทุจริต

พูดง่ายๆ เพื่อผลักและดันเต็มลูกสูบ

แต่ทั้ง 2 คณะที่ดำเนินการไปแล้ว ซึ่งยังคงไม่บรรลุเป้าหมายที่วางเอาไว้จึงได้มีการตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนระดับกระทรวงขึ้นมาอีกชุดหนึ่งเป็นชุดที่ 3 โดยมีวัตถุประสงค์ไม่ต่างกัน เพียงแต่ให้แต่ละกระทรวงช่วยเร่งรัดกันเองและร่วมมือกับภาคเอกชน

ปัญหาเศรษฐกิจในลักษณะฝืดในห้วงเวลานี้กำลังเป็นประเด็นสำคัญที่รัฐบาลจะต้องเร่งแก้ไขไม่ว่าจะเป็นการเบิกจ่ายงบประมาณ เพิ่มเงินเดือนข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ การเริ่มโครงการใหม่ๆ การให้เงินช่วยเหลือเกษตรกรในรูปแบบต่างๆเหล่านี้หวังว่าจะสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจให้ฟื้นขึ้นมาได้

ตรงกันข้ามกลับไม่ได้เป็นไปเช่นนั้นจนทำให้สภาพการณ์คล้ายกับว่าได้เกิด “ภาวะเงินฝืด” ขึ้นมาเพราะไม่มีการจับจ่ายอย่างที่ควรจะเป็น ที่เห็นชัดเจนอย่างหนึ่งก็คือ “หนี้ครัวเรือน” ที่เกิดขึ้นในหมู่ประชาชนส่วนใหญ่

แม้ว่าสำนักงบประมาณจะการันตีว่าได้มีการจ่ายงบลงทุนไปแล้ว 40% ก็ตาม แต่เงินไม่ได้กระจายไปอย่างน่าผิดสังเกต นั่นทำให้รอบวงเงินไม่ได้หมุนไปตามวงจรจึงเกิดปัญหาขึ้นมา

หากล้วงลึกลงไปในข้อเท็จจริงมีหลายประเด็นที่น่าสนใจยิ่ง

1.โครงการต่างๆของรัฐบาล ทั้งจากรัฐบาลเก่าและรัฐบาลใหม่ ปรากฏว่ายังไม่มีการดำเนินการอย่างที่คิดกัน นั่นเป็นเพราะข้าราชการที่รับผิดชอบไม่กล้าเข้าไปแตะต้องเท่าใดเพราะกลัวถูกจับผิด

ทำให้มีการปรับโครงการให้เล็กลง ลดงบประมาณเพื่อทำให้ดูดีไม่เป็นที่ทำให้รู้สึกว่าปกติจนทำให้โครงการเหล่านี้ยังเดินหน้าไม่ได้

เพราะเพิ่งจะมีการพิจารณาดำเนินการ

2.ข้าราชการไม่กระตือรือร้น หรือจะพูดว่า “เกียร์ว่าง” ก็ว่าได้ เนื่องจากหวั่นจะถูกจับผิดเนื่องจากนายกฯประกาศชัดเจนว่าห้ามทุจริตเด็ดขาด

3.ที่ผ่านมารัฐบาลมาจากนักการเมืองทำให้ข้าราชการต้องปฏิบัติตามคำสั่งอย่างเคร่งครัด ให้ทำอะไรก็บันดาลให้ได้ทั้งนั้นทำงานเดินหน้าไปอย่างรวดเร็ว

4.เงินใต้โต๊ะที่เคยได้กัน 30-40% แต่วันนี้คงเป็นเรื่องยากก็เป็นเหตุหนึ่ง เมื่อไม่มีเงินหล่อลื่นก็ทำให้ทุกอย่างล่าช้า หรือสะดุดกลางทางเสมอ

ด้วยเหตุและผลเหล่านี้เป็นเรื่องที่รัฐบาลจะต้องมองให้ออก อ่านเกมให้ทัน เพราะแค่เพียงตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนทั้ง 3 ชุด แต่ถ้ามองปัญหาไม่ออกมันก็แก้ปัญหาไม่ตรงจุด

ด้านหนึ่งรัฐบาลมุ่งหวังที่จะให้งานเดินหน้าไปรวดเร็วและป้องกันไม่ให้มีการทุจริต แต่ทว่าเมื่อเข้มงวดและปราศจากมาตรการที่จะป้องกันย่อมทำงานการขับเคลื่อนเป็นไปอย่างล่าช้าแน่

เพราะข้าราชการที่ดีก็มี ที่ไม่ดีและเคยอยู่กับอามิสสินจ้าง น่าจะมากกว่า เมื่อรัฐบาล คสช. สั่งการอะไรก็ขออยู่เฉยๆ จะดีกว่าเพื่อความปลอดภัยไม่ต้องเพ่งเล็ง

หรือจะพูดง่ายๆว่าไม่คิด ไม่เสนอแนะ อยากทำอะไรก็ทำไปกันเอง

สังเกตได้จากงานต่างๆในแต่ละกระทรวงในเวลานี้ รัฐมนตรีที่รับผิดชอบคิดอะไรก็ทำกันไป สั่งให้ทำก็ทำกันไปแค่นั้น ไม่ได้คิดต่อยอดหรือเร่งดำเนินการให้รวดเร็ว จึงเป็นเหตุผลอย่างหนึ่งที่ทำให้ผลงานของรัฐบาลแทบจะไม่ปรากฏเป็นรูปธรรม

“รัฐมนตรี” ที่รับผิดชอบกระทรวงเศรษฐกิจก็ว่ากันไปไม่ต่างไปจากระบบราชการ เพราะส่วนใหญ่จะเป็นข้าราชการเก่ามาก่อน จะคิดจะทำอะไรก็อยู่รูปแบบเดิมไม่ทันกับปัญหาที่เกิดขึ้น

นายกฯประยุทธ์จะคิด จะแก้ไขอย่างไร ก็รีบๆทำเสีย.

“สายล่อฟ้า”

5 ก.พ. 2558 10:39 ไทยรัฐ