วันอาทิตย์ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ไอฟาย แต๊งกิ้ว เลิฟยู้ บุกเขมร

เดือนมกราคมที่ผ่านมา กระทรวงการต่างประเทศ ร่วมกับ มูลนิธิไทย ส่งหนังตลกเรื่องดังของไทย “ไอฟายแต๊งกิ้ว เลิฟยู้” ที่ทำรายได้ในเมืองไทยหลายร้อยล้านบาท เป็นหนังทำเงินสูงสุดอันดับ 2 รองจาก แม่นาค โดยใช้เงินลงทุนแค่ 20-30 ล้านบาท

หนังสนุกแค่ไหนผมไม่ได้ดู แต่ถามจากคนที่ไปดู ผู้ชมหัวเราะกันลั่นโรงหนัง

ภาพยนตร์ “ไอฟาย แต๊งกิ้ว เลิฟยู้” ที่ส่งออกไปฉายที่กัมพูชาครั้งนี้ พากย์เสียงเป็นภาษาเขมรเรียบร้อย พร้อมซับไตเติลภาษาอังกฤษ ฉายที่โรงภาพยนตร์เมเจอร์ของ คุณวิชา พูลวรลักษณ์ ภายในอีออนมอลล์ ซึ่งเป็นห้างใหญ่ในกรุงพนมเปญ ข่าวบอกว่าหนังฉายไปได้แค่ไม่กี่นาที ผู้ชมกัมพูชาก็หัวเราะกันลั่นโรงเหมือนผู้ชมไทย

รายงานไม่ได้บอกว่า หนัง ไอฟาย แต๊งกิ้ว เลิฟยู้ ทำเงินที่กัมพูชาได้เท่าไหร่

แต่ คุณสุรพล มณีพงษ์ อุปทูตไทย ณ กรุงพนมเปญ บอกว่า การจัดกิจกรรมหนังไทยในกรุงพนมเปญครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของ “นโยบายด้านการทูตวัฒนธรรม” ของ กระทรวงการต่างประเทศ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ “กระตุ้นความนิยมไทย” ภาพยนตร์ถือเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการประชาสัมพันธ์ประเทศไทย ช่วยสร้างความเข้าใจและทัศนคติที่ดีต่อประเทศไทยในหมู่ชาวต่างชาติ ทั้งช่วยพัฒนาขีดความสามารถในการส่งออกอุตสาหกรรมหนังไทย ส่งเสริมการท่องเที่ยวทางอ้อมตามรอยภาพยนตร์ไทย เพื่อให้ไทยเป็น ศูนย์กลางการถ่ายทำภาพยนตร์ (Shooting Hub) ในภูมิภาคนี้ด้วย

คุณสุรพล บอกว่า ภาพยนตร์ไทยและละครไทยในกัมพูชาเรตติ้งสูงมาก คนกัมพูชาชอบดูละครไทย จนทำให้ช่อง 5 ที่เป็นสถานีโทรทัศน์ของกัมพูชาต้องนำละครไทยและหนังไทยมาฉาย หนังและละครมีผลต่อการบริโภคของคนในกัมพูชา ส่งผลต่อวัฒนธรรมการแต่งกาย รสนิยม สินค้าไทยมากขึ้น

ทำเรื่องเดียวได้ประโยชน์มากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การสลายความรู้สึกในแง่ลบของชาวกัมพูชาที่มีต่อประเทศไทย ในช่วงวิกฤติที่ผ่านมา

นโยบายนี้ กระทรวงการต่างประเทศเดินมาถูกทางแล้ว ความจริงรัฐบาลไทยควรจะทำมานานแล้ว เพื่อนบ้านทุกประเทศ ไม่ว่า กัมพูชา ลาว พม่า ล้วนชอบดูละครไทย หนังไทย แต่ขาดการส่งเสริมจากรัฐบาลไทย ทั้งที่เรามี กระทรวงวัฒนธรรม ช่วงที่ เกาหลีใต้ ส่งออกสินค้าวัฒนธรรม ละครแดจังกึม ทางช่อง 3 คนไทยติดกันงอมแงมทั่วประเทศ ผมเคยเขียนเสนอให้รัฐบาล “ส่งออกวัฒนธรรม” แบบเดียวกับเกาหลี พูดกันแป๊บเดียวก็เลิก เพราะนักการเมืองไทยขาดความจริงใจทำเพื่อบ้านเมือง

ครั้งนี้ผมรู้สึกแปลกใจที่ กระทรวงการต่างประเทศ มาเป็นเจ้าภาพเสียเอง ใช้หนังไทยเรื่อง “ไอฟาย แต๊งกิ้ว เลิฟยู้” มาเป็น ทูตทางวัฒนธรรม เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ สร้างภาพลักษณ์ให้ประเทศไทยและสินค้าไทยผ่านทางหนังและละครเหมือนกับที่เกาหลี ญี่ปุ่น และประเทศในตะวันตกเคยทำสำเร็จมาแล้ว

แต่สิ่งที่ กระทรวงการต่างประเทศ ทำในครั้งนี้เป็นเพียงการ นำผลสำเร็จที่เกิดขึ้นแล้วไปต่อยอดเท่านั้น แต่รัฐบาลยังไม่ได้มีนโยบายที่จะ ส่งเสริมการส่งออกวัฒนธรรมอย่างจริงจังที่เป็นรูปธรรม เช่น การสร้างโรงถ่ายภาพยนตร์และละคร แล้วให้ผู้สร้าง เช่า ในราคาถูก ลดภาษีอุปกรณ์เครื่องมือถ่ายทำหนังและละคร เพื่อลดต้นทุน และช่วยให้ผู้สร้างหน้าใหม่สามารถเกิดขึ้นให้มากที่สุด ด้วยต้นทุนน้อยที่สุด รวมทั้งส่งเสริมการลงทุนสำหรับภาพยนตร์ส่งออกด้วย

ถ้ารัฐบาลบิ๊กตู่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เห็นความสำคัญ นโยบายการส่งออกวัฒนธรรมหนังละครและเพลงอย่างจริงจัง ประเทศไทยมีแต่ได้กับได้ แค่ส่งออกหนังละครไปยังเพื่อนบ้านใกล้เคียง ลาว กัมพูชา พม่า เวียดนาม ที่มีคอเดียวกัน วัฒนธรรมเหมือนกัน หนังไทย ละครไทย เพลงไทย ก็ได้ผู้ชมผู้ฟังเพิ่มขึ้นกว่า 240 ล้านคน

แล้วรายได้จากการส่งออกวัฒนธรรม รายได้จากการท่องเที่ยวที่ตามมา รวมทั้งสินค้าไทย จะเข้ามาชดเชยรายได้การส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมที่หายไป และช่วยปรับสัดส่วนจีดีพีการส่งออกให้ลดลง เศรษฐกิจไทยจะได้พึ่งตัวเองมากขึ้น มีแต่ win กับ win.

“ลม เปลี่ยนทิศ”

5 ก.พ. 2558 10:04 5 ก.พ. 2558 10:04 ไทยรัฐ