วันพุธที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
สูตรสร้างปัญญาชน

สูตรสร้างปัญญาชน

  • Share:

ในแง่กลยุทธ์ทางการทหาร ทั้ง “จีนและอินเดีย” อาจถูกมองว่าเป็นศัตรูคู่แข่งตาเขม่นชักกระตุกยิกๆกันอยู่ เดี๋ยวฝั่งโน้นอวดศักดา

อั๊วส่งยานอวกาศสำรวจดวงจันทร์เที่ยวไป-กลับสำเร็จแล้วนะ เดี๋ยวฝั่งนี้ประกาศอีนี่ยิงจรวดพิสัยไกลไปถึงอีกฝั่งสำเร็จแล้วนะนาย แต่ในแง่การค้า การศึกษาและวัฒนธรรมในระยะหลังๆ มานี้ ต่างแยกแยะได้แล้วว่า “แข่งไปก็ไร้ค่า สมบัติผลัดกันชมดีกว่า”

โดยเฉพาะการส่งเสริมเรื่องวัฒนธรรมโยคะเริ่มโดดเด่นกว่าภารกิจอื่นใด นับตั้งแต่นายนเรนทรา โมดี นักมังสวิรัติ นักโยคะคนนี้ ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีอินเดีย ถึงกับไปร้องขอให้ สหประชาชาติ หรือยูเอ็น พิจารณาให้มี “วันโยคะโลก” จากนั้นก็แต่งตั้ง “รัฐมนตรีโยคะ” ให้มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรงเกี่ยวกับการส่งเสริมด้านอายุรเวช ธรรมชาติบำบัด การแพทย์โบราณอูนานิ (Unani)

ต่อมาก็มี การประชุมสุดยอดคุนหมิงถึงโกลกัตตาครั้งที่ 10 หรือ K2K (Kunming to Kolkata) ซึ่งจัดขึ้นที่นครคุนหมิง มณฑล ยูนนาน ของจีน ก็เกิดการเจรจาตกลง ทำให้ มหาวิทยาลัยยูนนาน หมินจู กลายเป็นสถาบันการศึกษาในจีนแห่งแรกที่เปิดโรงเรียนสอนโยคะโดยกูรูชาวภารตะแท้ๆ มีให้เล่าเรียนทั้งวิชาปรัชญาอินเดีย ศาสนาในอินเดียและวัฒนธรรมศาสตร์แห่งโยคะ!!! เพราะคนจีนสมัยนี้ก็นิยมการออกกำลังกายยืดหดกล้ามเนื้อ และกำหนดลมหายใจแบบวิถีโยคะกันมากขึ้น

ไม่เพียงเท่านี้ สถาบันอื่นๆ ทั้งมหาวิทยาลัยหมินจู กับมหาวิทยาลัยภาษาและวัฒนธรรมกรุงปักกิ่ง+มหาวิทยาลัยชวาหาเรียล เนห์รู กับมหาวิทยาลัยรพินทรา ภารติ ร่วมกันจัดตั้ง “สันนิบาตจีน–อินเดีย” และจากเชิงสถิติของทางสถานทูต จีนในอินเดียบอกว่า ปัจจุบันนี้มีนักศึกษาชาวจีนที่ไปร่ำเรียนในอินเดียกว่า 2,500 คน ส่วนนักศึกษาชาวอินเดียก็มาศึกษาที่จีนเกือบ 10,000 คน

แสดงว่าผู้นำสองประเทศเข้าใจตรงกัน “สงครามมีแต่สูญเสียคน ความรู้มีแต่สร้างคน”.

ฤทัยรัช จันทร์เพ็ญ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้