วันอาทิตย์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

พบข้อมูล อุปกรณ์พิเศษของไอ้หื่น

บ่งบอกอาชีพ 3ภาพสเกตช์ ทำแผ่นพับล่า

ผู้ช่วย ผบ.ตร. หัวหน้า ชุดคลี่คลายคดีข่มขืนหญิงชราต่อเนื่อง ประชุมร่วม กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ฝ่ายปกครองจ.นครปฐม ทำแผ่นพับให้ข้อมูลเบื้องต้นคนร้ายหวังเป็นเบาะแส โวเจอหลักฐานใหม่ล่าสุด เป็นอุปกรณ์พิเศษที่คนบางกลุ่มบางอาชีพใช้ แต่ยังให้ความสำคัญกับกลุ่มคนที่มีอาชีพเกี่ยวกับมะพร้าวทั้งในนครปฐมและจังหวัดใกล้เคียง ขณะเดียวกัน ตำรวจยังระดมนำตัวผู้ต้องสงสัยมาตรวจดีเอ็นเอต่อเนื่อง

จากการสนธิกำลังตำรวจกองปราบฯนครบาล ภาค 7 และ บก.ภ.จ.นครปฐม ลงพื้นที่ไล่ล่าคนร้ายที่ก่อเหตุตระเวนข่มขืนหญิงชราต่อเนื่องในเขต จ.นครปฐม และรอยต่อ 10 ราย มีผู้เสียชีวิต 2 ศพ เหตุเกิดตั้งแต่ปี 53 จนถึงปัจจุบัน แต่ยังไร้วี่แววคนร้าย แม้ว่าชุดสืบสวนได้ระดมกำลังปูพรมหาเบาะแส ด้วยการสเกตช์ภาพหน้าคนร้าย รวมทั้งให้เบาะแสประชาชนตามที่ผู้เสียหายยืนยันว่า หน้าท้องมีซิกซ์แพ็ก มือหยาบกร้าน สวมเสื้อยืดคอกลม แขนยาว สีกรมท่า หน้าอกซ้ายมีชื่อประเสริฐติดอยู่ ล่าสุดพบหลักฐานเป็นใยมะพร้าว และเศษขี้เลื่อยติดอยู่ในกางเกงของคนร้ายในคดีที่ 9 เชื่อว่าคนร้ายเป็นเกษตรกรชาวสวนรับจ้างปีนหรือเก็บลูกมะพร้าว รวมทั้งคนงานตามโรงเลื่อยไม้ต่างๆ พร้อมขยายพื้นที่ตามล่าจาก 4 อำเภอของ จ.นครปฐม เป็นครอบคลุมทั้งจังหวัด

ความคืบหน้าเกี่ยวกับการหาตัวคนร้ายกามวิปริตจิตวิตถารรายนี้ เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 3ก.พ. ที่ห้องประชุม ที่ว่าการอำเภอเมือง จ.นครปฐม พล.ต.ท.โสภณ พิสุทธิวงษ์ ผช.ผบ.ตร. รับผิดชอบคดีข่มขืนต่อเนื่อง ได้เข้าร่วมประชุมกับฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เพื่อชี้แจงรายละเอียดของคนร้ายที่ก่อเหตุข่มขืนต่อเนื่อง ให้กำนันผู้ใหญ่บ้านได้รู้ข้อมูลเบื้องต้นคนร้ายทำเป็นแผ่นพับ เพื่อนำไปชี้แจงต่อประชาชนในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบ รวมถึงขอความร่วมมือฝ่ายปกครองให้ช่วยออกดูแลความปลอดภัยประชาชนและสอดส่องดูคนร้ายรวมถึงบุคคลต้องสงสัย พร้อมแจกภาพสเกตช์คนร้าย ภาพสเกตช์เสื้อที่ผู้เสียหายให้การไว้ พร้อมกับปืนเมาเซอร์ ออโตเมติก .38 ไม่มีทะเบียน ที่ผู้เสียหายรายที่ 7 อ.สามพราน ให้การว่าคนร้ายนำเอาไปด้วย ให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้านช่วยติดตามสืบหา

จากนั้น พล.ต.ท.โสภณเดินกลับมาที่ศูนย์ฝึกอบรมศาลายา ร่วมประชุมกับคณะคลี่คลายคดีข่มขืนหญิงชราต่อเนื่อง โดยหลังจากใช้เวลาประชุมนาน 2 ชั่วโมง พล.ต.ท.โสภณเปิดเผยว่า ได้เชิญพนักงานสอบสวนที่สอบผู้เสียหายทั้ง 10 คดี เพื่อมารับฟังข้อมูลในการสืบสวน นำมาวิเคราะห์หาข้อแตกต่างในแต่ละคดี ไม่ว่าจะเป็นวัสดุอุปกรณ์ หรือเครื่องมือที่คนร้ายใช้ ตำหนิ รูปพรรณการแต่งกายต่างๆ วันนี้ถือว่าได้ประโยชน์มาก ได้ข้อมูลเพิ่มเติมเป็นประเด็นที่ชุดสืบสวนจะต้องนำไปวิเคราะห์เพื่อที่จะได้กำหนดกลุ่มอาชีพของคนร้ายได้ชัดเจนมากขึ้น ส่วนความเหมือนของ 10 คดีที่ผ่านมาคือ ตำหนิรูปพรรณของคนร้าย แผนประทุษกรรม อุปกรณ์ที่ใช้ หรือวัตถุประสงค์มูลเหตุจูงใจที่ตรงกัน ขณะนี้ได้ข้อมูลเพิ่มเติมที่เป็นประโยชน์ต่อการติดตามจับตัวคนร้าย คืออุปกรณ์ที่คนร้ายใช้นั้น เมื่อมาเทียบเคียงทั้ง 10 คดีพบว่ามีอุปกรณ์บางอย่างที่มีความพิเศษ น่าจะเป็นบางกลุ่มบางอาชีพที่ใช้ แต่ไม่สามารถเปิดเผยได้ มอบหมายให้ พล.ต.ต.ประภากร ริ้วทอง ผบก.สส.ภ.7 แบ่งงานให้ชุดสืบสวนไปทำงาน บอกได้แต่เพียงว่าเป็นข้อมูลใหม่ล่าสุดที่ผู้เสียหายให้การเพิ่มเติม และยังไม่เคยได้รับรายงานเรื่องนี้มาก่อน

ผู้ช่วย ผบ.ตร.กล่าวอีกว่า สำหรับการวิเคราะห์ใน เรื่องของกลุ่มอาชีพ ยังคงให้ความสำคัญในกลุ่มอาชีพของคนที่ทำงานเกี่ยวข้องกับมะพร้าวซึ่งมีมากมายทั้งคนรับจ้างสอย คนเก็บมะพร้าว คนรับจ้างเก็บอุปกรณ์คนตัดต้นมะพร้าวที่แก่แล้ว คนขูดมะพร้าว นอกเหนือจากนี้ ยังเจาะไปยังกลุ่มคนที่เดินทางมาจากจังหวัดอื่นทั้ง จ.เพชรบุรี จ.ราชบุรี ที่นำมะพร้าวมาส่ง หรือเข้ามารับซื้อในพื้นที่ จ.นครปฐม รวมทั้ง จ.สมุทรสาคร จ.สมุทรสงครามด้วย ยังมีเป้าหมายหรือพื้นที่ที่ชุดปฏิบัติการจะต้องลงไปพิสูจน์ทราบ และคัดกรองสำหรับเบาะแส เสื้อยืดสีดำ หรือกรมท่า ปักชื่อประเสริฐไว้ที่หน้าอกที่ให้ ตร.นำไปแจกจ่ายตามชุมชนต่างๆนั้น ขณะนี้ยังไม่ได้รับแจ้งเบาะแสใดๆเพิ่มเติม โดยในส่วนของสุนัขที่ถูกวางยาเบื่อเสียชีวิต รวมทั้งปลาที่อยู่ในลำคลองติดบ้านผู้เสียหายนั้น กองพิสูจน์หลักฐานได้ตรวจสอบชนิดของยา เป็นกลุ่มประเภทที่ใช้ในยาฆ่าหญ้าประเภทคาร์บอเนตผสมกับอาหาร เมื่อสุนัขกินไปแล้วจะต้องใช้เวลานานกว่า 2-3 ชั่วโมง ถึงจะออกฤทธิ์ เชื่อว่าการก่อเหตุของคนร้ายแต่ละครั้ง จะต้องมารอคอยกระทั่งสุนัขกินยาเบื่อเข้าไป จึงบุกเข้าไปก่อเหตุได้ ส่วนปลาที่อยู่ในคลองนั้น คนร้ายอาจจะนำอาหารที่ผสมกับ ยาเบื่อ แต่ใช้ไม่หมดโยนทิ้งในคลองทำให้ปลาตายได้

ด้าน พล.ต.ต.พจน์ บุญมาภาคย์ ผบก.ภ.จ.นครปฐม เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้นำผู้ต้องสงสัยมาเจาะเลือดเพื่อส่งไปตรวจดีเอ็นเอ 11 ราย เป็นผู้ต้องสงสัยที่ชาวบ้านแจ้งเบาะแสมาบ้าง และกลุ่มคนที่ทำสวนมะพร้าว และคนงานทำมะพร้าว มีการตรวจสอบเข้มตามที่ได้รับคำสั่งมา ให้ตำรวจปูพรม ตรวจสอบ เพราะพื้นที่ อ.สามพราน และเขตติดต่อระหว่าง อ.เมืองนครปฐม กับ อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร มีการปลูกทำสวนมะพร้าวกันมาก

มีรายงานว่า ชุดสืบสวน สภ.นครชัยศรีได้เชิญตัวชายต้องสงสัย 1 ราย อายุประมาณ 39 ปี ประกอบอาชีพรับจ้างขึ้นต้นมะพร้าว ไปที่ศูนย์ปฏิบัติการติดตามจับกุมคนร้ายคดีข่มขืนต่อเนื่องที่ ต.ศาลายา เพื่อสอบประวัติ และเก็บตัวอย่างเลือด ตรวจดีเอ็นเอก่อนที่จะปล่อยตัวไป

วันเดียวกัน ที่กองปราบปราม พ.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี รอง ผบก.ป. รรท.ผบก.ป. เปิดเผยว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ประสานไปยังผู้นำชุมชนทุกท้องที่ใน 3 จังหวัด เพื่อแจกเอกสารที่มีรูปพรรณ และรายละเอียดเกี่ยวกับคนร้าย โดยต้องขอความร่วมมือจากประชาชนในพื้นที่ให้ช่วยสอดส่องและเป็นหูเป็นตา ส่วนกรณีที่มีชาวบ้านให้ข้อมูลว่าพบผู้ต้องสงสัยกระโดดน้ำหนีในระหว่างที่เจ้าหน้าที่กำลังออกปฏิบัติงานค้นหาตัวผู้ต้องหานั้น คาดว่าไม่น่าจะใช่คนร้ายที่ตำรวจตามตัวอยู่ แต่น่าจะเป็นบุคคลที่กระทำผิดในความผิดอื่น เมื่อพบเห็นเจ้าหน้าที่เกิดความตกใจกระโดดน้ำหนีเท่านั้น ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้นำผู้ต้องสงสัยไปตรวจดีเอ็นเอแล้ว 3-4 ราย ยังไม่พบว่าตรงกับดีเอ็นเอคนร้าย อย่างไรก็ตาม ขณะนี้เจ้าหน้าที่พบหลักฐานสำคัญเพิ่มเติมที่จะติดตามคนร้าย แต่ยังไม่สามารถระบุได้เนื่องจากเป็นความลับทางคดี ทั้งนี้ เชื่อว่าคนร้ายน่าจะยังคงหลบหนีอยู่ในพื้นที่ 3 จังหวัดที่เกิดเหตุ และต้องขอขอบคุณประชาชนที่แจ้งข้อมูลเกี่ยวกับคนร้ายเข้ามาเป็นจำนวนมาก ยอมรับว่าหลายๆข้อมูลที่ได้รับนั้นใกล้ตัวคนร้ายมาก เพียงแต่ยังไม่ชัดเจนเท่านั้น

พ.ต.อ.อัคราเดชกล่าวต่อว่า ได้จัดทำแผ่นพับใบปลิว 5,000 ใบ ให้กับชาวบ้านเพื่อตามล่าฆาตกรโรคจิตข่มขืนผู้สูงอายุ ขณะที่กองปราบฯกำหนดให้เป็น Most Wanted หรือผู้ต้องหาที่ตำรวจต้องการตัวมากที่สุด โดยแจกจ่ายในจุดเสี่ยงที่จะเกิดเหตุในพื้นที่เขต จ.สมุทรสงคราม จ.สมุทรสาคร และ จ.นครปฐม เพื่อให้ได้เบาะแสไปสู่การติดตามจับกุมตัวโดยเร็วที่สุด โดยในการแจ้งเบาะแสนั้นขอให้ชาวบ้านวางใจว่าการแจ้งเบาะแสอาจจะไม่ต้องมาปรากฏตัวก็ได้ และไม่ต้องให้การกับพนักงานสอบสวน หรือเป็นพยานเบิกความต่อศาลแต่อย่างใด นอกจากนี้ ยังมีสินบนรางวัลนำจับในเบื้องต้นจำนวน 200,000 บาท และอาจจะเพิ่มขึ้นตามความเหมาะสมของคดี แจ้งเบาะแสได้ที่ พ.ต.อ.สุทิน ทรัพย์พ่วง รอง ผบก.ป. และ พ.ต.ท.สุทิน จันทราพิพัฒน์ สว.กก. 4 บก.ป. หมายเลขโทรศัพท์ 09-6124-7146 และ 09-5689-6878 ตามลำดับ

สำหรับในแผ่นพับดังกล่าวระบุว่า “โจรโรคจิตอาละวาด ฆ่า/ข่มขืนคนแก่” พร้อมภาพสเกตช์ของผู้ต้องสงสัย 3 ภาพ นอกจากนี้ ยังระบุด้วยว่า “ช่วยกัน เป็นหูเป็นตา แจ้งเบาะแสมารสังคม ก่อกรรมทำเข็ญหญิงชราสูงอายุอาศัยอยู่ในบ้านอย่างสงบเพียงลำพัง มันทำเหมือนไม่ใช่คนสร้างตราบาปให้กับหญิงชราซึ่งเปรียบเสมือนปูชนียบุคคลของลูกหลาน เพื่อตอบสนองตัณหา ราคะของตัวมันเอง” พร้อมกันนี้ยังระบุถึงเหตุที่เกิดขึ้นทั้ง 10 คดี ไว้ในแผ่นพับดังกล่าวและตำหนิรูปพรรณคนร้ายที่ระบุว่า 1.เป็นชายอายุประมาณ 35-45 ปี รูปร่างสันทัด 2.ส่วนสูงประมาณ 165-175 ซม. 3.ผิดสีดำ/แดง มือหยาบกร้าน 4.ร่างกายแข็งแรงบึกบึน 5.สวมหมวกแก๊ป หรือหมวกไอ้โม่ง และ 6.ใช้จักรยานเป็นพาหนะ โดยทรัพย์สินที่คนร้ายขโมยไปจากเหยื่อประกอบไปด้วย พระสมเด็จวัดไร่ขิงรุ่นพิเศษ ปี 2514 เนื้อผงกรอบทอง และอาวุธปืนพกสั้นยี่ห้อเมาร์เซอร์ ขนาด 6.35 มม.ทะเบียนปืน 43035

ผู้ช่วย ผบ.ตร. หัวหน้า ชุดคลี่คลายคดีข่มขืนหญิง ชราต่อเนื่อง ประชุมร่วม กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ฝ่ายปกครองจ.นครปฐม ทำแผ่นพับให้ข้อมูลเบื้องต้นคนร้ายหวังเป็นเบาะแส โวเจอหลักฐานใหม่ล่าสุด เป็นอุปกรณ์พิเศษที่คนบางกลุ่มบางอาชีพใช้... 4 ก.พ. 2558 08:01 4 ก.พ. 2558 08:01 ไทยรัฐ