วันศุกร์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

‘บิ๊กตู่’ ถกแม่น้ำ5สาย กระชับโรดแม็ป

ยํ้าส่ง‘ร่างแรก’เม.ย. จัดคิวไปน่าน17ก.พ.

“ประยุทธ์” หวั่นยึดอำนาจสูญเปล่า ร่าง รธน. สะดุดหัวทิ่ม เรียกถกแม่น้ำ 5 สาย ขับเคลื่อนโรดแม็ป ย้ำไม่มีแผนกีดกันใครหรือสานต่อท่ออำนาจ “บวรศักดิ์” เปิดทางทบทวน แต่ไม่ใช่ต้องเชื่อฟัง สอนเชิงกลุ่มต้านโมเดลเยอรมัน อย่าดูแค่จิ๊กซอว์ชิ้นเดียว ตั้งศาลวินัยการคลังเด้งรับลูก “ป๋าเปรม” จี้ปราบโกง รัฐบาลขึงขังส่ง 18 อรหันต์นั่ง กก.ร่วมต้านทุจริต นำร่องเอกซเรย์จัดซื้อรถเมล์เอ็นจีวี-รถไฟฟ้าสีน้ำเงิน เปิดกรุสมบัติ 479 อดีต ส.ส. “ปู” รวยปลิ้น 586 ล้าน พ้นเก้าอี้เงินงอก 12.4 ล้าน “เจ๊แดง” โชว์จิ๊บๆแค่ 123 ล้าน “อภิสิทธิ์” ไม่น้อยหน้ามี 55 ล้าน “บิ๊กตู่” วางคิวขึ้นเหนือ 17 ก.พ. ทัวร์น่าน สั่งเร่งจัดระเบียบชาวสวนยาง เล็งลดพื้นที่ปลูก 7 ปี 7 แสนไร่

กรณีคณะกรรมาธิการปฏิรูปการเมือง สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ขอให้มีการประชุมร่วมกับ คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ เพราะเกรงว่าร่างรัฐธรรมนูญจะถูกคว่ำใน สปช. ล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะ รักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)เรียกประชุมแม่น้ำทั้ง 5 สาย เพื่อป้องกันปัญหา

“บิ๊กตู่” ถกแม่น้ำ 5 สาย หวั่น รธน.สะดุด

เมื่อเวลา 13.15 น. วันที่ 3 ก.พ. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ถึงการประชุมร่วมระหว่าง คสช.-ครม.-สปช.-สนช. และคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญในวันที่ 4 ก.พ. ที่สโมสรทหารบก ถนนวิภาวดีรังสิต ว่า เป็นการหารือเพื่อการขับเคลื่อนของแม่น้ำ 5 สาย ซึ่งจะพูดคุยว่าแต่ละส่วนมีความคืบหน้าไปถึงไหน อีกทั้งจะมาจัดระเบียบกันว่ากำหนดการตามโรดแม็ปที่วางไว้ยังมีปัญหาอะไรบ้างหรือไม่ แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีปัญหา ยังเป็นไปตามโรดแม็ปที่วางไว้ เพราะถึงเวลาที่ต้องเสนอเข้ามา ยัง ครม.และ คสช.ตอนใกล้ๆเวลาอาจจะติดปัญหากันหมด แต่ทุกอย่างต้องเป็นไปตามระยะเวลา และแผนงานที่วางไว้ ถ้าไม่เป็นตามแผนและกรอบระยะเวลาทุกอย่างก็เดินต่อไม่ได้ เพราะกฎหมายมีการบัญญัติไว้อย่างชัดเจน โดยเดือน เม.ย.นี้ คณะกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญต้องเสนอร่างฯแรกเข้ามาให้ได้ และภายในเดือน ส.ค.จะดำเนินการต่อไป ดังนั้นทุกอย่างต้องเป็นไปตามโรดแม็ป ไม่เช่นนั้นจะเดินไม่ได้ ยืนยันว่าตนพยายามเดินตามโรดแม็ปให้ได้ ถ้าพวกเราหรือสถานการณ์ไม่เป็นไปตามปกติ ยังมีความขัดแย้งกันอยู่มาก แล้วมันจะเดินต่อกันไปอย่างไร ก็ต้องไปหาคำตอบกันเอง อย่ามาหาคำตอบจากตน

ปัดสานต่ออำนาจ–ไม่ได้กีดกันใคร

เมื่อถามว่า เรื่องการทำประชามติจนถึงขณะนี้ได้ข้อยุติหรือยัง พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ยังไม่ได้ข้อยุติ เพราะในรัฐธรรมนูญไม่ได้บัญญัติไว้ รัฐธรรมนูญที่กำลังจะร่างเป็นรัฐธรรมนูญที่เราต้องคิดเผื่อการปฏิรูปไว้ด้วยว่าจะทำอย่างไร เพราะในวันข้างหน้าเมื่อมีรัฐบาลเข้ามา ก็สามารถทำอะไรได้อีกต่อไป ดังนั้น เราต้องมาคิดว่าเราจะทำอย่างไรกับสิ่งที่ทำ มาทั้งหมดปีกว่าๆ จะเดินหน้าต่อไปได้ ไม่เช่นนั้นจะเป็นการเสียเวลาเปล่า ตนไม่ได้มุ่งหวังว่าจะไปกีดกันใครหรือสร้างอำนาจต่อ สิ่งที่คิดอยู่ทุกวันนี้ไม่เคยคิดเพื่อตัวเอง และไม่ได้คิดเพื่อใครทั้งสิ้น สิ่งที่ทุ่มเทและคิดในวันนี้มีแต่เพียงว่าวันข้างหน้าจะไปกันอย่างไร บางคนอาจจะเห็นว่าทำดีบ้าง ไม่ดีบ้าง ก็เป็นเรื่องธรรมดา ความคิดแตกต่างกันได้ แต่อย่าลืมว่าการที่เข้ามารับภาระวันนี้ไม่ต้องมาชมตน เพียง แต่ขอความเข้าใจว่าเข้ามาเพื่อทำอะไร และไม่ว่า จะอย่างไรก็พร้อมฟังจากทุกคน ความจริงไม่ฟังก็ได้แต่ตนก็ต้องฟัง เพราะเป็นคนไทยด้วยกัน

ทำท่าเดินกะเผลกบ่นเจ็บขา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่ พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์เสร็จสิ้น ขณะเดินออกจากโพเดียม เพื่อจะขึ้นไปยังห้องทำงานบนตึกไทยคู่ฟ้า ได้แสดงอาการเจ็บขาทำท่าเดินกะเผลก เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ไม่สบายหรือ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ไม่ได้เป็นอะไร แต่เจ็บขาเล็กน้อย เนื่องจากยืนนาน และที่เมื่อวันที่ 2 ก.พ. ช่วงลงพื้นที่ จ.นครราชสีมาไม่ค่อยได้พูดกับสื่อมวลชน เนื่องจากเจ็บคอ แต่วันนี้อารมณ์ดี ทั้งนี้ การให้สัมภาษณ์ของ พล.อ.ประยุทธ์ใช้เวลาเพียง 18 นาที และไม่มีการแสดงอารมณ์ฉุนเฉียวหรือโกรธเกรี้ยวเหมือนตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา

ยื่นค้านควบรวมผู้ตรวจการ–กสม.

เมื่อเวลา 13.30 น. ที่รัฐสภา นายจตุรงค์ บุญยรัตนสุนทร ประธานสมาคมสิทธิเสรีภาพของประชาชน พร้อมด้วยตัวแทนสมาคม มูลนิธิและเครือข่ายด้านสิทธิเสรีภาพของประชาชนจำนวน 30 องค์กร ยื่นหนังสือต่อนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานคณะ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ขอให้ทบทวนกรณีที่ กมธ.ยกร่างฯให้ควบรวมผู้ตรวจการแผ่นดินและคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เนื่องจากเจตนารมณ์การก่อตั้ง และวัตถุประสงค์การตรวจสอบร้องเรียน แตกต่างกัน กสม.มุ่งตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชน ตามกฎหมาย รัฐธรรมนูญ หรือตามสนธิสัญญาสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศที่ประเทศไทยมีพันธะกรณีต้องปฏิบัติตาม ขณะที่ผู้ตรวจการแผ่นดินมีหน้าที่ ตรวจสอบการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐตามกฎหมาย ซึ่งไม่จำเป็นต้องละเมิดสิทธิมนุษยชนก็ได้

“บวรศักดิ์” ทบทวนร่าง รธน.ถึง 23 ก.ค.

นายบวรศักดิ์กล่าวภายหลังรับหนังสือว่า กมธ.ยกร่างฯพร้อมรับฟังความคิดเห็น ยังเปิดรับฟังจนถึง 23 ก.ค. ต้องมีการพิจารณาข้อดีข้อเสีย อยากให้ทุกคนคิดถึงประชาชนมากกว่าว่า ทำแล้วประชาชนได้อะไร มิเช่นนั้นจะไม่สามารถขจัดปัญหาของสังคมได้เสียที เหตุที่ควบรวมสององค์กรเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและยกระดับให้มีกรรมการ 11 คน ดูแล 11 ด้าน แทนที่ประชาชนจะไปร้องเรียน 3 แห่ง ก็จะสามารถร้องเรียนได้ในแห่งเดียว ทำให้ กระบวนการมีความรวดเร็วมากขึ้น เมื่อถามว่า ขณะนี้ หลายฝ่ายเริ่มออกมาคัดค้านสิ่งที่ กมธ.ยกร่างฯได้พิจารณารายมาตราออกมา จะมีการทบทวนเรื่องนี้หรือไม่ นายบวรศักดิ์กล่าวว่า ทบทวนอยู่แล้ว ไม่มีปัญหา ต้องทบทวน หากมีความเห็นของประชาชนเข้ามา เราพร้อมจะรับฟัง แต่ไม่ใช่เชื่อฟัง

แนะอย่าดูแค่จิ๊กซอว์อันเดียว

เมื่อถามถึงข้อเสนอแนะของ สปช.ให้ กมธ.ยกร่างฯประชุมร่วมกับ กมธ.ปฏิรูปการเมือง เนื่องจากเกรงว่ารัฐธรรมนูญจะถูกคว่ำเมื่อเข้าสู่ที่ประชุม สปช. นายบวรศักดิ์กล่าวว่า จะรับเรื่องไว้พิจารณา เรื่องต่างๆที่ กมธ.ปฏิรูปการเมืองเสนอมาส่วนใหญ่เราเอาด้วยเกือบทุกเรื่อง แต่ที่ กมธ.ปฏิรูปการเมืองไม่เห็นด้วยกับระบบการเลือกตั้งแบบเยอรมัน เพราะเกรงว่าจะมีปัญหากับประเทศไทย ระบบการเลือกตั้งมีปัญหาทุกระบบ ในโลกนี้ไม่มีระบบใดที่สมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ต้องดูว่าระบบไหนเหมาะกับวัตถุประสงค์บางอย่าง ตรงนี้ต่างหากที่ตอบคำถามได้ อยากให้คนที่ออกมาพูดไปดูว่า ประเทศเยอรมนีมีปัญหาและมีเสถียรภาพหรือไม่ อย่าเพิ่งพูด เราอย่าไปดูแค่จิ๊กซอว์อันเดียว ต้องดูทั้งหมดถึงจะเห็นว่ารูปนี้เป็นรูปอะไร

เผยตั้งศาลต้านโกงไว้อยู่แล้ว

นายบวรศักดิ์กล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เสนอแนะให้ตั้งศาลฉ้อราษฎร์บังหลวง ว่า ในส่วนนี้ กมธ.ยกร่างฯได้ทำแล้ว คือการเพิ่มขึ้นมาอีก 1 ศาลในการป้องการทุจริตคอร์รัปชัน คือการตั้งศาลวินัยการคลังและงบประมาณ โดยถือว่าสอดคล้องกับข้อเสนอของ พล.อ.เปรม จากเดิมที่มีเพียงศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ที่ต้องใช้หลักฐานที่แน่นหนาและชัดเจน อัยการจึงสามารถดำเนินการสั่งฟ้องได้ แต่ศาลวินัยการคลัง และงบประมาณที่ กมธ.ยกร่างฯได้เสนอตั้งขึ้นใหม่ หากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) พบว่าผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือข้าราชการระดับสูงมีการทุจริตต่อทรัพย์สินของแผ่นดิน สามารถฟ้องศาลโดยตรงได้ โดยไม่ต้องรอหลักฐานจนถึงที่สุด ตรงนี้ถือเป็นการอุดช่องว่าง

สปช.แจงไม่คิดคว่ำร่างฯ รธน.

นายวันชัย สอนศิริ โฆษก กมธ.ปฏิรูปการเมือง สปช. กล่าวถึงกรณีที่ กมธ.ปฏิรูปการเมืองขอให้ประชุมร่วมกับ กมธ.ยกร่างฯว่า ปกติ กมธ.ปฏิรูปการเมืองได้แลกเปลี่ยนข้อมูลกับ กมธ.ยกร่างฯ อยู่ตลอด มีการปรึกษาปัญหา ช่วยกันดูข้อมูลให้ครบถ้วน ครอบคลุมรอบด้านและถูกต้อง ส่วนที่มีกระแสว่ารัฐธรรมนูญจะถูกคว่ำเมื่อเข้าสู่ที่ประชุมสปช. ยืนยันว่า กมธ.ปฏิรูปการเมือง รวมทั้ง สปช. ทั้งหมด ไม่มีใครคิดพิเรนทร์แบบนั้นแน่นอน เราอาจ มีความคิดเห็นที่แตกต่าง แต่เป็นความเห็นทางวิชาการเท่านั้น ไม่มีการตั้งแง่ว่าจะคว่ำรัฐธรรมนูญฉบับนี้ พวกเราสำนึกอยู่เสมอว่าเราเป็นพวกเดียวกัน เป็นแม่น้ำห้าสายที่ไหลรวมมาบรรจบกันเพื่อประเทศชาติ

ด้านนายคำนูณ สิทธิสมาน โฆษก กมธ.ยกร่างฯ กล่าวว่า การขอประชุมร่วมระหว่าง กมธ.ยก ร่างฯกับ กมธ.ปฏิรูปการเมือง ยังไม่มีใครทำเรื่องติดต่อมา ส่วนประเด็นความขัดแย้งจนอาจเกิดการคว่ำร่างรัฐธรรมนูญ ระหว่าง สปช.และ กมธ.ยกร่างฯ คงไม่มีปัญหาอะไร ทุกคนแสดงความคิดเห็นและยื่น ญัตติขอแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญได้หากเห็นตรงไหนยังไม่เหมาะสมอยู่ กมธ.ยกร่างฯพร้อมจะรับฟังทุกความคิดเห็น ไม่ได้มีการปิดกั้นใดๆ

สวด กมธ.อย่านั่งเทียนเขียน

เมื่อเวลา 13.30 น. ที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน นายศรีราชา วงศารยางกูร ผู้ตรวจการแผ่นดิน แถลงกรณีคณะ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญมีมติให้ควบรวมผู้ตรวจการแผ่นดินและคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เป็นองค์กร “คณะผู้ตรวจการแผ่นดินและพิทักษ์สิทธิประชาชน” ว่า อยากขอให้ กมธ.ยกร่างฯให้ผู้ตรวจการฯมีหน้าที่ส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมต่อไป ไม่ควรให้องค์กรใดจองกฐินเป็นเจ้าภาพฝ่ายเดียว เนื่องจาก พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี และรัฐบุรุษ ปาฐกถาว่าจำเป็นต้องเพิ่มความเข้มข้นเรื่องส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมมากขึ้น ส่วนองค์อำนาจให้มี 11 คน เห็นว่ามากเกินไป 5 คน น่าจะเหมาะสม และอยากให้กมธ.รับฟังเสียงประชาชนและเสียงของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในชั้นการยกร่างกฎหมายประกอบควรจะให้ผู้แทนของสององค์กรเข้าร่วม ไม่ใช่ทำกันเหมือนนั่งเทียน ต้องดูกันต่อไปว่าเกมนี้การควบรวมจะเป็นไปได้อย่างไรเพราะยังมีเสียงคัดค้านอยู่ จิ้งจกทักก็ต้องฟัง

ห่วงยูเอ็นไม่เข้าใจยุบรวม

ด้าน พล.อ.วิทวัส รชตะนันท์ ผู้ตรวจการแผ่นดิน กล่าวว่า เมื่อควบรวมสององค์กรแล้วต้องทำรายงานต่อสหประชาชาติ (ยูเอ็น) หากยูเอ็นเข้าใจว่าแม้เปลี่ยนแปลงชื่อองค์กร แต่อำนาจหน้าที่ยังเหมือนเดิมก็ไม่น่ามีปัญหา ซึ่งยูเอ็นทำหน้าที่เพียงคอยควบคุมและกระตุ้น เราต้องทำให้ชัดเจน มาตรฐานเรื่องสิทธิในประเทศไทย แม้ยูเอ็นเป็นผู้ประเมิน แต่เป็นหน้าที่สำคัญคนไทยที่จะต้องไม่ทำให้อันดับเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิของประเทศไทยตกลงไประดับเทียร์ 4 ถ้าเป็นเช่นนั้นจะถูกแขวนไปถึง 4 ปี และจะมีผลกระทบต่อทั้งระบบเศรษฐกิจและสังคม

สปช.จวกการบังคับใช้ ก.ม.มีปัญหา

เวลา 11.00 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ในวาระการเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อรับฟังความคิดเห็นของสมาชิก เรื่องจะทำอย่างไรให้มีการบังคับใช้กฎหมาย เป็นไปอย่างเคร่งครัดและเป็นธรรม โดยมีนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองประธาน สปช.คนที่ 1 เป็นประธานการประชุม ทั้งนี้ สมาชิก สปช.แสดงความคิดเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่า การบังคับใช้กฎหมายปัจจุบันยังไร้ประสิทธิภาพและมีปัญหาหลายส่วน โดยนายเสรี สุวรรณภานนท์ สปช. กล่าวว่า เหตุระเบิดที่หน้าห้างสรรพสินค้าสยามพารากอนเป็นการท้าทายอำนาจรัฐ จึงต้องเอาคนผิดมาลงโทษ ที่ผ่านมาบ้านเมืองไม่สงบสุข เพราะเต็มไปด้วยอาชญากรรม เผาบ้านเผาเมือง มีการหมิ่นสถาบันโดยไร้คนรับผิดชอบ ขณะที่เจ้าหน้าที่บ้านเมืองกลับวิ่งเต้นโยกย้าย ทุจริตคอร์รัปชัน แต่ไม่สามารถบังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรมได้ ทางแก้คือการแต่งตั้งโยกย้ายต้องเป็นธรรม และหากเจ้าหน้าที่ทำผิดเสียเองต้องถูกลงโทษเป็น 2 เท่า

ฟุ้งขจัดคนชั่ว ให้คนดีมีที่ยืน

ด้านนายวันชัย สอนศิริ สปช.อภิปรายว่า ในคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ปฏิรูปกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมได้สรุปว่า ส.ส. ส.ว. หรือรัฐมนตรีบางคนเคยเป็นข้าราชการน่าเคารพนับถือ แต่เข้ามาในสภาฯก็เพี้ยน แพ้เงิน แพ้อำนาจ ซึ่งหลักการไม่ว่าข้าราชการประจำ หรือข้าราชการการเมือง ต้อง ทำงานเพื่อเกียรติยศและศักดิ์ศรี เพราะเป็นผู้ควบคุมกติกาและกฎหมาย แต่อำนาจเงินเข้ามาทำให้การบังคับใช้กฎหมายหย่อนยาน ดังนั้น คณะ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ต้องทำให้คนดีมีที่ยืน มีทั้งยศและ ตำแหน่ง ส่วนคนชั่วต้องถูกขจัดออกไป

ภายหลังสมาชิกใช้เวลาอภิปราย 3 ชั่วโมง ที่ประชุมมีมติเห็นชอบส่งความเห็นดังกล่าวให้ กมธ.ปฏิรูปกฎหมายและความเป็นธรรมและกรรมาธิการที่เกี่ยวข้องดำเนินการต่อไป ด้วยคะแนน 221 ต่อ 0 งดออกเสียง 5 เสียง จากนั้นประธานสั่งปิดการประชุมเวลา 14.00 น.

ครม.ขึงขังตั้ง คกก.ปราบทุจริต

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุม ครม. ว่า ครม.มีมติเห็นชอบในหลักการ โครงการความร่วมมือป้องกันการทุจริตการจัดซื้อจัดจ้างในภาครัฐ ตามที่กระทรวงการคลังเสนอและขออนุมัติแต่งตั้งคณะกรรมการความร่วมมือป้องกันการทุจริต สืบเนื่องจากการประชุมคณะกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์-โอชา นายกฯเป็นประธาน เมื่อต้นเดือน ม.ค. โดยเห็นชอบจะให้จัดทำข้อตกลงคุณธรรม บรรจุเป็นส่วนหนึ่งของเอกสารการจัดซื้อจัดจ้าง จะต้องมีการลงนามทั้ง 3 ฝ่าย ได้แก่ฝ่ายรัฐบาลเจ้าของโครงการ ฝ่ายเอกชนที่เป็นผู้ประกอบการ และผู้สังเกตการณ์ โดยทุกขั้นตอนของการจัดซื้อจัดจ้างจะต้องเปิดเผยข้อมูลโดยละเอียด ตามที่ผู้สังเกตการณ์ต้องการ เพื่อเป็นกระบวนการตรวจสอบความโปร่งใสในทุกโครงการ

นำร่องเมล์เอ็นจีวี-รถไฟฟ้าสีน้ำเงิน

พล.ต.สรรเสริญกล่าวว่า เบื้องต้นได้กำหนดโครงการนำร่อง 2 โครงการ ได้แก่ โครงการจัดซื้อรถยนต์โดยสารเอ็นจีวีขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) 489 คัน และโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ส่วนต่อขยายของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) สำหรับคณะกรรมการความร่วมมือดังกล่าวมีการเสนอมาทั้งสิ้น 18 คน โดยมีนายสมหมาย ภาษี รมว.คลัง เป็นประธาน นายประมนต์ สุธีวงศ์ ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชันประเทศไทย เป็นรองประธานคนที่ 1 และนายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ ปลัดกระทรวงการคลัง เป็นรองประธานคนที่ 2 อย่างไรก็ตาม กระทรวงยุติธรรมเสนอเพิ่มเติมว่าให้มีผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินและเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ร่วมด้วย ทั้งนี้ ครม.มอบให้ผู้ที่เกี่ยวข้องไปพิจารณาในรายละเอียดสำหรับสมาชิกทั้ง 18 คน และที่เสนอเพิ่มอีก 2 คน ต่อไป

ยันสหรัฐฯฝึกร่วมคอบร้าโกลด์

อีกเรื่อง พล.อ.วรพงษ์ สง่าเนตร ผบ.ทหารสูงสุด กล่าวถึงกรณีที่ยกเลิกแถลงข่าวการฝึกร่วมผสมคอบร้าโกลด์ 2015 เมื่อวันที่ 2 ก.พ.ว่า เพราะไม่อยากให้มีการสัมภาษณ์ จะเป็นประเด็นการเมือง แต่วันที่ 9 ก.พ.จะมีพิธีเปิดการฝึกอย่างเป็นทางการที่โรงเรียนเตรียมทหาร จ.นครนายก โดยได้เชิญอุปทูตสหรัฐฯไป แต่ไม่ทราบว่าจะเดินทางมาด้วยตนเองหรือไม่ ยืนยันว่าเขาไม่ได้มีปัญหากับเรา ทั้งสองชาติยินดีที่มีการฝึกร่วมกัน โดยสหรัฐฯแจ้งว่ามีปัญหาเล็กน้อยเรื่องการเคลื่อนย้ายยุทโธปกรณ์เข้าร่วมฝึก เรือที่ขนย้ายมาไปเกยตื้นที่ญี่ปุ่น สหรัฐฯจึงเปลี่ยนจากเดิมที่เป็นยุทโธปกรณ์ของกองทัพบกไปเป็นของนาวิกโยธิน แต่ยังมีปืนใหญ่ รถถังเหมือนเดิม ยอดกำลังพลไม่ได้ลดลงใกล้เคียงกับปีที่แล้ว มีการฝึกทางยุทธวิธี และการฝึกยิงด้วยกระสุนจริง โปรแกรมการฝึกเป็นไปตามที่กำหนดไว้

ฉะ สนช.ทำเกินหน้าที่ไล่เฉ่งมะกัน

นายอำนวย คลังผา อดีต ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กรณีที่สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) จะเชิญนายแพทริค เมอร์ฟี อุปทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย มาสอบถามและให้ความเห็นในวันที่ 11 ก.พ. สืบเนื่องจากที่นายแดเนียล รัสเซล ผู้ช่วย รมต.ต่างประเทศสหรัฐฯ แสดงความเห็นทางการเมืองที่กระทบกับประเทศไทย เรื่องนี้ สนช.ไม่มีอำนาจหน้าที่ ถือว่าไม่เหมาะสม การทำเช่นนี้จะทำให้ภาพลักษณ์ของไทยเสียหาย ถ้าเป็นกระทรวงการต่างประเทศเข้ามาพูดคุยกับสหรัฐฯน่าจะเหมาะสมกว่า ส่วนกรณีอดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ตั้งข้อสังเกตว่ามีขบวนการจ้างบริษัทล็อบบี้ยิสต์ต่างชาติให้นายแดเนียลมาบิดเบือนภาพ–ลักษณ์ไทย นายแดเนียลมาประเทศไทยถือเป็นเรื่องปกติ ไม่ได้มาแทรกแซง เป็นหน้าที่ของผู้ช่วย รมต.ต่างประเทศสหรัฐฯ ที่จะมาดูประเทศไทยในด้านการค้าการลงทุน เพราะขณะนี้การแก้ปัญหาเศรษฐกิจยังไม่เกิดผล ส่วนปัญหาด้านการเมือง เชื่อว่าไม่มีปัญหา เพราะ คสช.และรัฐบาลเอาอยู่

ซัดกล่าวหามั่วจ้างล็อบบี้ยิสต์

นางกุสุมาลวตี ศิริโกมุท อดีต ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย อดีตรองประธานกรรมาธิการการต่างประเทศ ในฐานะกรรมการบริหารหน่วยประจำชาติไทยในองค์การรัฐสภาระหว่างประเทศ กล่าวว่า กรณีหลายฝ่ายในไทยปฏิบัติต่อมิตรประเทศอย่างสหรัฐฯ เพราะมองว่าสหรัฐฯใช้ความเป็นประเทศมหาอำนาจแทรกแซงกิจการภายในของไทย เราควรพิจารณาผลกระทบให้รอบด้านก่อนจะแสดงปฏิกิริยาใดๆ เนื่องจากสิ่งที่สหรัฐฯแสดงออกเป็นท่าทีที่เป็นมิตร มีความหวังดีมากกว่าการแทรกแซง มากกว่าแสดงการโต้ตอบแบบไม่มีเหตุผลดังที่กำลังแสดงออกกันอยู่ ส่วนข้อกล่าวหาว่ามีล็อบบี้ยิสต์จ้างนายแดเนียลมา เป็นการกล่าวหาที่เลื่อนลอย คนอย่างนายแดเนียลที่เป็นผู้ทำงานด้านข่าวกรอง มีความสำคัญต่อการตัดสินใจต่อนโยบายต่างประเทศของสหรัฐฯ คงไม่มีใครมาจ้างได้

“ปู” พ้นเก้าอี้ 1 ปีรวย 586 ล้าน

เมื่อเวลา 08.00 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จ.นนทบุรี คณะกรรมการ ป.ป.ช. เปิดเผยบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของอดีต ส.ส. ชุดของสภาฯ ที่เลือกตั้งเมื่อปี 2554 จำนวน 479 คน กรณีพ้นจากตำแหน่งครบ 1 ปี เมื่อวันที่ 8 ธ.ค.57 พบว่าทรัพย์สินส่วนใหญ่ของอดีต ส.ส.ไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก ที่น่าสนใจ อาทิ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ มีทรัพย์สิน 586,757,419 บาท มีหนี้สิน 30,562,708 บาท เป็นเงินกู้ยืมจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร พี่ชาย ซึ่งเป็นหนี้เดิมที่เคยกู้จาก พ.ต.ท.ทักษิณ เมื่อวันที่ 22 มิ.ย.55 จำนวน 28,847,269 บาท เพื่อนำไปซื้อที่ดินย่านบึงกุ่ม 1 แปลง ต่อมาวันที่ 8 ธ.ค.57 ได้ขอยืมเงินในบัญชีของ พ.ต.ท.ทักษิณเพิ่มอีก 1.7 ล้านบาท เพื่อนำไปใช้จ่ายในครอบครัว เมื่อเทียบกับสมัยที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ยื่นบัญชีทรัพย์สินสมัยพ้นตำแหน่งนายกฯ เมื่อวันที่ 7 พ.ค.2557 พบว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์รวยขึ้น 12.4 ล้านบาท

“เจ๊แดง” โชว์กรุสมบัติ 123 ล้าน

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีต ส.ส.เชียงใหม่ มีทรัพย์สิน 35,450,779 บาท ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง อดีต รมว.แรงงาน มีทรัพย์สิน 170,529,156 บาท นายก่อแก้ว พิกุลทอง มีทรัพย์สิน 100,399,398 บาท นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต ส.ส.เชียงใหม่ มีทรัพย์สิน 17,586,329 บาท เมื่อเทียบกับสมัยยื่นบัญชีพ้นจากตำแหน่ง ส.ส.เมื่อวันที่ 9 ธ.ค.56 พบว่ามีทรัพย์สินลดลง 4.5 แสนบาท นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ มีทรัพย์สิน 123,861,586 บาท เทียบกับสมัยยื่นบัญชีพ้นจากตำแหน่ง ส.ส.เมื่อ ธ.ค.56 มีทรัพย์สินเพิ่มขึ้น 6.7 แสนบาท นายภูมิ สาระผล อดีต รมช.พาณิชย์ มีทรัพย์สิน 39,377,047 บาท นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ อดีตประธานรัฐสภา มีทรัพย์สิน 1,210,102 บาท นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ อดีต รมช.เกษตรและสหกรณ์ มีทรัพย์สิน 17,407,691 บาท

“มาร์ค” 55 ล้าน-กรณ์อู้ฟู่เฉียด 900 ล้าน

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ มีทรัพย์สิน 55,022,675 บาท เมื่อเทียบกับสมัยยื่นบัญชีพ้นจากตำแหน่ง ส.ส.เมื่อเดือน ธ.ค.56 พบว่า รวยขึ้น 8 แสนบาท นายกรณ์ จาติกวณิช อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ มีทรัพย์สิน 893,943,154 บาท นายชวน หลีกภัย อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ มีทรัพย์สิน 6,121,583 บาท นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ หัวหน้าพรรครักประเทศไทย มีทรัพย์สิน 345,556,371 บาท เทียบกับตอนพ้นจาก ส.ส.เมื่อเดือน ธ.ค.56 มีทรัพย์สินลดลง 183.5 ล้านบาท ร.ต.อ.ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ หัวหน้าพรรครักษ์สันติ มีทรัพย์สิน 315,594,060 บาท พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน มีทรัพย์สิน 63,421,665 บาท

“ประกอบ” แชมป์รวยทะลุ 2 พันล้าน

สำหรับ ส.ส.ที่รวยที่สุด ได้แก่ นายประกอบ จีรกิตติ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ที่ยังคงรักษาตำแหน่ง ส.ส.รวยที่สุดไว้ได้ มีทรัพย์สิน 2,138,642,791 บาท ทรัพย์สินส่วนใหญ่เป็นเงินฝากในบัญชีธนาคาร เงินลงทุน และที่ดิน ซึ่งรวยขึ้นจากตอนยื่นบัญชีพ้นจาก ส.ส.เมื่อ ธ.ค.56 จำนวน 35.9 ล้านบาท รองลงมาคือ คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ มีทรัพย์สิน 1,781,586,744 บาท รวยขึ้นจากเมื่อ ธ.ค.56 ถึง 185.9 ล้านบาท และนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย มีทรัพย์สิน 1,249,087,455 บาท

เด็ก พท.จนกรอบไม่ถึง 4 แสน

สำหรับ ส.ส.ที่จนที่สุดคือนายพิชัย เกียรติวินัยสกุล อดีต ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย มีทรัพย์สิน 394,972 บาท เป็นรถยนต์ 1 คัน สร้อยทอง 1 เส้น และปืน 1 กระบอก ขณะที่นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนหน้านี้เคยแจ้งต่อ ป.ป.ช.สมัยยื่นบัญชีพ้นจากตำแหน่ง ส.ส.เดือน ธ.ค.56 ว่า มีบัญชีทรัพย์สินจากบัญชีธนาคารอย่างเดียวเพียงแค่ 45,061 บาทเท่านั้น แต่ล่าสุดยื่นตอนพ้นตำแหน่ง ส.ส.ครบ 1 ปี มีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นเป็น 13,904,428 บาท เป็นเงินฝากในบัญชีธนาคาร 3 ล้านบาท บ้าน 1 หลังมูลค่า 25 ล้านบาท ย่านศรีนครินทร์ ได้มาเมื่อ 28 ต.ค.57 แต่นายชวนนท์แจ้งว่ามีหนี้สินจากเงินเบิกเกินบัญชี และเงินกู้จากธนาคาร รวม 14.1 ล้านบาท หักลบกลบหนี้แล้ว เหลือทรัพย์สินอยู่ 13,904,428 บาท

12 อดีต ส.ส.ไม่ยื่นบัญชีทรัพย์สิน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินครั้งนี้ มีอดีต ส.ส.12 คน ไม่ได้ยื่นบัญชีทรัพย์สิน ได้แก่ นายชื่นชอบ คงอุดม อดีต ส.ส.กทม. นายธีรภัทร พริ้งศุลกะ อดีต ส.ส.สุราษฎร์ธานี นพ.บุรณัชย์ สมุทรรักษ์ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ นายคมเดช ไชยศิวามงคล อดีต ส.ส.กาฬสินธุ์ จ.ส.ต.ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ อดีต ส.ส.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทย พ.ต.ท.สุรทิน พิมานเมฆินทร์ อดีต ส.ส.อุดรธานี นายถาวร ตรีรัตน์ณรงค์ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ นางอุดมรัตน์ อาภรณ์รัตน์ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย นายชาญชัย ชัยรุ่งเรือง อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคชาติพัฒนา และนางพัชรินทร์ มั่นปาน อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปไตยใหม่ ขณะที่นายทองดี มนิสสาร อดีต ส.ส.อุดรธานี (เสียชีวิต) พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย (เสียชีวิต)

รณรงค์ปลุกจิตอาสากล้าทำดี

เมื่อเวลา 08.00 น. ที่หน้าตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล ก่อนประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นพ.รัชตะ รัชตะนาวิน รมว.สาธารณสุข นำ นพ.สุพรรณ ศรีธรรมมา อธิบดีกรมการแพทย์ นพ.วีรวุฒิ อิ่มสำราญ ผอ.สถาบันมะเร็งแห่งชาติ พร้อมศิลปินแกรมมี่ เดอะสตาร์ กันต์ธีร์ ปิติธัญ (ซีดี) ณัฐจารี หรเวชกุล (เชอรีน) ติดเข็มกลัดให้แก่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. รวมทั้งรัฐมนตรี รณรงค์กิจกรรมป้องกันโรคมะเร็ง เนื่องในวันมะเร็งโลก วันที่ 1 ก.พ.เพื่อให้เห็นความสำคัญของการตรวจ คัดกรองมะเร็ง จากนั้น นายพร้อมบุญ พานิชภักดิ์ เลขาธิการมูลนิธิรักษ์ไทย องค์การแคร์นานาชาติ มอบเสื้อและหมวกจิตอาสาให้นายกฯและ ครม.เพื่อประชาสัมพันธ์โครงการกล้าทำดี ยุติการรังแกในโรงเรียน และชวนเยาวชนไทยมอบความรักให้แก่กัน โดยนายกฯได้เซ็นชื่อลงบนเสื้อเป็นที่ระลึก

ยื่นสอบ กทม.–ผอ.สกสค.ส่อทุจริต

เมื่อเวลา 10.20 น. ที่ศูนย์บริการประชาชน (ชั่วคราว) สำนักงาน ก.พ. กลุ่มพิทักษ์กฎหมายเพื่อประโยชน์สาธารณะ (พปส.)นำโดยนายฉันทวิทย์ เทียมรัตนานนท์ เลขาธิการกลุ่มฯ เข้ายื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้าคสช.ร้องเรียนให้ตรวจสอบกรุงเทพมหานคร ใช้ดุลพินิจที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายและส่อทุจริตกรณีอนุญาตให้ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเอมบาสซีและเซ็นทรัลชิดลม ก่อสร้างสะพานลอยคนเดินข้ามและสะพานทางเชื่อมระหว่างกันปิดกั้นทางสาธารณะ

ขณะเดียวกันกลุ่มคณะกรรมการภาคีเครือข่ายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันของชาติ นำโดย พล.อ.สำเริง พินกลาง ประธานคณะกรรมการฯ เข้ายื่นหนังสือถึงนายกฯเพื่อให้ตรวจสอบนายสมมาตร์ มีศิลป์ เป็น ผอ.สกสค.ตั้งแต่ปี 2555 ได้ร่วมกับพวกกระทำผิดผิดระเบียบสำนักนายกฯว่าด้วยการพัสดุ 2535 ขายหนังสือ 1,400 ล้านบาท โดยไม่ประกาศเชิญชวนผู้ค้ารายอื่น เข้าข่าย พ.ร.บ.ฮั้วของคณะกรรมการ ป.ป.ช.

“สุรยุทธ์” รำลึกวันทหารผ่านศึก

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรีเป็นผู้แทนพระองค์วางพวงมาลา เนื่องในวันทหารผ่านศึกประจำปี 2558 เพื่อสดุดีและรำลึกถึงวีรกรรมความกล้าหาญของทหารผ่านศึก โดยมีผู้แทนส่วนราชการ หน่วยงาน ผู้ช่วยทูตทหารต่างประเทศประจำประเทศไทย สมาคม ชมรม มูลนิธิต่างๆ ร่วมวางพวงมาลาอย่างพร้อมเพรียง รวมถึง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง และ รมว.กลาโหม ในฐานะนายกสภาทหารผ่านศึก และผู้แทน ผบ.เหล่าทัพ ทั้งนี้ พล.อ.ประวิตรมีคำปราศรัยตอนหนึ่ง ตั้งแต่อดีตที่ผ่านมาท่านทั้งหลายได้ร่วมกันป้องกันเอกราชและอธิปไตยของชาติมาด้วยความเสียสละ กล้าหาญ นับเป็นวีรกรรมที่ยิ่งใหญ่สมควรได้รับการยกย่อง

โวยยางดิ่งเหว 16 มาตรการรัฐเหลว

เมื่อเวลา 14.00 น. ที่รัฐสภา นายอุทัย สอนหลักทรัพย์ ประธานคณะอนุกรรมาธิการปฏิรูปการเกษตร สปช. แถลงถึงการแก้ไขปัญหาราคายางว่า ได้รับการร้องเรียนจากชาวสวนยางที่อยากให้รัฐบาลเร่งออกมาตรการแก้ไขราคายาที่ตกต่ำอย่างเป็นรูปธรรม เพราะ 16 มาตรการช่วยเหลือราคายางของรัฐบาล ยังไม่ขยับ เขยื้อนเท่าที่ควร บางมาตรการไม่สามารถทำได้จริง ส่วนแนวทางการแก้ปัญหาราคายาง คิดว่ารัฐบาลต้องนำยางในสต๊อกไปขายต่างประเทศให้ได้ไม่ต่ำกว่า 65 บาทต่อกิโลกรัม ห้ามขายต่ำกว่าราคาทุนที่ 40 บาทต่อกิโลกรัม ส่วนมาตรการแทรกแซงราคายางก็ไม่ควรจำกัดอยู่แค่สหกรณ์หรือผู้รับซื้อขนาดใหญ่เท่านั้น ต้องกระจายไปให้ผู้รับซื้อขนาดกลางและขนาดเล็ก ขณะเดียวกันรัฐบาลก็ต้องเร่งสนับสนุนการแปรรูปยางพาราด้วย

“ประยุทธ์” เร่งจัดระเบียบชาวสวนยาง

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. กล่าวภายหลังการประชุม ครม.ถึงมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยางว่า มีรายงานการจ่ายเงินช่วยเหลือมากกว่า 90 เปอร์เซ็นต์แล้ว เหลืออีกเพียงเล็กน้อยที่ยังไม่ถูกต้อง จ่ายไปหมดแล้วทั้งข้าวและยาง แต่ต้องเข้าใจว่าต้องมีทะเบียนเกษตรกรอาจยังไม่ทันสมัยเพียงพอ ตนกำลังจะจัดระเบียบใหม่ ต้องขึ้นทะเบียนอย่างเป็นระบบและแก้ไขเกษตรกร ที่ไม่ได้อยู่ในพื้นที่หรือผู้บุกรุก เพราะถือว่าผิดทั้งยังปล่อยปละละเลยมาโดยตลอด ได้ถามไปแล้วว่าให้เงินช่วยเหลือไปแล้ว 1,000 บาท เจ้าของสวนยางบอกว่าได้ แต่คนกรีดไม่ได้ ปัญหาซับซ้อน จึงจำเป็นต้องแก้ไขโดยจัดระเบียบใหม่ เพราะเป็นผลให้ต้นทุนสูงขึ้น จากการลงพื้นที่ อ.พิมาย จ.นครราชสีมา เมื่อวันที่ 2 ก.พ. ได้นั่งคิดว่าเกษตรกรทุกกลุ่มทั้งยาง ข้าว อ้อย มันสำปะหลัง จะจัดระบบสหกรณ์มาใช้ได้หรือไม่ โดยขึ้นทะเบียนทั้งหมด เพราะที่ผ่านมาเมื่อไปยุ่งกับกลไกมากๆ ทำให้เกิดการบิดเบือนราคา ระบบจะเสียไปหมด ขอฝากไปยังชาวสวนยางว่า รัฐบาลพยายามเร่งรัดช่วยเหลือทั้งสนับสนุนการใช้ยางภายในประเทศ จะหารือให้เร็วที่สุดภายในสองสัปดาห์ เพื่อเตรียมรับฤดูกรีดยางครั้งหน้าให้ราคาดีขึ้น แบ่งกับคนกรีด 50 เปอร์เซ็นต์

เล็งลดพื้นที่ปลูกยาง 7 ปี 7 แสนไร่

พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ แถลงภายหลังการประชุม ครม.ว่านายกฯสั่งการมอบหมายให้กระทรวงเกษตรฯ ใช้เวลา 2 สัปดาห์ รวบรวมความต้องการของทุกกระทรวงทบวง กรม ที่มีแผนงาน กิจกรรม โครงการ ที่จำเป็นต้องใช้แผ่นยาง เป็นแนวทางหนึ่งที่ช่วยยกระดับราคายาง นายกฯยังพูดถึงการแก้ไขปัญหาราคายางด้วยการลดปริมาณการปลูกยาง ที่กระทรวงเกษตรฯนำเรียนแผนลดพื้นที่ปลูกลง 7 แสนไร่ ภายใน 7 ปี ซึ่งนายกฯให้แนวทางว่า ถ้าจะลดพื้นที่ทั้งหมดพร้อมกันคงเป็นไปได้ยาก เพราะเป็นความเคยชินหรือวัฒนธรรมของเกษตรกรไปแล้ว เบื้องต้นจึงให้ไปจัดการพื้นที่ที่มีการบุกรุกก่อน เช่น ที่ป่าสงวน โดยมอบหมายให้หน่วยงานเข้าไปรับซื้อหรือตัดต้นยางเพื่อทำประโยชน์ต่างๆ ขณะเดียวกันมอบหมายให้กระทรวงเกษตรฯและกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯดูแลประชาชนด้วย การลดพื้นที่การปลูกไม่ใช่การไล่เขาออกจากพื้นที่อย่างเดียว แต่ต้องดูความเดือดร้อนที่เกิดขึ้นด้วย อาจต้องเยียวยาค่าเสียหาย หรือรับซื้อต้นยางที่ปลูกไปแล้ว ขอให้ไปหามาตรการที่ชัดเจนต่อไป

วางคิวนายกฯลุย จ.น่าน 17 ก.พ.

พล.ต.สรรเสริญกล่าวด้วยว่า หลังการประชุมร่วมแม่น้ำ 5 สาย เพื่อเร่งขับเคลื่อนโรดแม็ปของคสช. และรัฐบาลในวันที่ 4 ก.พ. จากนั้นวันที่ 24ก.พ. พล.อ.ประยุทธ์ จะเป็นประธานการประชุม ครม.ร่วม คสช. อย่างไรก็ตาม วันที่ 17 ก.พ. นายกฯจะเดินทางลงพื้นที่ จ.น่าน เยี่ยมชมโครงการหลวงปลูกป่าอนุรักษ์และพบปะกับกลุ่มเกษตรกร โดยจะเลื่อนการประชุม ครม.ไปเป็นวันพุธที่ 18 ก.พ.แทน

เยือนญี่ปุ่นจับมือวางระบบราง

ด้าน ร.อ.นพ.ยงยุทธ มัยลาภ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า พล.อ.ประยุทธ์ มีกำหนดการเยือนประเทศญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 8-10 ก.พ. ตามคำเชิญของนายชินโสะ อาเบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นและภริยา เพื่อผลักดันด้านเศรษฐกิจสำคัญ ความร่วมมือระบบราง การพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษทวาย และจะพบหารือกับบุคคลสำคัญในรัฐบาล ภาคเอกชนญี่ปุ่น โดยมีกำหนดลงนามบันทึกแสดงเจตจำนงว่าด้วยความร่วมมือพัฒนาระบบรางระหว่างกระทรวงคมนาคมไทย-ญี่ปุ่น บันทึกความร่วมมือว่าด้วยการส่งเสริมธุรกิจไทยในญี่ปุ่น ระหว่างองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (เจโท) กับคณะกรรมการร่วมสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สมาคมธนาคารไทย

ต่อมาเวลา 15.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเอโซ โคะบะยะชิ และนายโทะชิยุคิ ชิกะ ประธานและประธานร่วมของคณะกรรมการการค้าและเศรษฐกิจไทย-ญี่ปุ่น ในสมาพันธ์ธุรกิจญี่ปุ่น (เคดันเรน) เข้าเยี่ยมคารวะหารือกับนายกฯที่ตึกไทยคู่ฟ้า โดยนายกฯกล่าวว่า ญี่ปุ่นลงทุนในไทยเป็นอันดับ 1 ถือเป็นคู่ค้าอันดับ 2 ไทยให้ความสำคัญกับนักลงทุนญี่ปุ่นมาโดยตลอด และซาบซึ้งใจไม่ว่าไทยจะประสบปัญหาใดๆ ญี่ปุ่นยังคงลงทุนในไทยอย่างต่อเนื่อง ยืนยันว่ารัฐบาลมุ่งมั่นที่จะปฏิรูปการเมืองไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่ยั่งยืนได้ตามโรดแม็ปที่วางไว้

ศาลรับฟ้อง “ธาริต” หมิ่น “สุเทพ”

เมื่อเวลา 09.30 น. ที่ศาลอาญา ศาลนัดสืบพยานโจทก์ คดีที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ หรือ พระสุเทพ ปภากโร อดีตรองนายกฯและเลขาธิการกปปส. เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เป็นจำเลยในความผิดฐานหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณาคดีนี้โจทก์ฟ้องว่า ระหว่างวันที่ 21 ม.ค.-4 ก.พ.56 จำเลยแถลงกล่าวหาใส่ร้ายโจทก์ทำนองว่า เป็นผู้มีคำสั่งไม่ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ทำสัญญาจัดซื้อจัดจ้างก่อสร้างอาคารที่ทำการสถานีตำรวจ 396 แห่งทั่วประเทศตามที่เสนอ แต่กลับให้รวมสัญญาการจัดซื้อ จัดจ้าง เพียงรายเดียว ทำให้บริษัท พีซีซี ดิเวลล็อปเม้นท์ แอนด์คอนสตรัคชั่น จำกัด ชนะการประมูล จนเกิดปัญหาที่ไม่สามารถแก้ไขได้ ล้วนเป็นเท็จ ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย คดีนี้หลังศาลไต่สวนพยานหลักฐานโจทก์ชั้นไต่สวนมูลฟ้องเห็นว่าคดีมีมูลให้ประทับรับฟ้อง ศาลนัดสืบพยานโจทก์ครั้งต่อไปวันที่ 4 ก.พ.

“ประยุทธ์” หวั่นยึดอำนาจสูญเปล่า ร่าง รธน. สะดุดหัวทิ่ม เรียกถกแม่น้ำ 5 สาย ขับเคลื่อนโรดแม็ป ย้ำไม่มีแผนกีดกันใครหรือสานต่อท่ออำนาจ “บวรศักดิ์” เปิดทางทบทวน แต่ไม่ใช่ต้องเชื่อฟัง... 4 ก.พ. 2558 07:34 4 ก.พ. 2558 07:34 ไทยรัฐ