วันเสาร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
หมายจับ 2 มือบึม ป่วนกรุง! บิ๊กป้อมชี้การเมือง (ชมคลิป)

หมายจับ 2 มือบึม ป่วนกรุง! บิ๊กป้อมชี้การเมือง (ชมคลิป)

  • Share:

ตร.ตามล่าจากภาพวงจรปิด งัดรูปเก่า‘แก๊งมีนบุรี’เทียบ ประยุทธ์ฮึ่มต้องถึงผู้บงการ

ศาลอนุมัติหมายจับแล้ว 2 ชายชุดขาวคดี ไปป์บอมบ์หน้าพารากอน โฆษก ตร.แถลงงานสืบสวนคืบหน้าไปมาก สั่งเพิ่มกำลังกวดขันทุกจุดเฝ้าระวัง ขออภัยประชาชนในความไม่สะดวก วอนประชาชนพบสิ่งต้องสงสัย แจ้ง 191 และสายด่วน ศปก.ตร.1599 ได้ 24 ชั่วโมง พยานยันไม่ใช่ฝีมือคนต่างชาติ มั่นใจลากคอมาดำเนินคดีได้แน่ เผยคดีบึมท้องที่ สน.มีนบุรี ปี 57 ตัวหัวโจก อ่าว อิสระส์ หรือกษิ ดิษธนรัชต์ ยังลอยนวลจับไม่ได้ ชุดสืบสวนเอาภาพมาเทียบเคียง 2 ผู้ก่อเหตุ ขณะที่นายกรัฐมนตรี กร้าว ถ้าเป็นตำรวจเก่า ทหารเก่า เกี่ยวข้องจับให้หมด พร้อมสั่งล่ามือปลอมแถลงการณ์สำนักพระราชวัง ด้านโฆษกสำนักนายกฯวอนสื่อตรวจสอบข่าวก่อนนำเสนอ

จากเหตุบึมท้าทายอำนาจรัฐบาล 2 ครั้ง แหล่งช็อปปิ้งใจกลางกรุงเทพฯ บริเวณสะพานเชื่อมระหว่างสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสสยาม กับทางเข้าห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน เมื่อค่ำวันที่ 1 ก.พ.ที่ผ่านมา ภายหลังชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดเข้าตรวจสอบพบว่า คนร้ายใช้ระเบิดชนิดไปป์บอมบ์ จุดระเบิดแบบสายชนวนหน่วงเวลาห่างกัน 5 นาที โดยกล้องวงจรปิดจับภาพคนร้าย 2 คน สวมชุดขาว ใส่หมวกสีดำ และสีขาวอำพรางใบหน้าขณะก่อเหตุชัดเจนด้วย ทั้งนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา รอง ผบ.ตร. สั่งชุดสืบสวนเข้ารื้อคดีไปป์บอมบ์ ย่านมีนบุรี เมื่อปี 57 ที่มีผู้เสียชีวิต 2 ศพ มาเทียบเคียงหาเบาะแสไล่ล่าหาตัวคนร้าย เนื่องจากระเบิดทั้ง 2 คดีนี้เป็นชนิดเดียวกัน ส่วนสาเหตุเบื้องต้น พล.ต.อ.จักรทิพย์ระบุว่า น่าจะเกี่ยวพันการเมือง ส่วนจะเกี่ยวข้องกับกรณีที่มีคนบางกลุ่มต้องการให้ยกเลิกกฎอัยการศึกหรือไม่นั้น รอง ผบ.ตร.ระบุว่าเหมือนกับไฮโลที่สามารถออกได้ทุกหน้า ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ประกาศลั่นต้องลากตัวคนก่อเหตุมาให้ได้

ยังไม่ชัวร์เรื่องจุดชนวน

ความคืบหน้าเมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 3 ก.พ. พ.ต.อ.กำธร อุ่ยเจริญ ผกก.กลุ่มงานเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด บก.สปพ.บช.น. (อีโอดี) เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบวัตถุพยานที่เก็บได้ในจุดเกิดเหตุพบว่าเป็นระเบิดชนิดไปป์บอมบ์ (ระเบิดแรงดันต่ำ) ลักษณะเป็นเหล็กทรงกระบอก ขนาดกว้าง 10 ซม. ยาว 20 ซม. บรรจุดินระเบิด หรือดินดำแรงดันต่ำ และตะปูไว้ภายใน อีกทั้งยังพบว่ามีการต่อสายชนวนออกมาเพื่อเป็นการจุดระเบิด ในกรณีของการระเบิดบนทางเชื่อมสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสสยาม พบว่าใส่ดินดำในจำนวนที่ถือว่ายังน้อย มีรัศมีในการทำลายแค่ 5-10 เมตรเท่านั้น แต่ถ้ามีใครอยู่ใกล้อาจได้รับอันตรายเช่นกัน และถ้าบรรจุดินระเบิด หรือดินดำเต็มที่ จะมีความรุนแรงในการทำลายมากถึง 20-40 เมตร อย่างไรก็ตาม ยังไม่ตัดประเด็นการจุดระเบิดด้วยวงจร หรือการตั้งเวลาออกไป เนื่องจากพบวงจรนาฬิกาดิจิตอลในจุดเกิดเหตุ เพื่อความชัดเจนมากกว่านี้ต้องรอการตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง

จะรู้สาเหตุบึมต้องรู้ตัวคนทำก่อน

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบกล้องวงจรปิดในที่เกิดเหตุ และอยู่ในกระบวนการขอหมายจับของ บช.น. ส่วนการเข้าไปเก็บหลักฐานเพิ่มเติมของเจ้าหน้าที่ พฐ.ได้รอยพิมพ์มือแฝงมาบ้าง ต้องตรวจอีกครั้งว่าลายนิ้วมือไหนเป็นลายนิ้วมือใหม่ หรือลายนิ้วมือที่คาดว่าจะเป็นของคนร้ายที่มาจับ มาเท้า หรือจับถุงที่มาวางในที่เกิดเหตุ ขณะนี้ยังไม่ได้รับการยืนยันเรื่องการออกหมายจับ เท่าที่ทราบอยู่ในกระบวนการรวบรวมพยานหลักฐาน ตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบบุคคลต้องสงสัย 2 คน ลักษณะเป็นชายเอเชีย รูปร่างสันทัด ใส่หมวกแก๊ปสีดำกับสีขาว ยังอยู่ในการวิเคราะห์ว่า 2 คนนี้ใช่หรือไม่ แต่ในภาพเห็นว่าไปนั่งอยู่ในบริเวณที่มีการระเบิด นั่งใกล้จุดระเบิดมากที่สุด และมีการถือถุงมาด้วย ยังไม่ทราบว่าใช่หรือไม่ใช่ ขอให้ทีมสืบสวนวิเคราะห์ภาพอย่างละเอียดอีกครั้ง การจะรู้ว่าสาเหตุในครั้งนี้เกิดจากอะไรต้องรู้คนทำก่อน เพราะหากให้วิเคราะห์สาเหตุเป็นไปได้หลายสาเหตุทั้งเรื่องส่วนตัว และเรื่องการเมือง

ยังไม่ไปโยงคดีอื่นกลัวหลงทาง

พล.ต.ท.ประวุฒิกล่าวต่อว่า ฝ่ายสืบสวนมีความคืบหน้าพอสมควร แต่ขอเวลาให้เจ้าหน้าที่ทำงานสักระยะหนึ่ง อย่าเพิ่งไปโยงกับคดีอื่นๆ ขอให้ทำคดีนี้ก่อน เพราะถ้าไปเชื่อมโยงกับคดีอื่นๆ แล้วไม่ใช่อาจจะทำให้หลงทางได้ ดังนั้น ต้องเอาคดีนี้เป็นหลัก สิ่งที่พบขณะนี้ และเชื่อมโยงไปยังคดีต่างๆ คือชิ้นส่วนที่เป็นตัวเปลือก เป็นแป๊บเหล็กเท่านั้นที่คล้ายกัน แต่วิธีการประกอบอาจจะแตกต่างกัน วิธี การจุดระเบิด วิธีการถ่วงเวลาก็ต่างกัน ส่วนดินระเบิดหาซื้อได้ทั่วไป ตัวจุดชนวนก็เหมือนตัวจุดประทัด ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำงานหนักมาก ถึงจะจับตัวคนร้ายไม่ได้แต่ก็จะทำให้สามารถรู้ตัวคนร้ายได้

เพิ่มกำลังกวดขันในทุกจุดเฝ้าระวัง

โฆษก ตร.ยังกล่าวต่อว่า ได้เฝ้าระวังเรื่องเหล่านี้มาตลอดในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา การเฝ้าระวังจุดเสี่ยงทั้งหมด ท้องที่วิเคราะห์ว่ามีจุดไหนที่ประชาชนมาใช้บริการจำนวนมากๆ และต้องวิเคราะห์ว่าในแต่ละช่วงเวลาจะจัดใครเข้ามาดูแล จัดกำลังเท่าไหร่ ถ้าเป็นการดูแลพื้นที่ส่วนบุคคลจะต้องประสานกับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยในพื้นที่ ขณะนี้ได้เพิ่มกำลังเพิ่มความถี่เพิ่มเวลาในการกวดขัน ในพื้นที่ กทม.สั่งเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่จาก บก.อคฝ.และบก.ทท. ส่วนต่างจังหวัดได้เพิ่มกำลังจาก ตชด. อาจจะมีจุดที่ต้องตรวจค้นสิ่งของ กระเป๋าเยอะ ขอให้ประชาชนอย่ารำคาญ เป็นเรื่องความปลอดภัยของพวกเรา บางครั้งอาจจะตรวจค้นถึงขนาดตรวจเช็กน้ำหนัก และอาจจะพบเห็นเจ้าหน้าที่มากขึ้นบ้าง ขอความร่วมมือมายังพี่น้องประชาชนที่ทราบเบาะแส หรือมีข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจเกี่ยวกับเหตุดังกล่าว ตลอดจนหากพบวัตถุต้องสงสัย แจ้งมาที่สายด่วน 191 และสายด่วนศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หมายเลข 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

น.1 เรียกประชุมชุดสืบคดีบึม

ส่วนการสืบสวนหาตัวคนร้าย เมื่อเวลา 14.00 น. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น. พล.ต.ต.ชาญเทพ เสสะเวช รอง ผบช.น. พล.ต.ต.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบช.น. พล.ต.ต.สมบัติ มิลินทจินดา ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.ธัมรงค์ วงศ์แป้น รอง ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.ชาญ แสงเสียงฟ้า รอง ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.จารุต ศรุตยาพร ผกก.สน.ปทุมวัน พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผกก.3 บก.สส. พ.ต.อ.นพรัตน์ สินมา ผกก.4 บก.สส.บช.น. พ.ต.อ.จิรภพ ภูริเดช ผกก.1 บก.ป. พ.ต.อ.กำธร อุ่ยเจริญ ผกก.กลุ่มงานเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด บก.สปพ. ชุดสืบสวน กก.สส.บก.น.6 ร่วมกันประชุมสรุปความคืบหน้าคดีดังกล่าว

เร่งออกหมายจับคนร้าย

พล.ต.ท.ศรีวราห์กล่าวหลังการประชุมว่า ขณะนี้มีความคืบหน้าค่อนข้างมาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ให้ความสนใจเป็นอย่างมาก ได้สั่งการกำชับให้เร่งรัดดำเนินการ บช.น.ได้ร่วมกันทำงานกับ บก.ป. ศูนย์สืบสวนนครบาล เร่งดำเนินการตามคำสั่ง การออกหมายจับกลุ่มผู้ต้องสงสัยที่ก่อเหตุนั้นเป็นเรื่องที่อยู่ในสำนวน คาดว่าจะต้องรอวันพรุ่งนี้อีกครั้ง ส่วนการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออนุมัติหมายจับยังอยู่ระหว่างดำเนินการ

ไม่ยืนยันปมบึม ถ้ายังจับคนร้ายไม่ได้

เมื่อถามว่า ทราบตัวคนร้ายแล้วหรือไม่ พล.ต.ท.ศรีวราห์กล่าวว่า ในชั้นนี้ต้องบอกว่าครึ่งๆ ได้ตรวจสอบจากพยานหลักฐาน ได้แก่ เอกสาร วัตถุ บุคคล ต้องตรวจสอบจากตรงนั้น ส่วนจะเป็นกลุ่มเดิมที่เคยก่อเหตุหรือไม่ ยังไม่สามารถตอบได้ อยู่ ระหว่างสืบสวน ถ้าจะบอกว่าคนร้ายเป็นมืออาชีพหรือไม่ ดูจากหลักฐานวัตถุพยานประกอบ ตนว่าห้าสิบๆ ส่วนการที่คนร้ายก่อเหตุครั้งนี้หวังผลทางการเมืองหรือไม่ ยังยืนยันไม่ได้ ตราบใดที่ยังจับคนร้ายไม่ได้ พูดไปจะเสียหาย ยังตั้งไว้หลายประเด็น แต่ ก็ไม่ได้ยึดถือตามประเด็นที่ตั้งไว้

ยืนยันคดีมีความคืบหน้า

เมื่อถามถึงกรณีการเกิดเหตุที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันกับที่ สน.มีนบุรี พล.ต.ท.ศรีวราห์กล่าวว่า วัตถุพยานคล้ายกันประมาณร้อยละ 80-90 คือไปป์บอมบ์ การประกอบระเบิด สายชนวน แต่ยังสรุป แบบนั้นไม่ได้ ยืนยันว่าการสืบสวนสอบสวนมีความคืบหน้ามาตลอด จะไม่ทำให้ประชาชนผิดหวังแน่นอน เมื่อถามว่า ขณะนี้มีผู้ต้องสงสัยกี่คนนั้น พล.ต.ท.ศรีวราห์กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีผู้ต้องสงสัย แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนสอบสวนจากพยานเอกสาร วัตถุ บุคคล ส่วนมีพยานเอกสารบ้างแล้วหรือไม่นั้น ก็ต้องมี แต่อยู่ในสำนวน ถ้าไม่มีคงไปขออนุมัติศาลไม่ได้ เช่นเดียวกับภาพจากกล้องวงจรปิดเห็นภาพคนร้ายชัดเจนแค่ไหนนั้น เป็นเรื่องที่อยู่ในสำนวน พูดไปมากไม่ได้ เพราะถ้าฟ้องร้องกันในชั้นศาล เดี๋ยวถูกนำข้อมูลไปใช้สู้คดีในชั้นพิจารณา ขอให้เข้าใจด้วย เพราะที่สุดแล้วเชื่อว่าจะต้องมีการนำตัวผู้ต้องหาไปฟ้องร้องต่อศาล

พยานยันคนร้ายไม่ใช่ต่างชาติ

เมื่อถามว่า จากที่ดูบุคลิกท่าทางคนร้ายจากกล้องวงจรปิด อยู่ในหน่วยงานราชการหรือไม่ หลังทหารออกมาปฏิเสธไม่ใช่คนทำ พล.ต.ท.ศรีวราห์กล่าวว่า ไม่ทราบ แต่คาดว่าคงไม่ใช่ ดูจากการประกอบก็ไม่ใช่ทหารโดยสิ้นเชิง ถ้าจะวัดกันอย่างนั้น วัดกันจากตัววัตถุพยานเฉยๆ เอาแค่นั้นมาวัดกันก็ไม่ใช่ทหารโดยสิ้นเชิง เพราะการประกอบระเบิดมีชุดที่เป็นผู้ต้องหาที่เราจับฟ้องอยู่แล้ว แต่ไม่ได้เอาข้อมูลแค่นั้นมาวัด ตนให้หาพยานเอกสาร และพยานบุคคลด้วย เอาพยานวัตถุมาวัดตัวเดียวมันไม่สมบูรณ์ เมื่อถามว่า ผู้ต้องสงสัย 2 คน เกี่ยวกับชาวต่างชาติหรือไม่ พล.ต.ท.ศรีวราห์กล่าวว่า คงพูดยาก อาจจะเป็นไปได้ แต่เปอร์เซ็นต์ไม่เยอะ เหตุที่พูดอย่างนี้ เพราะว่าพยานบุคคลยืนยันว่าไม่ใช่ต่างชาติ ส่วนกลุ่มสงสัยพุ่งเป้าไปกลุ่มใดมากที่สุด เป็นความลับตอบไม่ได้ เพราะเปิดเผยมากเท่าไหร่ ยิ่งทำงานได้ยากมากขึ้นเท่านั้น ขอให้ดูตอนสรุปผล

มั่นใจจับคนร้ายได้แน่

เมื่อถามว่า จะสามารถจับกุมคนร้ายได้หรือไม่ พล.ต.ท.ศรีวราห์กล่าวตอบว่า มั่นใจ 70 เปอร์เซ็นต์ในความเห็นส่วนตัว ส่วนหลังจากการอนุมัติหมายจับจะสามารถประกบตัวได้ทันทีหรือไม่ ยังไม่สามารถตอบได้ แต่อยากจะได้จับให้เร็วๆ จะได้ไม่ทำความเดือดร้อนที่อื่นอีก อย่างที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา รอง ผบ.ตร. กล่าวไปเมื่อวานว่า ขอประณามการกระทำดังกล่าว แต่ได้สั่งการเร่งรัดให้ดำเนินการให้ได้ผลโดยเร็วที่สุด ถูกต้องตรงไปตรงมา

กองทัพไม่ได้กดดันเร่งล่ามือบึม

เมื่อถามว่าจะมีเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นอีกหรือไม่ ผบช.น.กล่าวว่า คงตอบไม่ได้ แต่ขณะนี้รัฐบาลสั่งการป้องกันให้เพิ่มความเข้มในการป้องกัน เน้นบริเวณที่ชุมชนที่มีคนอยู่ค่อนข้างเยอะ ให้ฝ่ายตำรวจทหารหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปดูแล พล.อ.ประวิตร ได้กำชับให้ต้องดูแลทั้งประเทศ อย่าง กทม.ต้องไปดูแลไฟส่องสว่าง ติดกล้อง ตำรวจต้องออกตรวจให้มากขึ้น ทหารก็ต้องออกตรวจ แต่คงไม่เหมือนตอนที่รัฐประหารใหม่ๆ เพราะตอนนี้รัฐบาลเน้นหนักไปที่นโยบายปรองดอง เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องป้องกันชีวิตทรัพย์สินของประชาชน ส่วนการข่าวในทางลับต้องระมัดระวัง ในภาพรวมของประชาชนคงไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง ใช้ชีวิตได้ตามปกติ แต่ส่วนตัวของตนต้องระวังเพราะทำงานเยอะอาจจะไม่ถูกใจคนอื่น ยืนยันว่า ตำรวจทำงานเต็มที่ มีทางกองทัพเป็นพี่เลี้ยงอยู่แล้ว และทางกองทัพไม่ได้กดดัน เป็นหน้าที่ตำรวจที่ต้องทำงานกดดันตัวเองอยู่แล้วให้ต้องรีบดำเนินการ

ใช้ภาพจากกล้องขอหมายจับศาล

มีรายงานว่า พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น. สั่งการ บก.สส.บช.น. กก.สส.บก.น.6 ฝ่ายสืบสวน สน.ปทุมวัน เร่งรวบรวมพยานหลักฐานให้พนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน นำภาพกล้องวงจรปิดพร้อมสำนวนคดียื่นศาลอาญากรุงเทพใต้ออกหมายจับ ผู้ต้องหาก่อเหตุวางระเบิดสถานีรถไฟฟ้าหน้าห้างสยามพารากอน โดยใช้หลักฐานจากกล้องวงจรปิดที่บันทึกภาพคนร้ายนำระเบิดมาวางที่เกิดเหตุ เป็นชาย 2 คน คนแรกสวมเสื้อเชิ้ตแขนสั้นสีขาว กางเกงขายาวสีเข้ม ใส่หมวกแก๊ปสีน้ำตาลอ่อน สะพายกระเป๋าเป้สีดำคาดว่าใช้ใส่ระเบิด และชายอีกคนเดินตามหลังสวมเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาว กางเกงขายาวสีเข้ม ใส่หมวกแก๊ปสีดำ ชายคนดังกล่าวน่าจะเป็นคนดูลาดเลาและนั่งบังก่อนส่งสัญญาณให้เพื่อนลงมือก่อเหตุ พนักงานสอบสวนเตรียมนำหลักฐานภาพของพฤติการณ์ของคนร้ายดังกล่าวเป็นหลักฐานเพื่อยื่นศาลออกหมายจับ ภายในวันที่ 3 ก.พ.

บ้านซุกบึมคดีเก่าร้างปิดตาย

มีรายงานว่า เมื่อเย็นวันที่ 2 ก.พ.ที่ผ่านมา พ.ต.อ.กัญชล อินทราราม ผกก.สน.มีนบุรี นำกำลังเข้าตรวจสอบบ้านเช่าเลขที่ 49/1 ถนนราษฎร์อุทิศ แขวงแสนแสบ เขตมีนบุรี กทม. เป็นบ้านที่พบระเบิดไปป์บอมบ์ 5 ลูก ซุกซ่อนไว้ในบ้าน หลังจากเมื่อค่ำวันที่ 29 มี.ค.57 เกิดเหตุระเบิดที่ลานดินใกล้บ้านเช่าหลังนี้ ทำให้นายเกรียงไกร สินอำนวย อายุ 50 ปี ชาว จ.ขอนแก่น และนายบุญเลื่อน ปินตา อายุ 41 ปี ชาว จ.แพร่ เสียชีวิตคาที่ทั้งคู่ขณะขี่รถ จยย.หิ้วระเบิด แต่เกิดพลาดระเบิดขึ้น โดยการตรวจค้นพบว่าบ้านหลังดังกล่าวที่กลุ่มผู้ต้องหาเช่าถูกปิดตาย เป็นบ้านร้างไม่มีใครมาอยู่อาศัย

กษิ ดิษธนรัชต์ หัวโจกยังลอยนวล

สำหรับคดีระเบิดท้องที่ สน.มีนบุรี เมื่อปี 57 พนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานออกหมายจับผู้ที่เกี่ยวข้อง คือ นายอ่าว อิสระส์ หรือนายกษิ ดิษธนรัชต์ อายุ 52 ปี หัวหน้าแก๊งผู้ติดต่อเช่าบ้าน อยู่บ้านเลขที่ 30 ถนนรักษ์ชนะอุทิศ อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส มีหมายจับศาลอาญาที่ 411/2554 สภ.บางบัวทอง ในคดีเหตุระเบิดสมานเมตตา แมนชั่น อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี วันที่ 21 ต.ค.53 หลังพบว่า นายกษิใช้ชื่อปลอมว่านายอ่าว อิสระส์ มาเช่าห้อง จากการตรวจรูปถ่ายนั้นเป็นคนเดียวกันกับนายกษิ คนเช่าบ้านซุกระเบิดในท้องที่ สน.มีนบุรี นอกจากนี้ ชุดสืบสวนตรวจสอบทราบว่า คดีระเบิดยังสอดคล้องกับเหตุวางระเบิดช่วงเดือน มี.ค.57 หน้าสถาบันพัฒนาข้าราชการตุลาการ และที่หน้าสำนักงานอัยการสูงสุด ถนนรัชดาภิเษก ขณะนี้ตำรวจยังจับกุมนายกษิไม่ได้

ใช้ภาพผู้ต้องหาคดีเก่าเทียบ 2 มือบึม

จากการสืบสวนทราบว่านายกษิ และผู้ตายเช่าบ้านอยู่กับพวกรวม 12 คน แต่พนักงานสอบสวน สน.มีนบุรี รวบรวมพยานหลักฐานขอศาลอนุมัติหมายจับได้ 5 คน คือ นายกษิ นายอ็อด พยุงวงศ์ หรือนายยงยุทธ พบแก้ว นางนวลอนงค์ อาณารัตน์ น.ส.ธัญธิตา จิรอติชัย และนายสุชาติ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา จับกุม น.ส.ธัญธิตาได้เพียงคนเดียว ที่เหลือยังหลบหนี โดยชุดสืบสวนคลี่คลายคดีระเบิดสถานีรถไฟฟ้าสยาม จะนำรูปมือระเบิดที่ภาพกล้องวงจรปิดบันทึกไว้ได้ เปรียบเทียบกับรูปผู้ต้องหาคดีระเบิดมีนบุรีที่ยังหลบหนี และผู้ต้องสงสัยที่เหลือว่าตรงกันหรือไม่

“บิ๊กตู่” กร้าวไล่ล่ายกก๊วนป่วนเมือง

ด้านท่าทีของผู้นำรัฐบาลเกี่ยวกับเรื่องนี้ เวลา 13.15 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าของการติดตามมือวางระเบิดใกล้สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส หน้าห้างสยามพารากอนว่า แสดงว่ายังมีคนบางประเภทไม่เข้าใจบ้านเมืองเราอยู่ในสถานการณ์อะไร มุ่งหวังเพียงทำให้เกิดความขัดแย้ง ทำให้เกิดความรุนแรง สร้างผลกระทบต่อการท่องเที่ยว การค้า การลงทุน วันนี้เรื่องของบ้านเมืองเขาต้องคิดว่าเขาเป็นคนไทยหรือเปล่าที่ทำแบบนี้ วันนี้ฝ่ายความมั่นคงได้รายงานมาแล้ว โดยตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด ที่กำลังดำเนินการสืบความเชื่อมโยงให้ได้ คงต้องดำเนินการตามกฎหมายอย่างเข้มงวดถึงผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด

เพิ่มมาตรการเข้มพื้นที่เสี่ยง

“ขอเตือนไว้ก่อน วันนี้ได้สั่งการการป้องกันอาชญากรรม การกระทำการทุจริตผิดกฎหมายต้องเข้มงวด ให้ คสช.ดำเนินการอย่างเต็มที่ ในการเพิ่มวางกำลังในพื้นที่ที่มีความเสี่ยง แต่ต้องระมัดระวังผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในกรณีที่ใช้ทหารออกทำงานในพื้นที่ สถานการณ์กำลังไปดีๆอยู่แล้ว ถ้าไม่จัดคนดูแลเพิ่มเติมคงไม่ได้ สิ่งหนึ่งต้องทำความเข้าใจว่า ไม่ใช่ว่ามีกฎหมายความมั่นคงแล้ว หรือมีกฎอัยการศึกแล้วทุกคนจะกลัว นี่แสดงว่ามันยังมีอยู่ เข้าใจว่าเราไม่ได้ทำอะไรเข้มงวดขนาดนั้น เขาเลยใช้วิธีการเหล่านี้ และเคยเกิดมาหลายครั้ง ลองไปดูว่าเหตุการณ์แบบนี้เคยเกิดขึ้นในสถานการณ์ไหน เช่น ปี 53 มีเหตุการณ์การใช้ความรุนแรงมาตอบโต้รัฐบาล พอปี 56-57 ใช้ความรุนแรงมาตอบโต้กลุ่มต่อต้าน เหตุการณ์แบบนี้มาจากใครคิดกันเอาเอง จากใครไม่รู้ ถ้าไม่ใช่พวกไหนต้องหาตัวพวกที่ว่านี้มา อย่าไปให้ความสำคัญมากนัก โชคดีที่ไม่มีคนบาดเจ็บสูญเสีย ถือเป็นบทเรียน เป็นบทเรียนทุกเรื่องที่ฝ่ายความมั่นคงต้องไปเข้มงวดหามาตรการ เพราะมันจะอันตรายมากขึ้นในช่วงที่เป็นเออีซี” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

ทหารเก่า–ตร.เก่าทำผิดจับหมด

ถามว่าฝ่ายความมั่นคงได้ประเมินหรือไม่ว่า ผู้ก่อเหตุสร้างสถานการณ์เพื่ออะไร พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า เห็นหนังสือพิมพ์ทุกฉบับประเมินกันมาแล้วโน่นนี่ รู้คำตอบดีอยู่แล้ว จะมาจากใครล่ะ ตนไปทำเอง เหรอ มีคนวิพากษ์วิจารณ์ว่า 1.มาจากรัฐบาล คสช. ทำเอง เพื่อต่อกฎอัยการศึก ไอ้พวกนี้สมองเสีย มันเขียนอย่างนี้ได้อย่างไร ไม่มีใครเขาลงทุนขนาดนั้นหรอก 2.การแย่งชิงจ่าฝูงในกองทัพบก การโยกย้ายในกองทัพบกจะมีเดือน ต.ค.โน่น ยังไม่มีปรับย้าย หรือจะเป็นตำรวจนอกแถว กำลังตรวจสอบทั้งหมด จะเกี่ยวข้องทหารเก่า ตำรวจเก่า ต้องลงโทษอยู่แล้ว ไม่ต้องกลัว อย่าไปให้ความสำคัญมากนัก ไปหามาตรการจะเฝ้าระวัง จะช่วยดูแล และแจ้งเจ้าหน้าที่กันอย่างไร นั่นคือสิ่งที่ทุกคนต้องช่วยกัน เป็นหน้าที่ของทุกคนในชาติ เจ้าหน้าที่มีจำนวนจำกัด เขาทำเต็มที่ เว้นแต่ว่าปล่อยปละละเลย แต่อันนี้คงไม่ใช่ เพราะเป็นพื้นที่สัญจรไปมา ไม่คาดคิดว่าใครจะต้องมาทำแบบนี้ แสดงว่าไม่เห็นใจประเทศไทยกันเลย

เชื่อต่างชาติเข้าใจเหตุการณ์

เมื่อถามต่อว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต้องทำความเข้าใจต่างชาติอย่างไร พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า วันนี้ต่างชาติเข้าใจในเหตุการณ์ เรื่องที่เกิดขึ้นไม่เกิดประโยชน์กับใครเลย 1.ไม่เกิดประโยชน์กับตน 2.ยิ่งทำให้ต่างชาติมองไทย ยังมีเหตุการณ์อย่างนี้ต้องเข้าใจเรายิ่งหนักไปกว่าเดิม คนที่คิดทำแบบนี้มันแย่ เมื่อถามกรณีที่สหรัฐอเมริกา ออกแถลงการณ์การเตือนนักท่องเที่ยวชาวสหรัฐฯที่มาเที่ยวไทยให้ระมัดระวังจะมีผลกระทบอะไรหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า อย่าไปยุ่งกับเขามากนัก ชี้แจงไปแล้วจบแล้ว มันอะไรนักหนา วันหน้าต้องคบค้าสมาคมกันอยู่แล้ว ส่วนเรื่องการท่องเที่ยวเราสร้างความมั่นใจ จะดูแลให้มากที่สุด กระทรวงการท่องเที่ยวฯได้ชี้แจงว่าไม่มีผลกระทบเท่าไหร่ มันขึ้นอยู่กับว่าเราจะขยายความขยายข่าวให้ครึกโครมแค่ไหน นั่นแหละมีผลกระทบ วันนี้ตนคิดว่ายังน้อย ต้องยืนยันกลับไปว่าจะดูแลให้ดีที่สุด เหมือนทุกประเทศ โอกาสจะเกิดขึ้นก็มีทุกประเทศ เห็นอยู่ว่ามีเหตุการณ์ลักษณะเหล่านี้ เรามีแต่น้อยนิดเดียว ไม่มีใครบาดเจ็บ แต่เราต้องป้องกันต่อไปให้ได้ในคราวหน้า อย่าไปขยายความให้เขาเลย

ลั่นจับถึงตัวบงการใหญ่

เมื่อถามว่าจะติดตามจับคนที่อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ พล.อ.ประยุทธ์ ตอบว่า “ใครเกี่ยวข้องจับหมด จะเลือกจับได้ไหมเล่า จับหมดแหละ คนวางต้องจับ อยู่ดีๆมันจะมาบ้าวางเล่นหรือไง ต้องจับ ใครสั่งมัน ก็ไปสอบมา ถึงใครก็จับมา ใครไม่อยู่ก็ออกหมายจับไป ก็ได้อยู่แล้ว วันนี้ให้โอกาสผ่อนผันอะไรเยอะแยะ ยังสร้างความรุนแรงเกิดขึ้น

ผมถามว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น ท่านยืนยันกับผมไหมว่าถ้าไม่ใช้กฎหมายพิเศษแล้วจะไม่มีเรื่อง แต่วันนี้ยังมีเรื่อง ผมถามว่าคนเหล่านี้เป็นใคร ไปหามา ไม่ได้โมโหเลยนะเนี่ย” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

ฉุนพวกก่อหวอดกระทบคนบริสุทธิ์

เมื่อถามว่า กังวลหรือไม่ว่าเหตุการณ์จะเกิดขึ้นอีก พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า อย่าใช้คำว่ากังวล ตนเป็นห่วงคนไทย คนบริสุทธิ์ที่จะต้องมีปัญหาเดือดร้อน ต้องเขียนให้ตนว่า วันนี้รัฐบาลกำลังสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว สังคม แต่มีคนเหล่านี้มา แทนที่จะมาว่าตนว่าดูแลไม่ดี ต้องไปตำหนิฝ่ายโน้น การเสนอข่าวความรุนแรงบางครั้งโอเคเป็นข้อเท็จจริง แต่ถ้าเสนอความรุนแรงมากๆ กลายเป็นว่าประเทศไทยเคยชินกับความรุนแรง เรื่องความรุนแรงไม่เห็นสรุปเลยว่าอย่างนี้ไม่ถูกต้อง เอาปืนมายิงกัน คนฟังกันทุกวันก็ชิน มันยิงกันธรรมดาปกติ ยามยิงคน คนยิงยาม วันนี้กำชับไปแล้ว ต้องไปดูว่าเกิดอะไรขึ้นในสังคมของคนไทย ไปแก้ที่มิติของสังคม เรื่องนี้สำคัญ ไม่ต้องไปขยายความรุนแรงให้กับเขา นี่คือหน้าที่ของสื่อทุกแขนงที่ตนอยากขอร้อง ทั้งนี้ เหตุการณ์นี้ไม่กังวล แต่เป็นห่วงการบังคับใช้กฎหมายที่ต้องใช้อย่างสร้างสรรค์ ก่อนหน้าตนเข้ามามันใช้ได้บ้างไหม เขียนให้ตายไม่ทำ ถ้าจิตสำนึกคนมันไม่ได้ กฎหมายเป็นเครื่องมือของเจ้าหน้าที่ อย่าเอากฎหมายมาเป็นพันธกรณีให้เจ้าหน้าที่ทำงานไม่ได้

ทหารเฝ้าระวังจุดล่อแหลม

ขณะที่ พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม และ ผบ.ทบ.ให้สัมภาษณ์หลังประชุม ครม.ถึงข้อกังวลจากเหตุระเบิดที่สยามพารากอนว่า รัฐบาลและกองทัพไม่ได้นิ่งนอนใจ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม สั่งหน่วยงานความมั่นคงดูแลเต็มที่ ปรับแผนความร่วมมือ เจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลภาพรวมโดยทั่วไป ส่วนทหารเป็นฝ่ายสนับสนุน ตรวจตราจุดล่อแหลมยามวิกาล ขณะนี้ตำรวจกำลังติดตามตัวมือวางระเบิด ขอประชาชนมั่นใจ ดำเนินชีวิตตามปกติ อย่าตื่นตระหนก หากมีอะไรผิดสังเกตให้แจ้งมา

“บิ๊กป้อม” เชื่อเอี่ยวการเมือง

ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และ รมว.กลาโหม กล่าวถึงความคืบหน้าการจับกุมตัว คนร้ายที่ลอบวางระเบิดบริเวณทางเชื่อมระหว่างสถานี รถไฟฟ้าบีทีเอสสยามกับห้างสรรพสินค้าสยามพารากอนว่า ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่กำลังดำเนินการติดตาม ขอเวลาให้ตำรวจได้ทำงานก่อน ส่วนจะเกี่ยวกับเรื่อง การเมืองหรือไม่ ตนคิดว่าก็ใกล้เคียง

สหรัฐฯ–อังกฤษปรับคำเตือน

มีรายงานว่า สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย และสถานเอกอัครราชทูตอังกฤษประจำประเทศไทย ได้ปรับคำแนะนำสำหรับนักท่องเที่ยวในชาติของตนเอง โดยสถานทูตสหรัฐอเมริกา ได้ประกาศเตือนเรื่องความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวและชาวอเมริกันที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย ว่า ถึงแม้สถานการณ์ในไทยจะสงบมาตลอด 6 เดือนที่ผ่านมา แต่เหตุระเบิดที่บริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน ทำให้เห็นว่าเกิดเหตุไม่คาดฝันในไทยได้ตลอดเวลา ขอให้ประชาชนเพิ่มความระมัดระวัง และสังเกตสิ่งรอบตัว โดยเฉพาะเมื่ออยู่ในสถานที่ที่มีคนหนาแน่น รวมถึงหากพบเห็นสิ่งของต้องสงสัยที่วางไว้โดยไม่มีผู้ดูแล ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นโดยทันที และติดตามประกาศเตือนจากกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯอย่างต่อเนื่อง ขณะที่สถานทูตอังกฤษ ระบุว่ามีความเป็นไปได้สูงที่จะเกิดการก่อการร้ายด้วยการวางระเบิด หรือปาระเบิดมือในสถานที่ ท่องเที่ยวหรือแหล่งชุมชน จึงขอให้นักท่องเที่ยวสังเกตสถานการณ์รอบตัว และทำตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นอย่างเคร่งครัด

กต.ยันไม่กระทบนักลงทุน–นทท.

ด้านนายรัศม์ ชาลีจันทร์ รองอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีที่สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย และสถานเอกอัครราชทูตอังกฤษ ประจำประเทศไทยได้มีข้อความแนะนำประชาชนของประเทศตนเอง ให้เพิ่มความระมัดระวังขณะอยู่ในประเทศไทย หลังเกิดเหตุลอบวางระเบิดบริเวณสถานีรถไฟฟ้าสยามสแควร์ หน้าห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน ว่า เป็นแนวทางปฏิบัติตามปกติของสถานเอกอัครราชทูต หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการดูแลความปลอดภัยให้กับพลเมืองของตนเอง อย่างไรก็ตาม เรื่องความเชื่อมั่นจากต่างชาติ กระทรวงการต่างประเทศได้ส่งข้อมูลให้สถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ของไทยไว้เพื่อชี้แจงต่อต่างประเทศ เชื่อว่าจะไม่มีผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนในประเทศไทย และการตัดสินใจของนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาไทย

ขอเวลาตามจับมือปลอมแถลงการณ์

ส่วนเรื่องการติดตามขบวนการปลอมแถลงการณ์ สำนักพระราชวังเผยแพร่ทางโซเชียลมีเดีย เมื่อเย็นวันที่ 2 ก.พ. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ต้องหาผู้ทำเอกสารปลอมดังกล่าวให้ได้ ต้องใช้เวลาในการติดตาม แต่คิดว่าผู้ที่ปล่อย บ่อยครั้งมีจิตใจที่แย่ ใช้ไม่ได้ คิดว่าคนไทยทั้งประเทศรับไม่ได้อยู่แล้ว ดังนั้น อย่าไปเชื่ออะไรที่ผลีผลาม เมื่อคืน (2 ก.พ.) พอทราบได้สั่งการ ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จนได้รับการยืนยันก็ให้รีบแถลง เพราะเดี๋ยวจะเป็นปัญหา เช่นเดียวกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง และ รมว.กลาโหม กล่าวว่า ต้องไปถามคนทำว่ามีเจตนาทำเพื่ออะไร ทั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่พยายามป้องกันการเผยแพร่สิ่งที่ไม่ถูกต้องว่าจะทำอย่างไรให้สามารถป้องกันคนที่ไม่ดีและคนที่จ้องกระทำผิด เจ้าหน้าที่ก็พยายามป้องกัน อีกทั้งจะนำบทลงโทษมาบังคับใช้อย่างจริงจัง เพราะไม่มีใครอยากให้มีคนทำเรื่องนี้ให้เกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม สิ่งใดที่ไม่เป็นไปตามกฎหมายทางเจ้าหน้าที่ก็อยากจับกุมทั้งนั้น

บิ๊กโด่งบอกอย่านำเรื่องมาโยงกัน

พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม และผบ.ทบ.ให้สัมภาษณ์อีกครั้งถึงกรณีมีการปลอมแปลงเอกสารแต่งตั้งผู้สำเร็จราชการแทน เป็นเหตุการณ์ต่อเนื่องจากเหตุการณ์ระเบิดหน้าห้างสรรพสินค้าพารากอน ถือว่าสถานการณ์น่าเป็นห่วงหรือไม่ว่า อย่านำเรื่องทั้งหมดมาโยงกัน จะคิดมากไปกันใหญ่ สิ่งต่างๆที่ไม่ดีก็หาต้นตอ ไม่ควรขยายความไป นายกฯเองกำชับแล้วว่าให้หาต้นตอคนทำเอกสารปลอม

ขอสื่อตรวจสอบก่อนนำเสนอ

เย็นวันเดียวกัน พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า แถลงการณ์ที่ถูกแชร์ในโลกโซเชียลเน็ตเวิร์ก เป็นข้อมูลเท็จที่ทำขึ้นจากผู้ไม่หวังดีต่อบ้านเมือง รัฐบาลได้มอบฝ่ายความมั่นคงติดตามผู้ไม่หวังดีมาดำเนินคดีโดยด่วนแล้ว สื่อมวลชนบางส่วนที่นำมาเผยแพร่ โดยปราศจากการตรวจสอบที่ถี่ถ้วน ขอให้เพิ่มความระมัดระวัง เพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อน สร้างผลกระทบหลายมิติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อจิตใจพี่น้องประชาชน รัฐบาลเข้าใจว่าสื่อต้องทำงานแข่งกับเวลา แต่ความชัดเจนความถูกต้องของข้อมูลก็เป็นหลักปฏิบัติพื้นฐานที่ทุกสื่อพึงรักษาไว้ รัฐบาลขอขอบคุณทุกฝ่ายที่ช่วยกันสยบข่าวบิดเบือน และสร้างความกระจ่างได้ในเวลาไม่นาน แต่ขอว่าไม่ควรมีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอีก

กสทช.เต้นแจ้งค่ายมือถือ

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า กสทช. ได้มีหนังสือสั่งการให้ผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรศัพท์มือถือและผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ต (ไอเอสพี) ทุกราย ตรวจสอบและยับยั้งการเผยแพร่ รวมทั้งให้ดำเนินการปิดกั้นการเผยแพร่ข้อมูลเนื้อหาข้อความที่มีการอ้างว่าเป็นแถลงการณ์ของสำนักพระราชวังโดยทันที ทั้งนี้ เนื่องจากรัฐบาลได้แจ้งให้ทราบแล้วว่าข้อมูลข่าวสารดังกล่าวไม่เป็นความจริง การส่งต่อผ่านทางสังคมออนไลน์ (โซเชียลมีเดีย) นั้น ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักรอย่างร้ายแรง ผู้กระทำความผิดจะถูกลงโทษตามมาตรา 112 ตามประมวลกฎหมายอาญา

คาดส่งมาจาก ตปท.

พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ได้รับคำยืนยันจากโฆษกรัฐบาลว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องไม่จริงและอยู่ระหว่างการสืบหาต้นตอ เนื่องจากเป็นการกระทำที่ไม่บังควรอย่างยิ่ง กำลังอยู่ระหว่างการตรวจหาที่มา น่าจะเป็นการส่งมาจากต่างประเทศ เท่าที่ตรวจสอบยังไม่พบการเชื่อมโยงกับกลุ่มเว็บไซต์หมิ่นฯเครือข่าย “บรรพต” ที่ตำรวจจับมาแถลงข่าวเมื่อวันที่ 2 ก.พ.ที่ผ่านมา

ล่าสุด เมื่อเวลา 20.00 น. มีรายงานว่า พนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน ได้นำภาพจากกล้องวงจรปิดของห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน เป็นภาพผู้ต้องสงสัย 2 คน เป็นชายลักษณะผอมสวมเสื้อยืดแขนสั้นสีขาว กางเกงสีดำ สะพายเป้สีดำ สวมหมวกแก๊ปสีเทา และชายลักษณะท้วมสวมเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาว กางเกงสีดำ สวมหมวกแก๊ปสีดำ มือซ้ายถือถุง ไปขอหมายจับทั้งคู่จากศาลอาญากรุงเทพใต้ ในข้อหา “มีวัตถุระเบิดไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต พยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และทำให้เกิดระเบิดจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่ร่างกาย” โดยศาลอาญากรุงเทพใต้ได้อนุมัติหมายจับกุมตามคำร้อง โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจชั้นผู้ใหญ่จะแถลงรายละเอียดเรื่องนี้ในวันที่ 4 ก.พ.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้