วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
'ช้างศึก'เจ็บแค่1 พร้อมดวลแข้ง อุซเบกิสถาน

'ช้างศึก'เจ็บแค่1 พร้อมดวลแข้ง อุซเบกิสถาน

  • Share:

ขุนพลนักเตะ “ช้างศึก” ทีมชาติไทย เตรียม ลงสนามฟาดแข้งนัดที่ 2 ของศึกฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 43 พบกับอุซเบกิสถาน ในวันนี้ (4 ก.พ.) เวลา 19.00 น. เผยนักเตะตัวหลักสลัดหลุดอาการบาดเจ็บกลับมาเกือบครบ ขาดแค่ “เจ้ากอล์ฟ” อดิศักดิ์ ไกรษร เพียงคนเดียวเท่านั้น “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง กุนซือใหญ่ ใช้แผนระบบ 4-3-3 บดขยี้ โดยวาง “เมสซี่เจ” เป็นหัวหอกตัวเป้าเช่นเดิม

ขณะที่อุซเบกิสถานหมดสิทธิ์ใช้งานมาชาริปอฟ จาโลลิดดิน และชามชิตดินอฟ โตเคอร์จอน ที่โดนตะเพิดในนัดแรก ส่วนการแข่งขันอีกคู่ในวันเดียวกัน เกาหลีใต้ ชุดยู-23 จะพบกับฮอนดูรัส เริ่ม 16.00 น. ไทยรัฐทีวียิงสดให้ชมเต็มอิ่มทั้ง 2 คู่

ความเคลื่อนไหวของทีม “ช้างศึก” ทีมชาติไทย หลังจากที่เอาชนะฮอนดูรัส 3-1 ในนัดประเดิมสนามศึกลูกหนังชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 43 และมีโปรแกรมจะลงฟาดแข้งนัดที่ 2 พบกับ อุซเบกิสถาน ที่นัดแรกแพ้เกาหลีใต้ ชุดยู-23 มา 0-1 ในวันนี้ (4 ก.พ.) เวลา 19.00 น. ที่สนามเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา จ.นครราชสีมา โดยไทยรัฐทีวีถ่ายทอดสดให้ชมเช่นเดิม ล่าสุดเมื่อเย็นวันที่ 3 ก.พ.ที่ผ่านมา ทีมได้เดินทางไปฝึกซ้อมที่สนามเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา ซึ่งเป็นสนามแข่งจริง โดยมีใกล้รุ่ง ตรีจักรสังข์ ผู้ช่วยโค้ชนำซ้อมแทน “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง กุนซือใหญ่ ที่ติดภารกิจงานแถลงข่าวของสมาคมฟุตบอลฯ ที่กรุงเทพฯ ทั้งนี้ บรรดานักเตะที่ได้รับบาดเจ็บมาก่อนหน้า ทั้งกวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ นายทวารเป็นแผลที่หน้า, ภิญโญ อินพินิจ ที่เจ็บข้อเท้า, มิก้า ชูนวลศรี เล็บนิ้วก้อยขวาฉีก รวมทั้งอดิศักดิ์ ไกรษร ที่เจ็บไหล่ซ้าย ได้ลงซ้อมด้วย

หลังการฝึกซ้อม โค้ชใกล้รุ่งกล่าวว่า นักเตะที่มีอาการบาดเจ็บติดตัวมาก่อนหน้านี้จะพร้อม 100 เปอร์– เซ็นต์สำหรับการพบอุซเบกิสถาน ยกเว้นอดิศักดิ์ ที่ยังไม่สมบูรณ์นัก เราจะใช้การเล่นสไตล์ต่อบอลตามช่องตามที่เราถนัดเข้าสู้กับอุซเบกิสถาน แม้พวกเขาจะมีรูปร่างที่สูงใหญ่แต่เชื่อมั่นว่าเราสู้ได้แน่

ขณะที่ “ซิโก้” ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ว่า สภาพนักเตะโดยรวมถือว่ามีความพร้อม โดยผู้เล่นที่จะใช้ลงสนามจะยึดจากในนัดแรกที่เอาชนะฮอนดูรัสมาได้เป็นหลักไว้ก่อน เกมนี้เราจะประมาทไม่ได้ และต้องการชัยชนะด้วย เพื่อเพิ่มโอกาสในการคว้าแชมป์
สำหรับผู้เล่น 11 คนแรกของทีมไทยที่คาดว่าจะลงสนาม ในระบบ 4-3-3 ประกอบไปด้วย ผู้รักษาประตู กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ กองหลัง แบ็กซ้าย พีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา คู่เซ็นเตอร์แบ็ก มิก้า ชูนวลศรี กับสุทธินันท์ พุกหอม แบ็กขวา นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม แผงมิดฟิลด์ สารัช อยู่เย็น, ปกเกล้า อนันต์, ประกิต ดีพร้อม โดยแนวรุก 3 คน ด้านซ้าย เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์, ด้านขวา มงคล ทศไกร และมีชนาธิป สรงกระสินธ์ ยืนเป็นกองหน้าตัวเป้า

ทางด้านอุซเบกิสถานจะไม่มีมาชาริปอฟ จาโลลิดดิน ที่ถูกแบน 1 นัด และชามชิตดินอฟ โตเคอร์จอน แบ็กขวาที่ไปสาวหมัดใส่นักเตะเกาหลีใต้อย่างน่าเกลียดในนัดแรก จนถูกแบน 2 เกม และโดนส่งตัวกลับบ้านไปแล้ว

ส่วนสถิติที่ผ่านมาจากบันทึกของสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือฟีฟ่า ทั้ง 2 ทีมเคยเจอกันมาแล้ว 7 ครั้ง ไทย ชนะ 5 แพ้ 2 นอกจากนี้ เมื่อปีที่แล้ว ทีมเยาวชนอายุไม่เกิน 19 ปี เจอกันในศึกชิงแชมป์เอเชีย รอบ 8 ทีมสุดท้าย ที่เมียนมาร์ ซึ่งอุซเบกิสถานเฉือนชนะ 2-1 พร้อมคว้าสิทธิ์ไปบอลเยาวชนโลกด้วย

การแข่งขันฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 43 ประจำวันที่ 4 ก.พ. ที่สนามเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษาฯ จ.นครราชสีมา มีการฟาดแข้ง 2 คู่ โดยคู่แรก เกาหลีใต้ ชุดยู-23 พบ ฮอนดูรัส เริ่ม 16.00 น. และทีมชาติไทย พบ อุซเบกิสถาน เริ่ม 19.00 น. ไทยรัฐทีวีและช่องสยามสปอร์ตฟุตบอล ถ่ายทอดสดให้ชมกันทั้ง 2 คู่

นอกจากนี้ “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ที่ได้รับมอบหมายจากสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ให้เป็นผู้รับผิดชอบดูแลทีมชาติไทย 3 ชุด ประกอบไปด้วย โอลิมปิก รอบคัดเลือก (อายุไม่เกิน 22 ปี), ซีเกมส์ ครั้งที่ 28 (อายุไม่เกิน 23 ปี) และฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก เปิดเผยว่า ถึงตอนนี้ได้ลิสต์รายชื่อผู้เล่นทั้ง 3 ชุดออกมาแล้ว โดยจะแยกชัดเจนว่าใครเล่นในรายการไหนเพื่อให้นักเตะได้ทราบและเตรียมตัวสำหรับลงเล่นในปี 2015 ซึ่งจะมีการประกาศหลังจบศึกชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 43 ตนและทีมงานได้วางแผนการทำทีมในชุดต่างๆ ไว้แล้ว เนื่องจากเรามีเวลาจำกัด เกรงว่าหากปล่อยเวลาให้เนิ่นนานออกไปจะไม่ส่งผลดี ซึ่งตอนนี้มี รายชื่อนักเตะของแต่ละชุดแล้ว ไม่ว่าจะเป็นฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก, ซีเกมส์ ที่สิงคโปร์ ที่แข่งมิถุนายน และฟุตบอลอายุไม่เกิน 23 ปี ชิงแชมป์เอเชีย ที่จะคัดไปโอลิมปิกเกมส์ 2016 ในเดือนมีนาคมนี้ อย่างไรก็ตาม อาจมีนักเตะบางคนที่สามารถลงเล่นได้ในทั้ง 3 รายการข้างต้น แต่สตาฟฟ์โค้ชก็จะตัดสินใจอีกครั้งว่าจะให้ลงเล่นในรายการไหนบ้าง เนื่องด้วยมีบางรายการที่เวลาคาบเกี่ยวกันเอง

ทั้งนี้จะมีการติดตามดูฟอร์มนักเตะอย่างใกล้ชิดในฟุตบอลโตโยต้า ไทยพรีเมียร์ลีก หากใครทำผลงานไม่ดี แม้จะมีชื่ออยู่แต่ก็มีโอกาสที่อาจจะหลุดทีมก็ได้ ขณะเดียวกัน สมาคมฟุตบอลฯต้องหาโปรแกรมอุ่นเครื่องให้ทีมชาติไทย อย่างในเดือนมีนาคมที่มีโปรแกรมของโอลิมปิก รอบคัดเลือก ก็ควรต้องมีเกมอุ่นเครื่องให้ทีมชุดใหญ่ด้วย

สำหรับกรณีของ “อุ้ม” ธีราทร บุญมาทัน, “มุ้ย” ธีรศิลป์ แดงดา รวมถึงคนอื่นๆ อย่าง ประทุม ชูทอง, จักรพันธ์ พรใส, อนาวิน จูจีน ฯลฯ นั้น ตนยืนยันว่าจะเรียกมาติดทีมชุดฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก เพราะถือเป็นผู้เล่นชุดใหญ่ เช่นเดียวกับคนอื่นๆ ก็จะเรียกมาตามฟอร์มของแต่ละคนที่เล่นให้กับต้นสังกัดในศึกโตโยต้า ไทยพรีเมียร์ลีก กุนซือจอมตีลังกากล่าวปิดท้าย

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้