วันอาทิตย์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

กกร.พบแบงก์ชาติ 11 ก.พ.

วิตกบาทแข็งฉุดส่งออกตบเท้าขอความช่วยเหลือ

นายอิสระ ว่องกุศลกิจ ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยภายหลังประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ที่ประกอบด้วยสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย, สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.), สมาคมธนาคารไทยว่า กกร. มีมติว่า กกร.เป็นห่วงอัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาท ที่มีแนวโน้มแข็งค่า มากกว่าประเทศเพื่อนบ้านหลายๆประเทศ ซึ่งจะเป็นอุปสรรคต่อการส่งออกของไทยในปีนี้ ดังนั้นในวันที่ 11 ก.พ.นี้ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทยจะเป็นตัวแทนของ กกร.เข้าไปหารือกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ถึงแนวทางการช่วยเหลือเพื่อให้ค่าเงินบาทมีเสถียรภาพและใกล้เคียงกับประเทศอื่นๆในภูมิภาคเอเชีย

นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศ ไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า กกร.เตรียมเสนอให้คณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) ออกมาตรการลดภาษีให้กับกลุ่มผู้ประกอบการเอสเอ็มอีลงเป็นระดับขั้นบันได คือ หากมียอดขายไม่เกิน 50 ล้านบาทต่อปี ควรถูกเรียกเก็บภาษีเงินได้ 5% ยอดขายไม่เกิน 100 ล้านบาทต่อปี เก็บภาษี 15% และหากยอดขายไม่เกิน 200 ล้านบาทต่อปี เก็บภาษี 15% จากอัตราปัจจุบันที่กำหนดให้ผู้ประกอบการที่มียอดขายไม่เกิน 3 ล้านบาทต่อปี เก็บภาษี 15% และหากมียอดขายเกิน 3 ล้านบาท ต่อปีขึ้นไป จัดเก็บ 20% สำหรับข้อเสนอด้านอื่นๆได้เตรียมที่จะเสนอ กรอ.จัดตั้งคณะกรรมการปฏิรูประบบราง, การส่งเสริมการใช้สินค้าของประเทศไทย เป็นต้น “กรณีกฎอัยการศึกที่ยังไม่มีการยกเลิกประกาศบังคับใช้ กกร.มองว่า ภาครัฐยังคงห่วงในหลายๆประเด็น ซึ่งจะยกเลิกหรือเปลี่ยนแปลงอย่างไรขึ้นอยู่กับรัฐบาลจะเห็นเหมาะสม แต่หากสามารถเปลี่ยนมาใช้กฎหมายอื่น เข้ามาทดแทนกฎอัยการศึก จะส่งผลดีต่อภาพพจน์ของประเทศมากกว่า”

นายบุญทักษ์ หวังเจริญ ประธานสมาคมธนาคารไทยกล่าวว่า มีความกังวลค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับคู่แข่งทางการค้า เห็นว่าจะต้องเตรียมตัวรับมือกับความผันผวนของค่าเงินที่จะมีเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะภาคการค้าที่จะต้องลำบากมากขึ้น และจะต้องติดตามใกล้ชิด.

นายอิสระ ว่องกุศลกิจ ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยภายหลังประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ที่ประกอบด้วยสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย... 4 ก.พ. 2558 00:28 4 ก.พ. 2558 00:28 ไทยรัฐ