วันพุธที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ทีมเมืองหลวง

การประเดิมชัยเหนือแข้งฮอนดูรัส ชุดยู–20 ด้วยสกอร์ 3–1 ทำให้ขุนพลนักเตะ “ช้างศึก” ทีมชาติไทย ของกุนซือ “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง มีลุ้นทวงแชมป์ฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพกลับคืนสู่อ้อมกอดได้เป็นครั้งแรกในรอบ 8 ปี

โดยทีมไทยยังเหลือโปรแกรมอีก 2 แมตช์ ในวันพุธที่ 4 ก.พ. กับอุซเบกิสถาน และส่งท้าย เสาร์ที่ 7 ก.พ. กับทีม “พลังโสม” เกาหลีใต้ ชุดยู-22 ซึ่งจะเตะในเวลา 1 ทุ่มตรงทั้ง 2 เกม โดย “ไทยรัฐทีวี” เอชดี 32/42 จะถ่ายทอดสดให้ชมเช่นเคย

หนึ่งในนักเตะช้างศึกที่โชว์ฟอร์มได้อย่างเข้าตากรรมการมาตั้งแต่นัดอุ่นเครื่องจนถึงแมตช์แรกของศึกคิงส์คัพที่ผ่านมา ก็คือ “มิก้า ชูนวลศรี” ยอดแนวรับลูกครึ่งไทย-เวลส์ ที่ถูกเรียกมาติดธงชุดใหญ่เป็นครั้งแรก และแสดงให้เห็นถึงความ “ขยัน” และทุ่มเทชนิดสุดตัว

ผมเห็น “มิก้า” เล่นแล้ว ทำให้นึกถึงสไตล์พะบู๊ของยอดแข้งระดับโลกอย่าง กัปตันมาร์เวล “ไบรอัน ร็อบสัน” อดีตกุนซือทีมชาติไทย เมื่อครั้งเล่นให้ทีม “ปิศาจแดง” แมนฯยูไนเต็ด และทีมชาติอังกฤษ ซึ่งอย่างนี้สิครับมันถึงจะได้ใจ “แฟนบอล” และมีสิทธิติดทีมชาติแบบยาวๆ

ไม่เหมือนกับนักเตะลูกครึ่งบางคนที่ดังแล้วลืมตัว นึกว่าตัวเองเป็น “เทวดา” ขนาดงานเปิดตัวสโมสรต้นสังกัดที่เขาจ่ายเงินค่าจ้างให้ตัวเองแพงลิบลิ่ว (เกินฝีเท้า) แท้ๆ พ่อยังไม่โผล่ หัวมาให้เห็นเลย พับผ่า!

เอ้า! ไหนๆก็เขียนถึงมิก้า ชูนวลศรี แล้ว ก็คง ต้องเขียนถึงต้นสังกัดของเขา ก็คือทีม “แข้งเทพ” แบงค็อก ยูไนเต็ด ที่เพิ่งทำการแถลงข่าวเปิดตัวสโมสรเพื่อสู้ศึกฤดูกาลใหม่ 2015 อย่างเป็นทางการกันไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

สำหรับซีซั่นนี้ ประธานสโมสร “ขจร เจียรวนนท์” เผยว่า เตรียมงบไว้ราวๆ 200 ล้าน แต่แบ่ง 100 กว่าล้านไปใช้ในการสร้างแคมป์ฝึกซ้อมใหม่ ที่มีทั้งห้องยิม ฟิตเนส ห้องนวด ผ่อนคลายกล้ามเนื้อ ฯลฯ ครบวงจร

และอย่างที่ผมเคยเขียนถึงไปแล้วก่อนหน้านี้ ว่านโยบายของเสี่ยขจรในปีนี้จะไม่เน้นทุ่มซื้อตัวนักเตะมาเสริมทัพจนเกินจำเป็น เพราะขุมกำลังที่มีอยู่ก็ถือว่าโอเคแล้ว ยิ่งได้มิดฟิลด์ฝีเท้าระดับชาติ อย่าง “เจ้าตั๊ก” สุมัญญา ปุริสาย เข้ามาเป็นจอมทัพในแดนกลาง และจอมเก๋า ภานุพงษ์ วงศา เข้ามาเติมแผงหลังก็น่าจะเพียงพอ

ดังนั้น บิ๊กแข้งเทพจึงเน้นไปที่การใช้วิทยาศาสตร์การกีฬา ที่มีชื่อว่า “Catapult” ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ใช้ทดสอบศักยภาพที่แท้จริงของนักกีฬา ที่ผ่านระบบ GPS Tracking ทำให้ผู้ฝึกสอนสามารถตรวจสอบข้อมูลล่าสุดและนำไปใช้ได้ทันที โดยจะช่วยป้องกันอาการบาดเจ็บที่อาจเกิดขึ้น และเพิ่มศักยภาพนักกีฬาให้มีความแข็งแกร่ง เพื่อเป้าหมายในการยกระดับทีมไปสู่การลุยศึกถ้วยเอเชียในอนาคตอันใกล้

แต่ที่น่ายินดียิ่งกว่า สำหรับสาวกแข้งเทพ “บียู” ก็คือแผนการสร้างสนามเหย้าแห่งใหม่ ที่เล็งไว้แถวเกษตร-นวมินทร์ และช่วงถนนวิภาวดีฯ ซึ่งต้องใช้งบก่อสร้างมหาศาลกว่า 500 ล้านขึ้นไป โดยไม่รวมค่าที่ดิน

และนี่คือการประกาศศักดา “WE ARE THE CAPITAL” ของพลพรรค “บียู” แบงค็อก ยูไนเต็ด ที่เสี่ยขจรตั้งใจเหลือเกินว่าจะให้เป็นทีมสโมสรฟุตบอลของชาวเมืองหลวงอย่างแท้จริง!!!

บี บางปะกง

4 ก.พ. 2558 00:18 4 ก.พ. 2558 00:18 ไทยรัฐ