วันอังคารที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ปิดคดี! 'กระทิงกุยบุรี' ตัวที่ 30 ตายตามธรรมชาติ

ปิดคดี ปริศนาการตายของกระทิงกุยบุรี ตัวที่ 30 หัวหน้าอุทยานแห่งชาติกุยบุรี เผย ตายเองตามธรรมชาติ ไม่พบว่ามีสารพิษในร่าง รวมทั้งโรคปากเท้าเปื่อย ส่วนซากสัตว์ได้นำไปฝังในพื้นที่โครงการอนุรักษ์ป่ากุยบุรี...

จากกรณีที่ นายนิพนธ์ โชติบาล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช แจ้งว่าได้รับรายงานเจอกระทิงในป่ากุยบุรีตายเพิ่มอีก 1 ตัว เป็นตัวที่ 30 ที่ตายเพิ่มหลังจากที่ก่อนหน้านี้ระหว่างปี 2556–2557 มีกระทิงตายไปแล้ว 29 ตัว โดยทีมสัตวแพทย์ของกรมอุทยานแห่งชาติและสถาบันสุขภาพสัตว์แห่งชาติ กรมปศุสัตว์ได้ลงพื้นที่ตรวจพิสูจน์ซากกระทิงที่ตายมาแล้วเกือบ 1 สัปดาห์ เพื่อหาสาเหตุการตายด้วยการเก็บชิ้นเนื้ออวัยวะต่างๆ ส่งตรวจที่ศูนย์มหาวิทยาลัยมหิดล คาดว่าอีก 1 สัปดาห์ จะทราบผลว่า กระทิงตายจากโรคระบาดปากเท้าเปื่อยหรือไม่

วันที่ 3 ก.พ. 58 นายประวัติศาสตร์ จันทร์เทพ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า หลังจากที่เจ้าหน้าที่อุทยานได้รับแจ้งว่ามีกระทิงตาย พบว่าเป็นเพศผู้วัยหนุ่ม อายุประมาณ 10 ปี ตายมาแล้วประมาณ 10 วัน สภาพร่างกายสมบูรณ์ ลักษณะการตายเป็นการเสียชีวิตตามปกติธรรมชาติ ในขณะที่พบร่างเริ่มบวมอืด มีกลิ่น เนื้อเยื่อเน่าเสีย อวัยวะภายในเริ่มกระบวนการย่อยสลาย เจ้าหน้าที่จึงได้นำชิ้นเนื้อเยื่อบางส่วนที่ยังอยู่ในสภาพดี ส่งไปตรวจวิเคราะห์ ที่สถาบันสุขภาพสัตว์แห่งชาติ กรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อตรวจหาสาเหตุการตาย ซึ่งเบื้องต้นไม่พบว่ามีสารพิษในร่างกาย รวมทั้งโรคปากเท้าเปื่อย ส่วนซากสัตว์ได้นำไปฝังในพื้นที่โครงการอนุรักษ์ป่ากุยบุรี

"ปัจจุบัน โรคระบาดปากเท้าเปื่อยในกระทิงฝูงนี้ พบได้มีน้อยมาก สังเกตได้จากปริมาณกระทิงที่มีอยู่ประมาณ 200 ตัว เมื่อเทียบกับช่วงที่เกิดการตายหมู่ ระหว่างปี 2556-2557 ที่มีอยู่เพียง 150 ตัว ซึ่งฝูงวัวกระทิง ได้สร้างภูมิคุ้มกันของตนเอง จากการสุ่มตรวจเลือดของฝูงกระทิงพบว่า สัตว์อยู่ในสภาพสมบูรณ์แข็งแรง รวมถึงลูกที่เกิดขึ้นใหม่ ก็ได้สร้างภูมิคุ้มกันตามกระบวนการธรรมชาติ ในการปรับตัวและวิถีชีวิตของสัตว์ประเภทวัว มักไม่ชอบอากาศหนาว มีโอกาสตายได้ง่าย ประกอบกับช่วงเดือนธันวาคมถึงมกราคมที่ผ่านมา มีอากาศหนาวเย็น ซึ่งหากเป็นวัวบ้าน เจ้าของมักจะก่อกองไฟ เพื่อสร้างความอบอุ่นให้ร่างกาย" นายประวัติศาสตร์ กล่าว

ด้าน นายพงษ์พันธ์ วิเชียรสมุทร ปลัดจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และประธานเครือข่ายองค์กรอนุรักษ์สัตว์ป่ากุยบุรี เปิดเผยว่า สำหรับการตายของกระทิงตัวที่ 30 ซึ่งเป็นตัวล่าสุดที่เสียชีวิต เมื่อประมาณปลายเดือนธันวาคม 2557 ในพื้นที่โครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูสภาพป่าบริเวณป่าสงวนแห่งชาติ ป่ากุยบุรี อันเนื่องมาจากพระราชดำริ บริเวณพรุยายสาย หมู่ 7 ตำบลหาดขาม อำเภอกุยบุรี จากการตรวจสอบ พบว่า เป็นการตายโดยธรรมชาติ ไม่ปรากฏร่องรอยการถูกทำร้ายจากมนุษย์หรือของมีคม มีรอยถูกขวิด เป็นแผลบริเวณโหนก สภาพเขาและกะโหลกอยู่ครบสมบูรณ์ ตามร่างกายถูกสัตว์ป่าแทะกิน ซึ่งเป็นลักษณะของสัตว์ผู้ล่าตามธรรมชาติ เช่น หมี หรือหมาใน จึงถือว่าการตายครั้งนี้ เป็นลักษณะปกติตามธรรมชาติ

ปิดคดี ปริศนาการตายของกระทิงกุยบุรี ตัวที่ 30 หัวหน้าอุทยานแห่งชาติกุยบุรี เผย ตายเองตามธรรมชาติ ไม่พบว่ามีสารพิษในร่าง รวมทั้งโรคปากเท้าเปื่อย ส่วนซากสัตว์ได้นำไปฝังในพื้นที่โครงการอนุรักษ์ป่ากุยบุรี... 3 ก.พ. 2558 17:00 3 ก.พ. 2558 17:44 ไทยรัฐ