วันเสาร์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

“ไปป์บอมบ์” ดิสเครดิต คสช.

หลังม่านควันจากเสียงระเบิด 2 ลูกซ้อนที่หน้าห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน ใจกลางเมืองกรุง แม้จะยังไม่สามารถจับกุมคนร้ายได้จึงยังไม่รู้ว่าเป็นใคร กลุ่มไหนกระทำเพื่อหวังผล อะไร พูดง่ายๆว่ายังไม่รู้เหตุมาจากเรื่องอะไรกันแน่

แต่ถ้ามองจากรูปการณ์ทางการเมืองนับแต่ สนช.มีมติถอดถอนอดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ล่วงเลยมาถึงการที่ผู้ช่วย รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯเข้ามาขย่ม คสช.กลางบ้านกลางเมืองแบบไม่สนใจความรู้สึกของคนไทยแม้แต่น้อย

ถัดจากนั้นบรรดาแกนนำพรรคเพื่อไทยที่รับลูกต่อตั้งแต่การถอดถอนและช่วยขย่มไทยเสนอให้มีการยกเลิกกฎอัยการศึก

คสช.จึงเชิญให้เข้าไปปรับทัศนคติแบบเรียงตัว

พร้อมๆกับการที่เลขานุการเอกสถานทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศ ไทยได้เดินทางไปพบกับแกนนำคนเสื้อแดงในภาคอีสาน เพื่อหาข้อมูลและรับฟังความคิดเห็น

ร่องรอยต่างๆเหล่านี้ที่เกิดขึ้นย่อมส่งแรงสั่นสะเทือนไปสู่ คสช.อย่างไม่ต้องสงสัย แถมยังท้าทายอำนาจกันอย่างชัดเจน

ด้วยลูกระเบิด 2 บึมย่านธุรกิจสำคัญ

หลังจาก คสช.เข้ามาควบคุมอำนาจการปกครองประเทศจนถึงก่อนระเบิดดังที่ว่ามานั้น ไม่เคยมีเสียงระเบิดให้ได้ยินแม้แต่น้อย ทั้งๆที่ก่อนหน้านั้นต้องบอกว่าเป็นรายวันก็ว่าได้ ท่ามกลางผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต

หวาดผวาด้วยอาการไม่เป็นสุขสำหรับคนไทย

จึงไม่แปลกใจว่าเมื่อ คสช. เข้ามาคุมอำนาจทั้งหมดบ้านเมืองจึงเกิดความสงบ ประชาชนคนไทยทั้งประเทศต่างล้วนมีสุขกันถ้วนหน้า

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช.และนายกฯ จึงได้รับคำชื่นชมจากการสำรวจความคิดเห็นกันมาอย่างต่อเนื่อง และยังเรียกร้องให้อยู่นานๆเพื่อแก้ไขปัญหาของประเทศ

นั่นเป็นความเชื่อมั่นที่มีต่อตัวบุคคลที่ได้รับความไว้วางใจ

แต่บรรยากาศแห่งความสงบสุขกำลังจะถูกทำลายขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง ด้วยการสร้างสถานการณ์ความรุนแรงที่มั่นใจได้ว่าเป็นเรื่อง “การเมือง” อย่างแน่นอน

ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว ไม่ใช่ทะเลาะเบาะแว้งกัน

มุ่งหวังสร้างสถานการณ์เพื่อสร้างความปั่นป่วน เน้นหนักไปที่การดิสเครดิต คสช. เหมือนจะเย้ยว่าแม้จะมีอำนาจเต็มๆมีกฎอัยการศึก มี ม.44 แต่ก็ยังสามารถทำให้เกิดอาการสะอึกได้

จากนี้ไปจึงอยู่ที่ คสช.ว่าจะสยบเหตุที่เกิดขึ้นได้อย่างไร นั่นก็คือจะต้องจับตัวมือระเบิดให้ได้และสาวไปถึงผู้ที่อยู่เบื้องหลังระดับสั่งการเพื่อคลำไปสู่ต้นตอว่าใครเป็นใครกันบ้าง

ไม่รู้ว่าในด้านความมั่นคง การข่าวพอจะรู้อะไรล่วงหน้าหรือไม่!?

ข้อสำคัญก็คืออย่าให้เกิดลูกที่ 2-3 ตามมาอีกก็แล้วกันเพราะนอกจากจะทำให้ คสช.เสียการทรงตัวแล้วยังส่งผลต่อภาคเศรษฐกิจการท่องเที่ยวที่กำลังจะฟื้นคืนตัวขึ้นมาอย่างแน่นอน

พูดได้ว่ายิงปืนนัดเดียวได้นกหลายตัว

เป็นที่รู้กันดีว่าขณะนี้สถานะเศรษฐกิจของประเทศยังมีปัญหาและยังไม่สามารถแก้ไขได้อย่างที่ควรจะเป็น

คือ “จุดอ่อน” สำคัญที่จะชี้ความเป็นไปของรัฐบาล คสช.

หากตอกย้ำตรงนี้เพื่อให้เกิดปัญหาและความปั่นป่วนขยายผลไปสู่ความเชื่อมั่นเชื่อถือก็ยิ่งจะไปกันใหญ่ทั้งระบบ

ถือว่าเป็นแผนต่อต้านและกดดัน คสช. ด้วยรูปวิธีต่างๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ หากตั้งรับไม่ดีพอหรือไม่รู้เท่าทันพอ

จับคนร้าย “ไปป์บอมบ์” ได้เร็วก็จะคุมสถานการณ์แบบ “เอาอยู่” ได้.

“สายล่อฟ้า”

3 ก.พ. 2558 10:54 3 ก.พ. 2558 10:54 ไทยรัฐ