“ไปป์บอมบ์” ดิสเครดิต คสช.

ข่าว

    “ไปป์บอมบ์” ดิสเครดิต คสช.

    สายล่อฟ้า

      4 ก.พ. 2558 05:01 น.

      หลังม่านควันจากเสียงระเบิด 2 ลูกซ้อนที่หน้าห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน ใจกลางเมืองกรุง แม้จะยังไม่สามารถจับกุมคนร้ายได้จึงยังไม่รู้ว่าเป็นใคร กลุ่มไหนกระทำเพื่อหวังผล อะไร พูดง่ายๆว่ายังไม่รู้เหตุมาจากเรื่องอะไรกันแน่

      แต่ถ้ามองจากรูปการณ์ทางการเมืองนับแต่ สนช.มีมติถอดถอนอดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ล่วงเลยมาถึงการที่ผู้ช่วย รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯเข้ามาขย่ม คสช.กลางบ้านกลางเมืองแบบไม่สนใจความรู้สึกของคนไทยแม้แต่น้อย

      ถัดจากนั้นบรรดาแกนนำพรรคเพื่อไทยที่รับลูกต่อตั้งแต่การถอดถอนและช่วยขย่มไทยเสนอให้มีการยกเลิกกฎอัยการศึก

      คสช.จึงเชิญให้เข้าไปปรับทัศนคติแบบเรียงตัว

      พร้อมๆกับการที่เลขานุการเอกสถานทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศ ไทยได้เดินทางไปพบกับแกนนำคนเสื้อแดงในภาคอีสาน เพื่อหาข้อมูลและรับฟังความคิดเห็น

      ร่องรอยต่างๆเหล่านี้ที่เกิดขึ้นย่อมส่งแรงสั่นสะเทือนไปสู่ คสช.อย่างไม่ต้องสงสัย แถมยังท้าทายอำนาจกันอย่างชัดเจน

      ด้วยลูกระเบิด 2 บึมย่านธุรกิจสำคัญ

      หลังจาก คสช.เข้ามาควบคุมอำนาจการปกครองประเทศจนถึงก่อนระเบิดดังที่ว่ามานั้น ไม่เคยมีเสียงระเบิดให้ได้ยินแม้แต่น้อย ทั้งๆที่ก่อนหน้านั้นต้องบอกว่าเป็นรายวันก็ว่าได้ ท่ามกลางผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต

      หวาดผวาด้วยอาการไม่เป็นสุขสำหรับคนไทย

      จึงไม่แปลกใจว่าเมื่อ คสช. เข้ามาคุมอำนาจทั้งหมดบ้านเมืองจึงเกิดความสงบ ประชาชนคนไทยทั้งประเทศต่างล้วนมีสุขกันถ้วนหน้า

      พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช.และนายกฯ จึงได้รับคำชื่นชมจากการสำรวจความคิดเห็นกันมาอย่างต่อเนื่อง และยังเรียกร้องให้อยู่นานๆเพื่อแก้ไขปัญหาของประเทศ

      นั่นเป็นความเชื่อมั่นที่มีต่อตัวบุคคลที่ได้รับความไว้วางใจ

      แต่บรรยากาศแห่งความสงบสุขกำลังจะถูกทำลายขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง ด้วยการสร้างสถานการณ์ความรุนแรงที่มั่นใจได้ว่าเป็นเรื่อง “การเมือง” อย่างแน่นอน

      ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว ไม่ใช่ทะเลาะเบาะแว้งกัน

      มุ่งหวังสร้างสถานการณ์เพื่อสร้างความปั่นป่วน เน้นหนักไปที่การดิสเครดิต คสช. เหมือนจะเย้ยว่าแม้จะมีอำนาจเต็มๆมีกฎอัยการศึก มี ม.44 แต่ก็ยังสามารถทำให้เกิดอาการสะอึกได้

      จากนี้ไปจึงอยู่ที่ คสช.ว่าจะสยบเหตุที่เกิดขึ้นได้อย่างไร นั่นก็คือจะต้องจับตัวมือระเบิดให้ได้และสาวไปถึงผู้ที่อยู่เบื้องหลังระดับสั่งการเพื่อคลำไปสู่ต้นตอว่าใครเป็นใครกันบ้าง

      ไม่รู้ว่าในด้านความมั่นคง การข่าวพอจะรู้อะไรล่วงหน้าหรือไม่!?

      ข้อสำคัญก็คืออย่าให้เกิดลูกที่ 2-3 ตามมาอีกก็แล้วกันเพราะนอกจากจะทำให้ คสช.เสียการทรงตัวแล้วยังส่งผลต่อภาคเศรษฐกิจการท่องเที่ยวที่กำลังจะฟื้นคืนตัวขึ้นมาอย่างแน่นอน

      พูดได้ว่ายิงปืนนัดเดียวได้นกหลายตัว

      เป็นที่รู้กันดีว่าขณะนี้สถานะเศรษฐกิจของประเทศยังมีปัญหาและยังไม่สามารถแก้ไขได้อย่างที่ควรจะเป็น

      คือ “จุดอ่อน” สำคัญที่จะชี้ความเป็นไปของรัฐบาล คสช.

      หากตอกย้ำตรงนี้เพื่อให้เกิดปัญหาและความปั่นป่วนขยายผลไปสู่ความเชื่อมั่นเชื่อถือก็ยิ่งจะไปกันใหญ่ทั้งระบบ

      ถือว่าเป็นแผนต่อต้านและกดดัน คสช. ด้วยรูปวิธีต่างๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ หากตั้งรับไม่ดีพอหรือไม่รู้เท่าทันพอ

      จับคนร้าย “ไปป์บอมบ์” ได้เร็วก็จะคุมสถานการณ์แบบ “เอาอยู่” ได้.

      อ่านเพิ่มเติม...

      วิดีโอแนะนำ

      อย่าหาทำ! หนุ่มพิเรนทร์ นอนซิ่ง จยย.ท้านรก ชิลแบบนี้นอนอยู่บ้านมั้ยคุณพี่?
      03:07

      อย่าหาทำ! หนุ่มพิเรนทร์ นอนซิ่ง จยย.ท้านรก ชิลแบบนี้นอนอยู่บ้านมั้ยคุณพี่?

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      วันเสาร์ที่ 29 มกราคม 2565 เวลา 05:17 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์