วันอังคารที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

อีกาหน้าดำ

เมื่อพญาช้างสารประสานงากัน คำโบราณบอกว่า หญ้าแพรกก็มักแหลกลาญ หญ้าแพรกก็คือพวกชาวบ้านอย่างเราๆ ทำได้แค่ร้องขอความเห็นใจ

ผม คือหญ้าแพรกต้นหนึ่ง...เคยร้องขออยู่สองข้อ...

ข้อหนึ่ง...สำหรับฝ่ายรุก...อย่าต้อนสุนัขจนตรอก ถ้าเป็นพิชัยสงครามสามก๊ก จะบอกว่า ล้อมพึงเปิดช่อง...กดดันให้ศัตรูสู้ตาย ฝ่ายรุกก็ต้องตายไปด้วย

ข้อสอง...สำหรับฝ่ายรับ...เมื่อสู้ไม่ไหว...หนีคือสุดยอดกลยุทธ์...

สงครามสามก๊ก ระหว่างสองคู่ศึก ขงเบ้ง สุมาอี้...สุมาอี้สงสัย ทำไมขงเบ้งหนีสามครั้ง ก็แพ้ยับเยินทั้งสามครั้ง

สถานการณ์การเมืองวันนี้...ฝ่ายรุก ก็ได้ใจ จะเอาตาย...ฝ่ายรับ ก็ไม่หนี ตั้งท่าสู้

จับสัญญาณได้ถนัด ชัดเจน...ระเบิดสองครั้ง ระหว่างบันไดรถไฟฟ้าบีทีเอส หน้าสยามพารากอน...

เราเพิ่งพักเหนื่อย...กับสงครามการเมืองมาได้ไม่กี่เดือน สงบอยู่กับช่วงเวลา ที่ทหารเขาสัญญา...ไม่อยากคิดว่า ช่วงเวลาที่นักเลงใช้คำว่า “ขอกันกิน” การเมืองทั้งสองฟากน่าจะพอให้ทหารได้

ที่มาของเรื่อง “ให้กันไม่ได้” อย่างนี้ คนโบราณใช้สำนวนเปรียบเปรยว่า ขนมพอสมน้ำยา

อาจารย์กาญจนาคพันธุ์ อธิบายว่า สำนวนนี้ ยังมีอีกคำ ใช้ได้คล้ายกัน... ขนมประสมน้ำยา

ขนมพอสมน้ำยา เข้าใจว่า จะมาจากอาหารที่เรียกกันว่า ขนมจีนน้ำยา คือเอาน้ำยามาประสมคลุกเคล้าเข้ากับขนมจีน ให้ได้ส่วนพอเหมาะพอดีกัน ไม่ให้แห้งเกินไป ไม่ให้แฉะเกินไป

ก็จะได้กินขนมจีน...อร่อย

ส่วนสำนวน ขนมประสมน้ำยา ก็หมายความว่า พอดีกัน...มีความหมายไปในทาง มีอะไรๆในสองฝ่ายเท่ากัน ดีไม่ดี ไม่มากไม่น้อยไปกว่ากัน ถูกผิดเท่ากัน เปรียบเหมือนขนมจีนประสมน้ำยา

พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงตั้งชื่อบทละคร เรื่องหนึ่ง “ขนมสมกับน้ำยา” หมายความว่า ทั้งฝ่ายเหมาะกันพอดีกัน จะว่าข้างไหนไม่ได้

แต่หากเป็นเรื่องโกรธคนหนึ่ง แต่ทำกับอีกคนหนึ่ง เหมือนนักการเมืองขัดใจกัน แต่เล่นงานฝ่ายตรงข้ามไม่ได้ ไปลงที่ที่ชาวบ้าน กรณีระเบิดหน้าสยามพารากอน ก็รู้กันทั้งนั้น สยามพารากอน ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับใครด้วย

สำนวนโบราณว่า โกรธหมาดำไปทำหมาแดง

กาญจนาคพันธุ์ อธิบายว่า สำนวนนี้ เปรียบความลำเอียงของคนที่โกรธคนไหนแล้ว ไม่ทำคนนั้น จะเป็นเพราะรักหรือเกรงใจ หรือกลัว...

อันใดก็ตาม กลับหันไปลงโทษอีกคนหนึ่ง

คราวนี้มาถึงเรื่องทางการเมือง เมื่อเกิดเรื่องที่จับมือใครดม... ไม่ได้...คำถาม ก็คือ ใคร...ทำ...

สงสัยใคร ชี้ไปทางไหน ทางนั้นก็มีเหตุผลปฏิเสธ...แม้จะปฏิเสธ แต่เรื่องง่ายๆ แบบหญ้าปากคอก อย่างนี้ โบราณท่านก็มีวิธีชี้...ด้วยสำนวนว่า กาหน้าดำเขาจำหน้าได้

สำนวนนี้ มีที่มาจากบทร้องของเด็กๆ ที่ร้องเล่นกัน

กากา ได้ลูกมันมา เอายัดใส่พก มันได้ลูกนก เอามาโยนเล่น

อ้ายพ่อมันเต้น อีแม่การำ อีกาหน้าดำ เขาจำหน้าได้

สำนวนนี้ เขามีไว้พูดกันเล่นๆ เมื่อเห็นใครที่เคยรู้จักกันจนชิน แต่ห่างไป แล้วมาพบหน้ากันอีก ก็ว่า “กาหน้าดำเขาจำหน้าได้”

เหตุเพราะบ้านเมืองเจริญขึ้น เป็นตึกรามใหญ่ๆ ไม่เหลือดงไม้ให้นกกาได้อาศัย เมื่อกาหายไปจากพระนคร สำนวนนี้ ตอนนี้ไม่ค่อยมีคนพูดกันแล้ว

แต่หากอยากจะเอาขึ้นมาพูดกันใหม่ ก็คงพอพูดกันได้ ลองพูดกันดูซี “อีกาหน้าดำเขาจำหน้าได้” พูดกันให้แซ่ด

เผื่ออีกามันรู้ มีคนรู้ทันว่ามันเป็นผู้ร้าย...อีกามันอาย หรือกลัวจะเลือกตั้งไม่ได้...สถานการณ์บ้านนี้เมืองนี้น่าจะดีขึ้น.

กิเลน ประลองเชิง

3 ก.พ. 2558 10:17 ไทยรัฐ