วันจันทร์ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

‘บิ๊กตู่' โล่งใจ ไร้คนต่อต้าน

โชว์ฝีมือผัดหมี่โคราช ‘ป๋า’แนะปราบคนโกง ให้ตั้งศาลฉ้อราษฎร์ฯ

ระดมกำลังทหาร-ตร.นับพันคุ้มกันเข้ม “บิ๊กตู่” นำทีมลุย “พิมาย” ถก นบข. ยึด “โคราชโมเดล” ต้นแบบแก้ปัญหาข้าว-พืชผลเกษตรทั่วประเทศ จั๊กจี้หูขอเปลี่ยนชื่อ “ข้าวลืมผัว” ออกลูกอ้อนเป็นลูกย่าโมอีสานขนานแท้ ก่อนโชว์ฝีมือ “เชฟตู่” ผัดหมี่ ครวญ 8 เดือนมานี้นอนไม่หลับ สัญญาด้วยชีวิตแผ่นดินนี้แตกแยกอีกไม่ได้ คสช.ส่งทหารเจรจา “วรชัย” ถึงบ้าน บอกอยากถอดชนวนต้องล้างไพ่เก่า “วิษณุ” ยันลากยาวกฎอัยการศึก “ป๋าเปรม” ปลุกสำนึกทำดีต้องชั่วชีวิต ให้กล้าประกาศ “ผมจะไม่ทนคนโกง” อย่าปล่อยเชื้อโรคโกงมาติด ชงตั้งศาลสกัดฉ้อราษฎร์บังหลวง ยึดหลักทหารม้า “รวดเร็ว-รุนแรง-เด็ดขาด” ปราบคนขี้ฉ้อ

สถานการณ์การเมืองเริ่มทวีความรุนแรง ล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. นำคณะลงพื้นที่ อ.พิมาย จ.นครราชสีมา พบปะหารือกับกลุ่มเกษตรกรเพื่อแก้ปัญหาราคาข้าว และพืชผลการเกษตรตกต่ำ ท่ามกลางการระดมกำลังเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ อส. กว่าพันนาย คอยดูแลรักษาความปลอดภัย

“บิ๊กตู่” ลุยถิ่นโคราชถก นบข.

เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 2 ก.พ. ที่สนามบิน กองการบิน กรมการขนส่งทางบก (ขส.ทบ.) ดอนเมือง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พร้อมด้วย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.พาณิชย์ และคณะ ออกเดินทางไป จ.นครราชสีมา เพื่อประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) ครั้งที่ 1/2558 โดย พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ก่อนเดินทางว่า เป็นการประชุม นบข.นอกสถานที่ครั้งแรก เพื่อหาทางช่วยเหลือและดูแลทุกมาตรการ สร้างความเข้มแข็งในการผลิตข้าวคุณภาพ การตลาด ที่เลือกไป อ.พิมาย จ.นครราชสีมา เพราะสหกรณ์ที่นี่มีความเข้มแข็งมาก ทำอย่างไรจึงจะสร้างความเข้มแข็งให้เกิดขึ้นได้ทุกสหกรณ์ โดยเฉพาะเรื่องการตลาด และการปลูกข้าวพันธุ์ไรซ์เบอร์รีที่มีราคาสูงขึ้น เพื่อให้เกิดความสมดุลระหว่างผู้ผลิตกับผู้บริโภค

แก้ปัญหาข้าวแบบครบวงจร

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า นอกจากนี้จะพูดคุยถึงการนำข้าวออกมาจำหน่าย หาข้าวราคาถูกมาจำหน่ายให้ประชาชน เพื่อเป็นการช่วยเหลือและทำอย่างไรไม่ให้เกิดผลกระทบกับข้าวในฤดูกาล เนื่องจากเป็นปัญหาที่ซับซ้อนกันอยู่ ซึ่งตนขอรับฟังจากผู้ผลิตและผู้บริโภค รวมทั้งผู้มีรายได้น้อย และข้าวที่ผลิตในฤดูใหม่จะมีปริมาณเท่าไหร่ แต่น่ายินดีว่าการขายข้าวขณะนี้มีความก้าวหน้า ที่ต้องระมัดระวัง คือ การทุจริต การปลอมปน รวมถึงการทำข้าวนาปรังขณะนี้มีปัญหามาก รัฐบาลเคยรณรงค์แล้วว่าไม่สนับสนุนเพราะส่วนหนึ่งเป็นข้าวคุณภาพต่ำ และปริมาณน้ำมีไม่เพียงพอ น้ำที่มีอยู่ต้องใช้ในภารกิจผลักดันน้ำเค็ม และทำน้ำประปาเพื่ออุปโภคบริโภค

พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวว่า เชื่อว่าการลงพื้นที่ครั้งนี้จะไม่มีเหตุการณ์อะไรขึ้น ประชาชนคงเข้าใจว่านายกฯลงพื้นที่ไปทำงาน ถ้าสร้างวัฒนธรรมทางการเมืองแบบปั่นป่วน ก็ไม่ไหว ต่อไปจะกลายเป็นปัญหากับทุกรัฐบาล แล้วจะทำงานกันไม่ได้

วางทหาร-ตร.นับพันคุมเข้ม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์จะพบปะเกษตรกรและเป็นประธานการประชุม นบข.เพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องข้าว ข้าวโพด และมันสำปะหลัง ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด มีการสนธิกำลังเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ อาสาสมัครรักษาดินแดน ร่วมพันกว่านาย เฝ้าระวังรักษาความปลอดภัยตั้งแต่สนามบินกองบัญชาการกองทัพอากาศ กองบินที่ 1 (บน.1) อ.เมือง จ.นครราชสีมา ซึ่งเป็นจุดที่นายกฯลงเครื่อง มาตลอดเส้นทางที่ขบวนรถนายกฯผ่าน มีเจ้าหน้าที่ตั้งจุดตรวจเป็นระยะๆ ส่วนบริเวณทางเข้าด้านหน้าสหกรณ์การเกษตรพิมาย จำกัด ซึ่งเป็นสถานที่จัดประชุม เจ้าหน้าที่หน่วยทำลายวัตถุระเบิด (EOD) ได้ตั้งเครื่องสแกนวัตถุต้องสงสัย ตรวจค้นผู้เข้าร่วมงาน บ้านเรือนประชาชนที่อยู่บริเวณโดยรอบอย่างละเอียด มีการวางกำลังเจ้าหน้าที่ทหารตามจุดเฝ้าระวังด้วย รวมถึงมีเจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัดตั้งจุดตรวจคัดกรองสุขภาพ ป้องกันไม่ให้ผู้ที่มีไข้หวัดสูงเข้าร่วม ขณะที่สื่อมวลชนที่มาติดตามทำข่าวต้องลงทะเบียนแลกบัตร มีการจำกัดจำนวนสื่อที่จะเข้าไปทำข่าวการประชุม ต้องติดปลอกแขนแสดงตนนอกเหนือจากแลกบัตร โดยมีการกำชับอย่างเข้มงวดลงมายังเจ้าหน้าที่ว่า “ภารกิจหลักห้ามไม่ให้มีการต่อต้านนายกฯเด็ดขาด”

เอ่ยทักสื่อ “อากาศหนาวนะ”

ต่อมาเวลา 09.45 น. พล.อ.ประยุทธ์และคณะ เดินทางถึงสหกรณ์การเกษตรพิมาย มีนายธงชัย ลืออดุลย์ ผวจ.นครราชสีมา นำข้าราชการรอต้อนรับ และมีข้าราชการนำผ้าขาวม้าผูกเอวนายกฯ และรัฐมนตรีที่ร่วมคณะ ซึ่งก่อนเข้าประชุมนายกฯได้กล่าวทักทายสื่อมวลชนที่ตามมาทำข่าวอย่างอารมณ์ดีว่า “สวัสดี อากาศหนาวเหมือนกันนะ”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์กล่าวระหว่างเป็นประธานประชุม นบข.ครั้งที่ 1/2558 ว่า ต้องยอมรับว่าความเดือดร้อนของเกษตรกรเกิดจากปัจจัยทั้งภายในและภายนอก ประเทศเพื่อนบ้านก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน ปัจจัยภายในประเทศต้องช่วยกันเร่งสร้างความเข้มแข็งเศรษฐกิจภายใน เพื่อสร้างโอกาส และความได้เปรียบต่อเพื่อนบ้าน ข้าราชการและเกษตรกรต้องร่วมมือรัฐบาลยกระดับเศรษฐกิจประเทศให้เข้มแข็งและดีขึ้น ร่วมสร้างแรงจูงใจให้เกษตรกรหันมาปลูกพืชเกษตรที่เหมาะสมกับพื้นที่ โดยเฉพาะการปลูกข้าว เน้นปลูกข้าวที่มีคุณภาพ เหมาะสมกับปริมาณน้ำ เพื่อให้ขายได้ราคาสูง ที่แห่งใดปลูกข้าวแล้วไม่ได้คุณภาพ ให้ส่งเสริมไปปลูกพืชชนิดอื่นแทน

โชว์ฝีมือ “เชฟตู่” ผัดหมี่โคราช

หลังการประชุมและพบปะรับฟังปัญหาเกษตรกร พล.อ.ประยุทธ์พร้อมด้วย พล.อ.ฉัตรชัย และ พล.อ.อนุพงษ์พากันเดินชมสินค้าโอทอปที่นำมาจัดแสดงและจำหน่ายอยู่ในด้านหลังอาคารสหกรณ์ฯ ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ได้ให้ความสนใจเยี่ยมชมสินค้าบูธต่างๆ อาทิ บูธข้าวเครือข่ายข้าวทุ่งสัมฤทธิ์ พร้อมลองชิมข้าวพันธุ์ไรซ์เบอร์รี่ จากนั้นชมสินค้าที่ผลิตจากกะลามะพร้าว จากกลุ่มกะลามะพร้าวและไม้ไผ่บ้านนาน้อย ซึ่งได้แนะนำให้เพิ่มมูลค่านำหินสีมาประดับรวม เพื่อป้องกันสิ่งชั่วร้ายและอันตรายต่างๆ นอกจากนั้น นายกฯยังเซ็นชื่อลงในโถดินเผากลุ่มดินด่านเกวียน และโชว์ทำผัดหมี่โคราช หลังผัดเสร็จยังกล่าวเชิญชวนให้คนไทยกินผัดหมี่โคราช ซึ่งมีข้าราชการ ประชาชน และสื่อมวลชน พากันชิมผัดหมี่ฝีมือนายกฯ

อ้อนเลือดโคราชอีสาน 100%

จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ขึ้นเวทีกล่าวปราศรัยท่ามกลางข้าราชการ เกษตรกร และประชาชน ที่มาร่วมฟังกว่าพันคน โดยการรักษาความปลอดภัยยังเป็นไปอย่างเข้มงวด ว่า ดีใจได้กลับมาเยี่ยมโคราชบ้านเดียวกัน เพราะเกิดที่นี่ คนอีสานเวลาจับข้าวเหนียวต้องจับสามนิ้ว ตนเกิดที่นี่ พ่อเป็นทหาร แม่เป็นคน จ.ชัยภูมิ มีเลือดอีสานร้อยเปอร์เซ็นต์ เป็นคนโคราชเด้อ แล้วย้ายไปลพบุรี วันนี้ในฐานะนายกฯเข้ามาทำงานขับเคลื่อนประเทศ ไม่ใช่เข้ามาเป็นศัตรูใคร เข้ามาลดความขัดแย้งที่มีการใช้อาวุธสงคราม และขอให้ช่วยกันหาว่าใครเป็นคนใช้อาวุธสงครามนั้น และต้องสร้างชุมชนเข้มแข็ง เชื่อมโยงเศรษฐกิจประชาคมอาเซียน ดังนั้น ถ้ามีความขัดแย้งอยู่เราเสียเปรียบ

แสลงหูขอเปลี่ยนชื่อ “ข้าวลืมผัว”

“มีข้าวอยู่ชนิดหนึ่ง ผมอยากให้เปลี่ยนชื่อได้ไหม ข้าวอะไรก็ไม่รู้ ใครตั้งชื่อ ข้าวหลงผัวลืมผัวอะไรนี่มันไม่ได้นะ มันแตกแยกสังคมทำให้ครอบครัวมีปัญหา ชื่อมันดูไม่ค่อยดี อยากให้รักกัน หลงผัวลืมผัวอะไร ไม่ดี ไม่ได้ แต่นิสัยคนไทยบังคับไม่ได้นอกจากภรรยาบังคับสามี” นายกฯกล่าวอย่างมีอารมณ์ขัน ทำผู้เข้าฟังหัวเราะกันลั่น จากนั้นนายกฯกล่าวต่อว่า ท่าทางจะเปลี่ยนชื่อยากแล้ว แต่ขอชื่นชมเกษตรกรชาว จ.นครราชสีมา ที่สะท้อนปัญหาได้ดี แต่ก็ต้องเห็นใจรัฐบาลด้วยเพราะแก้ปัญหาในทุกมิติ แต่จะพยายามทำให้เร็วที่สุด และมีแนวคิดว่าจะเอาระบบการเกษตรของ จ.นครราชสีมา ซึ่งดีอยู่แล้ว มาเป็นต้นแบบแก่จังหวัดอื่น

ครวญ 8 เดือนนอนไม่ค่อยหลับ

นายกฯกล่าวว่า ทำงานมา 8 เดือน วันนี้ยังแก้อะไรไม่เสร็จสักอัน แล้วก็มาว่าเมื่อไรจะไปสักที อย่างนี้หมดกำลังใจ อย่ามาเสียเวลายกนิ้วประท้วง ขอเวลาบ้าง ให้เวลาไม่ได้เลยเหรอ ไม่ได้หลอกเพื่ออยู่นาน อยู่เพื่อแก้ปัญหาให้ จากนี้ไม่ยอมให้แตกแยกขัดแย้งอีกแล้ว หลังๆมานี้ไม่ไหวเหนื่อย แต่ยังสู้ได้ อำนาจ 3 สถาบัน บริหาร นิติบัญญัติ ตุลาการ ต้องใช้อย่างระมัดระวัง รัฐบาลไหนได้รับมอบอำนาจจากพระมหากษัตริย์ไป ใช้ให้ถูกต้อง มีธรรมาภิบาล อย่าไปดึงท่านลงเด็ดขาด ซึ่งท่านไม่เคยมายุ่งอย่าไปเชื่ออะไรทั้งสิ้น แผ่นดินนี้แตกแยกขัดแย้งอีกต่อไปไม่ได้ สัญญาด้วยชีวิต “วันศุกร์พูดด้วยทำไมไม่พูดด้วยปิดทีวีหนีหมด จำไว้เลย” ทุกวันนี้ไม่สามารถนอนหลับตาได้มา 8 เดือนแล้ว นอนไม่ค่อยหลับ ขู่จะเดินขบวน อย่าขู่กันเลยตนใช้อำนาจเพื่อสร้างสรรค์ ไม่ใช่ใช้อำนาจจัดการใคร

ลั่นไม่ทรยศบ้านเกิดเด็ดขาด

จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ว่า เกษตรกรบอกว่าไม่อยากได้เงินได้ทอง ต้องการความยั่งยืน เพราะที่ผ่านมาไม่เคยมีรัฐบาลไหนทำให้เขายั่งยืนได้ ต้องปรับต้นทุนการผลิตและโครงสร้าง ในรูปแบบสหกรณ์ วันนี้ต้องปรองดองสมานฉันท์ให้มาก ปฏิรูประยะสั้น ระยะยาว อย่าเพิ่งมาขัดแย้งกัน จะเสียเวลาแก้ไขปัญหา มาด้วยหัวใจเต็มร้อย กลับไปใจ 200 ยืนยันไม่ทรยศบ้านเกิดตัวเองแน่ ที่ผ่านมาเป็นทหารไม่ค่อยได้พูด วันนี้เป็นนายกฯจึงมีโอกาสได้พูดมากขึ้น จากนั้นนายกฯและคณะเดินทางออกจากสหกรณ์การเกษตรพิมาย ด้วยรถยนต์โตโยต้า อัลพาร์ด สีขาว หมายเลขทะเบียน กย 5759 นครราชสีมา โดยโบกมือชูสัญลักษณ์ไอเลิฟยูด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส ก่อนขึ้นเครื่องบินกลับกรุงเทพฯ

ไล่เช็กการบ้านทุกกระทรวง

ที่อาคารรับรองเกษะโกมล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำและความยากจน โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมพร้อมเพรียง จากนั้น พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า มีการหารือเพื่อเตรียมแนวทางแก้ปัญหาที่ทำกิน การศึกษา สินค้าโอทอป พืชผลการเกษตร โดยฝากให้รัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไปช่วยคิดหาวิธีแนวทางแก้ไขปัญหาลดความยากจน เบื้องต้นจะจัดทำมาตรการเป็นแพ็กเกจให้ความช่วยเหลือด้านต่างๆอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งคาดว่าปีนี้จะเกิดปัญหาภัยแล้งหนัก โดยจะให้เวลาศึกษารายละเอียด 2 สัปดาห์ ก่อนนำเสนอต่อนายกฯและหัวหน้า คสช.ก่อนเข้าสู่ ครม. ส่วนการแก้ไขปัญหาราคายางพาราตกต่ำ ยืนยันว่ารัฐบาลเร่งดำเนินการอยู่ ซึ่งธนาคารต่างๆได้อนุมัติเงิน 16,000 ล้านบาท นำไปซื้อน้ำยางดิบเพื่อกระตุ้นให้ราคายางในตลาดปรับตัวสูงขึ้น คาดว่าภายใน 2 เดือนราคาจะขึ้นถึง 80 บาทต่อกิโลกรัม รวมถึงนำยางในสต๊อกนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ เช่น การทำถนน

คสช.ส่งทหารเจรจา “วรชัย” ถึงบ้าน

อีกเรื่อง นายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย และแกนนำ นปช. กล่าวว่า ตามที่คสช. แจ้งมาให้เข้ารายงานตัวที่กองทัพภาคที่ 1 นั้น ล่าสุดได้รับแจ้งว่าไม่ต้องเข้ารายงานตัวที่กองทัพภาคที่ 1 แล้ว โดยจะส่งนายทหารระดับพันเอกเป็นตัวแทนเดินทางมาพบที่บ้าน จ.สมุทรปราการ แทน เนื่องจากมีเหตุการณ์ความไม่สงบลอบวางระเบิดในเขตกรุงเทพฯ หน่วยงานด้านความมั่นคงประเมินแล้วยังไม่ต้องการให้ตนเดินทางเข้ารายงานตัววันนี้ ต่อมานายวรชัยให้สัมภาษณ์หลังการพูดคุยกับตัวแทนคสช. ว่า คสช.ส่งนายทหารยศพันเอกสังกัดหน่วยทหารปืนใหญ่ ที่ดูแลพื้นที่ จ.สมุทรปราการ มาพูดคุยประมาณ 1 ชั่วโมง นายทหารคนดังกล่าวแจ้งว่าแม่ทัพภาคที่ 1 ติดภารกิจดูแลเหตุระเบิดในพื้นที่กรุงเทพฯ ไม่สะดวกให้ตนเข้าไปพูดคุยที่กองทัพภาคที่ 1

อยากถอดชนวนต้องล้างไพ่เก่า

นายวรชัยกล่าวว่า ตลอดเวลาการพูดคุยกันทหารมีท่าทีสุภาพ ไม่ได้พูดจาข่มขู่ พร้อมระบุว่าผู้ใหญ่ใน คสช.และแม่ทัพภาคที่ 1 เป็นห่วงสถานการณ์การเมืองขณะนี้ ขอให้รัฐบาลทหารทำงานเพื่อแก้ไขปัญหาก่อน ขอร้องตนว่าอย่าให้มวลชนใน จ.สมุทรปราการ ออกมาเคลื่อนไหว ซึ่งยืนยันไปว่าไม่ได้ต่อต้าน คสช.หรือรัฐบาล และไม่ได้สั่งการให้มวลชนเคลื่อนไหวใดๆทั้งสิ้น สิ่งที่พูดไปเพื่อสะท้อนความคิดเห็นประชาชน ที่ไม่เห็นด้วยในเรื่องต่างๆ อยากให้รับฟังเราบ้าง ยืนยันว่าจะยังคงพูดในสิ่งที่เป็นประโยชน์กับประชาชนและประเทศ ติเพื่อก่อ โดยจะไม่ไปกระทบกับการบริหารประเทศ ถ้าจะให้อยู่นิ่งเฉยกับสิ่งที่ไม่ชอบธรรมคงเป็นไปไม่ได้ ไม่อย่างนั้นร่างรัฐธรรมนูญจบแต่ปัญหาไม่จบ รัฐธรรมนูญแย่ความขัดแย้งยิ่งเพิ่มขึ้น ดังนั้นหาก พล.อ.ประยุทธ์อยากถอดชนวนความขัดแย้ง ต้องโละของเก่าทิ้งให้หมด เช่น องค์กรอิสระอย่าง ป.ป.ช. ตั้งองค์กรใหม่ ตั้งคนใหม่เข้ามาทำหน้าที่แทน

ผบ.ม.พัน. 27ฯ คุมเข้มบ้าน “พิชัย”

ที่บ้านย่านถนนเพชรบุรีของนายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พลังงาน คณะทำงานด้านเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย ที่ถูก คสช.เชิญตัวไปพูดคุยปรับทัศนคติที่ผ่านมา พ.ท.ชายธนัญชา วาจรัต ผู้บังคับกองพันทหารม้าที่ 27 รักษาพระองค์ (ผบ.ม.พัน. 27 รอ.) เดินทางมาสังเกตการณ์บริเวณโดยรอบและนำขนมมาฝากด้วย

“วิษณุ” ยันลากยาวกฎอัยการศึก

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกระแสเรียกร้องให้ยกเลิกกฎอัยการศึก โดยนำรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวมาตรา 44 มาใช้แทนว่า ไม่เป็นความจริง เมื่อประมาณ 2 เดือนที่ผ่านมา มีการประชุมคณะที่ปรึกษาฝ่ายความมั่นคง เคยพูดถึงเรื่องถ้ายกเลิกกฎอัยการศึกแล้วจะมีมาตรการอะไรมาแทน ซึ่งมีการเปรียบเทียบข้อดีข้อเสียกันทั้ง พ.ร.บ.ฉุกเฉิน พ.ร.บ.ความมั่นคง กฎอัยการศึก และมาตรา 44 ให้ที่ประชุมรับทราบเท่านั้น ยังไม่มีใครจะให้เลิกหรือไม่ให้เลิก ยืนยันกฎอัยการศึกยังอยู่และไม่มีความคิดจะยกเลิกในเวลาอันใกล้ เพราะยังไม่เห็นผลกระทบวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของคน เมื่อถามว่าเหตุระเบิดที่สยามพารากอน เกี่ยวข้องกับกระแสการยกเลิกกฎอัยการศึกหรือไม่ นายวิษณุตอบว่า เรื่องเพิ่งเกิดเมื่อคืน ยังไม่ได้คิดกันเลย แต่ยืนยันว่าไม่เกี่ยว

สั่ง ตร.ทำเนียบฯตื่นตัวหลังเสียงบึม

ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบฯว่า ทันทีที่เกิดเหตุวางระเบิดบริเวณสถานีรถไฟฟ้าสยามสแควร์ หน้าห้างสยามพารากอน เมื่อคืนวันที่ 1 ก.พ. ผู้บังคับบัญชาระดับสูงได้มีคำสั่งมาถึงตำรวจที่เข้าเวรประจำการณ์ทำเนียบฯ ให้ตื่นตัวและเคร่งครัดในการทำหน้าที่ กำชับให้ออกตรวจความเรียบร้อยเป็นระยะๆ หากมีเหตุให้รีบรายงานผู้บังคับบัญชาทราบโดยด่วน และยังมีคำสั่งให้ตรวจตราเข้มงวดบุคคลที่เข้ามาติดต่อราชการในทำเนียบฯด้วย ขณะที่การรักษาความปลอดภัยในทำเนียบฯ ยังเป็นไปตามปกติยังไม่มีมาตรการเข้มข้น

“ป๋าเปรม” ร่วมปาฐก 60 ปี วปอ.

วันเดียวกันเวลา 10.00 น. ที่วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เป็นองค์ปาฐกพิเศษกล่าวเนื่องในวันคล้ายวันสถาปนา วปอ.ครบรอบ 60 ปี ว่า ที่จริงอายุมากแล้ว และเป็นคนโบราณ แต่คงไม่แก่จนกระทั่งเรียกว่าคนแก่รกแผ่นดิน หัวข้อที่จะพูดเรื่องเกิดมาต้องตอบแทนพระคุณแผ่นดิน คงไม่มีในหลักสูตร วปอ. เพราะ วปอ.เน้นวิเคราะห์เรื่องใหญ่ๆ ยากๆ เช่น ยุทธศาสตร์ชาติ เป็นต้น แม้เรื่องนี้จะไม่ใช่ยุทธศาสตร์ชาติ แต่เป็นเรื่องของชาติเหมือนกัน คิดว่าหลักการของชาติเป็นเรื่องสำคัญ และถือเป็นความมั่นคงของชาติ ชาติบ้านเมืองเรามีปัญหา 2 อย่าง คือ 1.ความยากจน 2.เรื่องการโกงชาติ ถือเป็นภาระของเรา ที่จริงแล้วการโกงชาติเป็นหน้าที่ของเราทุกคนต้องดูแล ให้คนไทยโกงชาติน้อยลง ต้องสอนให้คนรู้จักตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน ไม่ใช่เพียงรู้จัก ต้องทำด้วย หากทำได้ก็ชื่นใจว่าคนโกงชาติจะน้อยลง

ปลุกสำนึกต้องทำดีตลอดไป

พล.อ.เปรมกล่าวว่า การตอบแทนบุญคุณแผ่นดินทำไม่ยาก ง่ายนิดเดียว คือทำตัวให้เป็นคนดี ไม่ทำความชั่ว ถ้าเราเป็นคนดีไม่ต้องเก่งมาก แค่เก่งพอสมควรแล้วเป็นคนดี ไม่สร้างความเดือดร้อนให้คนอื่น หน่วยงาน ประเทศของตนเอง หรือชาติอื่น การทำความดีไม่ยาก ใครๆก็ทำได้ แต่การรักษาความดีให้คงอยู่เป็นเรื่องยากกว่า เพราะบางคนทำดีมาตลอดแต่พอใกล้จะตายความดีก็หายไป ต้องทำไปตลอดจนตาย แต่ปัจจุบันหลายคนไม่เป็นอย่างนั้น พอทำไปได้สักระยะหนึ่งความดีกลับหายไปกับสายลม สิ่งที่เรามักเรียกคนโกงว่าการฉ้อราษฎร์บังหลวง เป็นสิ่งที่อยู่คู่กับโลก ไม่มีประเทศใดที่ไม่มีฉ้อราษฎร์บังหลวง เพียงแต่เขามีน้อย แต่เรามีมาก

จี้ให้กล้าประกาศว่าจะไม่โกง

พล.อ.เปรมกล่าวต่อว่า การฉ้อราษฎร์บังหลวงคือคนเป็นคนทำ เราต้องตำหนิพวกเรากันเองที่เฉยเมยต่อการปราบปรามคนโกงชาติ บางคนบอกว่าไม่ใช่เรื่องหรือหน้าที่ เสียภาษีให้ประเทศก็คือทำหน้าที่แล้ว จะไปเพิ่มศัตรูทำไม เสียเวลาทำมาหากิน เพราะเขาไม่ได้มาโกงตนแต่ไปโกงของคนอื่น คิดแบบนั้นได้อย่างไร แต่เราไปห้ามเขาไม่ได้เพราะไม่มีกฎหมายหรือบทลงโทษต่อการเฉยเมย เพียงแต่ผิดในเรื่องหน้าที่ความรับผิดชอบดูแลชาติบ้านเมือง ผิดตรงที่ยิ่งทำเฉยก็ยิ่งทำผิดมาก เป็นเรื่องที่น่าขายหน้า เราต้องช่วยกัน ทำอย่างไรก็ได้เพื่อเพิ่มคนดี เบียดคนไม่ดีตกขอบเวที คนไทยที่เป็นคนดีทั้งหมดในที่นี้หากประพฤติเป็นตัวอย่าง และประกาศออกไปว่าผมไม่ใช่คนโกง ขอให้พูดว่าผมหรือดิฉันไม่โกงชาติบ้านเมือง ถ้าทุกคนพูดแล้วทำก็ได้ผลลัพธ์ที่เราต้องการ

ชงตั้งศาลฉ้อราษฎร์บังหลวง

พล.อ.เปรมกล่าวอีกว่า คนโกงไม่ว่าจะเป็นใครใหญ่โตแค่ไหนไม่ต้องไปไหว้ ไม่ต้องไปแสดงความเคารพนับถือ ต่อให้มีบารมีมากแค่ไหนขอให้แสดงความขยะแขยงรังเกียจ พยายามอยู่ให้ไกลๆ รักษาระยะห่างจากคนโกง เพราะเชื้อโรคการโกงจะมาติดคุณ คนโกงกลิ่นไม่ดี ทำอย่างไรก็ได้ให้เขารู้ ชี้หน้าเขาว่าผมรู้ว่าคุณรวยแต่รวยเพราะโกงเขามา น่าละอาย ทำให้ชาติไทยต้องขายหน้า ผมทนไม่ได้และจะไม่ทน ซึ่งไม่ควรจะทน ต้องหาทางและแสวงหาวิธีเพื่อชี้ให้เห็นว่าประเทศไทยไม่ใช่ประเทศขี้โกง “ผมเคยถามเรื่องคดีว่าทำไมคดีโกงเรื่องนี้ไม่เสร็จเสียทีนานแล้ว เขาก็ตอบว่าขั้นตอนเยอะ แต่ผมบอกว่าขั้นตอนสามารถแก้ได้ ประเทศไทยมีศาลมากมาย ทั้งศาลยุติธรรม ศาลภาษี ถ้าเราจะตั้งศาลฉ้อราษฎร์ บังหลวงดีหรือไม่ เอาคดีนี้ไปดำเนินการให้เร็ว ลดขั้นตอนให้เร็ว ช่วยกันตั้งดีหรือเปล่า”

ยึดหลักปราบโกงแบบทหารม้า

พล.อ.เปรมกล่าวต่อว่า การใช้กฎหมายกับคนโกงชาติโกงแผ่นดิน ต้องใช้ลักษณะหลักนิยมของทหารม้า “รวดเร็ว รุนแรง เด็ดขาด” คนไม่โกงในชาติบ้านเมืองมีเยอะ คิดว่ามีคนไทยจำนวนไม่น้อยที่สำนึกในบุญคุณแผ่นดิน แต่พวกเราชอบพูดไม่ชอบทำ พูดเสมอว่าไม่ชอบคนขี้โกง ได้แต่พูดและหยุดอยู่แค่นั้น ฉะนั้นสิ่งที่ต้องทำต่อจากนี้คือต้องพูดและทำ คนที่โกงและร่ำรวยเป็นอันตรายต่อชาติบ้านเมือง ทำให้ชาติบ้านเมืองเสียเกียรติภูมิขายหน้า ต้องถูกดูหมิ่นดูแคลน และถือเป็นศัตรูแผ่นดินให้หมายตาหมายหัว และช่วยกันทำลายให้หายไปจากแผ่นดินนี้ จะมีวิธีไหนบ้างที่จะทำให้คนโกงสำนึก บางคนเราไปบอกเขาก็หยุดโกง แต่บางคนบอกแล้วก็ยังโกง นั่นคือสันดานการโกง บางคนตนมั่นใจว่าคิดไม่ถึงว่าการโกงของตัวเองจะทำให้ชาติเสียหาย ดังนั้น เราต้องช่วยกันสร้างคนดี และดูแลคนรอบข้างไม่ให้โกง ดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาให้ดี หวังว่าคนไทยจะหายจากโรคขี้โกง ขอให้ช่วยกันขยายผล สร้างคนดีให้ประเทศของเรา ถือเป็นการทำบุญที่ยิ่งใหญ่ให้กับชาติบ้านเมือง

นัดประชุมร่วมหวั่น รธน.ถูกคว่ำ

ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมาธิการปฏิรูปการเมือง สปช. เพื่อพิจารณามติของคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ กรณีระบบการเลือกตั้งแบบสัดส่วนผสม โดยเชิญนายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ กมธ.ย่างร่างฯ ในฐานะ สปช.ด้านการเมืองเข้าชี้แจง โดยก่อนเข้าสู่วาระพิจารณา นายอลงกรณ์ พลบุตร กมธ.ปฏิรูปการเมือง เสนอว่า กมธ.ยกร่างฯทำงานไป 50 เปอร์เซ็นต์แล้ว ควรมีการประชุมร่วมระหว่าง กมธ.ยกร่างฯและ กมธ.ปฏิรูปการเมือง เพื่อหารือแลกเปลี่ยนในประเด็นที่ถูกสังคมวิจารณ์ติติง อาทิ การให้ข้าราชการประจำทำหน้าที่จัดการเลือกตั้ง เราอยู่เรือลำเดียวกัน ต้องปรึกษาหารือเพื่อรับผิดชอบร่วมกัน และไม่อยากเห็นร่างรัฐธรรมนูญที่ถูกส่งกลับมาที่ สปช. ถูกแปรญัตติแบบรื้อร่าง ถ้าต่อจากนี้จนถึงเดือน เม.ย. กมธ.ยกร่างฯไม่ทบทวนกลับมาให้ดี มีโอกาสที่ร่างรัฐธรรมนูญจะถูกคว่ำ ตนจะประสานกับนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธาน กมธ.ยกร่างฯ เสนอให้มีการประชุมร่วมต่อไป

ขอบคุณ สปช.ถก ก.ม.ผู้บริโภค

อีกด้าน นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสปช. พร้อมด้วย น.ส.สารี อ๋องสมหวัง ประธานคณะกรรมาธิการคุ้มครองผู้บริโภค สปช. รับหนังสือขอบคุณจาก น.ส.เรณู ภู่อาวรณ์ ตัวแทนสมาคมพิทักษ์สิทธิ์ผู้บริโภค จ.สมุทรสงคราม และคณะ กรณีสปช.เตรียมพิจารณาร่าง พ.ร.บ.องค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค ที่ กมธ.ปฏิรูปคุ้มครองผู้บริโภคยกร่างเสร็จแล้ว โดย น.ส.เรณูกล่าวว่า อยากให้กฎหมายฉบับนี้ออกมาบังคับใช้โดยเร็ว จะได้มีองค์กรเฉพาะเข้ามาดูแลเรื่องการคุ้มครองสิทธิของผู้บริโภคอย่างเป็นทางการ ขณะที่ น.ส.สารีกล่าวว่า ข้อดีของกฎหมายดังกล่าวคือ จะทำให้มีองค์กรเฉพาะทำหน้าที่ดูแลเรื่องการคุ้มครองผู้บริโภคที่ถูกละเลยมานาน

เจอตีร่างฯกลับไปทบทวนใหม่

ต่อมา มีการประชุม สปช. มีนายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธาน สปช. เป็นประธานการประชุม เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.องค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค ตามที่ กมธ.คุ้มครองผู้บริโภคยกร่างเสร็จแล้ว ซึ่งมีสาระสำคัญ คือ การตั้งองค์การเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคที่เป็นอิสระจากหน่วยงานของรัฐ อย่างไรก็ตาม มีสมาชิก สปช.หลายคน อาทิ นายคุรุจิต นาครทรรพ นายเสรี สุวรรณภานนท์ แสดงความไม่เห็นด้วยกับการตั้งองค์การดังกล่าว เพราะเกรงว่าจะไปทับซ้อนการทำหน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) จนทำให้เกิดความสับสนในการใช้อำนาจตามกฎหมาย และยังเห็นว่าร่างกฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการเงิน ซึ่งตามรัฐธรรมนูญระบุให้ ครม.เป็นผู้เสนอกฎหมายเท่านั้น หลังจากปล่อยให้อภิปรายกันพอสมควร ในที่สุดที่ประชุมมีมติ 145 ต่อ 72 เสียง ยังไม่รับร่างไว้พิจารณาเพื่อส่งให้ ครม.พิจารณาต่อ โดยขอให้ กมธ.กลับไปทบทวนเนื้อหาใหม่

ฉะ สปช.แห่กระแสต้านมะกัน

ด้านนายสมคิด เชื้อคง อดีต ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีสมาชิก สปช.เตรียมรวบรวมรายชื่อคัดค้านการกระทำของนายแดเนียล รัสเซล ผู้ช่วย รมต.ต่างประเทศสหรัฐอเมริกา ว่า สปช.กำลังหลงทาง หลงประเด็น ควรเอาเวลาไปเร่งเดินหน้าปฏิรูปประเทศจะดีกว่า เรื่องนี้ควรเป็นอำนาจของ รมว.ต่างประเทศ ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ หรือนักการทูต สปช.อย่าเล่นตามกระแสหรือเล่น การเมืองให้มากนัก อย่าลืมว่าประเทศไทยต้องพึ่งพาด้านการส่งออกกับสหรัฐฯเป็นส่วนใหญ่ การออกมาให้สัมภาษณ์พาดพิงมิตรประเทศ ซึ่งเป็นมหาอำนาจอย่างสหรัฐฯต้องระวัง รวมถึงกรณี กมธ.ต่างประเทศ สนช.จะเชิญนายแพทริค เมอร์ฟี อุปทูตสหรัฐฯประจำประเทศไทยมาสอบถาม ก็เป็นเรื่องตลกและไม่ควร เวลาจะทำอะไรช่วยคิดด้วยว่าประชาชนจะเสียโอกาส หรือไม่ เราเป็นเพียงแค่มดเขาเป็นยักษ์ใหญ่ อย่าไปชูหางเลยไม่มีประโยชน์

ยุบเลย กสม.–ผู้ตรวจฯไร้ผลงาน
นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ คณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงข้อเสนอ กมธ.ยกร่างฯให้ควบรวมคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) และผู้ตรวจการแผ่นดินเข้าด้วยกันว่า ไม่เห็นด้วยที่จะให้ควบรวม แต่ขอให้ยุบทั้ง 2 องค์กร เพราะทำงานไม่ตรงไปตรงมา ไม่สุจริตเที่ยงธรรมตามคำนิยามขององค์กรอิสระ และไม่มีผลงานที่เห็นได้ มีแค่ศูนย์ดำรงธรรมก็สามารถทำงานด้านนี้ได้แล้ว จากติดตามการทำงานของ 2 องค์กร คะแนนเต็ม 10 ตนให้แค่ 2.5 เท่านั้น อย่างเรื่องการสลายการชุมนุม เมื่อ ต.ค.2551 กสม.ทำอย่างรวดเร็ว แต่พอมา เม.ย.-พ.ค.2553 หรือการชุมนุมของกลุ่ม กปปส.กลับเฉย ทำให้เห็นมาตรฐานชัดเจนว่าใช้ไม่ได้ ขณะที่ผู้ตรวจการแผ่นดินก็เลือกเรื่องที่จะส่งต่อศาลรัฐธรรมนูญ บางเรื่องส่งบางเรื่องไม่ส่งกรรมการบางคนก็ไม่ได้ตั้งใจอยู่ทำงาน บางคนออกมาเป็นกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) หรือประธานวุฒิสภา และยังมีผลงานเรื่องขึ้นเงินเดือนตัวเอง กสม.และผู้ตรวจการฯเคยดูเรื่องพวกนี้ว่าผิดจริยธรรมตัวเองหรือไม่

โวย สธ.รวบรัด พ.ร.บ.คุมเหล้า

อีกเรื่อง นายฉัตรชัย วิรัตน์โยสินทร์ ผู้อำนวยการสายการตลาด บริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น จำกัด กล่าวว่า การพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ที่คณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (สคอ.) กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เปิดรับฟังความคิดเห็นครั้งล่าสุดและเตรียมส่งให้คณะรัฐมนตรีพิจารณา ซึ่งในกลุ่มผู้ประกอบการเห็นว่ากระบวนการรับฟังยังไม่ครอบคลุม เชิญผู้ประกอบการเข้าร่วมเพียงไม่กี่ราย ทั้งที่เนื้อหามีการให้อำนาจเจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุขสามารถเข้าตรวจค้นที่ใดก็ได้ เพียงแค่เชื่อที่ว่าจะมีการดื่มหรือจำหน่ายสุรานอกเวลาที่กำหนด ถือว่าน่ากลัวมากและกระทบสิทธิพื้นฐานประชาชน ขณะนี้ประเทศอยู่ในภาวะพิเศษ แม้จะมี สนช.พิจารณากลั่นกรอง แต่โดยหลักการไม่ได้เป็นตัวแทนคนทั้งประเทศ ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง ดังนั้น โดยมารยาทและความเหมาะสม จึงควรนำไปพิจารณาในช่วงระยะเวลาปกติ ไม่ใช่มาเร่งรีบผิดปกติอย่างนี้

“วัชระ” โพสต์แฉรูปงานวันเกิด

วันเดียวกัน นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวว่า ตามที่นายสมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำกลุ่มมัชฌิมา ปฏิเสธเรื่องที่มีข้าราชการแห่อวยพรวันเกิด โดยบอกว่าเป็นเพียงงานเลี้ยงเล็กๆ จึงขอนำภาพนายปิติ แก้วสลับสี ผวจ.สุโขทัย พร้อมคณะรอง ผวจ. และนายอำเภอ เข้าฟังโอวาทมอบแจกันดอกไม้ให้ นายสมศักดิ์จะบอกว่าไม่รู้ไม่เห็นได้อย่างไร จึงต้องการให้ คสช.ปฏิรูประบบราชการมหาดไทย ควรหมดยุคข้าราชการเชียร์นักการเมืองในยุค พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา เป็น รมว.มหาดไทย และจะรอดูว่าระบบธรรมาภิบาลยังเดินเครื่องหรือไม่ หากไม่ดำเนินการจะขออนุญาตเข้าพบ พล.อ.อนุพงษ์ต่อไป

“สมศักดิ์” ตอกว่างจัดชวนหาเรื่อง

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน กล่าวว่า เป็นการทำบุญครบรอบวันคล้ายวันเกิด 60 ปีของตน ไม่มีการให้โอวาท หรือมอบนโยบายให้กับข้าราชการ พบกันในฐานะคนมีน้ำใจต่อกัน และตนเคยเป็นที่ปรึกษา ผวจ.สุโขทัยหลายคน ไม่เคยแทรกแซงข้าราชการให้มาช่วยเหลือตัวเอง อีกทั้งเป็นจารีต ประเพณีที่ใครก็พึงปฏิบัติต่อกัน คนที่ไร้ผลงานมักใช้การวิวาทะหาคะแนนนิยมให้ตัวเองเป็น ส.ส. แต่ตนใช้การทำงานให้ประชาชนเห็นผลงานมากกว่าพูด มองว่านายวัชระกำลังทำลายข้าราชการดีๆ ที่มุ่งมั่นทำประโยชน์ชาติ ต้องตกเป็นเหยื่อการเมือง วันงานผ่านไป 2 สัปดาห์แล้ว ทำไมเพิ่งมาเปิดเผยมีวัตถุประสงค์อะไรแอบแฝงหรือไม่

ผวจ.ยันไม่ได้เกณฑ์คนอวยพร

ขณะที่นายปิติ แก้วสลับสี ผวจ.สุโขทัย กล่าวว่า ไม่มีการเกณฑ์คนเข้าไปอวยพร และไม่มีการสั่งทำหนังสือให้ข้าราชการเข้าพบนายสมศักดิ์ รวมทั้งไม่มีการให้โอวาทอะไรเลย ทุกคนที่ไปในวันนั้น ไปด้วยความสมัครใจ ไม่มีการบังคับ ภาพที่ออกมาว่าตนนำดอกไม้ไปอวยพรวันเกิด ถือเป็นประเพณีวัฒนธรรมที่ดีของไทยที่แสดงความเคารพผู้ใหญ่ ซึ่งนายสมศักดิ์เป็นผู้ทำประโยชน์ให้จังหวัดสุโขทัยมาตลอด ทั้งนี้ตนได้ชี้แจงข้อเท็จจริงกับ รมว.มหาดไทย และผู้บังคับบัญชาเรียบร้อยแล้ว ก็แล้วแต่ว่าจะมีการพิจารณาอย่างไร

ระดมกำลังทหาร-ตร.นับพันคุ้มกันเข้ม “บิ๊กตู่” นำทีมลุย “พิมาย” ถก นบข. ยึด “โคราชโมเดล” ต้นแบบแก้ปัญหาข้าว-พืชผลเกษตรทั่วประเทศ จั๊กจี้หูขอเปลี่ยนชื่อ “ข้าวลืมผัว” ออกลูกอ้อนเป็นลูกย่าโมอีสานขนานแท้ ... 3 ก.พ. 2558 08:04 3 ก.พ. 2558 08:05 ไทยรัฐ