วันพฤหัสบดีที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
สั่งจำคุก 'สุดาทิพย์' 5ปี คดีหมิ่นเบื้องสูง

สั่งจำคุก 'สุดาทิพย์' 5ปี คดีหมิ่นเบื้องสูง

  • Share:

รับสารภาพได้ลดโทษเหลือ2ปี6เดือน

ศาลพิพากษาจำคุก 5 ปี “สุดาทิพย์ ม่วงนวล” พี่สาวท่านผู้หญิงศรีรัศมิ์ สุวะดี อาศัยเป็นญาติอ้างเบื้องสูงเข้าไปจัดน้ำพริกเครื่องเคียงส่งกองกิจการในวังศุโขทัย ในลักษณะผูกขาด ไม่ผ่านประมูล อีกทั้งใช้ถ้อยคำจาบจ้วง ทำให้เสื่อมเสียพระเกียรติยศองค์รัชทายาท เจ้าตัวสารภาพลดโทษคงจำคุก 2 ปี 6 เดือน ไม่รอลงอาญา ด้านพนักงานสอบสวน สภ.สมุทรสาคร แจ้งข้อหาอายัดคดีเพิ่ม “ณัฐพล สุวะดี” ร่วมกันเอาสถาบันมาอ้างข่มขู่กลุ่มประท้วงต่อต้านการขนถ่ายถ่านหิน ส่วนอีกราย ผู้เสียหายแจ้งความจับหนุ่มเป็นหลาน “พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์” แสดงตัวเป็นคนกลางเคลียร์คดียานรก เรียกเงินนับล้านบาท แต่ไม่สำเร็จแล้วเชิดหนี

ที่ห้องเวรชี้ ศาลอาญา เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 2 ก.พ. ศาลนัดสอบคำให้การในคดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 10 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนางสุดาทิพย์ ม่วงนวล อายุ 49 ปี เป็นจำเลย ในความผิดฐานหมิ่นประมาท ดูหมิ่นพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 โดยเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้ควบคุมตัวนางสุดาทิพย์ สวมชุดนักโทษสีส้มมาจากทัณฑสถานหญิงกลางโดยเจ้าตัวใช้ผ้าคาดปากอำพรางใบหน้าเพื่อหลบช่างภาพ

คดีนี้โจทก์ฟ้องว่าระหว่างปี 2545 ถึง 23 พ.ย.2557 ต่อเนื่องกันตลอดมา จำเลยเป็นพี่สาวของท่านผู้หญิงศรีรัศมิ์ สุวะดี อาศัยความเป็นญาติจัดหาอาหารจำพวกน้ำพริก พร้อมเครื่องเคียงนำส่งกองกิจการในพระองค์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เพื่อพระราชทานเลี้ยงแก่ข้าราชบริพาร วังศุโขทัย และยังเป็นผู้กำหนดเมนูอาหารในลักษณะผูกขาดเองเสมอ ไม่ผ่านการประมูลตามขั้นตอนหลักเกณฑ์ตามปกติ อีกทั้งการใช้ถ้อยคำพูดแอบอ้างของจำเลยยังเป็นการจาบจ้วง แอบอ้างเบื้องสูง หมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์ ล่วงเกิน ใส่ร้าย ใส่ความทำให้เสื่อมเสียพระเกียรติยศ อันเป็นการหมิ่น ดูหมิ่น ต่อสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎ ราชกุมาร ซึ่งเป็นรัชทายาท เหตุเกิดที่แขวงวชิรพยาบาล เขตดุสิต กทม.

ภายหลังอัยการส่งฟ้อง ศาลนัดสอบคำให้การเมื่อวันที่ 15 ม.ค.58 แต่จำเลยให้การปฏิเสธต่อสู้คดี ต่อมาเมื่อวันที่ 24 ม.ค.58 จำเลยขอกลับคำให้การใหม่ ยื่นเอกสารเป็นลายลักษณ์อักษรให้การรับสารภาพโดยดี ศาลจึงเบิกตัวจำเลยเพื่อมาสอบถามความจริงจากตัวจำเลยเอง ปรากฏว่า จำเลยยืนยันรับสารภาพตามเดิม ไม่ต่อสู้คดี ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า จำเลยกระทำผิดฐานหมิ่นประมาท ดูหมิ่นพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 จริง พิพากษาจำคุก 5 ปี คำรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษกึ่งหนึ่ง คงจำคุกจำเลยไว้ 2 ปี 6 เดือน ไม่รอลงอาญา จากนั้นคุมตัวกลับเรือนจำทันที

ที่ บก.ภ.จ.สมุทรสาคร วันเดียวกัน พ.ต.อ.ชัยยุทธ ถมยา ผกก.สภ.เมืองสมุทรสาคร พ.ต.อ.ชมชวิณ ปุระธนานนท์ ผกก.สส.ภ.จ.สมุทรสาคร ร่วมแถลงผลการสอบสวนดำเนินคดีนายณัฐพล หรือกอล์ฟ สุวะดี อายุ 29 ปี และนายชัยยา หรืออู๋ กาญจนรัตนพงศ์ อายุ 43 ปี ในความผิดฐานร่วมกันหมิ่นประมาท ดูหมิ่นหรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายต่อสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมารรัชทายาท โดยนายชัยยาถูกจับกุมได้เมื่อวันที่ 30 ม.ค.ที่ผ่านมา ส่วนนายณัฐพลมอบหมายให้พนักงานสอบสวนเข้าแจ้งข้อหาเพิ่มเติมที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพ-มหานครเพื่ออายัดตัวไว้

ทั้งนี้ การกระทำความผิดของนายณัฐพล สุวะดี ซึ่งมีศักดิ์เป็นน้องชายนางสุดาทิพย์ ม่วงนวลและท่านผู้หญิงศรีรัศมิ์ สุวะดี มีพฤติการณ์ข่มขู่ผู้ชุมนุมต่อต้านการขนถ่ายถ่านหินใน จ.สมุทรสาคร และข่มขู่ข้าราชการให้อนุญาตดำเนินกิจการถ่านหิน อ้างเป็นกิจการในครอบครัว และข่มขู่แกนนำผู้ประท้วงจะพาเข้าไปในบ้านที่อ้างว่าเป็นเขตพระราชฐานเพื่อให้เกิดความเกรงกลัวในพระราชอำนาจและหยุดการประท้วง รวมถึงหลอกลวงให้เจ้าของท่าเรือเซ็นจูรี่โอนเงินสด 1.4 ล้านบาท และหักค่าผลประโยชน์จากกำไรที่บริษัทท่าเรือเซ็นจูรี่ได้รับในการขนส่งถ่านหินจำนวน 7 บาทต่อตัน เพื่ออำนวยความสะดวกให้ขนส่งถ่านหินผ่านท่าเรือได้โดยไม่เกิดข้อโต้แย้งจากเจ้าหน้าที่รัฐและชาวบ้าน

ด้าน พ.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี รรท.ผบก.ป. พ.ต.อ.ประเสริฐ พัฒนาดี รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.ภูมินทร์ พุ่มพันธุ์ม่วง ผกก.5 บก.ป. พ.ต.ท.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รรท.ผกก.ปพ.บก.ป. ร่วมแถลงข่าวกรณีนายบรรเทิง เนมีแสน อายุ 73 ปี เข้าร้องทุกข์กองปราบปรามให้ดำเนินคดีกับนายเอกชัย หรือเอฟ พลอยหิน อายุ 28 ปี ในความผิดฐานหมิ่นเบื้องสูง ฉ้อโกงทรัพย์ และเรียกรับหรือยอมรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด เป็นการตอบแทนหรือจูงใจเจ้าพนักงานโดยวิธีอันทุจริตหรือผิดกฎหมาย หรือโดยอิทธิพลของตน ให้กระทำหรือไม่กระทำการในหน้าที่อันเป็นคุณหรือเป็นโทษแก่บุคคลใด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112, 341 และ 143

สืบเนื่องจากเมื่อเดือน ธ.ค. 2551 นายไพฑูรย์ เนมีแสน อายุ 42 ปี บุตรชายของนายบรรเทิง ถูกนายเอกชัยหลอกลวงว่า สามารถวิ่งเต้นช่วยเหลือลูกชายให้พ้นจากการถูกตำรวจ สภ.บางแพ จ.ราชบุรี จับกุมดำเนินคดีค้ายาบ้าจำนวน 200,000 กว่าเม็ดได้ โดยมีการแอบอ้างเบื้องสูง ก่อนจะเรียกรับเงินเป็นค่าดำเนินการจากนายบรรเทิง 1.3 ล้านบาท ทำให้นายบรรเทิงและลูกชายหลงเชื่อนำเงินที่เก็บสะสมมาตลอดชีวิตรวมทั้งไปกู้หนี้ยืมสินไปให้นายเอกชัย ที่โรงแรมโกลเด้นซิตี้ จ.ราชบุรี

ภายหลังมีการรับเงิน นายเอกชัยกลับไม่สามารถช่วยเหลือให้นายไพฑูรย์รอดพ้นการถูกดำเนินคดียาเสพติดตามที่กล่าวอ้าง แต่ผู้เสียหายไม่กล้าแจ้งความเอาผิด เนื่องจากเกรงกลัวอำนาจและบารมีของนายเอกชัย เมื่อทราบข่าวว่าครอบครัวตระกูลสุวะดี ถูกตำรวจจับกุมจากการกระทำความผิดในหลายคดี จึงตัดสินใจเดินทางเข้าแจ้งความ เพราะทราบว่านายเอกชัยเคยเป็นคนกลางรับเงินวิ่งเต้นเปิดบ่อนนัมเบอร์วัน ย่านเหม่งจ๋าย และเป็นหลานของ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ อดีต ผบช.ก. และเป็นญาติท่านผู้หญิงศรีรัศมิ์ สุวะดี มักจะนำชื่อบุคคลทั้งสองไปหลอกลวง ข่มขู่ผู้เสียหาย

พ.ต.อ.อัคราเดชเปิดเผยว่า สืบทราบมาว่ายังมีผู้เสียหายอีกหลายรายที่ถูกหลอกลวงลักษณะดังกล่าว แต่ไม่กล้าเข้าแจ้งความ เพราะเกรงกลัวอิทธิพล ตนอยากจะประชาสัมพันธ์ว่า ขณะนี้ไม่ต้องกลัวแล้ว ให้มาแจ้งความที่กองปราบปรามได้เลย ตำรวจจะดำเนินการให้อย่างแน่นอน สำหรับผู้ต้องหารายนี้หลังจากรับเรื่องได้มอบหมายให้ชุดสืบสวน กก.5 บก.ป. เร่งรวบรวมพยานหลักฐาน ก่อนจะขออนุมัติศาลออกหมายจับติดตามตัวมาดำเนินคดีต่อไป

ส่วนที่ บช.น. น.ส.พิมพิสา สุนทรพิพิธ อายุ 38 ปี เข้ามอบตัวต่อ พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณ– กุล ผบช.น. และ พล.ต.ต.ก่อเกียรติ วงศ์สุเมธ ผบก.น.2 ตามหมายจับศาลข้อหาร่วมกันมีอาวุธปืนที่ใช้ในการสงครามโดยไม่ได้รับอนุญาต มี พ.ต.อ.สหภัส กายขำสิทธิกุล ผกก.สน.คันนายาว สอบปากคำ หลังจากขยายผลคดีจับกุมนายชากานต์ ภาคภูมิ อายุ 35 ปี สามี น.ส.พิมพิสา แก๊งทวงหนี้ ลดหนี้เครือข่าย พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ อดีต ผบช.ก.แล้วค้นบ้านพบปืนสั้น 3 กระบอก กระสุนปืน และปลอกกระสุนปืนใหญ่ 3 ปลอก น.ส.พิมพิสาเป็นเจ้าของบ้านเลยถูกหมายจับติดร่างแหไปด้วย

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้