วันจันทร์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

นาทีไปป์บอมบ์ ล่า 2 มือบึม โยง 2 ศพมีนบุรี

‘ไปป์บอมบ์’ยุคม็อบปี57 ล่า2คนร้ายนาทีกดถล่ม นายกฯลั่นต้องจับให้ได้

ตำรวจยังไม่ชี้ชัดกลุ่มไหนวางบึมป่วนกรุงสะพานเชื่อมรถไฟฟ้าบีทีเอสสยามกับศูนย์ การค้าสยามพารากอน “จักรทิพย์” ประชุมเครียด ได้กล้องวงจรปิดจับภาพ 2 ชายต้องสงสัยเป็นมือระเบิดสวมหมวกปิดบังใบหน้าป้วนเปี้ยนก่อนตูมสนั่น ตรวจสอบ “ไปป์บอมบ์” โยงคดี สน.มีนบุรี สังเวยคนร้ายตาย 2 ศพ เมื่อเดือน มี.ค.57 ระบุร้อยละ 90 ไม่พ้นประเด็นการเมือง “บิ๊กตู่” บอกไม่ให้ราคา ลั่นต้องหาคนวางให้ได้ ส่วน “ประวิตร” ไม่คิดใช้ ม.44 แทนกฎอัยการศึก

เหตุบึมระทึกป่วนเมืองสร้างความตื่นตระหนกทั่วกรุง กรณีคนร้ายลอบวางระเบิดไปป์บอมบ์ใจกลางแหล่งช็อปปิ้งมีระดับของคนเมืองหลวง 2 จุดบริเวณทางเชื่อมรถไฟฟ้าบีทีเอส สถานีสยามกับศูนย์การค้าสยามพารากอน ถนนพระราม 1 แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กทม. เหตุเกิดเมื่อค่ำวันที่ 1 ก.พ. แรงระเบิดทำให้ฝากล่องเหล็กของหม้อแปลงไฟฟ้าป้ายหน้าศูนย์การค้าสยามพารากอนฉีกกระจายเศษตะปูเกลื่อนลานน้ำพุศูนย์การค้า อีกจุดอยู่ใกล้ หน้าบริษัทเอ็มเอ เอ็กซเพรส เซอร์วิส จำกัด เสียหายที่ประตูเหล็กหน้าพัง ผนังกำแพงด้านข้างเปิด ฝ้าเพดานร่วง มีผู้บาดเจ็บ 2 ราย แต่ไม่มีผู้เสียชีวิต

ลุยหาพยานหลักฐานเพิ่ม

ความคืบหน้าเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 2 ก.พ. พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วย ผบ.ตร. ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ต.อ.อรรณนพ ตะปานนท์ ผกก.กองพิสูจน์หลักฐานกลาง พร้อมเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานกลาง เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุบนทางเชื่อมสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส สถานีสยามอีกครั้ง เพื่อหาหลักฐานเพิ่มเติม พบชิ้นส่วนประกอบอุปกรณ์ระเบิด อาทิ ตะปูขนาด 3 นิ้ว จำนวน 6 ตัว นอต 1 ตัว ถ่านอัลคาไลน์ขนาด 2 เอ อีก 1 ก้อน ตกอยู่ในสระน้ำของลานน้ำพุด้านหน้าศูนย์การค้าสยามพารากอน ถนนพระราม 1 แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กทม. เจ้าหน้าที่ได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน

โฆษก ตร.ไม่ชี้ฝีมือกลุ่มใด

พล.ต.ท.ประวุฒิให้สัมภาษณ์ว่า เบื้องต้นยังไม่สามารถชี้ชัดว่ากลุ่มใดเป็นผู้ก่อเหตุ จึงยังไม่ตัดประเด็นใดทิ้ง ไม่ว่าจะเป็นประเด็นทางการเมือง การสร้างสถานการณ์ หรือความขัดแย้งส่วนตัว ขณะนี้สั่งการให้ฝ่ายสืบสวน สน.ปทุมวัน ลงพื้นที่เร่งตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิดบริเวณใกล้เคียงที่เกิดเหตุทั้งหมดเพื่อความชัดเจน ส่วนระเบิดที่คนร้ายใช้ยืนยันเป็นระเบิดแบบไปป์บอมบ์ ไม่ได้สร้างความเสียหายรุนแรงมากนัก และมีการใช้กันทั่วไป คาดว่าผู้ก่อเหตุน่าจะต้องการให้เกิดความวุ่นวายมากกว่ามุ่งเอาชีวิต ที่ผ่านมา ตำรวจมีการเฝ้าระวังมาตลอดตั้งแต่ช่วงปีใหม่ หลังจากนี้จะประสานภาคเอกชนให้ดูแลพื้นที่ให้มากกว่าเดิม

นำทุกประเด็นมาวิเคราะห์

โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ต้องนำประเด็นทั้งหมดมาวิเคราะห์ จากข้อมูลที่มีไม่แสดงให้เห็นว่าจะก่อให้เกิดความรุนแรง เพราะความเห็นต่างมีอยู่แล้ว แต่ไม่ได้เห็นต่างถึงกับจะมีการรวมตัวเพื่อก่อความรุนแรง ส่วนประเด็นที่มองเป็นการสร้างสถานการณ์เพื่อคงกฎอัยการศึกไว้ คงไม่ใช่ เพราะการใช้กฎอัยการศึกเป็นการตัดสินใจของฝ่ายความมั่นคงอยู่แล้ว ถ้ามีข้อมูลว่า ยังจำเป็นต้องใช้กฎอัยการศึกก็ไม่จำเป็นต้องมาทำอย่างนี้ ต้องนำมาดูว่า มีกลุ่มไหนบ้างที่เคยเกี่ยวข้อง กลุ่มไหนที่มีพฤติการณ์ใช้ระเบิดในลักษณะดังกล่าว ต้องย้อนหลังไปดูให้หมดทุกกลุ่ม ไม่น่าจะมีการมุ่งหวังไปที่ศูนย์การค้า แต่มุ่งหวังให้เกิดความตื่นตระหนก

“จักรทิพย์” ประชุมเครียด

ที่ บช.น. เวลา 14.00 น. พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น. พล.ต.ต.อิทธิพล พิริยะภิญโญ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.ชาญเทพ เสสะเวช รอง ผบช.น. พล.ต.ต.จิตติ รอดบางยาง รอง ผบช.น. พล.ต.ต.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบช.น. พล.ต.ต.สมบัติ มิลินทจินดา ผบก.สส.บช.น. พล.ต.ต.ชยพล ฉัตรชัยเดช ผบก.น.6 พล.ต.ต.รณกร ศุภสมุทร ผบก.อก.บช.ภ.3 ช่วยราชการ บช.น. พ.ต.อ.ธัมรงค์ วงศ์แป้น รอง ผบก.สส. พ.ต.อ.ชาญ แสงเสียงฟ้า รอง ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.จารุต ศรุตยาพร ผกก.สน.ปทุมวัน พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผกก.3 บก.สส.บช.น. พ.ต.อ.นพรัตน์ สินมา ผกก.4 บก.สส.บช.น. พ.ต.อ.จิรภพ ภูริเดช ผกก.1 บก.ป. พ.ต.อ.กำธร อุ่ยเจริญ ผกก.กลุ่มงานเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด บก.สปพ. ร่วมประชุมเครียดกับชุดสืบสวนคลี่คลายคดีคนร้ายวางระเบิดแสวงเครื่อง 2 ลูก บริเวณทางเชื่อมรถไฟฟ้าบีทีเอส สถานีสยาม หน้าศูนย์การค้าสยามพารากอน

ยอมรับคดีมีความคืบหน้า

หลังการประชุมที่ใช้เวลานานกว่า 30 นาที พล.ต.อ.จักรทิพย์เปิดเผยว่า มีความคืบหน้าพอสมควร ระเบิดที่คนร้ายใช้ลักษณะเป็นท่อเหล็ก ใช้วิธีจุดสายชนวนด้วยการต่อสายไฟ ทุกอย่างบริเวณที่เกิดเหตุตำรวจเก็บรวบรวมไว้ทั้งหมดไปตรวจสอบวิเคราะห์ว่า เป็นสิ่งที่เกี่ยวข้องกับระเบิดหรือไม่ เป็นสิ่งที่คนร้ายนำมาวางหลอกล่อเราหรือเปล่า ส่วนการตรวจสอบกล้องวงจรปิดบางตัวใช้ได้ บางตัวชำรุด ชุดสืบสวนยังอยู่ระหว่างติดตามเก็บรวบรวมภาพจากกล้องวงจรปิดนำมาประมวลหาผู้ต้องสงสัย เช่น ชายถือถุงสีส้ม ตรวจสอบก็มีบุคคลที่ถือถุงลักษณะคล้ายกันในภาพวงจรปิดหลายคน จำเป็นต้องคัดกรองว่าบุคคลใดเป็นผู้ต้องสงสัย ต้องใช้เวลาแยกแยะ

ประณามการกระทำอำมหิต

ผู้สื่อข่าวถามถึงประเด็นการก่อเหตุ พล.ต.อ.จักรทิพย์ยอมรับว่า ยังไม่ชัดเจน มีเพียงการคาดเดาหรือประเมินแบบประสบการณ์ที่เคยทำมา อาจจะเป็นการดิสเครดิต หรือทำให้ภาพลักษณ์การท่องเที่ยวเสียบรรยากาศ ทุกอย่างเป็นไปได้หมด ยังไม่กล้าไปฟันธงว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับการเมืองหรือไม่ เชื่อว่าผู้ก่อเหตุครั้งนี้หวังผลหลายอย่าง ส่วนตัวขอประณามคนที่ทำใช้ไม่ได้ อำมหิตเกินไป ขณะนี้มีภาพผู้ต้องสงสัย 2 คน ตามที่ปรากฏในภาพกล้องวงจรปิดที่จะนำเอาข้อมูลเก่าที่มีลักษณะใกล้เคียงมาเปรียบเทียบ มอบให้ พล.ต.ท.ศรีวราห์ ตรวจสอบคดีระเบิดทั้งหมดในนครบาลมาดูว่ามีกี่ครั้ง มีกี่ท้องที่เกี่ยวข้อง เพื่อเปรียบเทียบตรวจสอบต่อไป

เชื่อมโยงคดีบึมย่านมีนบุรี

ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า ลักษณะเหตุระเบิดคล้ายกันมาก่อนหน้านี้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเมืองหรือไม่ รอง ผบ.ตร.ตอบว่า มีส่วนเกี่ยวข้อง เท่าที่ปรากฏในข้อมูลมีพื้นที่เกิดเหตุของ สน.มีนบุรี ใช้ระเบิดลักษณะเหมือนกัน สิ่งพวกนี้ศัพท์ทางพวกคนร้ายที่ก่อเหตุจะเรียกว่าซิกเนเจอร์ ใครชำนาญอันไหน ขั้นตอนไหนก็ทำแบบนั้น แม้แต่การตัดสกอตเทป หรือจะฉีกก็แล้วแต่ เบื้องต้นต้องมีความรู้ การใส่ตะปูไปด้วยให้หวังผลอยู่แล้ว ถ้าจะขู่อย่างเดียววางตรงไหนก็ได้ เพราะทำให้มีผู้บาดเจ็บ 2 คน ตำรวจพยายามทำเรื่องนี้อยู่ว่าจะสามารถหาหลักฐานนำไปสู่ตัวคนร้ายได้อย่างไร เชื่อว่ากลุ่มคนร้ายน่าจะมีประมาณ 2-3 คน หรือมากกว่านั้น

เชื่อว่าน่าจะละแวกเดียวกัน

“ตำรวจต้องตั้งสมมติฐานไว้ก่อน เพราะว่าวัตถุที่ประกอบระเบิดมีลักษณะคล้ายกัน ส่วนจะมีกี่กลุ่มที่ประกอบระเบิดลักษณะดังกล่าวด้วยนั้น ที่แน่ๆ ไม่ใช่พวกเด็กนักเรียนช่างกลอย่างแน่นอน เพราะไม่เคยเห็นเด็กนักเรียนช่างกลใช้ระเบิดลักษณะนี้ เต็มที่ก็ใช้ระเบิดปิงปอง ประทัดยักษ์ หรือเอาปืนมายิงกัน ตำรวจตรวจสอบกลุ่มผู้ต้องสงสัยไว้อยู่ในฐานข้อมูลแล้ว เพียงแค่เหตุระเบิดลักษณะนี้มันหายไปจากในพื้นที่นครบาลมานาน ส่วนจะใช่กลุ่มมีนบุรีหรือไม่ คิดว่าเหตุระเบิดเคยเกิดขึ้นแถวนั้น ผมก็ยังเชื่อว่าน่าจะอยู่แถวนั้น” พล.ต.อ.จักรทิพย์แสดงความเห็น

มองเกี่ยวข้องการเมือง

รอง ผบ.ตร.เผยอีกว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการมาให้ทำงานเต็มที่ เอาผู้กระทำความผิดมาลงโทษให้ได้ ท่านนายกฯยังให้กำลังใจ เช่นเดียวกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และ รมว.กลาโหม แสดงความเป็นห่วงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วย แต่ยังเชื่อมั่นว่าจะสามารถจับกุมคนร้ายได้อย่างแน่นอน ขณะนี้ยังไม่อยากตัดประเด็นการเมืองออกไป เพราะหลายเหตุการณ์ที่ผ่านมาตนว่าร้อยละ 90 เกี่ยวข้องกับการเมืองทั้งนั้น ตั้งแต่ตนเป็นผู้บังคับการ 191 เป็นรอง ผบช.น. เป็น ผบช.น.มา ระเบิดใน กทม.เกี่ยวข้องกับการเมืองทั้งสิ้น ส่วนที่ไม่เกี่ยวข้องการเมืองน่าจะมีเหลือไม่กี่ประเด็น เพราะรัฐบาลกำลังเดินหน้าปรองดอง บรรยากาศการท่องเที่ยวที่กำลังดี แต่กลับมาก่อเหตุแบบนี้ ผู้ก่อเหตุเองได้หลายอย่าง

ไม่ระบุพันกฎอัยการศึก

ต่อข้อซักถามที่ว่า การก่อเหตุในครั้งนี้น่าจะขัดนโยบายการปรองดองหรือไม่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ตอบว่าก็อยู่ในประเด็นที่ตั้งทั้งหมด ก่อนหน้าก็มีข่าวทางการทหารแจ้งเตือนตลอดอยู่แล้ว และได้หารือกับ พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น.วางมาตรการเพื่อจะตั้งด่านความมั่นคง แต่มาเกิดเหตุระเบิดเสียก่อน การข่าวตำรวจเฝ้าฟังกันตลอด เรื่องความเคลื่อนไหวทางการเมืองก็ดี กลุ่มเฝ้าระวังก็มี ทำมาโดยตลอด ถามว่าเหตุที่เกิดขึ้นมีบุคคลบางกลุ่มต้องการไม่ให้ยกเลิกกฎอัยการศึกหรือไม่ พล.ต.อ.จักรทิพย์กล่าวว่า ถามจี้แบบนี้ ขอตอบง่ายๆ แล้วกันว่า มันเหมือนไฮโล ออกได้ทุกหน้า เป็นได้หมด แต่ไม่อยากระบุไปว่าเป็นเรื่องโน้นเรื่องนี้เรื่องนั้น ขอให้จับตัวได้ก่อน แล้วจะถามว่าทำไมถึงอำมหิตเหลือเกิน สงสารเด็กที่บาดเจ็บไม่รู้เรื่องบ้าง

จุดระเบิดด้วยสายชนวน

ด้าน พล.ต.ต.รณกร ศุภสมุทร ผบก.อก.ภ.3 ช่วยราชการ บช.น.ที่เคยเป็น ผบก.กองสรรพาวุธมาก่อนอธิบายว่า จากการตรวจสอบลักษณะระเบิดเป็นระเบิดท่อ หรือไปป์บอมบ์ คนร้ายใช้ท่อเหล็กขนาดความยาว 20 ซม. เส้นผ่าศูนย์กลาง 10 ซม. ใช้แผ่นเหล็กเชื่อมปิดก้นกระบอก ส่วนปากกระบอกเป็นเกลียวใช้ฝาเหล็กหมุนปิดปากกระบอก ใช้ดินระเบิดแรงต่ำ หรือดินเทาที่อาจนำมาจากประทัดยักษ์มาใส่ บรรจุตะปู นอตทำเป็นสะเก็ด รัศมีฉกรรจ์ประมาณ 5 เมตร รัศมีสะเก็ดระเบิดอยู่ในระยะ 5-10 เมตร อานุภาพระเบิดขึ้นอยู่กับดินระเบิดที่ใส่ลงไป ระเบิดที่เกิดขึ้นครั้งนี้คาดว่าคนร้ายใส่ดินระเบิดไม่ถึง 1 กก. เพราะตะปูตกในที่เกิดเหตุอยู่ในสภาพตรงๆ ไม่บิดงอ จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดยังพบว่าคนร้ายจุดระเบิดด้วยสายชนวน

ไม่ได้ใช้นาฬิกาต่อชนวน

มีรายงานว่า ชุดสืบสวนคลี่คลายคดีเน้นเอาผลตรวจสอบระเบิดไปป์บอมบ์ครั้งนี้เกี่ยวโยงเปรียบเทียบกับคดีระเบิดท้องที่ สน.มีนบุรี โดยจุดชนวนด้วยฝักแคหน่วงเวลา ไม่ได้ใช้นาฬิกาต่อวงจรแต่อย่างใด เชื่อว่าคนร้ายจุดชนวนระเบิดแล้วนำมาวางไว้ใช้เวลาประมาณ 5 นาที กระทั่งเกิดระเบิดบึมขึ้นทั้ง 2 ลูก ทีมคลายปมป่วนกรุงจึงย้อนหากล้องวงจรปิดละแวกใกล้เคียงหามือระเบิดในช่วงเวลา 20-30 นาที ก่อนเกิดเหตุเพื่อหาเบาะแสติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดี พร้อมทั้งนำภาพคนร้ายจากกล้องวงจรปิดให้พนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน รวบรวมพยานหลักฐานขอศาลออกหมายจับ

รื้อคดีไปป์บอมบ์บึมตาย 2 ศพ

เหตุบึมที่เกิดขึ้นใกล้เคียงกับระเบิดครั้งนี้ ชุดสืบสวนรื้อแฟ้มคดีเก่าพบว่า ตูมสนั่นตอนค่ำวันที่ 29 มี.ค.57 ช่วงเหตุการณ์ชุมนุมกลุ่ม กปปส. มีเหตุระเบิดบริเวณลานดิน ซอยราษฎร์อุทิศ 25 เขตมีนบุรี กทม. พบศพนายเกรียงไกร สินอำนวย อายุ 50 ปี และนายบุญเลื่อน ปินตา อายุ 41 ปี เสียชีวิตทั้งคู่ สภาพศพถูกแรงระเบิดจนร่างฉีกขาดคารถ จยย.ที่พังเสียหายทั้งคัน ใกล้กันพบระเบิดไปป์บอมบ์อีก 1 ลูก จากการตรวจสอบบ้านเช่าห่างจากจุดเกิดเหตุ 100 เมตร พบระเบิดไปป์บอมบ์ 5 ลูก ทำจากท่อเหล็กขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 6 นิ้ว ยาว 1 ฟุต ใช้ดินดำเป็นส่วนประกอบ ถังแก๊สปิกนิก 6 ถัง แกลลอนน้ำมัน 1 ใบ และรถ จยย. 2 คัน คาดว่าผู้เสียชีวิตอาจนำระเบิดไปก่อเหตุ แต่ขณะขี่รถ จยย.เกิดเสียดสีกันจนเกิดระเบิดขึ้น

แกะรอยล่า 2 ชายต้องสงสัย

นอกจากนี้ ทีมสืบสวนยังแกะรอยบุคคลต้องสงสัยทั้ง 2 ราย ที่กล้องวงจรปิดในละแวกเกิดเหตุบนสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสสยาม รวมทั้งบริเวณศูนย์การค้าสยามพารากอนจับภาพเอาไว้ได้ เป็นชายรูปร่างสันทัดทั้งคู่ คนแรกสวมหมวกสีขาวปิดบังใบหน้า สวมเสื้อยืดคอกลมสีขาว นุ่งกางเกงขายาวสีดำ สวมรองเท้าผ้าใบ ในมือถือผ้าขนหนูผืนเล็กสีขาวไว้ ส่วนชายต้องสงสัยอีกคน สวมหมวกสีดำปิดบังใบหน้า ใส่เสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาว นุ่งกางเกงขายาวสีดำ ทั้งคู่เดินทางมาถึงบริเวณเกิดเหตุครั้งแรกเวลาประมาณ 19.20 น. ทำทีมาเดินดูลาดเลาก่อน จากนั้นเดินหายกลับเข้าไปในสถานีรถไฟฟ้าราว 30 นาที ออกมาอีกครั้งในเวลา 19.54 น. สะพายกระเป๋ามาด้วย แต่ชายคนที่สวมหมวกสีดำถือถุงพลาสติกสีส้มเพิ่มมาอีก 1 ใบ

เห็นพิรุธช่วงลงมือชัด

ต่อมาชายคนที่สวมหมวกสีขาวมุดเข้าไปในซอกระหว่างป้ายโฆษณากับบริษัทบีเอ็มเอ เอ็กเพรสเซอร์วิส จำกัด ส่วนชายสวมหมวกสีดำไปยืนอยู่ตรงมุมเสาประตูลานเลื่อนของจุดบริการ ไม่นานชายที่สวมหมวกสีขาว ได้วิ่งกลับเข้าไปในสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสสยาม ขณะที่อีกคนแสดงอาการมีพิรุธเหมือนกดสิ่งของอะไรในกระเป๋าสะพายแล้ววิ่งตามหายกลับเข้าไปในสถานีรถไฟฟ้า ผ่านไปแค่ 10 วินาที ก็เกิดระเบิดขึ้นครั้งแรกในเวลา 20.05 น. ตรงจุดที่ชายสวมหมวกสีขาวมุดเข้าไป ถัดจากนั้นอีก 32 วินาที ได้เกิดเหตุระเบิดขึ้นเป็นครั้งที่ 2 จนประชาชนที่เดินสัญจรไปมาต่างแตกตื่นหนีกันอลหม่านท่ามกลางกลุ่มควันที่ฟุ้งกระจายทั่วบริเวณหน้าศูนย์การค้าชื่อดัง

ผบ.ตร.มั่นใจจับคนร้ายได้

ขณะที่ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร.กล่าวว่า จากหลักฐานที่เก็บไว้ได้จะนำไปสู่การออกหมายจับ และการจับกุมคนร้ายได้ สำหรับประเด็นการก่อเหตุมองไว้หลายประเด็น ทั้งการเมือง การสร้างสถานการณ์ให้เกิดความตระหนกตกใจ การข่มขู่ หรือประเด็นต่างๆเรายังไม่ตัดทิ้ง ขึ้นอยู่กับพยานหลักฐานว่าจะชี้ไปในทิศทางใด จนกว่าประเด็นใดจะมีความชัดเจนขึ้นจึงจะตัดประเด็นอื่น ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว. กลาโหม แจ้งผ่านตนให้เฝ้าระวังจุดที่มีประชาชนอยู่หนาแน่น ไม่ว่าจะเป็นห้างสรรพสินค้า โรงภาพยนตร์ สถานีรถไฟฟ้า สถานีขนส่ง รวมทั้งสถานที่ที่มีชาวต่างชาติ หรือนักท่องเที่ยวไปรวมตัวกันเป็นจำนวนมาก เจ้าหน้าที่เฝ้าระวังมาตลอดตั้งแต่ช่วงที่มีเหตุ รุนแรงเกิดขึ้นทั่วโลก

คนจ้องมีโอกาสมากกว่า

ผบ.ตร.กล่าวต่อว่า ที่มองว่ามีความเกี่ยวข้องกับการให้ยกเลิกกฎอัยการศึก เป็นสิทธิที่จะคิดกันได้ แต่ส่วนตัวไม่คิดเช่นนั้น คิดว่าเป็นเรื่องที่มีบุคคล หรือกลุ่มบุคคลต้องการก่อความไม่สงบ หรือสร้างสถานการณ์ตระหนกตกใจให้แก่ประชาชน เป็นหน้าที่ของตำรวจและเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงจะต้องจับคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้ เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงต้องหารือร่วมกันว่าจะมีมาตรการอย่างไร เพราะช่วงที่ผ่านมีการผ่อนปรน ไม่ปรากฏตัวในเครื่องแบบในที่สาธารณะ เพื่อไม่สร้างความตึงเครียดให้แก่ประชาชนและนักท่องเที่ยว ต้องยอมรับว่า คนที่จ้องจะก่อเหตุ มีโอกาสมากกว่าคนเฝ้าระวัง ทั้งนี้ ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ยังคงเฝ้าระวังอย่างเข้มข้น และต่อไปการให้ข่าวต่อสื่อมวลชนเป็นหน้าที่ของ พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพียงผู้เดียว เพื่อให้ข้อมูลต่างๆเป็นไปในทิศทางเดียวกัน

“บิ๊กตู่” ลั่นต้องหาคนวางให้ได้

ที่สนามบินกองการบิน กรมการขนส่งทางบก (ขส.ทบ.) ดอนเมือง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. ให้สัมภาษณ์ว่า ไม่อยากให้เปิดพื้นที่ข่าวให้คนเหล่านี้มากนัก เป็นคนทำผิดกฎหมายบ้านเมืองที่กำลังเดินหน้าไปด้วยดี คงต้องไปสอบว่าใครเป็นผู้กระทำและยึดโยงกับกลุ่มใดฝ่ายใด ตำรวจกำลังดำเนินการอยู่ ได้สั่งการไปยัง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เพิ่มเติมไปแล้ว คิดว่าคงจะหาหลักฐานได้ เมื่อถามว่าจากรายงานเบื้องต้นเกี่ยวโยงกับการเมืองหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ยังไม่ชัดเจนต้องรอดูก่อน และไม่ต้องถามว่าทำไมถึงเกิดเหตุ ต้องไปถามคนทำ ถามตนตอบไม่ได้ ต้องไปดู บอกไปแล้วว่าต้องหาคนวางให้ได้ ซึ่งก็น่าจะหาได้

อย่าไปให้เครดิตมาก

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ต้องไปดูว่าใครที่ออกมาพูดจาใช้ความรุนแรงอะไรต่างๆ ต้องไปสอบว่าโยงกันหรือไม่ การต่อต้านการปฏิบัติงานของรัฐบาลด้วยการใช้ความรุนแรง ไม่ใช่เรื่องที่เกี่ยวกับการเมือง แต่เป็นเรื่องการทำผิดกฎหมาย ถึงจะมีความเห็นต่างทางการเมือง แต่ใช้ความรุนแรงไม่ได้ทั้งสิ้น เพราะมันผิดกฎหมาย ทุกคนต้องเข้าใจว่าการเมือง และการทำผิดกฎหมายเป็นคนละส่วนกัน ถ้าทำผิดกฎหมายก็อย่าไปให้เครดิตมากนัก ควรให้เครดิตกับเจ้าหน้าที่ สิ่งสำคัญประชาชนต้องช่วยกันเฝ้าระวัง ดูไม่ให้เหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้น เรื่องแบบนี้มีผลกระทบต่อประชาชนทั้งสิ้น ขอร้องให้ช่วยกันประณามผู้ที่ก่อเหตุ เนื่องจากไม่เห็นแก่ชีวิตและทรัพย์สินประชาชนที่บริสุทธิ์ รัฐบาลพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้บ้านเมืองเกิดความสงบเรียบร้อย ประชาชนอยู่ดีกินดี เศรษฐกิจอยู่ระหว่างต้องปรับแก้หลายอย่าง ขณะนี้ก็ดำเนินการทุกอย่างแบบไม่หยุดหย่อน แต่ก็ยังมีคนที่ไม่ดี

“ประวิตร” ว่าป้องกันมาตลอด

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม กล่าวว่า มีบางส่วนที่พอรู้แล้ว หน่วยงานด้านความมั่นคงพยายามใช้มาตรการป้องกันมาตลอด และเตือนไปยังห้างสรรพสินค้าต่างๆ ทั้งนี้ความคิดต่างนั้นมีอยู่แล้ว แต่อย่าแสดงออกในลักษณะความรุนแรง ไม่เคยคิดว่าจะใช้ความรุนแรงขนาดนี้ เราต้องร่วมมือร่วมใจทำให้ประเทศสงบและปรองดองให้ได้ เพื่อจะได้มีประชาธิปไตยที่ถาวร สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ทราบว่าทำไปทำไม เพราะเกิดความเสียหายในภาพรวม ต้องขอโทษประชาชนหากไม่ได้รับความสะดวก เราจำเป็นต้องทำให้มาตรการต่างๆเข้มขึ้นเพื่อความปลอดภัยของส่วนรวม และต้องมีการตรวจตราสิ่งของที่ติดตัวเวลาเข้าไปยังสถานที่ชุมนุมต่างๆ โดยมาตรการเข้มดังกล่าวจะทำทุกจุดทั่วประเทศ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยทั้งหมดต้องร่วมมือกัน และประชาชนต้องร่วมเป็นหูเป็นตาด้วย

ไม่คิดใช้ ม.44 แทนอัยการศึก

เมื่อถามว่า มีเบาะแสผู้ก่อเหตุครั้งนี้หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ยังไม่มี ในเรื่องความรุนแรง เราพยายามติดตามตลอด เมื่อถามว่า ฝ่ายความมั่นคงประเมินว่าผู้ก่อเหตุครั้งนี้เป็นกลุ่มคนเห็นต่างใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่ทราบ เราพูดไม่ได้ อาจเป็นคนคิดร้าย เป็นปัญหาทางการเมือง หรือจะเป็นเรื่องความคิดต่าง คิดได้ร้อยแปด ไม่ได้ละประเด็นไป แต่ไม่มีข่าวออกมาเลยว่าใครเป็นคนทำ เจ้าหน้าที่การข่าวยังติดตามอยู่ ให้เวลาเราทำงาน พยายามจะเร่งรัดคดีนี้ให้เสร็จ ตำรวจไม่ได้หลับได้นอน ทุกคนช่วยกันเต็มที่ คิดว่าจะแก้ไขปัญหาได้ เมื่อถามว่า เหตุการณ์นี้ทำให้ยังต้องคงกฎอัยการศึกอยู่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรย้อนถามว่า “แล้วแต่คุณคิด คุณคิดเองได้ ผมไม่ต้องตอบ คิดเองเลยว่าสมควรมั้ย” เมื่อถามว่า สนช.บางคนต้องการให้ยกเลิกกฎอัยการศึกและบังคับใช้รัฐธรรมนูญชั่วคราวมาตรา 44 แทน พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า คิดไป แต่ คสช.ยังไม่ได้คิด

ผบ.ทบ.ยันไม่ได้ท้าทาย คสช.

พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหมและ ผบ.ทบ.กล่าวในกรณีเดียวกันว่า ขอให้ประชาชนอย่าได้ตกใจ ใช้ชีวิตตามปกติ ทั้งนี้ทหารร่วมประสานข้อมูลกับตำรวจ มีภาพที่จะนำไปสู่การหาตัวผู้ทำความผิด แต่ยังไม่ทราบว่าเป็นกลุ่มใดและประสงค์สิ่งใด ยืนยันว่าระเบิดที่เกิดไม่ได้มุ่งร้ายเอาชีวิต เมื่อถามว่า ได้วิเคราะห์เกี่ยวกับกลุ่มการเมืองที่ออกมาต่อต้านมติถอดถอน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จากตำแหน่งหรือไม่ พล.อ.อุดมเดชกล่าวว่า เรามีฐานการข่าว แต่ยังขอไม่ชี้แจงรายละเอียด หรือยืนยันในเรื่องเหล่านี้ ให้ตำรวจดูแลเป็นหลัก หากมีการเชื่อมโยงข้อมูลว่ากลุ่มใดที่เป็นข้อสงสัย ขอให้เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ติดตาม เมื่อถามย้ำว่าเป็นการท้าทายอำนาจ คสช.และกฎอัยการศึกหรือไม่ พล.อ.อุดมเดชกล่าวว่า ไม่ถึงขนาดนั้น อาจจะเป็นพวกคึกคะนอง หรือแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ของกลุ่มเฉพาะ ที่อาจนำมาสวมกับเหตุการณ์ต่างๆ ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า ฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลโจมตีว่า ระเบิดที่เกิดขึ้นเป็นฝีมือของฝ่ายรัฐ เพื่อเป็นเหตุผลของการคงใช้กฎอัยการศึก พล.อ.อุดมเดชตอบว่า คงพูดกันไปฝ่ายรัฐไม่มีทางทำ ยืนยันได้ว่า ราชการตรงไปตรงมาไม่แกล้งสร้างอะไรขึ้นมา จับตาดูบางคน บางกลุ่มอยู่ อย่าเพิ่งไปสรปุว่าเป็นเรื่องอะไร แต่ต้องเข้มงวดการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ให้มากขึ้น

ท่องเที่ยวระบุไม่กระทบ

นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า ลงดูพื้นที่ด้วยตัวเองหลังเกิดเหตุ รู้สึกเป็นห่วง อยากเห็นเหตุการณ์ว่าเกิดอะไรขึ้น ในพื้นที่ไม่มีผู้ใดตื่นตระหนกกับสถานการณ์ เชื่อว่าผลการระเบิดครั้งนี้ไม่กระทบต่อการท่องเที่ยวในระยะสั้น แต่ผลกระทบในระยะยาวต้องขึ้นอยู่กับเรื่องความชัดเจนของหน่วยงานที่รับผิดชอบว่า เหตุระเบิดเกิดจากเรื่องใด ด้านนายศุกรีย์ สิทธิวนิช รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า กำลังรอดูมาตรการรักษาความปลอดภัยของรัฐบาล เพื่อแจ้งให้สำนักงาน ททท.ในต่างประเทศทั้ง 27 แห่งรับทราบข้อเท็จจริงของสาเหตุระเบิดเพื่อแจ้งต่อนักท่องเที่ยวในต่างประเทศ ต้องจับตาตลาดที่มีความอ่อนไหวต่อข่าว อาทิ สิงคโปร์ มาเลเซีย จีน และญี่ปุ่น ยังเร็วเกินไปที่จะให้ประเมินความเสียหายและผลกระทบ

ลุ้นยอดเที่ยวช่วงตรุษจีน

นายศิษฎิวัชร ชีวรัตนพร นายกสมาคมไทย ธุรกิจการท่องเที่ยว เผยว่า เหตุที่เกิดขึ้นมองว่าจะกระทบต่อความเชื่อมั่นด้านการท่องเที่ยว และในช่วงเดือน ก.พ.เป็นช่วงเทศกาลตรุษจีนคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวจีนมาเที่ยวไทย 2.5-2.8 แสนคน แต่ไม่แน่ใจจะลดลงจากที่คาดการณ์หรือไม่ ต้องแสดง ให้เห็นว่ารัฐบาลจริงจังด้านความปลอดภัย ขณะที่ นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานคณะกรรมการร่วม 3 สถาบันภาคเอกชน (กกร.) มองว่า อาจส่งผลต่อภาพลักษณ์ด้านความปลอดภัยของประเทศบ้างเล็กน้อย เชื่อว่ารัฐบาลจะสามารถดูแลสถานการณ์และชี้แจงให้กลุ่มนักลงทุนเข้าใจได้ โดยเฉพาะญี่ปุ่นซึ่งเป็นคู่ค้าหลักของไทย อย่างไรก็ตาม ภาคเอกชนยังต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หากเหตุการณ์เกิดขึ้นในวงจำกัดและไม่ต่อเนื่อง คาดว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจ

ตำรวจยังไม่ชี้ชัดกลุ่มไหนวางบึมป่วนกรุงสะพานเชื่อมรถไฟฟ้าบีทีเอสสยามกับศูนย์ การค้าสยามพารากอน “จักรทิพย์” ประชุมเครียด ได้กล้องวงจรปิดจับภาพ 2 ชายต้องสงสัยเป็นมือระเบิดสวมหมวกปิดบังใบหน้าป้วนเปี้ยนก่อนตูมสนั่น... 3 ก.พ. 2558 07:28 3 ก.พ. 2558 11:02 ไทยรัฐ