วันจันทร์ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ทะลวงที่สุดระบบขนส่งห่วย EP.3 เข้มงวดกฎหมาย บ่มจิตสำนึกแท็กซี่

สกู๊ปซีรีส์ ‘ทะลวงที่สุดระบบขนส่งสุดห่วย’ ได้เดินมาถึงตอนสุดท้ายแล้ว ซึ่งสำหรับตอนนี้เป็นวิธีการแก้ปัญหาที่เกิดจากการร้องเรียนของประชาชน ไม่ว่าจะเป็นการปฏิเสธผู้โดยสาร แสดงกิริยาวาจาไม่สุภาพ ขับรถประมาทหวาดเสียว ไม่ส่งผู้โดยสารตามตกลง หรือแม้กระทั่งไม่ใช้มาตรค่าโดยสาร ว่าทางภาครัฐ หรือทางกลุ่มแท็กซี่เองก็ดี จะมีวิธีการปรับแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างไร

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ จึงขอต่อสายโทรศัพท์สอบถามไปยังผู้ที่เป็นหัวเรือสำคัญในการแก้ไขปัญหาเหล่านี้ ว่าจะมีแนวทางในการจัดการอย่างไร และจะได้ผลมากน้อยแค่ไหน...

ปฏิเสธผู้โดยสาร > ดำเนินคดี-อบรมจิตสำนึก

หลังจากมีสถิติการรับเรื่องร้องเรียนผ่านศูนย์คุ้มครองผู้โดยสารรถสาธารณะ ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2556 ถึงเดือนกันยายน 2557 พบว่าข้อร้องเรียนอันดับหนึ่ง คือการที่โชเฟอร์แท็กซี่ปฏิเสธผู้โดยสารนั้น

นายธีระพงษ์ รอดประเสริฐ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยกับทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ว่า ปัจจุบันได้มีการเสนอปรับราคาค่าโดยสารสำหรับรถแท็กซี่ไปเรียบร้อยแล้ว และทางกรมการขนส่งได้ติดตามประเมินผลอยู่ตลอด ซึ่งการร้องเรียนเรื่องปฏิเสธผู้โดยสารนั้นมีจำนวนลดลงแต่ก็ยังไม่หมดไป ทั้งนี้ ทางกรมการขนส่งได้พยายามแก้ไข 2 เรื่อง คือ 1. การร่วมมือกับกลุ่มเครือข่ายแท็กซี่เพื่อจะรณรงค์สร้างจิตสำนึกในการให้บริการ 2. การบังคับใช้กฎหมาย หากมีผู้โดยสารแจ้งเรื่องมา ภายใน 12 ชั่วโมง จะมีการเรียกคนขับแท็กซี่มาดำเนินการปรับ นอกจากนี้ จะต้องเข้าอบรมสำนึกการให้บริการ 3 ชั่วโมงด้วย

กิริยาสุภาพ-ขับรถหวาดเสียว > สร้างแอพฯ โหวตแท็กซี่ !

อธิบดีกรมการขนส่งทางบก ระบุว่า ข้อมูลของคนขับแท็กซี่ทุกคนอยู่ที่ศูนย์ประวัติเกือบทั้งหมด หากผู้โดยสารพบว่าคนขับใช้กิริยาวาจาไม่สุภาพหรือขับรถหวาดเสียว ให้โทรเข้ามาแจ้งได้ที่ 1584 ทางกรมการขนส่งจะเชิญตัวคนขับแท็กซี่ที่ถูกร้องเรียนมาดำเนินการ

ทั้งนี้ ระบบการประเมินงานของกรมการขนส่งจะเริ่มต้นภายในเดือนกุมภาพันธ์ โดยให้ผู้โดยสารดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นของกรมการขนส่งทางบกลงในสมาร์ทโฟน เพื่อทำการประเมินแท็กซี่ หลังจากนั้นทางกรมการขนส่งจะประเมินผลออกมา ขณะเดียวกัน ได้ทำความเข้าใจกับกลุ่มแท็กซี่ในเรื่องดังกล่าวแล้ว เบื้องต้นได้มีกลุ่มแท็กซี่รวมตัวกันที่จะรณรงค์ผู้ประกอบอาชีพแท็กซี่ให้มีจิตสำนึกในการให้บริการมากขึ้น และพยายามจะช่วยกันพัฒนาอาชีพให้ดียิ่งขึ้น

เพราะรถติดจึงไปส่งยังจุดหมายไม่ได้ > เพิ่มค่าเสียเวลาให้ !

เรื่องที่ยังแก้ไขไม่ได้ในกรุงเทพฯ นั่นก็คือ การจราจรติดขัด ด้วยเหตุนี้จึงเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้โชเฟอร์หลายคนไม่รับผู้โดยสาร นายธีระพงษ์ กล่าวถึงปัญหานี้ว่า เนื่องจากการจราจรติดขัดมาก เมื่อแท็กซี่เข้าไปส่งผู้โดยสารบริเวณนั้นก็ทำให้เข้าไปติดอยู่ในพื้นที่ที่มีการจราจรสาหัสด้วย สำหรับเรื่องนี้ต้องทำความเข้าใจกับกลุ่มแท็กซี่ทั้งหลาย เพราะในปัจจุบันได้มีการเพิ่มค่าเสียเวลาในที่ที่รถติด โดยต้นทุนที่ต้องเข้าไปติดในจราจรจาก 1.50 บาท ปรับเพิ่มเป็น 2 บาท ซึ่งได้มีการคำนวณกันไว้แล้ว ฉะนั้น กลุ่มแท็กซี่ต้องตระหนักในเรื่องนี้ด้วย

ไม่กดมิเตอร์ > โทษสูงสุด !

เหตุผลหลากหลายประการที่ชาวแท็กซี่มักไม่ชอบกดมิเตอร์ และเรื่องนี้ถือเป็นเรื่องที่ควรจะต้องมีการปรับปรุงอย่างมาก เพราะว่าในระบบแท็กซี่สาธารณะของเมืองไทยนั้น ต้องใช้มิเตอร์ในการวัดราคาค่าโดยสาร เพื่อให้เป็นราคาเดียวกันทั้งหมด

นายธีระพงษ์ เผยว่า เบื้องต้น ทางการท่า กรมการขนส่งทางบก ตำรวจ ทหาร ตั้งด่านตรวจขาออกจากสุวรรณภูมิ เพื่อตรวจรถแท็กซี่ทุกคันว่าใช้มิเตอร์หรือไม่ ถ้าพบว่าไม่ใช้มิเตอร์จะโดนลงโทษรุนแรง ถูกเปรียบเทียบปรับในอัตราสูงสุด คือ 5,000 บาท และถ้าทำผิดครั้งที่สอง จะมีการพักใช้ใบอนุญาต แต่หากทำผิดครั้งที่สาม จะเพิกถอนใบอนุญาตทันที นอกจากนี้ การท่าจะตัดชื่อออกจากสมาชิกของเครือข่ายแท็กซี่ท่าอากาศยานอีกด้วย

“ถ้าแท็กซี่ไม่ใช้มิเตอร์จะต้องถูกลงโทษอย่างรุนแรง ถ้าอยากจะอยู่ในอาชีพแท็กซี่ต้องเคารพกฎกติกา เพราะว่ามันมีกฎกติการร่วมกันอยู่ว่าทุกคนต้องใช้มิเตอร์เป็นมาตรค่าโดยสารที่ชัดเจนเป็นธรรมกับผู้ใช้บริการ ฉะนั้น จะมาเหมาไม่ได้ อย่างแท็กซี่ที่รับชาวต่างชาติมันเสียภาพลักษณ์ของประเทศ” อธิบดีกรมการขนส่ง กล่าว

นอกจากนี้ สำหรับแหล่งสถานบันเทิงที่แท็กซี่มีการจอดรอรับผู้โดยสารและไม่กดมิเตอร์ ใช้ราคาเหมาอย่างเดียวนั้น อธิบดีกรมการขนส่ง ระบุว่า “ผู้โดยสารต้องแจ้งมาที่ 1584 พร้อมกับแจ้งเลขทะเบียนรถแท็กซี่คันดังกล่าว รุ่งเช้ารับรองว่ากรมจะมีการเรียกคนขับแท็กซี่มาดำเนินการอย่างแน่นอน และจะแจ้งกลับไปยังผู้ร้องเรียนว่าทางกรมได้ดำเนินการอย่างไรกับแท็กซี่ที่ได้ร้องเรียนมา ขณะนี้ สายด่วน 1584 ทำงานกันอย่างเต็มที่ และเปรียบเทียบปรับทุกราย และจะต้องเข้าอบรมจิตสำนึกในการให้บริการอีกด้วย”

โชเฟอร์แท็กซี่ไม่ได้เป็นง่ายๆ ต้องผ่าน 4 ขั้นตอน!

ในการรับคนที่เข้ามาขับแท็กซี่จะต้องผ่าน 4 ขั้นตอน ดังนี้

1. ต้องมีใบขับขี่สาธารณะ - สามารถไปสอบใบขับขี่ได้ที่กรมการขนส่ง

2. ต้องผ่านการตรวจประวัติอาชญากรรม - การจะมาขับแท็กซี่ได้ทางกรมการขนส่งจะตรวจประวัติอาชญากรรมก่อนว่าเคยมีการเกี่ยวข้องกับคดีประเภทนี้หรือไม่

3. ต้องฝึกอบรม - จะต้องฝึกอบรมสำนึกในการให้บริการ เพื่อให้เข้าใจในหน้าที่ของการบริการ

4. ต้องมีชื่ออยู่ในศูนย์ประวัติผู้ขับรถสาธารณะของกรมการขนส่งทางบก - กรมการขนส่งทางบกจะมีการเก็บประวัติของผู้ขับรถสาธารณะ เพื่อสามารถเรียกดูประวัติผู้ขับในกรณีที่ถูกร้องเรียนได้

ฉะนั้น ผู้ที่จะมาประกอบอาชีพนี้ จะต้องผ่านทั้ง 4 ขั้นตอนเหล่านี้ก่อน จึงจะสามารถเป็นผู้ขับรถแท็กซี่ได้

อย่างไรก็ตาม ไม่อนุญาตให้บุคคลอื่นที่ไม่ได้เป็นผู้ขับรถแท็กซี่ นำรถของญาติหรือของเพื่อนมาขับให้บริการ ผู้โดยสารสามารถตรวจสอบป้ายชื่อผู้ขับอยู่ที่หน้ารถทางด้านซ้าย พร้อมกับเลขทะเบียนรถ หากไม่ตรงตามใบหน้าและเลขทะเบียน ให้โทรแจ้งเจ้าหน้าที่ หรือโทร 1584 เพื่อดำเนินการลงโทษได้

ด้าน นายวิฑูรย์ แนวพานิช ประธานเครือข่ายสหกรณ์แท็กซี่ เผยว่า การแก้ปัญหาต้องทำให้ค่าโดยสารเกิดความสมดุล ล่าสุด ที่มีการปรับเพิ่มค่าแท็กซี่นั้น ถือเป็นเรื่องที่ดี แต่ค่าแก๊สกลับเพิ่มขึ้น จึงทำให้วังวนปัญหาแท็กซี่เกิดขึ้นซ้ำอีก โดยนายวิฑูรย์ อยากให้ปรับลดราคาแก๊สมากกว่า ไม่อยากให้ขึ้นค่าโดยสาร เกรงจะเป็นการเพิ่มภาระให้กับผู้ใช้บริการ

สำหรับต้นตอของปัญหานั้น คิดว่าเกิดจากตัวบุคคลมากกว่า ฉะนั้น จะต้องจัดให้ความรู้ สร้างความเข้าใจให้แก่คนขับแท็กซี่ ซึ่งทั่วประเทศมีจำนวนมาก จะต้องใช้เวลาและงบประมาณพอสมควร รวมถึงการปรับใช้บทลงโทษให้รุนแรงมากขึ้นด้วย.

อ่านเพิ่ม

ทะลวงที่สุดระบบขนส่งห่วย EP.1 ฟังเสียงโชเฟอร์! รุมสวดด่ายับ คุณรู้จักเขาดีหรือยัง ?

ทะลวงที่สุดระบบขนส่งห่วย EP.2 เทียบแท็กซี่ไทย vs ต่างชาติ

สกู๊ปซีรีส์ ‘ทะลวงที่สุดระบบขนส่งสุดห่วย’ ได้เดินมาถึงตอนสุดท้ายแล้ว ซึ่งสำหรับตอนนี้เป็นวิธีการแก้ปัญหาที่เกิดจากการร้องเรียนของประชาชนว่า ทางภาครัฐ หรือทางกลุ่มแท็กซี่เองก็ดี จะมีวิธีการปรับแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างไร... 2 ก.พ. 2558 15:38 ไทยรัฐ