วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ไฮโซสองล้อ BMW R1200 R

ไฮโซสองล้อ BMW R1200 R

  • Share:

BMW Motorrad Thailand (บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ประเทศไทย) เผยโฉมมอเตอร์ไซค์โรดสเตอร์รุ่นใหม่ล่าสุด BMW R 1200 R ที่มาพร้อมกับรูปลักษณ์แบบคอมแพค ดุดันและปราดเปรียว สืบทอดตำนานอันเกรียงไกรของมอเตอร์ไซค์โรดสเตอร์ BMW ด้วยขุมกำลังแฟลต-ทวินหรือบ็อกเซอร์ เฟรมคลาสสิกแบบเปลือย อวดเครื่องยนต์พร้อมสมรรถนะจัดเต็ม รองรับการขับขี่ในเมืองหรือเส้นทางปกติ ณ งานแบงค็อค มอเตอร์ไบค์ เฟสติวัล 2015 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์


มร.มาร์กุส กลาเซอร์ ผู้อำนวยการ BMW Motorrad Thailand กล่าวว่า BMW R 1200 R มอบสมรรถนะการขับขี่ที่ตอบสนองไลฟ์สไตล์หลากหลายในหนึ่งเดียว ด้วยเครื่องยนต์บ็อกเซอร์ซึ่งมอบกำลังและแรงบิดทรงพลังในทุกช่วงความเร็ว ขณะที่โช้คหน้าเทเลสโคปิกชนิดกลับหัวเคลือบผิวสีทอง ทำงานเพื่อเสริมการตอบสนองที่รวดเร็วคล่องตัว ในทุกช่วงความเร็วของการขับขี่ และแม้ BMW R 1200 R จะมีความเป็นต้นฉบับตามแบบโรดสเตอร์พันธุ์แท้ แต่ยังคงไว้ซึ่งเทคโนโลยีล้ำสมัยต่างๆ ทั้ง Dynamic ESA, ระบบควบคุมการเกาะถนนแบบไดนามิก (Dynamic Traction Control: DTC) และ
โหมดขับขี่แบบโปร (Ride Modes Pro) จึงไม่น่าสงสัยที่ BMW R 1200 R จะถือเป็นแรงบันดาลใจและนวัตกรรมสุดยอดต้นแบบมอเตอร์ไซค์โรดสเตอร์ BMW Concept Roadster


BMW Motorrad และความเป็นโรดสเตอร์ที่มาพร้อมเครื่องยนต์บ็อกเซอร์ แฟลต-ทวิน นับเป็นการจับคู่ที่แฟนๆ บิ๊กไบค์ให้การยอมรับนับตั้งแต่เปิดตัวมอเตอร์ไซค์ BMW รุ่น R 32 เมื่อ
 91 ปีที่แล้ว โดยมอเตอร์ไซค์รุ่นตำนานดังกล่าวได้กลายเป็นสัญลักษณ์แห่งสุดยอดประสบการณ์
การขี่บิ๊กไบค์อย่างแท้จริง ทั้งด้านขุมกำลังที่ผนึกจากเครื่องยนต์บ็อกเซอร์ รูปลักษณ์ที่เป็นเอกลักษณ์ รวมไปถึงเสียงที่ก้องกระหึ่ม ส่งผลให้ BMW R 1200 R พร้อมมอบประสบการณ์การขี่บิ๊กไบค์ที่ยอดเยี่ยม ไม่ว่าจะเป็นการขับขี่ในช่วงความเร็วสูง การเข้าโค้ง ไปจนถึงการเดินทางพร้อมผู้โดยสารหรือสัมภาระ โดยนำเอกลักษณ์ด้านความสะดวกสบายยามเดินทาง สมรรถนะคล่องตัวและความสามารถในการขับขี่ระยะไกลมาผสานกันอย่างกลมกลืนพร้อมตอบสนองการเดินทางครั้งใหม่ BMW R 1200 R ทำให้คือจุดเริ่มต้นของการปฏิวัติวงการโรดสเตอร์ยุคใหม่อย่างแท้จริง มร.กลาเซอร์ สรุป


คุณสมบัติเด่นของ BMW R 1200 R
ขุมกำลังบ็อกเซอร์ที่ทรงพลังกว่าเดิมเพื่อสุดยอดประสบการณ์การขับขี่
เครื่องยนต์บ็อกเซอร์ของ BMW R 1200 R ให้กำลัง 125 แรงม้า (92 กิโลวัตต์) ที่ 7,750 
รอบต่อนาทีและแรงบิดสูงสุดที่ 92 ปอนด์-ฟุต (125 นิวตันเมตร) ที่ 6,500 รอบต่อนาที ซึ่งเมื่อเทียบกับเครื่องยนต์ในรุ่นก่อนหน้า ไม่เพียงแต่แรงบิดที่ได้รับการพัฒนาให้เพิ่มขึ้นในทุกช่วงความเร็วเท่านั้น แต่ยังส่งแรงบิดได้อย่างสม่ำเสมอและมีความต่อเนื่อง สำหรับระบบท่อไอเสียเป็นแบบทูอินวันที่ได้รับการออกแบบให้ดูไดนามิก พร้อมตัวเก็บเสียงที่ปลายท่อซึ่งได้รับการออกแบบให้โฉบเฉี่ยวขึ้น กล่องอากาศที่พัฒนาใหม่และช่องรับอากาศรูปร่างใหม่ รวมถึงหม้อน้ำและแผงระบายความร้อนที่จัดตำแหน่งไว้ตรงกลาง ส่งผลให้ BMW R 1200 R มีรูปร่างที่ปราดเปรียวตอบสนองความต้องการของเหล่าโรดสเตอร์ได้ดียิ่งขึ้น


เพิ่มออปชั่นระบบ Dynamic ESA (Electronic Suspension Adjustment) รุ่นล่าสุดเพื่อตอบสนองการขับขี่ที่ในทุกสถานการณ์
ระบบ Dynamic ESA หรือการปรับค่าสปริงหรือความหนืดของโช้คด้วยระบบไฟฟ้ารุ่นใหม่ล่าสุด ที่สร้างประสบการณ์ใหม่อันเหนือขั้นให้กับการขับขี่ที่คล่องตัว ด้วยการตั้งค่าแดมปิ้งแบบ “Road” และ “Dynamic” ระบบไดนามิก อีซ่าจะช่วยให้ผู้ขี่สัมผัสการขับขี่ที่สะดวกสบายปลอดภัยแต่คงสมรรถนะยอดเยี่ยมอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน จากการปรับช่วงล่างอัตโนมัติให้ตอบสนองต่อสภาวะท้องถนนยามขับขี่และความต้องการของผู้ขี่

ฟีเจอร์มาตรฐาน โหมดขับขี่แบบโปร (Ride Modes Pro), ระบบควบคุมการเกาะถนนแบบไดนามิก (Dynamic Traction Control: DTC) และระบบเบรก ABS สำหรับแฟนชาวไทย


ระบบเบรก ABS มอบความปลอดภัยสูงสุดตามมาตรฐานของ BMW Motorrad ระบบการขับขี่แบบโปร หรือ Ride Modes Pro ยังได้รับการเพิ่มเข้ามาเสริมโหมดการขับขี่มาตรฐาน (“Rain” และ “Road”) เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่แบบใหม่ ได้แก่ “Dynamic” และ “User” โดยติดตั้งกล่องเซ็นเซอร์เพิ่มเติมในวงจรอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งช่วยต่อยอดพัฒนาระบบควบคุมการทรงตัวแบบพื้นฐาน (ASC) เป็นระบบการควบคุมการเกาะถนนแบบไดนามิก (DTC) และเป็นครั้งแรกที่มอเตอร์ไซค์ที่มาพร้อม Ride Modes Pro จะสามารถจดจำการตั้งค่าต่างๆ ของตัวรถได้ (เช่น การตอบสนองของลิ้นปีกผีเสื้อในโหมด “Dynamic” และ DTC “Rain”) โดยระบบ DTC จะใช้ข้อมูลที่กล่องเซ็นเซอร์บันทึกไว้เพื่อควบคุมการเกาะถนนของมอเตอร์ไซค์ ในสภาวะการขับขี่ต่างๆ กันเช่น การเร่งเครื่อง การลดความเร็ว หรือการขี่บนพื้นลาดชัน ทำให้ช่วงล่างสามารถปรับเปลี่ยนและตอบสนองสภาพการขับขี่ได้ภายในเวลาเสี้ยววินาที


ประสิทธิภาพความปลอดภัย
เฟรมท่อแบบ Tubular steel และเครื่องยนต์สร้างสมดุลให้ตัวมอเตอร์ไซค์ พร้อมระบบกันกระแทกชนิดกลับหัวเทเลสโคปิกสำหรับโช้คหน้าและแบบ EVO สำหรับโช้คหลัง เฟรมท่อ Tubular steel แบบใหม่ซึ่งได้รับการออกแบบสำหรับ BMW R 1200 R โดยเฉพาะ ประกอบด้วยเครื่องยนต์แฟลต-ทวิน ช่วยเสริมการทรงตัวให้มอเตอร์ไซค์ สำหรับระบบรองรับแรงกระแทกบริเวณล้อยังคงความคลาสสิกในแบบของโรดสเตอร์ไว้ด้วยการนำโช้คหน้าเทเลสโคปิกแบบกลับหัวเคลือบผิวสีทองและแบบ EVO สำหรับโช้คหลังมาใช้ นอกจากนี้ในส่วนของแชสซี ยังคำนึงถึงความสามารถควบคุมแฮนด์และบังคับทิศทางได้อย่างแม่นยำ รวมไปถึงการควบคุมการทรงตัวและระบบเบรกที่เฉียบขาดเป็นหัวใจสำคัญ โดยคงเอกลักษณ์ของการขับขี่แบบโรดสเตอร์ไว้ให้กับ BMW R 1200 R อย่างเต็มเปี่ยม


ฟังก์ชั่นรอบด้านบนแผงหน้าปัด แสดงมาตรความเร็วแบบอนาล็อก ระบบอิเล็กทรอนิกส์และข้อมูลเกี่ยวกับการขับขี่
แผงหน้าปัดบน BMW R 1200 R ได้รับการออกแบบสู่ยุคใหม่ของการขับขี่แบบโรดสเตอร์ โดยแสดงผลมาตรวัดความเร็วแบบดั้งเดิมด้วยเข็มอนาล็อก แต่เสริมด้วยจอแสดงผล TFT ที่ทันสมัยเพื่อแสดงข้อมูลขณะขับขี่อื่นๆ
BMW Gear Shift Assistant Pro


ปฏิวัตินวัตกรรมการผลิตมอเตอร์ไซค์ของโลกด้วยระบบ BMW Gear Shift Assistant Pro ซึ่งแต่เดิมได้รับการพัฒนาเพื่อการแข่งความเร็วโดยเฉพาะ คุณสมบัติของระบบดังกล่าวช่วยให้ผู้ขี่สามารถเปลี่ยนเกียร์ได้โดยไม่ต้องใช้คลัตช์หรือการปิดลิ้นปีกผีเสื้อในทุกช่วงของความเร็วเครื่องยนต์ ส่งผลให้การเร่งเครื่องเป็นได้โดยไม่กระทบต่อแรงบิดแต่อย่างใด

ระบบไร้กุญแจ Keyless Ride System
ระบบไร้กุญแจช่วยให้การล็อกแฮนด์และการเปิด-ปิดฝาครอบถังน้ำมันทำได้โดยไม่ต้องใช้กุญแจ นอกจากนี้ยังสามารถสตาร์ตเครื่องยนต์ด้วยการกดปุ่มโดยที่ผู้ขี่ไม่ต้องนำกุญแจออกจากกระเป๋าแม้แต่น้อย

ปรับสัดส่วนต่างๆ ให้มีระดับต่ำลงเพื่อรูปร่างแบบโรดสเตอร์พันธุ์แท้


BMW R 1200 R เป็นส่วนผสมที่กลมกลืนของสมรรถนะเฉียบคมฉับไวของเครื่องยนต์บ็อกเซอร์กับการออกแบบร่วมสมัยแบบโรดสเตอร์พันธุ์แท้ ซึ่งตอบสนองการขับขี่อย่างคล่องตัวในทุกๆ วัน การออกแบบใหม่ปรับระดับบริเวณด้านหน้ารวมถึงไฟของมอเตอร์ไซค์ให้ลู่ต่ำลง ไล่ไปถึงช่วงท้ายของมอเตอร์ไซค์ที่เชิดขึ้นเล็กน้อยมอบความปราดเปรียวและโฉบเฉี่ยวสไตล์สปอร์ตให้กับบิ๊กไบค์โรดสเตอร์ BMW R 1200 R มาพร้อมกับสี Lightwhite Uni พร้อมตัวอักษรกราฟิกประจำรุ่น “R” ขนาดใหญ่ เฟรมสีแดงและเบรกคาลิเปอร์สีเคลือบผิวสีทอง


BMW R 1200 R พร้อมให้นักบิดชาวไทยเป็นเจ้าของในราคา 1,120,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) โดยได้รับการเปิดตัวเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ในงานแบงค็อค มอเตอร์ไบค์ เฟสติวัล 2015 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ระหว่างวันที่ 29 มกราคม ถึง 1 กุมภาพันธ์ 2558 และพร้อมจำหน่ายตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์เป็นต้นไปที่โชว์รูม บีเคเค มอเตอร์ไซเคิล บาเซโลนา มอเตอร์ ถ.วิภาวดี เยอรมัน ออโต้ บางนา เอ็มเอฟ มอเตอร์ราด ถ.พระราม 2 ในกรุงเทพฯ และ ณัฐ บาวาเรียน มอเตอร์ จ.อุดรธานี บาเซโลนา มอเตอร์ จ.เชียงใหม่ และเชิดชัย ออโต้เฮาส์ จ.นครราชสีมา ในต่างจังหวัด ทั้งนี้ บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด จะเปิดตัวโชว์รูมใหม่ที่ เยอรมัน ออโต้ แจ้งวัฒนะ ในกรุงเทพฯ และเยอรมัน ออโต้ สาขาพัทยา เร็วๆ นี้.

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th 
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom 

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้