วันพุธที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ


ถังเดียวเที่ยว 1,000 กิโลเมตร ไต่ดอยตุง กับ MAZDA 2 SKYACTIV D 1.5L

ในโลกแห่งยนตรกรรม การแข่งขันด้านเทคโนโลยีสำหรับการขับเคลื่อน ทำให้เกิดนวัตกรรมใหม่ที่ได้กลายมาเป็นทางเลือกอันหลากหลายของผู้ใช้รถ เทคโนโลยีดีเซลที่ก้าวไกลเข้ามาช่วยให้การใช้เชื้อเพลิงมีความประหยัดมากยิ่งขึ้น กำลังในรูปของแรงบิดที่เพิ่มขึ้น เครื่องยนต์ดีเซลยุคใหม่ มีความจุลดลง พร้อมไปกับการออกแบบตัวเครื่องให้มีขนาดที่กะทัดรัด น้ำหนักเบา และมีความเสถียรขณะทำงาน เทคโนโลยีดีเซล Skyactiv D จาก Mazda ได้เข้ามาช่วยทำให้การใช้รถยนต์มีความสะดวกสบาย ประหยัดและปลอดภัย ช่วงเช้าของวันพฤหัสบดีที่ 28 มกราคม 2558 บริเวณสนามบินแม่ฟ้าหลวงจังหวัดเชียงราย ผมและเพื่อนสื่อมวลชนสายยานยนต์ยกพลเดินทางขึ้นเครื่องบินย้ายวิกทดสอบเพื่อมุ่งหน้าไปยังจังหวัดเชียงราย หัวเมืองทางภาคเหนือที่งดงามและมีสภาพอากาศเย็นสบายจากความกดอากาศสูง ที่ยังคงแผ่ลงมาอย่างต่อเนื่อง


ในช่วงปลายฤดูหนาวแบบนี้ จังหวัดเชียงรายนั้นมีความเหมาะมากกับการนำรถยนต์รุ่นใหม่มาขับทดสอบเพื่อพิสูจน์ประสิทธิภาพ โดยเฉพาะรถรุ่นใหม่ของ Mazda Sales Thailand ซึ่งเพิ่งจะเปิดผ้าคลุมพร้อมไปกับการเปิดราคาค่าตัวเป็นครั้งแรก นี่คือ Mazda 2 SkyActiv D 1.5L แฮตชแบค 5 ประตู และซีดาน 4 ประตู ตัวเล็กเครื่องยนต์ดีเซล ที่ผมเคยขับไปก่อนหน้านี้ที่ประเทศญี่ปุ่น รวมถึงกลับมาขับทดสอบสั้นๆ ในประเทศไทย บนสนามแข่งรถโบนันซ่า เขาใหญ่ Mazda 2 Skyactiv D กับการขับทดสอบในรอบที่ 3 โดยยกขบวนขึ้นไปขับกันในแถบหุบเขาสูงชันบนดอยตุง เพื่อลองความสามารถในการวิ่งใช้งานบนเส้นทางที่เต็มไปด้วยเนินเขาสูงชัน กับโค้งหักศอกวกไปวนมา Mazda 2 นั้น กำลังบุกตลาดรถเล็กด้วยความมุ่งมั่น จากเทคโนโลยี Skyactiv ที่ถูกบรรจุลงไปในเครื่องยนต์ดีเซล ระบบส่งกำลัง โครงสร้างตัวถังและระบบรองรับ นับเป็นยานยนต์จากแบรนด์ Zoom Zoom ที่มีและใช้เทคโนโลยี Skyactiv ต่อจาก Mazda CX-5 ครอสโอเวอร์ขายดี และ Mazda 3 รถเล็กประสิทธิภาพสูงที่ได้รับการกล่าวขานว่า มีรูปทรงที่สวยงามและมีการขับขี่ที่ดีเกินน่าเกินตาเหล่าบรรดาคู่แข่งร่วมสัญชาติอยู่นิดๆ ในด้านอารมณ์ความรู้สึกและความสนุกสนานหลังพวงมาลัย


ทีมประชาสัมพันธ์ของ Mazda Sales Thailand เป็นกลุ่มชนที่มีความพิเศษแตกต่างไปจากพีอาร์ค่ายรถทั่วไป จากการจัดเส้นทางทดสอบที่สามารถเค้นสมรรถนะในระดับที่ไม่ธรรมดาแบบจัดเต็ม ไม่ว่าจะเป็นทางราบที่โล่งยาว เหมาะกับการลองกำลังอัตราเร่ง ทางคดเคี้ยววกไปวนมาท่ามกลางหุบเขาที่สูงชัน เพื่อทดสอบประสิทธิภาพของพวงมาลัย ช่วงล่างและเบรก รวมถึงกำลังในรูปแรงบิดที่แสดงออกมา เมื่อนำรถทดสอบตะกายไต่ขึ้นภูเขา สำหรับการทดสอบในครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกของประเทศไทย ในการทดลองสมรรถนะของ Mazda 2 บนถนนปกติ หลังจากที่เคยพาสื่อมวลชนไปขับที่สนามแข่งรถใกล้กับภูเขาฟูจิ ในประเทศญี่ปุ่น เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา หลังจากนั้นก็ได้ย้ายวิกไปจัดการทดสอบ Mazda 2 สั้นๆ ที่สนามแข่งโบนันซ่าในจังหวัดนครราชสีมา ในครั้งนี้ ทีมพีอาร์ของ Mazda จัดรถทดสอบ Mazda 2 ซึ่งมีทั้งรุ่น 4 ประตูซีดานกับ 5 ประตูแฮตชแบค จำนวนถึง 20 คัน จอดเรียงรายเต็มลานจอดรถของโรงแรมเลอเมอรริเดียน เชียงราย ผมกับพี่แมน ทัศไนย ไรวา บ.ก. Cat Thai Edition จับคู่กันเหมือนครั้งที่เดินทางไปทดสอบเจ้ารถรุ่นนี้ในประเทศญี่ปุ่น การขับในประเทศไทยบนถนนปกติกับรถทดสอบรุ่น 4 ประตู หลังจากเคยขับรุ่น 5 ประตูในสนามแข่งมาถึงสองครั้งสองคราแล้ว ระยะทางทดสอบยาว 179 กิโลเมตร จากโรงแรมเลอเมอริเดียนไปยังพระตำหนักดอยตุง ทีมทดสอบซึ่งเป็นคณะสื่อมวลชนสายยานยนต์ จะต้องขับเจ้านี่ผ่านย่านตัวเมืองเชียงราย โดยใช้ทางหลวงจังหวัดหมายเลข 1149 เพื่อมุ่งหน้าขึ้นไปยังพระตำหนักดอยตุง จุดหมายปลายทางแรกในการขับทดสอบ Mazda 2 ในช่วงเช้า


สำหรับพระตำหนักดอยตุงนั้น อยู่ห่างจากตัวเมืองเชียงรายประมาณระยะทางได้ 60 กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข 110 ไป 45 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 1149 ไปอีกประมาณ 15 กิโลเมตร เส้นทางแบบขึ้นลงเนินเขาที่อุดมไปด้วยโค้งวกไปวนมา ท่ามกลางธรรมชาติที่สวยงามของหุบเขาในเขตภาคเหนือของไทย พระตำหนักดอยตุงเคยเป็นที่ประทับแปรพระราชฐานเพื่อทรงงานของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ตัวพระตำหนักออกแบบโดยมีรูปทรงผสมผสานกันระหว่างศิลปะล้านนากับชาเลย์ของประเทศสวิสเซอร์แลนด์ มีการแกะสลักไม้ตามกาแล เชิงชายและขอบหน้าต่างเป็นลวดลายต่างๆ ที่มีความสลับซับซ้อน ซึ่งแสดงออกถึงฝีมืออันละเอียดประณีตของช่างชาวเหนือ รอบๆ พระตำหนักประกอบไปด้วย สวนดอกไม้หลากพันธุ์ที่เต็มไปด้วยสีสันสดใสในช่วงหน้าหนาว ดอกไม้และต้นไม้ในเขตพระราชฐานแห่งนี้ คอยให้ความสวยงามสดชื่นรื่นรมย์ โดยเฉพาะในช่วงของฤดูหนาวแบบนี้ อากาศที่เย็นฉ่ำสบายเนื้อตัวตลอดทั้งวัน ทำให้พระตำหนักแห่งนี้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของเชียงราย ในช่วงสายๆ บนพระตำหนักดอยตุง นักท่องเที่ยวจะสามารถมองเห็นหมอกที่ปกคลุมบริเวณยอดเขารอบพระตำหนัก อากาศที่ไม่หนาวมากจนเกินไปในช่วงปลายฤดูหนาว ยิ่งทำให้สถานที่แห่งนี้มีความสงบสวยงามราวกับเทพนิยาย


ตำแหน่งท่านั่งใน Mazda 2 อยู่ในเกณฑ์ที่ดี จากการจัดวางเบาะและอุปกรณ์ต่างๆ ให้มีความสัมพันธ์กันในด้านการใช้งาน ตำแหน่งผู้ขับคือ จุดศูนย์กลางของการใช้อุปกรณ์ ซึ่ง Mazda ให้ความใส่ใจเป็นพิเศษ ท่านั่งที่แม้จะถูกผมปรับระดับความสูงของตัวเบาะคนขับให้กดลงต่ำจนสุดก็ยังคงรู้สึกว่าสูงอยู่ดี ท่านั่งที่จมลึกช่วยทำให้คุณไม่เกิดอาการเซซ้ายป่ายขวาตัวโยกไปมาเมื่อต้องหมุนพวงมาลัยลัดเลาะขึ้นไปตามเส้นทางที่เต็มไปด้วยโค้งขึ้น-ลงเนินตลอดช่วง เมื่อขับผ่านตัวเมืองเชียงราย สภาพการจราจรที่ไม่หนาแน่นเหมือนเชียงใหม่ ทำให้ผมและเพื่อนๆ สื่อมวลชนรู้สึกผ่อนคลายจากสภาพการของห้องโดยสารในรุ่นท็อปสุด คันเร่งไฟฟ้าที่เชื่อมต่อกับเครื่องยนต์ดีเซลผสานการทำงานได้เป็นอย่างดี แม้จะมีอาการหน่วงเกิดขึ้นบ้างในบางครั้งที่ผมลงคันเร่งลึกๆ แรงบิดรอบต่ำที่ใช้ในการออกตัว ยังช่วยทำให้การเคลื่อนที่จากสัญญาณไฟจราจร หรือการเร่งแซงรถช้าเต็มไปด้วยความง่าย ในเขตเมืองที่ต้องขับด้วยย่านความเร็วต่ำ เจ้า 2 Skyactiv D แสดงออกถึงตัวตนที่แท้จริงของความเป็นรถเล็กประสิทธิภาพสูงได้อย่างหมดจด เมื่อนั่งอยู่ในตำแหน่งคนขับ คุณจะตื่นตาตื่นใจกับวัสดุอุปกรณ์ รวมถึงการจัดวางที่เฉียบคมและเต็มไปด้วยรูปแบบที่ไม่มีคำว่าน้อยหน้า เมื่อนำรถคันนี้ไปเปรียบเทียบภายในของมันกับรถเล็กจากยุโรปที่มีค่าตัวเกิน 1.5 ล้านบาท โดยเฉพาะภายในของ Mazda 2 รุ่นท็อปสุดนั้น มีวัสดุและผิวสัมผัสที่สามารถเทียบเคียงกับรถเล็กยี่ห้อดังอย่าง BMW Serries-1 Audi A1 หรือแม้แต่ Mercedes Benz A-Class ได้อย่างสบายๆ ความมุ่งมั่นในการที่จะเอาชนะคะคานรถเล็กจากยุโรป ทำให้ Mazda ต้องระดมเทคโนโลยีทุกอย่างที่มีอยู่ในมือมาใส่ไว้ในเจ้าจิ๋วคันนี้ คุณจะสังเกตและสัมผัสได้ถึงตัวตนที่แท้จริง จากภายในแนวๆ ที่ทำออกมาโดยไม่มีตำแหน่งใดที่เหมือนกับรถญี่ปุ่นยี่ห้ออื่น ความแตกต่างในจุดนี้ กำลังทำให้ 2 Skyactiv ประสบความสำเร็จ และจะกลายมาเป็นจุดขายสำคัญของแบรนด์ Mazda จากความสามารถในการเข้าไปครองใจผู้คนที่ชื่นชอบการขับขี่ มากกว่าที่จะผลิตรถยนต์ออกมาให้เป็นเพียงแค่ยานพาหนะในการเคลื่อนที่จากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่งเท่านั้น


ขอขอบคุณด้วยความจริงใจไม่เสแสร้งแกล้งทำจากการที่ Mazda ไม่นำเอาเกียร์ CVT มาใส่ใน Mazda 2 เกียร์ของรถคันนี้ จึงเป็นเกียร์ออโตแบบฟันเฟือง 6 อัตราทดที่ครอบคลุมการใช้งานในทุกย่านของรอบเครื่องยนต์ การตอบสนองของเกียร์ในการเปลี่ยนอัตราทดมีความเรียบเนียนให้สัมผัสกันอย่างชัดเจนแจ่มแจ้ง เกียร์ 6 สปีด Skyactiv Drive ยังให้อารมณ์สปอร์ตทันทีที่คันเร่งถูกกดจนจมมิดลงไปบนพรมรองพื้น อาการของการเปลี่ยนอัตราทดที่ว่องไวและกระชับของเกียร์ออโต Skyactiv Drive ยังสื่อให้เห็นถึงความตั้งใจในการคงคาร์แลคเตอร์แบบสปอร์ต ซึ่งหมายถึง DNA ของแบรนด์ Mazda แนวทางในการสร้างรถยนต์จากแบรนด์ Zoom Zoom มีให้สัมผัสกันได้อย่างโจ่งแจ้ง โดยเฉพาะการผลักคันเกียร์ไปที่ด้านขวายังตำแหน่ง +/- เพื่อชิฟเกียร์ด้วยตัวเอง ถึงแม้จะมีเพียงแค่ 6 สปีด แต่อัตราทดจากเกียร์ Skyactiv Drive นั้น ถูกปรับตั้งมาเป็นอย่างดี เพื่อสร้างความรู้สึกที่ดีในด้านของการผ่องถ่ายขึ้น-ลงไปตามรอบเครื่องยนต์ เกียร์ Skyactiv Drive มีน้ำหนักเบา และมีขนาดที่ไม่ใหญ่โตเหมือนเกียร์ขับหน้ารุ่นอื่นๆ เพลาขับขนาดเล็กมีการลดขนาดของฟันเฟืองขบวนเกียร์ การออกแบบที่ดีขึ้นของผนังเกียร์ ด้วยการคำนึงถึงแรงเสียดทานที่ถูกทำให้ลดน้อยลง ลูกสูบล็อกอัพและใบจักรช่วยรักษาความแตกต่างของแรงดันภายในห้องเกียร์ คลัตช์ของเกียร์ออโตลูกนี้ยังทำงานได้รวดเร็วขึ้น เพื่อการออกตัวจากจุดหยุดนิ่งที่ต้องมีความฉับไว ทำให้การเร่งความเร็วเป็นไปอย่างราบรื่น สำหรับการพัฒนาเกียร์ Skyactiv Drive ที่นำมาใช้ร่วมกับเครื่องยนต์ดีเซลขนาดเล็ก วิศวกรของ Mazda ให้ความสำคัญไปที่การลดน้ำหนัก ความสามารถในด้านอัตราเร่ง (ในย่านรอบเครื่องยนต์ปานกลาง) รวมถึงความประหยัดที่กลายเป็นคุณลักษณ์สำคัญของชุดส่งกำลัง Skyactiv Drive จาก Mazda


ขับทดสอบกันบนเทือกเขาที่มีควมสูงชันแบบนี้ ทำให้รู้ดำรู้แดงกันไปเลยว่า Mazda 2 นั้น ห่วยหรือดี เครื่องยนต์ดีเซล 1.5 ลิตร 1,499 ซีซี มีเสียงการทำงานที่รอบเดินเบาไม่ได้ดังมากจนเกินไป สำเนียงเสียงการทำงานของเครื่องดีเซลในรอบเดินเบาตอนจอดนิ่งๆ อยู่กับที่คล้ายกับเสียงเครื่องดีเซล 3 สูบของ MINI Cooper D รุ่นใหม่ เมื่อขับไปเรื่อยๆ ในเมือง ผมรู้สึกแปลกใจในความสามารถของมันสำหรับการปิดผลึกกักเก็บเสียงแปลกปลอมจากภายนอก ที่ทำได้ดีเกินหน้าเกินตาราคาค่าตัว ยางขอบประตู การจัดวางวัสดุป้องกันเสียงแปลกปลอมจากภายนอก โดยใช้วิธีการกรุวัสดุป้องกันเสียงรอบห้องโดยสาร ทำให้ภายในของ Mazda 2 มีความเงียบงันอยู่ในเกณฑ์ดีมาก เมื่อลงคันเร่งลึกๆเพื่อฟังเสียงการทำงานของเครื่องยนต์ เสียงเครื่องดีเซล 1.5 ลิตร ในรอบสูงครางออกมาพอให้ได้ยิน มันสร้างความรื่นรมย์เร้าใจได้ไม่แตกต่างไปจากเสียงเครื่องเบนซินเท่าใดนัก แรงบิด 250 นิวตันเมตร ในย่าน 1,750-2,750 รอบต่อนาที ฉุดลากตัวถังหนัก 1,129 กิโลกรัม ให้ปลิวไปตามลมได้อย่างง่ายดายราวกับพลิกฝ่ามือ แถมพกด้วยความประหยัดในระดับ 26 กิโลเมตรต่อลิตรหากคุณรู้จักใช้คันเร่งให้ถูกต้องไม่กระทึบแบบมุทะลุดุดันจนเกินงาม

อัตราเร่งจาก 0-100 ของ Mazda 2 Skyactiv D ทำได้ 10.03 วินาที ส่วนความเร็วสูงสุดนั้น เนื่องจากสภาพเส้นทางทดสอบอุดมไปด้วยทางโค้งกับทางขึ้น-ลงเนินเขาซะเป็นส่วนใหญ่ ความเร็วท็อปสปีดในการขับทดสอบบนถนนสาธารณะ จึงเป็นเรื่องที่ต้องหลีกเลี่ยงเพื่อความปลอดภัย การปฏิบัติตามกฎหมายจราจรอย่างเคร่งครัด เป็นเรื่องที่มีความสำคัญในอันดับต้นๆ ของการขับขี่ มันจะช่วยให้คุณหลีกเร้น ห่างไกลจากอุบัติเหตุที่ไม่พึงประสงค์จะให้เกิดขึ้น ยิ่งคุณมีสติเท่าไรก็จะยิ่งทำให้คุณปลอดภัยจากการใช้ทางมากขึ้นเท่านั้น ผมพยายามไม่หลงระเริงไปกับการยึดเกาะของช่วงล่างที่หนึบแน่นสุดๆ พยายามขับโดยทิ้งระยะห่างระหว่างรถคันนำให้พอดี โดยเผื่อระยะไว้สำหรับการเบรกกะทันหัน หรือเปลี่ยนช่องทางแบบฉุกเฉิน หากรถคันนำเกิดเสียอาการขึ้นมา การขับชนท้ายกันเองในขบวนรถทดสอบนั้น เป็นเรื่องที่ไม่สมควรที่จะทำให้มันเกิดขึ้น หากคนขับมีสติและใช้ความระมัดระวังมากพอ ก็จะเดินทางไปถึงยังจุดหมายได้อย่างปลอดภัยไร้กังวล


จากที่เคยขับทดสอบ Mazda 2 ในสนามแข่งรถที่ญี่ปุ่นและในประเทศไทย มาแล้วถึง 2 ครั้ง 2 ครา http://www.thairath.co.th/content/461008  http://www.thairath.co.th/content/463203 ) เจ้า Mazda 2 พิสูจน์ตัวตนให้สื่อมวลชนได้เห็นถึงความสามารถในการซิ่งบนแทรคที่ใช้สำหรับการทำความเร็ว ด้วยความแม่นยำของชุดบังคับเลี้ยว ซึ่งเป็นพวงมาลัยไฟฟ้าแบบใหม่ พอนำเจ้าจิ๋วจอมแสบคันนี้มาขับทดสอบบนถนนปกติ ความรู้สึกของพวงมาลัยนั้นกลับแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง พวงมาลัยแบบ Telescopic ปรับระยะเข้า-ออกได้ 50 มิลลิเมตร และปรับระยะสูงต่ำได้อีก 20 มิลลิเมตร ครอบคลุมท่านั่งแม้คุณจะตัวเตี้ยม้อต้อ หรือสูงโย่งโก๊ะเป็นเสาไฟฟ้า ก็สามารถปรับตั้งระยะของพวงมาลัยได้อย่างครอบคลุม พวงมาลัยไฟฟ้าอัตราทดแปรผันของ Mazda 2 ให้ทั้งความแม่นและความเฉียบคม จากระยะของการหมุนที่กระชับ เมื่อนำมาวิ่งในเขตหุบเขาที่มีความสูงชันแบบนี้


โค้งอันตรายบนทางขึ้นพระตำหนักดอยตุงนั้น เริ่มเยอะขึ้นเรื่อยๆ และกลายสภาพจากโค้งมุมกว้างบนทางราบด้านล่าง มาเป็นโค้งมุมแคบแทบจะทั้งหมดเกือบทุกโค้ง ผมต้องขยับพวงมาลัยบ่อยขึ้นด้วยมุมที่มากยิ่งขึ้น เพื่อควบคุมให้มันวิ่งไปบนไลน์ที่ถูกต้อง อาการหน้าดื้อ หรือท้ายปัดที่เคยเกิดขึ้นบนการทดสอบในสนามแข่งหายไปจากความเร็ว ที่ต้องใช้ความระมัดระวังมากกว่าการขับในสนามแข่งรถ อุณหภูมิผิวถนนที่เริ่มสูงขึ้นในช่วงกลางวัน ทำให้ยาง Dunlop ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ยางรุ่น Enasave EC300+ จากแบรนด์ Dunlop ใน Mazda 2 รุ่นท็อป ห่อรัดล้ออัลลอยลายสวยขอบ 16 นิ้ว ไซส์ยาง 185/60R16 เน้นไปที่การลดแรงต้านทาน เมื่อมันถูกบดลงไปบนพื้นผิวลาดยางมะตอย หากชอบความหนึบแบบสุดๆ คงต้องเปลี่ยนไปใช้ยางและล้อขอบ 17 นิ้ว แต่ก็ต้องแลกกลับคืนด้วยอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่สูงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ตัวแปรที่เกิดขึ้นจากขนาดหน้ายางที่ใหญ่มากขึ้น จะเข้ามาช่วยให้การยึดเกาะดียิ่งขึ้น เมื่อหน้ายางกว้างขึ้น การเสียดทานกับผิวถนนก็จะเพิ่มขึ้นแบบอัตโนมัติ ส่งผลไปถึงอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่จะทำได้ไม่เท่ากับตัวเลขที่วิศวกรเคลมมาให้จากโรงงาน ดีอย่างเสียอย่างคงต้องเลือกเอาเอง เจ้าของ Mazda ส่วนใหญ่ มักนิยมนำรถไปเปลี่ยนล้อที่มีขนาดใหญ่ขึ้น ผลลัพธ์จากความใหญ่ของล้อและยาง ก็ต้องแลกกันระหว่างความประหยัด ความสวยงาม และการยึดเกาะที่จะเปลี่ยนไปอย่างแน่นอน ผมแวะซื้อมันต้มที่ห่ออยู่ในใบตองมานั่งทานกับกาแฟในช่วงพักรถจุดแรกบนพระตำหนักดอยตุง สายตาสอดส่ายดูความงดงามของธรรมชาติและมวลดอกไม้นานาพรรณรอบตัว ท่ามกลางอุณหภูมิที่เย็นสบาย แม้จะใกล้เวลาเที่ยงวันเข้าไปทุกที


ออกเดินทางต่อด้วยการขับลัดเลาะลงมาจากดอยตุงไปยังร้านอาหารกลางวัน หลังจากทานข้าวเที่ยงผมเปลี่ยนมาขับบนทางราบกับรุ่น 5 ประตูแฮตแบค ที่จอดรออยู่ในช่วงที่ต้องสับเปลี่ยนรถทดสอบ สำหรับขับกลับโรงแรมที่พักสื่อมวลชน ที่ขับรุ่น 4 ประตู จะย้ายไปขับรุ่น 5 ประตู ตัวถูกที่มีอุปกรณ์น้อยกว่า ส่วนผสมที่ดีในด้านไดนามิกส่งถ่ายความเป็นรถสปอร์ตออกมาอยู่ตลอดเวลา ใน Mazda 2 แฮตชแบค 5 ประตู การเร่งความเร็วเมื่อพบเจอกับทางโล่งๆ เมื่อคันเร่งไฟฟ้าถูกกดจนจมมิดพรม ความเร็วจะค่อยๆ ไหลเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ ไม่กระโชกโฮกฮากมาแบบเรื่อยๆ แต่ต่อเนื่อง ความมั่นคงของตัวรถ จะแสดงออกมาให้คุณเห็นเมื่อขับเร็วขึ้น พวงมาลัยที่ย่านความเร็วสูง 140 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ถูกหน่วงน้ำหนักจนไม่สร้างความเสียวสยองแม้จะขับเร็วขึ้นเรื่อยๆ จนไปแตะที่ 160 กิโลเมตร ช่วงล่าง Skyactiv ที่พัฒนามาจากสนามแข่งโชว์ความสามารถในการยึดเกาะออกมาให้สัมผัสกันเป็นช่วงๆ เมื่อพบกับโค้งมุมกว้าง อาการที่เป็นกลางทำให้คุณ หรือใครก็ได้ที่ขับรถเป็นสามารถควบเจ้า Mazda 2 ในย่านความเร็วสูงได้อย่างสบาย แต่ไม่อยากให้ทำเนื่องจากขนาดของตัวถังและกฎหมายจราจร ขับที่ 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ความหนึบของช่วงล่างจะทำให้คุณรู้สึกว่ามันวิ่งช้าเกินเหตุ ยิ่งขับก็ยิ่งชอบ บนทางแบบไฮเวย์แบบนี้ ตัวตนของ Mazda ที่ปรากฏให้เห็นนั้นโผล่ออกมามากกว่าการขับในสนามแข่งอยู่พอสมควรในด้านการขับใช้งานจริงบนการเดินทางในชีวิตประจำวัน ความรู้สึกหลังจากได้ขับรุ่น 4 ประตูเป็นครั้งแรก พบว่ามันขับได้เนียนกว่ารุ่น 5 ประตูเล็กน้อย รุ่น 4 ประตูซีดานมีส่วนท้ายที่ยาวออกไป ทำให้อาการในโค้งนั้นส่วนท้ายจะไม่ไวเหมือนรุ่น 5 ประตูแฮตชแบค ที่ให้อารมณ์สปอร์ตมากกว่านิดๆ


ความประหยัดเกิดขึ้นจากเทคโนโลยี Skyactiv ซึ่งถูกบรรจุลงในเครื่องยนต์ดีเซล 1.5 ลิตร ชุดอัดอากาศเทอร์โบกับอินเตอร์คูลเลอร์ขนาดจิ๋ว ช่วยทำให้ Mazda 2 มีแรงบิดถึง 250 นิวตันเมตร เป็นแรงบิดที่มากเกินความต้องการสำหรับการขับใช้งานบนรถเล็กที่มีขนาดกะทัดรัดและมีน้ำหนักเพียงแค่ 1.2 ตัน ภาพรวมหลังจากได้ขับบนทางปกติก็พบว่า Mazda 2 Skyactiv D 1.5L เป็นรถเล็กที่มีประสิทธิภาพเกินหน้าเกินตาคู่แข่ง ที่มีราคา 7.8 แสนบาทอยู่หลายจุด รุ่นซีดานขับได้ดีกว่ารุ่น 5 ประตูเล็กน้อย แต่ความอเนกประสงค์กับรูปแบบของตัวรถนั้นสู้รุ่น 5 ประตูไม่ได้ พวงมาลัยดีเยี่ยมพร้อมกับช่วงล่างที่เต็มไปด้วยเลือดเนื้อของ Mazda ซึ่งมักจะทำรถออกมาสำหรับการขับที่ให้ความรู้สึกในแบบสปอร์ต พวงมาลัยไฟฟ้ากับช่วงล่าง คือ กลไกที่เชื่อมโยงความแรงของเครื่องยนต์ หากชุดบังคับเลี้ยวและระบบรองรับทำออกมาไม่ดี รถคันนั้นคงยากที่จะประสบกับความสำเร็จในด้านตัวเลขยอดขาย


เกียร์อัตโนมัติ Skyactiv Drive แม้จะไม่มีแป้นเปลี่ยนเกียร์หลังพวงมาลัยมาให้แต่การผลักโยกคันเกียร์ไปที่ตำแหน่ง +/- เพื่อชิฟเกียร์เองให้ความรู้สึกดีกว่าแป้น Paddle Shift เบรกดี แต่อยากให้ทุกๆ รุ่น ไม่ว่าจะถูก หรือมีดิสก์เบรกหลัง ควรจะเลิกใช้ดรัมเบรกในรุ่นถูกได้แล้ว ระบบ Auto Start-stop ทำงานด้วยความหลากหลาย โดยขึ้นตรงกับสมองกลสั่งงานที่มีเซ็นเซอร์ตรวจจับนับสิบตำแหน่ง แม้จะใส่เกียร์ว่าง (N) เครื่องยนต์ก็ยังถูกดับขณะจอดอยู่กับที่ แตกต่างจากรถยนต์ที่มีระบบ Auto Start-stop พอใส่เกียร์ว่างยกเท้าออกจากเบรก เครื่องก็ติดทันที การเชื่อมต่อติดๆ ดับๆ ของระบบ Auto Start-stop ใน Mazda 2 เรียบเนียนใช้ได้ และไม่สร้างความน่ารำคาญจากการที่ต้องดับๆ ติดๆ เมื่อขับอยู่ในสถานะการณ์ที่มีการจราจรคับคั่ง ส่วนอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ย บนการขับทางราบปกติทำได้ 23 กิโลเมตรต่อลิตร ขับในเมืองที่มีการจราจรคับคั่งหนาแน่น 16 กิโลเมตรต่อลิตร และทางบนภูเขาที่รอบเครื่องยนต์และเกียร์ขึ้น-ลงอยู่ตลอดเวลา ทำได้ 15 กิโลเมตรต่อลิตร นับเป็นตัวเลขที่หรูหราใช้ได้


ไม่ต้องคิดมาก หากชอบรถแบรนด์นี้ก็ไปลองขับกันได้เลย สังเกตงานตกแต่งภายในให้ดีๆ โดยเฉพาะภายในของรุ่นท็อป หากคุณเป็นคนที่แยกแยะอะไรได้ง่ายก็จะเห็นถึงความแตกต่างอย่างชัดเจน ความแตกต่างดังกล่าวเป็นที่มีของราคาค่าตัว ทั้งเทคโนโลยีเครื่องยนต์ดีเซล ตัวถังและงานสีที่ลงตัว ภายในอุดมไปด้วยของแนวๆ ที่คุณจะไม่มีวันได้พบเจอ หรือใช้งานบนรถญี่ปุ่นยี่ห้ออื่นๆ ที่มีราคาเท่ากัน รุ่นสูงสุดเป็นรุ่นที่สมควรจ่ายมากที่สุด หากไม่ชอบอุปกรณ์รุงรัง หรือมีเงินแค่ 6 แสน ก็เลือกรุ่นต่ำสุด การขับขี่เหมือนกันทุกอย่าง เพียงแต่ระดับความหรูและความครบของอุปกรณ์เท่านั้น ที่เป็นรอง วิศวกรของ Mazda 2 แจ้งมาว่า สิ่งที่รุ่นซีดาน 4 ประตู แตกต่างจากรุ่นแฮตชแบค 5 ประตู ก็คือ บานประตูเท่านั้น นอกนั้นเหมือนกันทุกอย่าง Mazda 2 รุ่นใหม่ที่หลายๆ คนโวยวายว่าแพง ต้องลองไปขับไปจับภายในดูเอาเองว่าเงิน 7.8 แสนบาทที่ลงไปนั้น มันคุ้มกับสิ่งที่ได้รับหรือไม่ สุดท้ายคุณจะพบว่าการขับที่ดีของมันนั้น มีความเหมาะสมกับตำแหน่ง Car of The Year 2014 ของไทยรัฐออนไลน์อย่างที่สุดแล้ว มันเป็นรถที่แม้แต่ค่ายรถคู่แข่ง ก็ไม่สามารถที่จะทำออกมาได้เหมือนและขายได้ในราคานี้ ยอมรับเถอะครับว่ามันคือเรื่องจริง.


ข้อมูลผลิตภัณฑ์จาก Mazda Sales Thailand
โครงสร้างของ Mazda 2โดยเฉพาะเปลือกตัวถังออกแบบให้สร้างความรู้สึกถึงการกระโจนไปข้างหน้า แนวทางการออกแบบ KODO Design จิตวิญญาณแห่งการเคลื่อนที่ รูปทรงและเส้นสายที่เชื่อมโยงการเคลื่อนที่ได้มาจากการวางตำแหน่งห้องโดยสารขนาดคอมแพคมาทางด้านท้ายของเส้นที่ลาดเอียงบนตัวถังด้านข้าง ไฟหน้าแบบฮาโลเจนมัลติรีเฟลกเตอร์ทรงกลม เส้นขอบกระจังหน้าแบบใหม่สามมิติ ไฟท้ายออกแบบให้มีความต่อเนื่องไปจนถึงประตูฝาท้ายแฮตชแบค ล้ออัลลอยขอบ 16 นิ้วลายใหม่ในรุ่นสูงสุด ส่วนรุ่นรองลงมาใส่ล้ออัลลอยขอบ 15 นิ้ว มิติตัวถังรุ่นแฮตชแบค การวางตำแหน่งล้อหน้าเลื่อนไปด้านหน้ามากยิ่งขึ้นทำให้มีพื้นที่ในการออกแบบและจัดวางอุปกรณ์ภายในได้ดีขึ้น ความยาว 4,060 มิลลิเมตร รุ่นซีดาน 4,320 มิลลิเมตร ความกว้างตัวรถ 1,695 มิลลิเมตร ความสูงรวม 1,490 มิลลิเมตร ความยาวฐานล้อ 2,570 มิลลิเมตร พื้นที่เก็บสัมภาระท้ายขนาด 250 ลิตร สำหรับรุ่น 5 ประตู ส่วนรุ่น 4 ประตูมีความจุของห้องเก็บสัมภาระส่วนท้ายที่ 440 ลิตร


การออกแบบภายในด้วยการใช้วัสดุแบบใหม่ที่เน้นความหรูหราและรูปแบบที่มีความสวงยงามน่าใช้งาน ชิ้นงานและองค์ประกอบหลักของอุปกรณ์ภายในมีรูปแบบเดียวกันกับ Mazda 3 ด้วยการเลือกใช้วัสดุเกรดสูงผสมกับงานดีไซน์รูปทรงของชิ้นงานที่มีความทันสมัย แผงอุปกรณ์ตกแต่งภายในใช้สีและการเคลือบเงาเพื่อความสวยงาม รุ่นท็อปสุดตกแต่คาดคอนโซลกลางด้วยวัสดุลวดลายคล้ายคาร์บอนไฟเบอร์ เบาะหนังตัดเย็บอย่างประณีต คอนโซลกลางของ Mazda 2 เน้นการออกแบบให้มีพื้นที่ใช้สอยที่มีความหลาหลาย รูปแบบของคอนโซลเชื่อมโยงต่อการใช้งานอุปกรณ์ต่างๆ ระบบการควบคุมและแสดงผลการทำงานของรถขณะขับเคลื่อนอยู่ในตำแหน่งที่ดีที่สุดบนพื้นฐานการใช้งานของมนุษย์ เป็นศูนย์กลางของการควบคุมขับขี่ในแบบ Head-up ที่นั่งเบาะผู้โดยสารและเบาะคนขับปรับถอยหลังได้ระยะ 260 มิลลิเมตร ความสูงของเบาะนั่งเพิ่มอีก 40 มิลลิเมตร พวงมาลัยแบบ Telescopic ปรับได้ 4 ทิศทาง


การออกแบบภายในที่ช่วยทำให้ผู้ขับมีสมาธิจดจ่ออยู่กับการขับ ตำแหน่งท่านั่งอยู่ในท่าที่สูงตามขอบด้านบนของแผงหน้าปัดมาตรวัดความเร็วและล้อมรอบด้วยอุปกรณ์ต่างๆ อย่างสมดุล ที่นั่งผู้โดยสารมีพื้นที่วางเท้าและพื้นที่เหนือศีรษะพอเพียงต่อการเดินทางระยะไกล ที่นั่งด้านหน้าออกแบบให้มีความโอบกระชับและอยู่ในตำแหน่งศูนย์กลาง ล้อมรอบด้วยแผงควบคุมที่ให้ความรู้สึกถึงความเร็ว ห้องโดยสารของ Mazda 2 มีการเลือกสีที่เหมาะสมทั้งในส่วนของแผงอุปกรณ์ไฟฟ้า คอนโซลที่พื้นและแผงประตู ความหลากหลายของสีและวัสดุตกแต่งถูกนำมาใช้พร้อมกับการเลือกวัสดุหุ้มเบาะนั่งทำให้เกิดเป็นงานออกแบบที่มีความโดดเด่น รถ Mazda 2 ใหม่ มีสีตัวถังให้เลือกถึง 8 สี สีใหม่คือสีฟ้า Dynamic Blue Mica และสีอื่นๆ อีก 7 สี รวมทั้งสีแดง Soule Red Metallic


ระบบ HMI เจเนอเรชั่นใหม่ ของ Mazda และการออกแบบพื้นที่การขับขี่บนพื้นฐานของแนวคิด Heads up มีเป้าหมายเพื่อลดภารกรรมและเพิ่มความสามารถในการควบคุมปริมาณข้อมูลมากมายในขณะขับเคลื่อน หน้าจอแสดงผลข้อมูลการขับแบบ Active Diivong Display จัดแสดงข้อมูลที่มีความสำคัญในการขับขี่ รวมถึงความเร็วขณะที่กำลังขับเคลื่อน มาตรวัดทรงกลมขนาดใหญ่วางอยู่ในตำแหน่งกึ่งกลางและหน้าปัดแสดงผลทั้งสองข้าง หน้าจอแสดงข้อมูลขนาด 7 นิ้ว การแสดงผลข้อมูลที่ติดตั้งตรงกลางด้านบนของแผงควบคุม จัดแสดงข้อมูลการทำงานในส่วนต่างๆ ช่วยให้ผู้ขับรับรู้ข้อมูลโดยไม่ต้องละสายตาไปจากถนน และไม่รบกวนสมาธิของการควบคุม

ปุ่มควบคุม Center Commander เป็นการจัดวางตำแหน่งของปุ่มควบคุมให้เป็นจุดศูนย์กลาง ผู้ขับสามารถเลือกดูข้อมูลบนจอแสดงผลได้อย่างสะดวกและปลอดภัย ระบบปฏิบัติการด้วยเสียง Voice Commander สามารถสั่งและควบคุมการทำงานต่างๆ ได้ด้วยเสียงเพื่อเปลี่ยนเมนูต่างๆ ระบบ MZD Connect ทำงานผสานกับ Smart Phone ของผู้ใช้งานที่หลากหลาย รวมถึงการเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตและการสื่อสารต่างๆ ที่มีระบบการใช้งานเชื่อมโยงกับความปลอดภัย การใช้งานระบบเครื่องเสียงสามารถรับคลื่นวิทยุหลากหลายมากยิ่งขึ้น เล่น CD และเครื่องเล่นแบบพกพา รับฟังคลื่นสถานีวิทยุที่ออกอากาศในระบบดิจิตอลอินเทอร์เน็ตโดยการเชื่อมโยงผ่านสมาร์ทโฟน การใช้งานของระบบสื่อสารแบบไร้สาย Hands free สามารถรับและส่งแสดงข้อความ หรือแม้แต่อ่านข้อความสั้นๆ ล่าสุดบน Twiter และ Facebook ให้รับฟังและโพสต์ข้อความเสียงได้เช่นกัน แอพพลิเคชั่น ฟังก์ชั่นการทำงานอื่นๆ ที่หลากหลาย ระบบสามารถติดตามและแสดงค่าอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อให้ผู้ขับรับรู้ข้อมูลที่มีความสำคัญเพื่อการขับขี่ที่ประหยัดเชื้อเพลิงสูงสุด


Mazda 2 มีช่วงล่างด้านหน้าแบบแมคเฟอร์สัน สตรัท สปริง โช้กอัพและเหล็กกันโคลง ส่วนด้านหลังเป็นแบบทอร์ชั่นบีม ช่วงล่างมีน้ำหนักเบา และมีจุดเด่นในด้านของการออกแบบที่เน้นความกะทัดรัดและมีประสิทธิภาพ เทคโนโลยี Skyactiv ในแชส์ชีส์แบบใหม่ออกแบบให้มีการเพิ่มระยะของแขนและมุมแคสเตอร์ Caster Trail and Caster angle การออกแบบตำแหน่งจุดยึดช่วงล่างด้านหลังใหม่ การใช้ตัวดูดชับแรงสั่นสะเทือนด้านหลังที่สามารถควบคุมแรงเสียดทานจากการทำงานได้อย่างเหมาะสม การปรับรายละเอียดต่างๆ เพื่อให้ช่วงล่างส่งถ่ายความนิ่มนวลขณะขับเคลื่อน อัตราทดของพวงมาลัยไฟฟ้าถูกปรับให้มีความไวขึ้นเพื่อการตอบสนองที่ดี การติดตั้งชุดบังคับเลี้ยวที่แข็งแกร่งเป็นแกนเดียวกับตัวรถเกิดขึ้นเป็นครั้งแรกใน Mazda 2 เพิ่มความแม่นยำและการตอบสนองต่อการเปลี่ยนทิศทางที่ดี ระบบเบรกด้านหน้าแบบดิสก์เบรก พร้อมครีบระบายความร้อน ด้านหลังเป็นดิสก์เบรกหรือดรัมเบรกนั้น ขึ้นอยู่กับรุ่นแยกย่อย เบรกถูกปรับตั้งมาเพื่อให้คุณลักษณ์ของความแม่นยำ ระบบห้ามล้อของ Mazda 2 มีการพัฒนาให้กำลังหยุดยั้งที่ดี


หัวใจของการขับเคลื่อนคือเครื่องยนต์ดีเซล ขนาด 1.5 ลิตร รหัส S5-DPTS เป็นเครื่องยนต์ตัวเล็กกะทัดรัดแบบแถวเรียง 4 กระบอกสูบ ดีเซล ดับเบิ้ลโอเวอร์เฮตแคมชาร์ป DOHC 16 วาล์ว ปริมาตรความจุ 1,498 ซีซี ความกว้างกระบอกสูบ x ช่วงชัก 76.0 x 82.6 มิลลิเมตร อัตราส่วนกำลังอัด 14.8 : 1 จ่ายน้ำมันด้วยหัวฉีดแรงดันสูงแบบคอมมอลเรล ไดเรคอินเจคชั่น สำหรับระบบอัดอากาศใช้เทอร์โบแบบ Turbocharger Variable Turbine Geometry เป็นเทอร์โบตัวเล็กทำงานในแบบแปรผันไปตามความเร็วรอบ เพื่อการตอบสนองในระดับสูงสุดของอัตราเร่ง พร้อมตัวลดอุณหภูมิไอดีก่อนประจุเข้าห้องเผาไหม้ด้วยอินเตอร์คูลเลอร์ขนาดเล็กจิ๋วที่มีประสิทธิภาพ อากาศหรือไอดีที่ผ่านการลดอุณหภูมิจากอินเตอร์คูลเลอร์ ช่วยทำให้เครื่องยนต์มีการทำงานที่สมบูรณ์สามารถจุดระเบิดคายพลังงานออกมาได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ


เครื่องยนต์ Skyactiv D 1.5L กับระบบส่งกำลัง Skyactiv Drive Auto 6 Speed พัฒนามาเพื่อถ่ายเทแรงบิดอย่างเหมาะสมในเครื่องยนต์ดีเซล แรงบิดจากเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร เทียบเท่าแรงบิดที่ได้รับจากเครื่องยนต์เบนซินขนาด 2.5 ลิตร ให้การประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงจากระบบเกียร์ที่ออกแบบให้มีการทำงานเข้ากันกับเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบขนาดกะทัดรัด เครื่องยนต์มีอัตราส่วนกำลังอัดที่ 14.8:1 ให้กำลังสูงสุด 77 กิโลวัตต์ หรือ 105 แรงม้า อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง 26.3 กิโลเมตรต่อลิตร จากการขับทดสอบของประเทศญี่ปุ่นในรุ่น 2WD เกียร์อัตโนมัติ พร้อมระบบi-Stop หรือ Auto Start/Stop ระบบเกียร์อัตโนมัติ Skyactiv Drive พัฒนาขึ้นมาล่าสุดมีขนาดเกียร์ที่เล็กและมีน้ำหนักเบาเมื่อเทียบกับเกียร์ออโตในรุ่นอื่น ให้การตอบสนองด้านการเปลี่ยนอัตราทดที่ครอบคลุมทุกย่านรอบเครื่องยนต์ ให้ความรู้สึกคล้ายเกียร์ธรรมดาเมื่อเปลี่ยนเกียร์ด้วยตัวเอง เกียร์ Skyactiv Drive ยังมีการเปลี่ยนเกียร์ที่นิ่มนวลราบรื่น เร่งกำลังได้อย่างรวดเร็ว เครื่องยนต์ยังใช้เทคโนโลยี SkyActiv เต็มรูปแบบ เป็นการพัฒนาต่อยอดจากเครื่องยนต์ดีเซลประสิทธิภาพสูงใน Mazda CX-5 เช่น การใช้วัสดุภายในเครื่องยนต์แบบใหม่ การออกแบบให้ลูกสูบมีลักษณะที่ตอบสนองต่อการทำงานได้ดีขึ้นด้วยลูกสูบรูปไข่แบบสองชั้น การลดอัตราส่วนกำลังอัด เครื่อง SkyActiv D 1.5 ตัวนี้รีดกำลังได้ 105 แรงม้า ที่ 4,000 รอบ/นาที ดูเหมือนแรงม้าจะอนุบาลไปสักนิด แต่เมื่อเห็นตัวเลขแรงบิดแล้วก็ทำให้รู้สึกแปลกใจ เครื่อง SkyActiv D 1.5 มีแรงบิดสูงสุดมากถึง 250 นิวตันเมตร หรือ 25.5 กิโลกรัม/เมตร ที่ 1,500 - 2,500 รอบ/นาที ในรุ่นเกียร์อัตโนมัติ สำหรับรุ่นเกียร์ธรรมดาแรงบิดจะลดลงเล็กน้อยเหลือ 220 นิวตันเมตร หรือ 22.4 กก.-ม. ที่ 1,400 - 3,200 รอบ/นาที ค่าการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์อยู่ที่ตัวเลข 94 กรัมต่อระยะทางหนึ่งกิโลเมตร อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ยตามมาตรฐาน JC0 8 ของญี่ปุ่น อยู่ที่ 26.4 กิโลเมตร/ลิตร สำหรับ Mazda 2 รุ่นเกียร์อัตโนมัติ


ระบบส่งกำลังเป็นเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีดที่พัฒนาขึ้นมาใหม่ทั้งลูก มีขนาดกะทัดรัดและมีน้ำหนักที่เบา ออกแบบมาสำหรับวางลงในห้องเครื่องยนต์ของรถเล็กขับเคลื่อนล้อหน้า เกียร์ SkyActiv Drive 6 Speed ทำให้อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงมีตัวเลขที่ดีขึ้นมากสำหรับเครื่องยนต์ดีเซล เป็นเกียร์ที่มีกลไกภายในเน้นความราบรื่น นิ่มนวล รวมถึงชิฟเกียร์ได้ว่องไว ตอบสนองต่อการขับขี่บนทางแบบขึ้นลงเขาหรือขับในเมืองที่มีการจราจรติดขัด ระบบ i-ELOOP เป็นการนำเอาพลังงานที่สูญเสียไปจากการเบรกกลับคืนมาใช้งานในรูปของกระแสไฟฟ้าส่งไปเก็บในแบตเตอรี่ ระบบประกอบไปด้วยตัวเก็บประจุขนาดใหญ่ Capacitor หรือ Electronic Double Layer Capacitor เป็นงานวิศวกรรมล่าสุดจาก Mazda สามารถลดน้ำหนักได้ 5 กิโลกรัม ซึ่งเป็นน้ำหนักของระบบ ช่วยทำให้ประหยัดเชื้อเพลิง ระบบ i-Stop จะทำการดับเครื่องยนต์ทันทีที่ตัวรถหยุดนิ่งและสตาร์ตเครื่องยนต์ทันทีที่ผู้ขับยกเท้าออกจากแป้นคันเร่ง ช่วยลดการใช้น้ำมันท่ามกลางการขับขี่ในสภาพการจราจรที่ติดขับรวมถึงยังช่วยลดมลพิษจากเครื่องยนต์เมื่อทำการดับเครื่องทุกครั้งที่รถหยุดนิ่งอยู่กับที่ โดยระบบปรับอากาศยังคงทำงานแบบอัตโนมัติต่อไป


ระบบความปลอดภัย ใน Mazda 2 SkyActiv ใช้โครงสร้าง SkyActiv Body ออกแบบให้ทนต่อการบิดตัวและมีความแกร่งเพิ่มขึ้นอีก 22% เมื่อเทียบกับรถรุ่นที่แล้ว โครงสร้าง SkyActiv Body ยังรองรับและกระจายแรงปะทะเมื่อเกิดอุบัติเหตุ ถุงลมนิรภัยคู่หน้า สำหรับคนขับและผู้โดยสาร โครงเบาะที่นั่งด้านหน้ารองรับแรงกระแทกด้านหลัง ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว Dynamic stability control ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก ABS เป็นอุปกรณ์มาตรฐานสำหรับ Mazda 2 ทุกรุ่น.

รถยนต์นั่งมาสด้า2 สกายแอคทีฟใหม่ มีให้เลือกทั้งหมด 8 สี ประกอบด้วย

สีแดง โซลเรด ซึ่งเป็นสีใหม่และเป็นสีสำหรับการเปิดตัว

สีขาวมุก สโนว์เฟค ไวท์ เพิร์ล

สีน้ำตาล ไททาเนียมแฟลช

สีฟ้า ไดนามิก บลู

สีเงิน อลูมินัม เมทัลลิก

สีดำ แบล็กไมก้า

สีขาว อาคติค ไวท์

สีเทา เมโทรโพลิทัน

Mazda 2 Skyactiv D มีให้เลือกด้วยกัน 6 รุ่น คือ

Mazda2 รุ่น Sports XD แฮตช์แบค 5 ประตู เกียร์อัตโนมัติ ราคาจำหน่าย 675,000 บาท

Mazda2 รุ่น Sports XD High แฮตช์แบค 5 ประตู เกียร์อัตโนมัติ ราคาจำหน่าย 735,000 บาท

Mazda2 รุ่น Sports XD High Plus แฮตช์แบค 5 ประตู เกียร์อัตโนมัติ ราคาจำหน่าย 790,000 บาท

Mazda2 รุ่น Sedan XD 4 ประตู เกียร์อัตโนมัติ ราคาจำหน่าย 675,000 บาท

Mazda2 รุ่น Sedan XD High 4 ประตู เกียร์อัตโนมัติ ราคาจำหน่าย 735,000 บาท

Mazda2 รุ่น Sedan XD High Plus 4 ประตู เกียร์อัตโนมัติ ราคาจำหน่าย 790,000 บาท.


MAZDA 2 SKYACTIV D 1.5L SPECIFICATIONS
แบบ...............................................แฮตช์แบค 5 ประตู 4 ที่นั่ง
ผู้ผลิต.............................................Mazda
เครื่องยนต์......................................ดีเซลแถวเรียง 4 สูบ
ชนิดเครื่องยนต์...............................ดับเบิ้ลโอเวอร์เฮตแคมชาร์ป DOHC
วาล์ว...............................................4 วาล์วต่อสูบ=16 วาล์ว
ระบบอัดอากาศ...............................เทอร์โบแปรผัน Turbocharger Variable Turbine Geometry
ระบบหล่อเย็น..................................อินเตอร์คูลเลอร์
ระบบจ่ายเชื้อเพลิง..........................คอมมอนเรล ไดเรคอินเจคชั่น
กระบอกสูบ x ช่วงชัก .....................76.0 x 82.6 มิลลิเมตร
อัตราส่วนกำลังอัด...........................14.8 : 1
ระบบระบายความร้อน.....................หม้อน้ำ พัดลมไฟฟ้า
แรงม้าสูงสุด....................................105 แรงม้า ที่ 4,000 รอบ/นาที
แรงบิดสูงสุด....................................250 นิวตันเมตร หรือ 25.5 กิโลกรัม/เมตร ที่ 1,500 - 2,500 รอบ/นาที
ระบบส่งกำลัง...................................เกียร์อัตโนมัติ SkyActiv Drive 6 Speed
ระบบพวงมาลัย................................พวงมาลัยไฟฟ้าแบบแรคแอนพีเนียน
ล้อและยาง.......................................อัลลอยขอบ 16 นิ้ว ยาง Dunlop Enasave EC300T 185/60/R16 ทั้งสี่ล้อ

ระบบเบรก
ด้านหน้า..........................................ดิสก์เบรก
ด้านหลัง..........................................ดิสก์เบรก
ระบบช่วยเบรก...............................ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก ABS
ระบบช่วยทรงตัว.............................Dynamic stability control
ระบบสะสมพลังงานจากการเบรก.... Electronic Double Layer Capacitor Re-Entry Beake

ระบบรองรับ
ด้านหน้า...........................................แมคเฟอร์สัน สตรัท สปริง โช้กอัพ เหล็กกันโคลง
ด้านหลัง............................................ทอร์ชั่นบีม

มิติ
กว้าง...............................................1,695 มิลลิเมตร
ยาว................................................4,060 มิลลิเมตร
สูง..................................................1,500 มิลลิเมตร
ระยะฐานล้อ................................... 2,570 มิลลิเมตร
ถังเชื้อเพลิงความจุ ........................44 ลิตร
น้ำหนักตัวรถทั้งคัน......................... 1,210 กิโลกรัม

อาคม รวมสุวรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th 
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom  

ทดสอบขับขี่ทางไกล กับ Mazda 2 SkyActiv D เครื่องดีเซลเทอร์โบ 1.5 ลิตร ตะกายดอยตุงบนอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง 26.2 กิโลเมตรต่อลิตร พิสูจน์น้ำมัน 1 ถังวิ่งไกล 1,000 กิโลเมตร 2 ก.พ. 2558 10:48 2 ก.พ. 2558 15:47 ไทยรัฐ