วันศุกร์ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

โลว์คอสต์ ดีพาร์ตเมนต์สโตร์

ผมเขียนเรื่อง “ตัวเลขเงินเฟ้อต่ำ” สวนทางกับ “ค่าครองชีพแพง” ของกระทรวงพาณิชย์ไปวันก่อน คุณดวงกมล เจียมบุตร โฆษกกระทรวงพาณิชย์ ได้ส่งหนังสือชี้แจงมา ผมขอคัดเอาส่วนสำคัญมาลงให้อ่านกันตามเนื้อผ้าดังนี้

“...กระทรวงพาณิชย์ขอขอบคุณที่ท่านได้นำเสนอ เพื่อเป็นเครื่องเตือนสะท้อนต่อการแก้ไขปัญหาให้เกิดประสิทธิผล กระทรวงพาณิชย์ได้ดำเนินการและมีข้อมูลที่เป็น Fact เพื่อท่านจะได้ใช้ประโยชน์ต่อไปดังนี้

1.ประเด็นเกี่ยวกับตัวเลขเงินเฟ้อ เป็นการคำนวณตามหลักวิชาการจริงๆ ไม่มีการซ่อนความจริงไว้แต่อย่างใด การที่ตัวเลขเงินเฟ้อปี 2557 เทียบเดือนต่อเดือนตั้งแต่ตุลาคม–พฤศจิกายน–ธันวาคม ที่ท่านยกตัวอย่างมาลดลงเรื่อยๆ เป็นเรื่องจริง แต่ก็ไม่ได้แสดงว่าข้าวของสินค้าไม่ได้ขึ้นราคา เพราะมีทั้งขึ้นและลง แต่เมื่อเฉลี่ยจากการเก็บตัวอย่างทั่วประเทศที่ครอบคลุมไปถึงระดับอำเภอแล้ว ตัวเลขออกมาเป็นดังที่ท่านทราบ

สาเหตุสำคัญเนื่องจากรายการสินค้าใน 100% ที่คำนวณ แบ่งเป็น 2 หมวด คือ หมวดอาหารและเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ มีสัดส่วนในการคำนวณร้อยละ 35.25 หมวดอื่นที่ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่มรวมน้ำมันเชื้อเพลิง มีสัดส่วนในการคำนวณร้อยละ 65.75 เมื่อราคาน้ำมันลดลง จึงทำให้ตัวเลขเงินเฟ้อกระชากลงมาก ทำให้เงินเฟ้อเดือนธันวาคมต่ำมาก

ในเดือนธันวาคม 2557 จากการสำรวจสินค้าทั้งหมด 450 รายการ มีสินค้าราคาสูงขึ้น 172 รายการ คิดเป็น 38.22% สินค้าราคาลดลง 97 รายการ คิดเป็น 21.56% ไม่เปลี่ยนแปลง 181 รายการ คิดเป็น 40.22% จะเห็นว่าเปอร์เซ็นต์การขึ้นราคาสูงกว่าที่ลดราคา จึงสัมผัสได้จากทั่วๆไปว่าของขึ้นราคา

2.ประเด็นรัฐมนตรีพาณิชย์ได้นัดผู้ประกอบการหารือนั้น เป็นเรื่องจริง ไม่ได้นิ่งนอนใจ ขณะที่อธิบดีกรมการค้าภายในก็ได้ดำเนินการเจรจากับผู้ผลิตจนมีผลเริ่มลดราคา เนื่องจากน้ำมันดีเซลลดลงจาก 29.99 บาทต่อลิตร เหลือ 25.09 บาทต่อลิตร ลดลง 4.90 บาท...”

คำชี้แจงที่เหลือเป็นข้อมูลสินค้าที่ลดราคา ผมขอข้ามไปก็แล้วกัน แต่คำชี้แจงท่อนท้ายน่าสนใจ ให้ส่วนแบ่งค่าปรับแก่ประชาชนที่แจ้งเบาะแสผู้ขายสินค้าแพงเกินควรด้วย

“...หากประชาชนไม่ได้รับความเป็นธรรมเรื่องราคาและปริมาณสินค้า หรือพบการจำหน่ายในราคาที่สูงเกินควร ร้องเรียนได้ที่สายด่วน 1569 ซึ่งเมื่อเร็วๆนี้ได้ลงโทษปรับผู้กระทำผิด โดยผู้แจ้งร้องเรียนแจ้งเบาะแสทางสายด่วน 1569 ได้รับเงินรางวัลนำจับจากค่าปรับด้วยภายในไม่กี่วัน เพียงแต่แจ้งเบอร์โทร.ติดต่อไว้ง่ายๆเท่านี้ ซึ่งโทษปรับไม่เกิน 140,000 บาท จำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ”

ใครเจอพ่อค้าแม่ค้าขายสินค้าหรืออาหารแพงเกินจริง ก็แจ้งได้ที่ สายด่วน 1569 ถ้าผิดจริงถูกปรับ ผู้แจ้งจะได้ส่วนแบ่งค่าปรับด้วย

เขียนถึงกระทรวงพาณิชย์แล้ว ก็อดเขียนถึงโครงการ “โลว์คอสต์ ดีพาร์ตเมนต์สโตร์” ของ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีพาณิชย์ไม่ได้ เห็นแถลงว่าจะเร่งตั้งภายในปีนี้ 14 แห่ง และขยายเป็น 142 แห่งภายใน 5 ปี โดยมี “เอกชน 1 ราย” เสนอตัวเข้ามาแล้ว

เรื่องการตั้งห้างขายสินค้าราคาถูก ไม่ใช่เรื่องใหม่ กระทรวงพาณิชย์ทำมาหลายครั้งแล้ว เจ๊งหมดทุกโครงการ เริ่มตั้งแต่ ผงซักฟอกสินไทย ร้านสะดวกซื้อเออาร์ที ขนาดให้เครือสหพัฒน์บริหารก็ยังไปไม่รอด เจ๊งหมด รัฐสูญเงินไปมากมาย

สมัย รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กระทรวงพาณิชย์ก็มีโครงการโชห่วยช่วยชาติ “ร้านถูกใจ” ตั้งเป้าจะเปิด 10,000 แห่งทั่วประเทศ ใช้เงินไป 1,320 ล้านบาท สุดท้ายก็ไปไม่รอด วันนี้คงเจ๊งไปหมดแล้วพร้อมเงิน 1,320 ล้านบาทที่หายวับไปกับตา

โครงการ โลว์คอสต์ ดีพาร์ตเมนต์สโตร์ ก็แบบเดียวกัน แต่มีขนาดใหญ่ขึ้น ใช้เงินลงทุนมากขึ้น ผมว่ารัฐอย่าไปคิดทำอะไรที่ไม่ใช่หน้าที่รัฐเลยครับ ใช้กลไกรัฐกำกับให้เป็นไปตามกลไกตลาดดีกว่า รัฐบาลยิ่งยากจนอยู่ด้วย ประหยัดเงินไว้ดีกว่าครับ.

“ลม เปลี่ยนทิศ”

2 ก.พ. 2558 10:39 ไทยรัฐ